Jump to content


Photo
* - - - - 1 votes

ขยะใจ


  • You cannot start a new topic
  • Please log in to reply
5 replies to this topic

#1 Chonchai007

Chonchai007
  • Admin_Article_Only
  • 30 posts

Posted 20 August 2010 - 04:49 PM

ขยะใจ
บ้านเรือนที่ใช้งานย่อมมีขยะ
ใจที่ถูกใช้ก็ย่อมมี “ขยะใจ”
หลายคนโหยหากับเรื่องต่างๆ ในอดีต หลายคนปล่อยใจล่องลอย จินตนาการไปกับอนาคตอันไกลโพ้น ใครเล่าจะรู้บ้างว่าสิ่งเหล่านี้เป็นขยะของใจ เพราะเหตุใดจึงเป็นขยะใจ และควรให้ใจคิดหรือทำอะไร?
ผู้มีราตรีเดียวเจริญ
ครั้งหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดง “ภัทเทกรัตตสูตร” แก่พระภิกษุสงฆ์ ความว่า “ผู้มีปัญญา ไม่ควรคิดสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง สิ่งที่ล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็ละเสียแล้ว สิ่งใดยังไม่มาถึง สิ่งนั้นก็ยังไม่ได้มาถึง ผู้ใดเห็นแจ้งในธรรมที่เกิดขึ้นจำเพาะหน้าในที่นั้นๆ ในกาลนั้นๆ ไม่ง่อนแง่นไม่คลอนแคลน ครั้นรู้ธรรมนั้นแล้ว พึงให้ธรรมนั้นเจริญเนืองๆ ความเพียรเผากิเลส ควรกระทำเสียในวันนี้ ใครเล่าจะพึงรู้ว่า ความตายจะมีในวันพรุ่งนี้ เพราะว่าความผัดเพี้ยนต่อมัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่ ไม่มีเลย ผู้รู้ผู้มีใจสงบระงับ ย่อมกล่าวสรรเสริญผู้มีความเพียร ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันกลางคืน อยู่ด้วยความไม่ประมาณ อย่างนี้ว่า ผู้มีราตรีเดียวเจริญ”
อดีต – อนาคต
มีคนจำนวนมากที่เสียเวลาจมปลักอยู่กับอดีต บ้างก็เป็นเรื่องขื่นขมยิ่งนึกถึงยิ่งตรอมตรม...จะให้อดีตทำร้ายปัจจุบันทำไห! เศร้าอยู่คนเดียวจะมีประโยชน์อะไร! ลืมๆ มันไปแล้วอยู่กับปัจจุบันไม่ดีหรือ! บ้างก็เพลิดเพลินกับอดีตอันหวานชื่น บันเทิงใจเมื่อคิดถึง ...อย่าตื่นกับความสำเร็จในอดีตเลย เพราปัจจุบันอาจไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว อดีตที่หอมหวานไม่ได้หมายถึงปัจจุบันจะหอมหวาน สร้างความสำเร็จให้เพิ่มขึ้นในปัจจุบันไม่ดีหรือ!
มีคนจำนวนมากอีกเช่นกันที่สูญเสียโอกาส สูญเสียเวลาเพราะมัวปล่อยใจล่องลอยไปในฝันแห่งอนาคต ไม่ประกอบธุรกิจการงานให้เต็มที่ฝันแต่โชคหวังแต่ลาภ ไม่ทำอะไรเป็นหลักเป็นฐานลงไป นึกอยู่แต่สิ่งนั้นที่ยังมาไม่ถึง
พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้ให้ข้อคิดว่า
“อย่างนี้เขาเรียกว่ามั่งมีในใจ แล่นใบบนบก เอาจริงเอาแท้แน่นอนไม่ได้ มีคนคิดเกลื่อนกล่นไม่คิดเป็นหลักฐาน คนที่หวังอย่างนี้เป็นคนที่ปราศจากปัญญา...”
ปัจจุบันธรรม
ในพุทธพจน์เบื้องต้นตอนหนึ่งกล่าวถึง “ผู้ใดเห็นแจ้งในธรรมที่เกิดขึ้นจำเพาะหน้าในที่นั้นๆ ในกาลนั้นๆ ไม่ง่อนแง่นไม่คลอนแคลน...” หมายถึง เมื่อไม่หวนไห้ถึงอดีต ไม่ฝันเฟื่องไปในอนาคตแล้วก็ให้เราอยู่กับปัจจุบัน ปัจจุบันมีหน้าที่รับผิดชอบอะไรก็ให้ทำเสีย เป็นเด็กก็มีหน้าที่เรียน อย่ารักเที่ยวเตร่ เป็นผู้ใหญ่ก็ขยันหมั่นเพียร จัดแจงการงาน จัดการครอบครัวให้เรียบร้อย ไม่เหลาะแหละเหลวไหล จึงได้ชื่อว่า อยู่กับปัจจุบันธรรม
ปัจจุบันธรรมแง่ปฏิบัติ
ในทางปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนา ปัจจุบันธรรม หมายถึง ณ ปัจจุบันนั้นใจได้หยุดนิ่งอยู่ในกลางดวงธรรมภายใน ดังพระธรรมเทศนาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่แสดงไว้เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๔๙๗ ตอนหนึ่งว่า
“....ท่านยืนยันที่เดียวว่า ปุคฺคโล อันว่าบุคคลใด เห็นแจ้งชัดซึ่งธรรมอันประกอบเฉพาะหน้า ธรรมอะไรซึ่งปรากฏเฉพาะหน้านั่นแหละเป็นปัจจุบันธรรม เช่น คันถธุระ กำลังท่องกำลังบ่นอยู่ทีเดียว คาปากคาใจทีเดียว นั้นเป็นปัจจุบันธรรม
ถ้าว่าผู้ปฏิบัติในสมถวิปัสสนาแปลกประหลาดเป็นนิจบังเกิดขึ้นปรากฏเห็นทีเดียว เห็นแจ่มอยู่กลางตัวเป็นดวงใสเท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์นั่นแหละ ใสบริสุทธิ์เหมือนยังกับกระจกคันฉ่องส่องหน้า กลมรอบตัว เห็นขนาดนั้นแหละเป็นปัจจุบันธรรมแท้ๆ ดวงนั้นแหละเรียกว่าดวงธรรมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เห็นปรากฏอยู่กลางกายมนุษย์นั่น
เมื่อเห็นเข้ารูปนั้นแล้วละก็ ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลนละ ธรรมดวงนั้นเห็นแจ่มแจ้งชัดทีเดียว ผู้ที่เห็นนั้นก็มั่นคงต่อธรรมนั้นทีเดียว
อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปํ เมื่อเห็นดวงธรรมนั้นแล้ว ความเพียรเผากิเลสควรทำเสียในวันนี้ ไม่ถอนใจออกจากธรรมดวงนั้น ไมให้หลุดจากธรรมดวงนั้น ติดอยู่กับธรรมดวงนั้นเรื่อย นี้เรียกว่า อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปํ
โก ชญฺญา มรณํ สุเว ใครเล่าจะพึงรู้ ความตายจะมีในวันพรุ่งนี้เดี๋ยวนี้ยังไม่ตายล่ะ พรุ่งนี้ข้าถึงจะตาย วันนี้ยังไม่ตายแน่ รู้จริงอย่างนี้หรือ ก้ารู้จริงอย่างนี้ก็ปล่อยใจให้หลุดจากดวงธรรมนั้นได้ แต่นี้ไม่รู้จริงเช่นนั้นคาดคะเนเอาใจหลุดจากดวงธรรมนั้นไม่ได้ ต้องจดจำไว้ จะตายไปเสียเดียวนี้ก็ไม่รู้ อย่างนี้ต้องจรดกับดวงธรรมนั้นอย่าให้หาย รักษาธรรมดวงนั้นหนักเข้า หนักเข้า ๆๆ ไม่ปล่อยกันละ ไม่วางกันละ ก็รู้ทีเดียว
พอเกียจคร้านจะเลิกเสียบ้าง ก็เอาเรื่องขู่เข้ามาอีก น หิ โน สงฺครนฺเตน มหาเสเนน มจฺจุนา ว่าความต่อสู้ด้วยพญามัจจุราช เราจะปล่อยธรรมไม่ได้ จะต้องยึดธรรมทีเดียว ถ้าปล่อย พญามัจจุราชมันจะสังหารเสียไม่วางธุระ เมื่อไม่วางธุระละก็ นักปราชญ์ท่านยืนยันว่า ผู้มีใจสงบระงับย่อมสรรเสริญบุคคลผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่
ใจติดอยู่กับดวงธรรมนั้นเรื่อยไม่ให้หลุดไป ไม่ให้หายไป ติดอยู่เรื่อยทีเดียว อยู่กับธรรมนั้น ผู้มีใจอยู่ติดกับดวงธรรมนั้น ก็เพียรเผากิเลสอยู่ร่ำไปไม่ปล่อยทั้งกลางวันกลางคืนไม่เกียจคร้านเลยอย่างนี้แหละเรียกว่าเป็นผู้มีราตรีเดียวเจริญ เป็นอยู่สักวินาทีเดียวก็ช่างเถอะ เป็นอยู่สัก ๒ ชั่วโมงก็ช่างเถอะ นี่แหละประเสริฐนัก ประเสริฐกว่าคนเป็นอยู่หลายร้อยปีแต่ไม่มีใจติดอยู่กับดวงธรรม
ให้ฉลาดอย่างนี้ ให้มีธรรมปัจจุบันอยู่ร่ำไป จะไปไหนก็ไปเถอะ เดินก็ได้ นั่งก็ได้ ยืนก็ได้ ทำการงานก็ได้ แต่ว่าให้ใจไปติดกับธรรม....”
ขยะใจ
ความฟุ้งไปในอดีตและอนาคตเป็นขยะใจที่ต้องกำจัด ขยะบ้านเป็นมลภาวะไม่เจริญหูเจริญตาฉันใด ขยะใจก็รกใจ เป็นมลภาวะทางใจฉันนั้น เราจึงต้องกำจัดออกไปโดยด่วน โดยการนั่งสมาธิทุกวัน ให้เข้าถึงดวงธรรม ให้เข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ แม้ขณะที่ยังเข้าไม่ถึงแต่สามารถทำใจให้หยุดนิ่งได้ เพียงช่วงสั้นๆ เท่าชั่วฟ้าแลบ ยังส่งผลให้มี ความสุขกว่าการได้สมบัติอันยิ่งใหญ่เสียอีก ดังโคลงบทหนึ่งของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ว่า
หยุดในหยุดหยุดให้ สนิทเทียว
หยุดอย่างนี้จะเชี่ยว ชาญได้
หยุดแม้นิ่งเดี๋ยวเดียว ชั่วฟ้า แลบนา
หยุดแค่นี้สุขไซร้ กว่าได้ มไหศวรรย์


ใจอยู่ที่กลาง คือใจที่ไม่ว่างจากความดี


-------------------------------------


จากหนังสือ : จากยอดดอย หนึ่งในหลากหลายคอลัมน์ในวารสารกัลยาณมิตร
ทันต์จิตต์ (ผู้เขียน)

#2 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2,477 posts
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

Posted 20 August 2010 - 05:02 PM

Attached File  SaDhu.gif   22.04KB   26 downloads

ใจหยุดที่สุดแห่งบุญ มุ่งสู่ที่สุดแห่งธรรม

#3 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3,278 posts
  • Gender:Male

Posted 20 August 2010 - 05:18 PM

อนุโมทนาบุญครับ
สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#4 ดินสอแห่งธรรม

ดินสอแห่งธรรม

    สร้างบารมีเป็นหมู่คณะ = ฝึกตนให้เป็นผู้ใจกว้าง

  • Members
  • 1,478 posts
  • Gender:Male
  • Location:ดุสิตบุรี
  • Interests:สร้างบารมีแบบเต็มกำลัง

Posted 20 August 2010 - 06:51 PM

..จะว่าไปก็เยอะจริงๆนะครับ ขยะใจเนี่ย ไม่รู้ปลิวมาจากไหนกันนักกันหนา ไม่ได้สร้างเองก็มีจากที่อื่นปลิวมาด้วย อิอิ หรือที่ว่า กิเลสนั้นทำให้ใจมนุษย์สกปรก และมองหาสิ่งดีงานได้ยากขึ้น ก็ไม่พ้นเล่ห์กลพญามารนั่นแหละโน๊ะ การหยุด คือการกวาด หุหุ
..อันมือของฉันสองมือนี้ ดูเล็กนิดเดียวและไม่มั่นใจว่าฉันจะสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดแก่โลกใบนี้ได้.. แต่ฉันมั่นใจว่า ...หัวใจของฉันนี้ มอบไว้ให้แด่พระพุทธศาสน์....

#5 Nee-Sansanee 2

Nee-Sansanee 2
  • Members
  • 893 posts
  • Gender:Female

Posted 21 August 2010 - 01:07 PM



Chonchai007


innerpeace ขอแสดงคารวะนับถือ ค่ะ เพราะว่าโดนมั่กมากเลยล่ะ

เอ้อเป็นโรคชนิดหนึ่งรักษาหายไหมนี่ โรคขี้เกียจกวาดขยะ แต่คงต้อง

ทำจริง ๆ แล้วละอายเขานี่ เพราะความลับไม่มีในโลกของผู้เข้าถึงธรรมกายในระดับหนึ่ง

เดี๋ยวนี้อืมลูกหลวงพ่อหลาย ๆ คนก้าวหน้ามากเลย ถ้าเราไม่ขยันกวาดขยะมีหวังไม่ใช่

ตกแถวหลังหรือหลังแถวแต่อาจตกขบวนจริง ๆ "ชาตินี้ไม่ได้ ชาติหน้าก็ไม่ได้" กิว กิว

Thank you หลาย ๆ เด้อช่วยเตือนสติดี นะ Chonchai007

#6 บ่าวอุบล

บ่าวอุบล
  • Members
  • 632 posts

Posted 21 August 2010 - 04:07 PM

อนุโมทนาบุญกับบทความดีๆเพิ่มกำลังใจในการปฏิบัติธรรมครับ