ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
* * * * - 1 คะแนน

จดหมายถึง "ธรรมกาย" บุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 68 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 ธรรมชิโนรส

ธรรมชิโนรส
  • Members
  • 11 โพสต์

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 06:40 PM

พระเดชพระคุณหลวงพ่อ และสาธุชนผู้ฝักใฝ่ในบุญทุกท่าน
ข้าพเจ้าติดตามงานบุญของธรรมกายมาโดยตลอด แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ ประการหนึ่ง ดังนี้
เวลาธรรมกายจัดงานบุญ ก็ระดมทุนเพื่อสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมให้มีสถานที่ใหญ่โตสวยงามเพื่อรองรับพุทธบุตรจำนวนมาก จึงมีคำถามขึ้นว่า "ธรรมกาย จัดงานบุญเพื่อสร้างแต่วัตถุอย่างเดียวหรือ? และวัตถุต่างๆ ที่สร้างนั้นยังใหญ่โตไม่พอหรือ? เหตุใดจึงไม่ระดมทุนไปช่วยเหลือผู้คนที่กำลังทุกข์ยาก เช่น คนด้อยโอกาส คนยากจน คนขอทาน คนชรา เด็กกำพร้า คนพิการ วัดยากไร้ สุนัขจรจัด และคนยากไร้อีกมากมายที่ธรรมกายมองข้าม" ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า "ถ้าเราช่วยคนให้พ้นจากสภาวะที่ลำบาก เช่น ช่วยคนจนให้มีงานทำ ช่วยคนพิการให้มีรายได้ ช่วยคนชราที่ขาดลูกหลานดูแลให้มีสุข คนเหล่านั้นเมื่อเขาไม่เป็นทุกข์ เขาจะมีพลังที่จะไปสร้างสรรค์สังคมต่อไป แต่หากสร้างเพียงวัตถุ แม้ใหญ่โตเพียงใด สักวันก็จักพังทะลายตามกฎไตรลักษณ์แห่งพระพุทธองค์ เพราะวัตถุไม่สามารถทำความดีได้ แต่คนทำความดีได้ ด้วยเหตุนี้ ถ้าธรรมกายเปลี่ยนอุดมการณ์ "หันมาช่วยคนให้มากกว่าสร้างวัตถุไม่ดีกว่าหรือ ?" "ยิ่งช่วยคน ก็ยิ่งมีกำลังคนที่จะระดมความดี" "ยิ่งสร้างวัตถุก็ไม่ยั่งยืน"
วัดใช้เงินไปกับการสร้างสถานที่พอหรือยัง? มองเห็นคนลำบากที่กลาดเกลื่อนสังคมไทยบ้างหรือไม่? หรือมองเห็นเพียงเงินจากพุทธบุตรผู้ร่ำรวย ?"
ข้าพเจ้าหวังเพียง อาณาจักรแห่งธรรมกาย จะเป็นอาณาจักรแห่ง "พระผู้ช่วยคน" โดยใช้ธรรมะสู้กับความลำบากของผู้ทุกข์ใจ ไม่ใช่อาณาจักรแห่งความงมงายใช้ปาฏิหาริย์ ล่อลวงเงินญาติโยม หากวันนั้นมีจริง ธรรมกาย ก็จะสมกับความหมายของ "ผู้มีชัยด้วยธรรมะ" โดยแท้
ขอความกรุณาช่วยตอบข้อสงสัย และแนวทางการทำงานของธรรมกายด้วยครับ
ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
ธรรมชิโนรส

ขออนุญาติตัดทอน ข้อความบางส่วนส่วนไปครับ - webmaster

#2 eq072

eq072
  • Members
  • 504 โพสต์

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 06:59 PM

เราคงต้องออกหน่วยฉีดยาคุมกำเนิดให้นะครับสำหรับเรื่องการช่วย
สุนัขจรจัด ไม่งั้นช่วยไม่หมดซะทีครับ คงต้องให้สัตว์แพทย์ท่านตั้งชมรมขึ้นมานะครับ
เรื่องนี้ย่อมไม่ใช่กิจของคณะสงฆ์

คุณน้าผมเลี้ยงข้าวหมาจรจัดทุกวันเลยครับ โดนกัดนิ้วขาดไปแล้ว
แกจะเอาบุญนะครับ

ถ้าพระสงฆ์ซึ่งเป็นหน่วยหลักของกำลังการแผ่แพร่ศีลธรรมลำบากแล้ว
ปัญหาสังคมก็จะตามมาให้แก้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น

สำหรับผมเลือกที่จะปล่อยสัตว์ปล่อยปลาดีกว่าครับ ช่วยกันตรง ๆ
ผมกับเพื่อนได้ร่วมบุญกันสร้างโรงพยาบาลสงฆ์ที่อุบลด้วยครับ
มองเห็นภาพชัดขึ้นหรือเปล่าครับ

แล้วเรายังทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์ด้วยครับ แต่ไม่ได้โฆษณานะครับ
ยังไงก็ขอโอกาสประกาศบุญไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

ชาวธรรมกายหลายคนมาก ๆ ก็ไปทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์นะครับ
เพราะหลวงพ่อท่านสอนมาดีนะครับ

ศีลธรรมละครับที่จะช่วยแก้ปัญหาสังคมที่ต้นเหตุแห่งปัญหา
เวลาในโลกมนุษย์มันมีจำกัดมาก

#3 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 07:18 PM

QUOTE
"พอได้แล้ว วัดธรรมกาย อย่าย่ำยีวิชชาธรรมกายด้วยการสร้างวัตถุ หันมาช่วยคนยากลำบากกันบ้าง ชื่อเสียงธรรมกายที่เลวร้ายจะกลับมาดีขึ้น เพราะสังคมเห็นว่า ธรรมกาย กำลังช่วยคน "ไม่ใช่บ้าเห่อความร่ำรวย!!!"
ข้าพเจ้าหวังเพียง อาณาจักรแห่งธรรมกาย จะเป็นอาณาจักรแห่ง "พระผู้ช่วยคน" โดยใช้ธรรมะสู้กับความลำบากของผู้ทุกข์ใจ ไม่ใช่อาณาจักรแห่งความงมงายใช้ปาฏิหาริย์ ล่อลวงเงินญาติโยม หากวันนั้นมีจริง ธรรมกาย ก็จะสมกับความหมายของ "ผู้มีชัยด้วยธรรมะ"



เรียน.ท่านธรรมชิโนรส ที่เคารพ

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกับท่านก่อนครับ
หลักการที่วัดพระธรรมกายทำอยู่นี้เป็นการแก้ปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน แก้แบบบูรณาการครับ
การที่ท่านมีความเห็นว่า เหตุใด มูลนิธิธรรมกายจึงไม่ระดมทุนไปช่วยเหลือผู้คนที่กำลังทุกข์ยาก
เช่น คนด้อยโอกาส คนยากจน คนขอทาน คนชรา เด็กกำพร้า คนพิการ วัดยากไร้
สุนัขจรจัด และคนยากไร้อีกมากมายที่ธรรมกายมองข้าม"
ท่านเข้าใจผิดอย่างมากครับ ผมอยากจะเรียนท่านไปดูวิดิทัศน์ที่ สำนักงานใหญ่มูลนิธิธรรมกายครับ มีคำตอบให้ท่าน
ว่าธรรมกายได้ช่วยเหลือ ผู้คนที่กำลังทุกข์ยาก เช่น คนด้อยโอกาส คนยากจน คนขอทาน คนชรา
เด็กกำพร้า คนพิการ วัดยากไร้ จำนวนมากครับ และเป็นการช่วยแบบเอาปัญญาเป็นที่ตั้งครับ

จริงอยู่เรื่องของการสร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล ก็ควรทำ
สร้างโรงเรียนทำให้คนฉลาดมีความรู้ สร้างโรงพยาบาลทำให้คนสุขภาพแข็งแรง
หายจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่ทว่า ผู้มีสุขภาพแข็งแรง ฉลาดมีความรู้มาก
หากไม่มีศีลธรรมแล้ว ก็จะสร้างความเดือดร้อนแก่สังคมได้มาก
เราจึงจำเป็นต้องสร้างวัด เพื่อเป็นที่ปลูกฝังคุณธรรมแก่ประชาชนด้วย

ขอให้ดูที่ความจริงอย่างหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไปคือ คนในสังคมเมื่อทำงาน
เกิดความเครียดขึ้นแล้ว ก็มักหาทางคลายเครียดพักผ่อนหย่อนใจกันด้วยวิธีการต่างๆ บ้างก็ดื่มเหล้า
บ้างก็สูบบุหรี่บ้างก็ไปดูภาพยนตร์ บ้างก็ไปเที่ยว บ้างก็ไปวัด
ผู้ที่ชอบดื่มเหล้า ก็จะใช้ทรัพย์เพื่อการซื้อเหล้า ทำให้เกิดโรงงานผลิตเหล้า
เกิดบาร์ คลับ ผับ ขึ้นมารองรับ ผู้ที่ชอบสูบบุหรี่ก็จะใช้จ่ายทรัพย์เพื่อบุหรี่
ทำให้เกิดโรงงานบุหรี่และเครือข่ายขึ้นมารองรับ ผู้ที่ชอบดูภาพยนตร์
ก็จะใช้จ่ายทรัพย์เพื่อการนี้ทำให้เกิดการผลิตภาพยนตร์
โรงงานภาพยนตร์มารองรับผู้ที่ชอบเที่ยวก็จะใช้จ่ายทรัพย์ เพื่อการท่องเที่ยว
ทำให้เกิดบริษัท ทัวร์ดิสนีย์แลนด์ สถานท่องเที่ยวต่างๆ
ขึ้นมารองรับผู้ที่ชอบเข้าวัดเขาก็จะนำงบหย่อนใจ ตรงนี้ไปทำบุญแทนและก็เกิดเป็นวิหาร
เจดีย์ โบสถ์ ศาลา มารองรับ


เราไม่สามารถบอกให้คนที่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ให้เลิกดื่ม เลิกสูบ แล้วเอาเงินไปสร้าง โรงเรียน
โรงพยาบาลหรือสร้างวัดได้มันเป็นความสมัครใจของเขา เราบังคับไม่ได้
ในทำนองเดียวกันถ้าเราผลักดันให้คนเลิกทำบุญ เลิกเข้าวัด งบหย่อนใจของเขาตรงนี้ก็
อาจจะกลายเป็นโรงเรียน หรือโรงพยาบาลก็ได้ เพราะเราบังคับเขาไม่ได้
เป็นเรื่องความสมัครใจของแต่ละคน งบตรงนี้ของเขาอาจกลายเป็นโรงเหล้า
โรงบุหรี่หรืออะไรก็ได้ทั้งนั้น ดังนั้น ถ้าเราคิดว่าขณะนี้ผู้คนในสังคมมีศีลธรรมมากเกินไป

เข้าวัดมากเกินไป ก็ควรจะช่วยกันรณรงค์ให้คนเลิกเข้าวัด แต่ถ้าคิดว่าผู้คนในสังคม
ยังมีศีลธรรมน้อยเกินไป ก็ควรจะช่วยกันรณรงค์ให้เข้าวัด ทำความดีให้มากขึ้น
พิจารณาดูสิว่าสภาพปัจจุบันเป็นอย่างไร
บ้านเมืองใด หากมีโรงเหล้า โรงบุหรี่ สถานเริงรมย์ มากมายใหญ่โต
แต่มีศาสนสถานเล็กๆ ไม่มีคนสนใจ
บ้านเมืองนั้นก็น่าเป็นห่วงแต่บ้านเมืองใดหากมีวัดใหญ่ๆ ศาสนสถานใหญ่ๆ
ผู้คนเข้าวัดเข้าวากันมากมาย ก็เป็นสัญลักษณ์ถึงความเจริญของศีลธรรมของผู้คนในสังคมนั้นๆ
ศาสนสถานที่สร้างขึ้น หากสร้างขึ้นเพื่อใช้งานจริง
มีประชาชนมาอาศัยใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมกันอย่างเนืองแน่นจึงเป็นที่ควรสนับสนุนมิใช่หรือ ครับ


จึงเรียนมาเพื่อให้ท่านธรรมชิโนรส ได้โปรดพิจารณาเหตุผล ที่กล่าวมาครับ

ขอแสดงความนับถือครับ

ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#4 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 07:37 PM

QUOTE
วัดใช้เงินไปกับการสร้างสถานที่พอหรือยัง? มองเห็นคนลำบากที่กลาดเกลื่อนสังคมไทยบ้างหรือไม่? หรือมองเห็นเพียงเงินจากพุทธบุตรผู้ร่ำรวย ?"

................................................
เรียน.ท่านธรรมชิโนรส smile.gif

วัดพระธรรมกายยังต้องการปัจจัยอีกเป็นจำนวนมาก ในการสร้างศาสนสถานครับ เพราะว่า
เราชาวพุทธเป็นลูกพระพุทธเจ้า การทำงานก็ควรดูแบบอย่างจากพระองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์ทรงทำอย่างไรจึงประดิษฐานพระพุทธศาสนาได้อย่างมั่นคง
เป็นปึกแผ่นสืบทอดมาถึงเราได้ถึง 2,500 กว่าปีแล้ว

ในแง่ศาสนสถาน เราพบว่าวัดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่นานที่สุดถึง 20 กว่าพรรษา
คือพระเชตวันมหาวิหาร ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย
สิ้นทรัพย์ถึง 54 โกฏิกหาปณะ คือเท่ากับ 540 ล้านกหาปณะ
ซึ่ง 1 กหาปณะนั้น เทียบค่าของเงินปัจจุบันแล้ว มีค่ามากกว่าดอลล่าร์หลายเท่า
ดังนั้นเมื่อเทียบค่าเงินปัจจุบัน การสร้างวัดพระเชตวันมหาวิหาร
จึงสิ้นค่าใช้จ่ายหลายหมื่นล้านบาท อาจถึงแสนล้านบาทและพระเชตวันมหาวิหารนี่เอง
ที่เป็นฐานที่มั่นสำคัญในการวางรากฐานการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ให้ขยายออกไป อย่างกว้างขวางในครั้งพุทธกาล และสืบทอดมาถึงเราในปัจจุบัน ครับ

มีหลายท่านมีความเห็นเหมือนท่าน แต่ถ้าพิจารณาให้ถ่องแท้แล้ว ศาสนสถานที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้เหน็ดเหนื่อย
ในการเป็นผู้นำในการทำงาน สร้างทั้งสถานที่ ไว้เพื่อเป็นสมบัติของประเทศชาติ และของโลก เพื่อใช้ประพฤติปฎิบัติธรรม

เมื่อศาสนิกชนมาใช้แล้ว ก็กลับบ้าน ก็ทิ้งไว้ให้หมู่คณะ พระ เณร อุบาสก อุบาสิกา ดูแลศาสนสถานเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ในครั้งต่อไป ท่านลองหลับตาดูค่าใช้จ่ายที่เดขึ้นแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี ผมเคยได้ฟังจากหลวงพี่อารักษ์ ท่านบอกว่าแค่ค่ากับข้าวเลี้ยงพระ เณร และสาธุชนที่มาวัดปีละกว่า 75 ล้านบาท นี่ยังไม่รวมถึงค่า จิปาถะอย่างอื่นอีกนะครับ แค่คิดผมก็ปวดหัวแทนแล้วครับ

ส่วนเรื่องการมองเห็นแต่เงินจากพุทธบุตรที่ร่ำรวยนั้น คงไม่ถึงขนาดเร่งเพ่งจอ้ง ในการจะไปให้ท่านพุทธบุตรเหล่านั้นมาถวายปัจจัย

แต่เกิดจากบารมีและความอดทนในการสร้างบารมีของครูไม่ใหญ่ที่ท่านมีความเพียรอย่างปรมัตถ์ ในการที่จะเทศน์อบรมสั่งสอนพุทธบุตรเหล่านั้นให้มีศรัทธาอย่างแรงกล้าที่จะสืบทอดพระพุทธศาสนา (รวมทั้งตัวผมด้วยครับ) พุทธบุตรที่ร่ำรวยเขาก็ได้เงินมาจากสติปัญญาที่เขามี การที่จะนำเงินที่ได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานมาถวายนั้นต้องมีศรัทธาอย่างยิ่ง เมื่อก่อน ผมก็แค่ทำบุญร้อยสองร้อย เป็นหลักพันนั้นยากส์
สำหรับผม แต่เมื่อผมได้มาพบครูไม่ใหญ่ ทราบถึงมโนปณิธาน ผมก็เริ่มทำจากหลักร้อย เป็นหลักพัน เป็นหลักหมื่น หลักแสน และจะเป็นหลักล้านในอนาคต ครับ..ทำบุญมากได้บุญมากจริงหรือ..ผมมีความเห็นว่าจริงครับ เพราะว่า

การทำทานให้ได้บุญมาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่ามีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
1. วัตถุบริสุทธิ์ คือสิ่งที่ทำให้ทานมาด้วยความสุจริตถูกต้อง
2. เจตนาบริสุทธิ์ คือมีความเลื่อมใสศรัทธาให้เพื่อหวังบุญจริงๆ
ไม่ได้หวังผล ตอบแทนหรือไม่มีเจตนาแอบแฝงหวังประโยชน์ และเมื่อให้แล้วก็ไม่นึกเสียดายภายหลัง
3. บุคคลบริสุทธิ์ คือผู้รับเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์มีคุณธรรม
ยิ่งมีคุณธรรมมากเท่าใด บุญก็ ยิ่งได้มากไปตามส่วน
เช่นทำบุญกับ พระพุทธเจ้า ก็ได้บุญมากกว่าทำบุญกับบุคคลทั่วไป
และยิ่งผู้ให้มีศีลบริสุทธิ์แล้วด้วยบุญก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก

ถ้าเงื่อนไขอย่างอื่น เช่น วัตถุเจตนา และบุคคลผู้ให้-ผู้รับ มีความบริสุทธิ์เท่ากันแล้ว
แน่นอนว่าผู้ที่ให้ทานเป็นจำนวนมากกว่าก็ย่อมได้รับผลมากกว่าเหมือนคนทำนา 100 ไร่
ย่อมได้ผลมากกว่าคนทำนา 1 ไร่ แต่หากผู้ที่ให้ทานด้วยทรัพย์แม้เป็นจำนวนน้อยกว่า

แต่มีความตั้งใจมีความเลื่อมใสศรัทธาเต็มเปี่ยม และได้ให้ทานกับคนที่มีคุณธรรมสูง
ศรัทธาเต็มเปี่ยม ก็อาจได้บุญมากยิ่งกว่าผู้ทำด้วยทรัพย์มากยิ่งกว่าเป็นร้อย ๆ
เท่าก็ได้ ดังตัวอย่างของมหาทุคตะ ในครั้งพุทธกาลถวายข้าวเพียงมื้อเดียวแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แต่ทำด้วยความเลื่อมใส ศรัทธาเต็มที่ก็ได้อานิสงส์ผลบุญทันตาเห็นกลายเป็นมหาเศรษฐีประจำเมือง

ท้ายนี้ขอกราบเรียนท่าน ธรรมชิโนรส ได้โปรดกราบเรียนถามข้อสงสัยที่ท่านมีได้เพิ่มเติม
กับผู้รู้ หรือพระคุณเจ้าที่ท่านมาโปรดญาติโยมทุกๆวันอาทิตย์ ที่สภาธรรมกายสากล ครับ smile.gif




ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#5 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 07:51 PM

QUOTE
ข้าพเจ้าติดตามงานบุญของธรรมกายมาโดยตลอด แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ ประการหนึ่ง

.............................................................
เรียน.ท่านธรรมชิโนรส smile.gif

หากว่าท่านติดตามงานบุญธรรมกายมาโดยตลอด ท่านคงจะทราบเรื่องงานบุญใหญ่วันที่ 7 กันยายน 2547
นี้นะครับ เป็นงานบุญใหญ่ (มากๆ ครับ) ผมก็ขอโอกาสบอกบุญ กับท่านด้วยนะครับ..
หากมีอะไรให้ผมช่วยเหลือก็ติดต่อผมมาได้นะครับ ดูรายละเอียดที่
http://www.dmc.tv/fo...p?showuser=2969
ผมจะช่วยเหลือเต็มกำลังเท่าที่ความสามารถผมมีครับ smile.gif



ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#6 ธรรมชิโนรส

ธรรมชิโนรส
  • Members
  • 11 โพสต์

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 07:52 PM

เรียนคุณเถลิงเกียรติ ผู้ตามรอยพระศาสดา
คุณเถลิงเกียรติที่เคารพ ข้าพเจ้าเห็นความตั้งใจของพระผู้หนึ่งที่ท่านทำงานโดยไม่หวังสิ่งใด และท่านได้สร้างโครงการมากมายที่เป็นรูปธรรมนำพาให้ผู้คนเคารพท่าน ดังเว็บนี้ www.suankaew.org ข้าพเจ้าก็เลยอดคิดไม่ได้ว่า วัดธรรมกายของเรามีโครงการณ์ต่างๆที่ช่วยเหลือสังคมเหมือนท่านหรือไม่ ถ้าหากมีได้โปรดช่วยชี้แจง และเรียบเรียงโครงการต่างๆ ให้สังคมทราบบ้างเพราะทุกวันนี้ภาพของธรรมกายมีแต่เพียง "สร้างวัตถุ" แม้คุณเถลิงเกียรติพยายามอธิบายว่า สร้างเพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่สังคมมิได้มองเห็นความดีที่ช่วยเหลือผู้อื่นเลย กลับเห็นแต่ด้านลบ ซึ่งส่งผลให้พุทธบุตรมิได้เป็นหนึ่งเดียวกันตามปณิธานแห่งองค์หลวงพ่อ จึงสมควรแก้ไขปัญหา โดยปรับยุทธศาสตร์การเผยแพรธรรมใหม่ดังนี้
1. เร่งสร้างโครงการช่วยเหลือคนให้มากที่สุด ช่วยเหลือสังคม โดยให้งาน"ช่วยสังคม"มากกว่า และยิ่งใหญ่กว่างานบุญ"สร้างวัตถุ"ที่กระทำอยู่ ซึ่งถ้าลองดูรายการต่างๆทางโทรทัศน์ที่สะท้อนความยากลำบากของผู้คน เช่น วงเวียนชีวิต แล้วลองเปรียบเทียบกับงานหล่อพระของธรรมกาย คงจะทราบว่า ควรกระทำสิ่งใดก่อนกัน
2. อย่าปิดกั้นสื่อ DMC แต่เพียงวัดธรรมกาย สมควรให้พระอาจารย์หรือแม่ชีชื่อดัง ผู้อื่นได้ออกช่องนี้บ้าง เพื่อเป็นทางบุญที่หลากหลาย ให้ผู้มีบุญได้ฟังอีกแง่คิดและคติธรรมที่แตกต่างไปบ้าง
3. เร่งชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ อย่าให้เป็นที่กังขาต่อไป ควรใช้โฆษณาทางฟรีทีวีต่างๆ ชี้แจงข้อสงสัยวัดธรรมกาย
4. หยุดใช้ยุทธศาสตร์ความร่ำรวย ล่อใจผู้คนอีกเลย
5. ให้โอกาสวัดอื่น โดยเฉพาะวัดยากลำบากที่มีอยู่มากมาย ได้มีโอกาสทำบุญบ้าง เพราะมีข้อสงสัยว่า เวลาทำสังฆทานทำไมพระต้องมาจากธรรมกายเท่านั้น
6. ใช้หลักศาสนาเปรียบเทียบ ไม่ยกย่องแต่เพียงคำสอนเฉพาะพุทธศาสนา ให้โอกาสผู้นักถือศาสนาอื่นได้ทำบุญตามสมควร จัดรายการคุยถึงแก่นธรรมของแต่ละศาสนา
ข้าพเจ้าคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่ธรรมกายจะเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาที่เปิดกว้างแก่ทุกผู้คน สิ่งที่ข้าพเจ้าพยายามเสนอได้โปรดช่วยพิจารณา เพราะเกิดจากความหวังดีทั้งสิ้น ลองคิดดูสิว่า"เหตุใดท่านพุทธทาสจึงเป็นบุคลสำคัญของโลก" และธรรมกายจะใช้ธรรมะให้เป็น"ศูนย์กลางของโลก"ไม่ได้บ้างหรือ

ด้วยความเคารพ
ธรรมชิโนรส

#7 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 08:01 PM

QUOTE
1.เร่งสร้างโครงการช่วยเหลือคนให้มากที่สุด ช่วยเหลือสังคม โดยให้งาน"ช่วยสังคม"มากกว่า และยิ่งใหญ่กว่างานบุญ"สร้างวัตถุ"ที่กระทำอยู่ ซึ่งถ้าลองดูรายการต่างๆทางโทรทัศน์ที่สะท้อนความยากลำบากของผู้คน เช่น วงเวียนชีวิต แล้วลองเปรียบเทียบกับงานหล่อพระของธรรมกาย คงจะทราบว่า ควรกระทำสิ่งใดก่อนกัน

........................................................
ข้อนี้ผมเห็นด้วยกับท่านครับ ..แต่ตอนนี้งานติดตั้งบันไดขึ้นมหารัตนวิหารคต
และโคมไฟพร้อมกับเครื่องประกอบอื่นๆ เช่นถนน ที่จอดรถใกล้เสร็จแล้ว
เพื่อจะรองรับมหาชนหลักล้านจะมา นั่งสมาธิรวมใจให้โลกสงบร่มเย็น..
นั่นก็จะเป็นไปตามคำแนะนำของท่าธรรมชิโนรสที่กล่าวว่า ..
"เร่งสร้างโครงการช่วยเหลือคนให้มากที่สุด ช่วยเหลือสังคม โดยให้งาน"ช่วยสังคม"มากกว่า และยิ่งใหญ่กว่างานบุญ"สร้างวัตถุ"

เมื่อสาธุชน มาร่วมกันปฎิญานตน ทำความดี โครงการช่วยเหลือสังคมตามที่ท่านกล่าวมาก็จะสำเร็จ ครับ
....................................
ข้อที่สอง เดี๋ยวผมจะทะยอยแสดงความเห็นในลำดับต่อไปนะครับ smile.gif

ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#8 เด็กน้อยคอย(หา)บุญ ^^

เด็กน้อยคอย(หา)บุญ ^^
  • Members
  • 92 โพสต์

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 08:09 PM

QUOTE
จริงอยู่เรื่องของการสร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล ก็ควรทำ
สร้างโรงเรียนทำให้คนฉลาดมีความรู้ สร้างโรงพยาบาลทำให้คนสุขภาพแข็งแรง
หายจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่ทว่า ผู้มีสุขภาพแข็งแรง ฉลาดมีความรู้มาก
หากไม่มีศีลธรรมแล้ว ก็จะสร้างความเดือดร้อนแก่สังคมได้มาก
เราจึงจำเป็นต้องสร้างวัด เพื่อเป็นที่ปลูกฝังคุณธรรมแก่ประชาชนด้วย


เห็นด้วยกับคุณ เถลิงเกียรติ คะ

ช่วยปรับมุมมองเสียใหม่ด้วยนะคะ คุณ ธรรมชิโนรส

อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ คุณเถลิงเกียรติ

ไฟล์แนบ


อาภรณ์ ชุดสุดท้าย        กาสายะ<br />  ชีพสุดท้ายคือพระ         ผ่องแผ้ว<br /> วิชชาสุดคือธรรมะ        พุทธเจ้า<br />จารจดไว้ลูกแก้ว          จักแคล้วบ่วงมาร<!--sizec--></span><!--/sizec--><!--colorc--></span><!--/colorc-->

#9 ideal

ideal
  • Members
  • 605 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:TRANG
  • Interests:-

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 08:20 PM

QUOTE
2.อย่าปิดกั้นสื่อ DMC แต่เพียงวัดธรรมกาย สมควรให้พระอาจารย์หรือแม่ชีชื่อดัง ผู้อื่นได้ออกช่องนี้บ้าง เพื่อเป็นทางบุญที่หลากหลาย ให้ผู้มีบุญได้ฟังอีกแง่คิดและคติธรรมที่แตกต่างไปบ้าง
http://www.dmc.tv/pr...to_temples.html



เรามีรายการอย่างนี้อยู่แล้ว คุณชิโนรส คงไม่เคยดู คือรายการที่เกี่ยวกับ พาไปทำบุญ และเยี่ยมเยียนชม วัดต่างๆทั่วประเทศและต่างประเทศ และฟังธรรมกับเจ้าอาวาสและพระภิษุ ในเรื่องธรรมะต่างๆๆ

พระดังๆ ในรายการที่ ได้ไปถ่ายทำแล้ว คือพระพยอม เป็นต้น

QUOTE
5.ให้โอกาสวัดอื่น โดยเฉพาะวัดยากลำบากที่มีอยู่มากมาย ได้มีโอกาสทำบุญบ้าง เพราะมีข้อสงสัยว่า เวลาทำสังฆทานทำไมพระต้องมาจากธรรมกายเท่านั้น

[attachmentid=7325]
ทางวัดก็มีโครงการ การถวายปัจจัยไทยธรรม แด่พระภิษุ ๒๓๘ วัด ใน 3จังหวัดภาคใต้
http://www.kalyanami...n/jul48/c15.htm
http://www.kalyanami...ndex_jul48.html
-----



[attachmentid=7326]
และยังมีการ ถวายมหาสังฆทาน ครั้งที่ 15 แล้วนะครับ จำนวน 3,566 วัดทั่วประเทศ และ มีการถวายไทยธรรม คณะสงฆ์ 266 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 15

http://www.dhammakay...ditation_th.php
-----------------------------------------------------------------------------------


ช่วยคนเดือดร้อนใน การช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติต่างต่าง เช่น มูลนิธิธรรมกายช่วยผู้ประสบภัยธรณีพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ




มูลนิธิธรรมกายช่วยผู้ประสบภัยธรณีพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ เนื่องจากดำริของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ประธานมูลนิธิธรรมกาย ได้ทราบถึงธรณีพิบัติคลื่นยักษ์ สึนามิถล่มในจังหวัดภาคใต้ จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ นำสิ่งของอุปโภคบริโภค ไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัยช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เป็นการเร่งด่วน จำนวนกว่า ๒๐,๐๐๐ ชุด ในจังหวัดภูเก็ต จ.กระบี่ และ จ.พังงา เมื่อวันที่ ๒๗-๒๙ ธันวาคม พ.ศ ๒๕๔๗ และต่อมาทางมูลนิธิฯ ก็ได้เปิดศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ และจากศูนย์สาขาทั่วโลก


-----
มูลนิธิธรรมกายช่วยเหลือผู้ประสบภัย


เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘ ณ โรงเรียนอนุบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มูลนิธิธรรมกายโดยพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ได้มอบให้คณะผู้แทนมูลนิธิธรรมกาย ร่วมกับกัลยาณมิตร อ.บางสะพาน นำอาหารแห้งและน้ำดื่ม จำนวน ๒๐,๐๐๐ ชุด ไปมอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม เนื่องจากสภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ทั้งประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และพื้นที่ในจังหวัดใกล้เคียง โดยมีผู้ใหญ่บ้าน ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นตัวแทนรับมอบ ท่ามกลางประชาชนที่มารอรับความช่วยเหลือจำนวนมาก


------


มูลนิธิธรรมกายช่วยภัยน้ำท่วม
เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๘ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ประธานมูลนิธิธรรมกาย มอบหมายให้คณะผู้แทนมูลนิธิฯ ร่วมกับ กัลฯ จำนง - หัทยา ศรีทอง และศูนย์กัลยาณมิตรจันทบุรี เดินทางไปมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม จำนวน ๒,๐๐๐ ชุด ให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุดีเปรสชั่น ที่จังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะ ที่อำเภอนายายอาม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัยในครั้งนี้


------

มูลนิธิธรรมกายถวายเงินกองทุน



เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘ เวลา ๑๗.๓๐ น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออก ณ ห้องรับรองของท่าอากาศยาน จ.นราธิวาส พระราชทานพระวโรกาสให้พระสงฆ์ และคณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้า ในโอกาสนี้มูลนิธิธรรมกายและผู้แทนกัลยาณมิตรทั้งภายในและต่างประเทศ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลเนื่องในโครงการพระราชดำริ พร้อมทั้งถวายรายงานถึงการดำเนินโครงการช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ ๔ จังหวัดภาคใต้ อาทิโครงการถวายปัจจัย ๒๖๖ วัด เป็นประจำทุกเดือน โครงการตักบาตรพระสงฆ์ ๑,๐๐๐ รูป ทั้งนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีรับสั่งปฏิสันถารและขอบใจคณะผู้แทนมูลนิธิธรรมกายที่เฝ้าถวายเงินกองทุน ยังความปลาบปลื้มใจให้กับคณะบุคคลผู้เข้าเฝ้าเป็นอย่างยิ่ง


---------

มูลนิธิธรรมกายมอบของขวัญวันเด็ก

[attachmentid=7327]

มูลนิธิธรรมกายมอบของขวัญวันเด็ก เมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ มูลนิธิธรรมกาย โดยพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ประธานมูลนิธิฯ ได้มอบให้ผู้แทนมูลนิธิธรรมกาย นายวิระศักดิ์ ฮาดดา หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิฯ และคณะได้เดินทางไปมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และของขวัญแก่เด็กๆ ในโรงเรียนเขตอำเภอคลองหลวง ๑๑ โรงเรียน เช่น โรงเรียนคลองสอง โรงเรียนสังข์อ่ำวิทยา โรงเรียนสามัคคีราษฎร์บำรุง โรงเรียนวัดเกิดการอุดม โรงเรียนวัดกลางคลองสาม โรงเรียนบ้านบึง โรงเรียนวัดพืชนิมิตร โรงเรียนวัดคุณหญิงส้มจีน โรงเรียนบางขันธ์ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖๙ โรงเรียนเทศบาลเมืองท่าโขลง ฯลฯ ซึ่งได้มอบขอบขวัญให้แก่เด็กๆ เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เด็กๆ


------

มูลนิธิธรรมกายสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภค

เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๘ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ประธานมูลนิธิธรรมกาย มอบหมายให้ผู้แทนมูลนิธิฯ จัดเครื่องอุปโภคบริโภค มีน้ำดื่ม ๔,๐๐๐ ชุด อาหารแห้ง ๕,๐๐๐ ชุด มอบให้แก่ พันโทกล้าณรงค์ ไพรีพ่ายฤทธิเดช ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารที่ ๑๑ รักษาพระองค์ จ.เพชรบุรี เพื่อสนับสนุนการเดินทางนำกำลังพล ๑ กองร้อย จำนวน ๑๖๖ นาย ไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อเสริมสร้างสันติสุขใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

-------

มูลนิธิธรรมกายออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่



เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๘ มูลนิธิธรรมกายร่วมกับชมรมรัตนเวช ในอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ประธานมูลนิธิธรรมกาย ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการประชาชน ในโครงการคาราวานแก้จน ครั้งที่ ๒ ที่อำเภอคลองหลวงร่วมกับอบต.คลองสาม ณ วัดกลางคลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งมีหน่วยงานราชการ เอกชน มูลนิธิ มาบริการประชาชนเป็น จำนวนมาก



----------

ทางวัดได้มีการเผยแผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้กว้างไกลไปถึง หมู่เกาะมนุษย์กินคน


ณ ตอนนี้มีชาวโซโลมอนท้องถิ่นมีโอกาสได้ดู DMC จากการทำหน้าที่กัลยาณมิตรของคนไทยที่ไปทำงานที่นั่น ทำให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องกฎแห่งกรรมและเรื่องปรโลกในหมู่ชาวโซโลมอนเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาตื่นเต้นมาก ว่ามีบุคคลสามารถบอกได้ว่าบรรพบุรุษของเขา ตายแล้วไปไหนและตอนนี้ชาวโซโลมอนก็เริ่มหัดนั่งสมาธิแล้วเมื่อได้ลงมือปฏิบัติก็ได้พบกับความสงบอย่างที่ไม่เคยได้เจอมาก่อน
สำหรับเรื่องราวของประวัติศาสตร์ของ ชาวโซโลมอนเผ่ามนุษย์กินคน ที่มีมาแต่อดีตและยังพอหลงเหลือบ้างมาในปัจจุบัน

พุทธสถาน (Buddha Hall) แห่งแรกของโซโลมอน





ไฟล์แนบ

  • แนบไฟล์  p.jpg   36.81K   14 ดาวน์โหลด
  • แนบไฟล์  pp.jpg   49.36K   22 ดาวน์โหลด
  • แนบไฟล์  ppp.jpg   111.93K   32 ดาวน์โหลด


DMC The only one

ประกอบเหตุ สังเกตผล ทนเอาเถิด ประเสริฐนัก
ไม่หยุดไม่ถึงพระ ตัวหยุดนี้แหละเป็นตัวสำเร็จ
ผลไม้ดกนกชุม น้ำเย็นปลาชอบอาศัย


คติธรรม พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)

#10 คนรักวัด

คนรักวัด
  • Members
  • 626 โพสต์

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 08:33 PM

เรียนคุณธรรมชิโนรสโครงการช่วยสังคมของวัด ช่วยเหลือวัดภาคใต้
งานแสดงมุทิตาจิตรเปรียญธรรม9ประโยค
การช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติต่างต่าง
งานเทเหล้าเผาบุหรี่
และทางวัดก็ยังส่งเสริมให้ทำบุญในวันพระ
กับวัดใกล้บ้านตัวผมเองและเพื่อนในกลุ่ม5คน
นอกจากมาวัดธรรมกายแล้วยังไปทำสังฆทาน
ทุกอาทิตย์ต้นเดือนที่ซอยสายลมของวัดท่าซุง
ไปกราบหลวงพ่อจรัล วัดอัมพวันเดือนละครั้ง
ไปกราบหลวงตามหาบัวเดือนละครั้ง
ทำบุญทุกวัดที่ลงประกาศในโลกทิพย์
ร่วมบุญ อ.ปฐมในนหนังสือทุกเล่มของสายหลวงปู่มั่น
ซึ่งคำสอนของวัดธรรมกายทำให้กลุ่มของผมลดความ
ตระหนี่และเป็นกำลังเล็กเล็กในการช่วยงานศาสนาครับ
โปรดมองในด้านดีให้มากมากนะครับ
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ
โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อตฺตนา หิ สุทนฺเตน
นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ . . . ฯ ๑๖๐ ฯ

เราต้องพึ่งตัวเราเอง
คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
บุคคลผู้ฝึกตนดีแล้ว
ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้แสนยาก

Oneself indeed is master of oneself,
Who else could other master be?
With oneself perfectly trained,
One obtains a refuge hard to gain

#11 MiraclE...DrEaM

MiraclE...DrEaM
  • Members
  • 1368 โพสต์

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 08:52 PM

อยากจะตอบแบบเจาะรายละเอียดให้นะครับ แต่คงจะลำบาก เพราะ ถ้าตอบก็คงไม่จบ
สาเหตุ เพราะ ผมเคยเจอคนที่เคยเข้าใจวัดแบบคุณธรรมชิโนรส ไม่ได้ต่อว่าวัด แต่ยังมองเห็นภาพงานโดยรวมและสิ่งที่วัดพระธรรมกายกำลังทำ ไม่ค่อยชัดเจน

อันนี้ผมไม่เถียงเพราะสิ่งที่วัดพระธรรมกายทำ ดูเผินๆ เหมือนเน้นวัตถุ แต่แท้จริงแล้ว เป้าหมายที่วัดพระธรรมกายทำ คือ สิ่งที่เป็นนามธรรม ได้แก่การเน้นที่พัฒนาคน พัฒนาศีลธรรมในใจ แต่การพัฒนาด้านจิตใจนั้น เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม เห็นภาพได้ลำบาก และอาศัยระยะเวลาในการเห็นผล ด้วยเหตุนี้จึงมีคนจำนวนมาก มองวัดพระธรรมกายแบบไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่นัก

ถ้าจะให้ถามตอบกันก็คงยาวแหละครับ เพราะ พอผมตอบไป คุณธรรมชิโนรสก็จะมีข้อสงสัยตามมา (ผมเคยถามตอบกับเพื่อนผมที่มีข้อสงสัยแบบนี้และไม่เคยมาวัดแล้วครับ...แต่ถามเท่าไหร่คำถามก็ไม่จบ เพราะเค้ามองภาพงานสิ่งที่วัดทำไม่ออก) ดังนั้นดีที่สุด ผมแนะนำให้คุณธรรมชิโนรสลองมาวัดดูด้วยตนเอง ไปแบบไม่ต้องทำบุญอะไรก็ได้ ลองไปศึกษา หาหนังสือของวัดอ่าน หรือ คุยกับพระอาจารย์ ผมคิดว่าคุณธรรมชิโนรสน่าจะสามารถค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเองนะครับ ว่า วัดพระธรรมกายกำลังทำอะไรอยู่กันแน่
สิ่งอัศจรรย์ ปรากฏ บนผืนหล้า
มหาวิหาร จรัสฟ้า ค่ายิ่งใหญ่
รูปทอง ผ่องผุด ดุจยองใย
สะท้อนถึง ห้วงดวงใจ สุดบูชา

*********************

รักษ์ร่างพอสร่างร้าย ..... รอดตน
ยอดเยี่ยม "ธรรมกาย" ผล ..... ผ่องแผ้ว

เลอเลิศล่วงกุศล ..... ใดอื่น
เชิญท่านถือเอาแก้ว ..... ก่องหล้าเรืองสกล


คำสอนของเดชพระคุณหลวงพ่อ
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย

#12 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 09:25 PM

QUOTE
3.เร่งชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ อย่าให้เป็นที่กังขาต่อไป ควรใช้โฆษณาทางฟรีทีวีต่างๆ ชี้แจงข้อสงสัยวัดธรรมกาย

....................
ข้อสองมีกัลยาณมิตรมาตอบกระจ่างแล้วครับ ผมขอตอบข้อสาม.หลังจากว่างจากภารกิจครับ..

เรียน.ท่านธรรมชิโนรส
โฆษนาทางฟรีทีวี 3-5-7-9-11 และ iTV แพงมากครับทางวัดคงไม่สามารถจ้างโฆษณาได้ (ความเห็นผมนะครับ)
การชี้แจงก็อาศัยเหล่ากัลยาณมิตรคอยทำหน้าที่พาญาติสนิท มิตรสหาย สาธุชนเข้าวัดปฎิบัติธรรมให้หายความคลางแคลงใจ
ให้มีดวงจิตที่สดใส สิ้นระแวงเหมือนดวงจันทร์ส่องแสงในคืนวันเพ็ญ เพื่อจะได้มีจิตที่ผ่อใสก่อนทิ้งกายหยาบ จะได้ไปสู่สุขคติภูมิ ครับ.. smile.gif
.......................................................................................................................................



ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#13 ธุลีดิน

ธุลีดิน
  • Members
  • 40 โพสต์
  • Location:785/113 คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
  • Interests:เดินทางรวมกับหมู่คณะจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 09:26 PM

เอามาให้อ่าน

ถาม - วัดพระธรรมกายคิดว่าทำอย่างไร จึงจะทำให้สังคมไทยดีขึ้น[size=4]
ตอบ
การ ทำให้สังคมไทยดีขึ้น ต้องมองว่าเป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน อย่าเกี่ยงให้เป็น หน้าที่ของวัด ของโรงเรียน ของสื่อมวลชน ของรัฐบาล หรือของคนใดคนหนึ่ง แต่จริงๆ แล้ว ทุกคน ทุกหน่วยงาน จะต้องช่วยกันทำหน้าที่ของตน ถ้าทุกคนเอาแต่หวัง อยากให้สังคมไทยดี แต่ไม่ได้ลงมือกระทำ สังคมก็คงไม่ดีขึ้นได้ และอย่าเพิ่งไปท้อแท้ใจแต่ต้นว่าเป็นปัญหาใหญ่ ลำพังตัวเราคงแก้ไขอะไรไม่ได้ เลยไม่ยอมทำอะไร ขอให้คิดแล้วลงมือทำอย่างต่อเนื่องคนดีๆ เขาเป็นประโยชน์เขาก็จะมาช่วยกัน ถ้าทุกคนคิดแล้วทำอย่างนี้ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ สังคมไทยก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน


ในส่วนของการปลูกฝังศีลธรรมนี้ แน่นอนว่า พระภิกษุสงฆ์และวัดเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ถ้า วัดทั้ง 30,000 กว่าวัด พระภิกษุสงฆ์ทั้ง 300,000 กว่ารูป ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ก็คงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ศีลธรรมของสังคมดีขึ้น ทำให้ผู้คนมีศีลธรรม มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยว ประจำจิตใจ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคม


วัดพระธรรมกายในฐานะวัด ๆ หนึ่งในประเทศไทย ก็ได้พยายามทำหน้าที่ของตนในในส่วนนี้อย่างเต็มกำลัง มาตั้งแต่เริ่มสร้างวัด ให้ การศึกษาอบรมพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาของวัด ทั้งในด้านปริยัติและปฏิบัติและให้ช่วยกันอบรมสั่งสอนศีลธรรมแก่ประชาชน ชักชวน ประชาชนเข้าวัด ให้ทาน รักษาศีลเจริญภาวนา จัดกิจกรรมการปลูกฝังคุณธรรม ทั้งใน และนอกสถานที่มากมายหลายอย่างดังได้เห็นในภาพกิจกรรมตอนต้นผลของการทุ่มเท อุทิศชีวิตทำงานอย่างจริงจังมาตลอด 35 ปีวัดก็ทำงานได้ผลในระดับหนึ่ง มีประชาชนสนใจเข้า ร่วมกิจกรรมอบรมคุณธรรมจำนวนมากแต่ทางวัดตระหนักดีว่า การปลูกฝังคุณธรรม แก่ประชาชนทั้งแผ่นดินเป็นงานใหญ่ ต้องให้วัดทุกวัด ใน ประเทศไทยร่วมแรงร่วมใจช่วยกัน

ดังนั้นวัดพระธรรมกายจึงได้เชิญชวนให้มาร่วมกันสร้างกระแสของการทำ ความดีให้เกิดขึ้น โดยในวันสำคัญทางศาสนา ได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ครั้งละเป็นจำนวน พันจากทั่วประเทศมาอยู่ธุดงค์ปฏิบัติธรรม รับฟังโอวาทจากพระเถระผู้ใหญ่ ซึ่งเป็น ที่เคารพนับถือโดยได้มาทำเป็นเวลา 19 ปีเต็ม เพราะมุ่งหวังตั้งใจว่า พระพุทธรูป จะได้เป็นเนื้อนาบุญให้กับสาธุชนที่มาร่วมงาน และเมื่อทุกรูปได้เห็นกิจกรรมทั้งหมดแล้ว จะได้เกิดความเชื่อมั่นว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นของดีจริง ถ้าตั้งใจศึกษาและจะได้เป็นเนื้อนาบุญให้กับสาธุชนที่มาร่วมงาน และเมื่อทุกรูปได้เห็นกิจกรรมทั้งหมดแล้ว จะได้เกิดความเชื่อมั่นว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นของดีจริง ถ้าตั้งใจศึกษาและ เผยแผ่อย่างจริงจังแล้วประชาชนจะให้ความสนใจ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัย มหรสพ ดนตรี คอนเสิร์ต ภาพยนตร์มาร่วมคนเพราะการเทศนาธรรมและสอนทำสมาธิ ก็สามารถรวม ชาวพุทธได้
พระภิกษุรูปใดต้องการทราบวิธีการทำงานของวัดพระธรรมกาย ก็ถ่ายทอดให้กัน อย่างเต็มที่ เพราะหวังว่าท่านจะได้กลับไปพัฒนาวัดและท้องถิ่นของตน เมื่อทุกวัด ในประเทศไทย ร่วมแรงร่วมใจกัน ทำงานอย่างนี้ วัดก็จะเป็นที่พึ่งของชาวพุทธ ได้อย่างแท้จริง พระพุทธศาสนาก็จะเจริญขึ้น สังคมไทยเราก็จะดีขึ้น


ถาม - ทำไมต้องก่อสร้างศาสนสถานใหญ่ๆ ด้วย พระพุทธศาสนาสอนให้สมถะ ทำอะไรเล็กๆ ไม่ใช่หรือ[size=4]
ตอบ
เรา ชาวพุทธเป็นลูกพระพุทธเจ้า การทำงานก็ควรดูแบบอย่างจากพระองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงทำอย่างไรจึงประดิษฐานพระพุทธศาสนาได้อย่างมั่นคง เป็นปึกแผ่นสืบทอดมาถึงเราได้ถึง 2,500 กว่าปีแล้ว
ในแง่ศาสนสถาน เราพบว่าวัดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่นานที่สุดถึง 20 กว่าพรรษา คือพระเชตวันมหาวิหาร ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย สิ้นทรัพย์ถึง 54 โกฏิกหาปณะ คือเท่ากับ 540 ล้านกหาปณะ ซึ่ง 1 กหาปณะนั้น เทียบค่าของเงินปัจจุบันแล้ว มีค่ามากกว่าดอลล่าร์หลายเท่า ดังนั้นเมื่อเทียบค่าเงินปัจจุบัน การสร้างวัดพระเชตวันมหาวิหาร จึงสิ้นค่าใช้จ่ายหลายหมื่นล้านบาท อาจถึงแสนล้านบาทและพระเชตวันมหาวิหารนี่เอง ที่เป็นฐานที่มั่นสำคัญในการวางรากฐานการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้ขยายออกไป อย่างกว้างขวางในครั้งพุทธกาล และสืบทอดมาถึงเราในปัจจุบัน

พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้พระภิกษุเป็นผู้อยู่ง่ายเลี้ยงง่ายตั้งใจปฏิบัติ ธรรม ฝึกฝนอบรมตนเอง แต่ในแง่ศาสนถานสร้างวัดซึ่งเป็นสถานที่เผยแผ่ธรรมแก่ประชาชนแล้ว พระองค์กลับทรงชื่นชมอนุโมทนาสนับสนุนการสร้างวัดใหญ่ๆ จำนวนมาก นอก จาก เชตวันมหาวิหารแล้วก็ยังมีอีกมากมาย เช่น วัดบุพพาราม ซึ่งนางวิสาขามหาอุบาสิกา สร้างถวายเป็นโลหะปราสาทสิ้นทรัพย์นับเป็นค่าเงินเป็นหมื่นๆ ล้านบาทเช่นกัน พระองค์ถึงขนาดทรงพระมหาโมคคัลลนะ อัครสาวกเบื้องซ้าย ไปเป็นผู้ดูแลการก่อสร้างเองตามคำของนางวิสาขา เพราะวัดใหญ่ๆ เมื่อสร้างขึ้นโดยมีการใช้ประโยชน์จริงก็จะสามารถรองรับ ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก เป็น ประโยชน์
ต่อคนทั้งแผ่นดิน ผู้ที่ได้ประโยชน์ที่แท้จริง ก็คือประชาชนนั่นเอง

วัด พระธรรมกายเราเริ่มสร้างขึ้นจากวัดเล็กๆ มีศาลาปฏิบัติธรรมจุคนได้เพียง 450 คน แต่เพราะการตั้งใจเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ประชาชนที่มาวัดจึงเพิ่ม จำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นหลักหมื่นหลักแสน จึงจำเป็นต้องสร้างศาลาอาคารมารองรับ

มหา ธรรมกายเจดีย์ที่สร้างขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมใจปฏิบัติธรรมของพระภิกษุสงฆ์จำนวน 1 หมื่นรูป สาธุชนจำนวน 1 ล้านคน แม้ขณะกำลังก่อสร้างอยู่นี้ก็มีคนมาปฏิบัติธรรมกัน ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาครั้งละกว่าแสนคนแล้ว สิ่งก่อสร้างในวัดพระ ธรรมกาย จึงสร้างขึ้นเพื่อการใช้งานจริงงบประมาณในการก่อสร้างก็มาจากประชาชนทำบุญ ผู้ใช้ก็คือประชาชน ประโยชน์ก็เกิดขึ้นกับชาวพุทธทั้งแผ่นดิน

http://www.dmc.tv/fo...t...;f=5&t=6373



"ขอตามติด ติดตามสร้างบารมีกับ หลวงปู่ คุณยาย หลวงพ่อ และหมู่คณะไปทุกภพทุกชาติ "

#14 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 09:41 PM

QUOTE
4.หยุดใช้ยุทธศาสตร์ความร่ำรวย ล่อใจผู้คนอีกเลย

..........................................................
เรียน.ท่านธรรมชิโนรส

ผมขอยกตัวอย่าง สมัยเราเรียนเราจะมี
1.โครงการสอน (Course Syllabus)
2.คำอธิบายรายวิชา 3.วัตถุประสงค์ 4.แผนการสอน 5.การวัดและประเมินผล 6.หนังสืออ้างอิง และผู้สอน

เพื่อให้นักศึกษาทราบเขาจะได้รู้เป้าหมายในการเรียน ครับ ในกรณีนี้เช่นกันการที่ท่านกล่าวถึง
แนวทางวัดพระธรรมกายใช้หลัก "หยุดใช้ยุทธศาสตร์ความร่ำรวย ล่อใจผู้คน"
นั้นคงไม่ใช่ครับ ผมก็เพิ่งเข้าวัดมาเมื่อปี2545 พร้อมกับมี DMC
จานดาวธรรม ช่วงแรกๆผมก็มีความเห็นคล้ายท่าน ครับ
ผมก็กลับมาพิจารณาโดยใช้หลักโยนิโสมนัสสิการที่มีในตัวผม
พร้อมๆกับได้กัลยาณมิตรที่ท่านได้แนะนำผม กัลยาณมิตรท่านนี้ก็อายุน้อยกว่าผมถึง 7 ปี
ทีแรกๆ ผมก็มีอคติอยู่ แต่หลังจากที่ท่านอธิบายให้ผมเกิดความกระจ่าวดังที่ผมจะเรียนให้ท่าน
ธรรมชิโนรส ทราบดังต่อไปนี้ครับ

การที่จะทำให้เกิดความชอบ ความรัก ความสนใจ พอใจ
ในกิจกรรมใดๆ ที่จะทำสิ่งใด จะต้องชี้ให้เห็นมโนทัศน์ เห็นภาพ
ให้เห็นประโยชน์ว่าทำแล้ว ได้อะไร
การเห็นประโยชน์ทำให้เกิดฉันทะ ฉันทะทำให้เกิดวิริยะ
วิริยะทำให้เกิดจิตตะ จิตตะทำให้เกิดวิมังสา รวมเป็น
อิทธิบาท 4 ธรรมอันยังความสำเร็จให้เกิดขึ้น ครับ..

แนวทางการแสดงธรรมแก่คฤหัสถ์ผู้ครองเรือนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใช้อยู่เสมอ
คือ หลักอนุปุพพิกถา ซึ่งเป็นการแสดงธรรมไปตามลำดับหัวข้อ มีเนื้อหาลุ่มลึกไปตามลำดับ
เพื่อขัดเกลาอัธยาศัยผู้ฟังให้ประณีตขึ้นไปเป็นขั้น ๆ คือ

1. ทานกถา ทรงแนะนำสั่งสอนให้ทุกคนให้ทาน
มีความเอื้อเฟื้อต่อกัน เสียสละแบ่งปันกัน

2. ศีลกถา ทรงแนะนำสั่งสอนให้ทุกคนรักษาศีล มีความประพฤติที่ถูกต้องดีงาม

3. สัคคคาถา ทรงพรรณนาซึ่งสวรรค์ทรงชี้ให้เห็นว่า
ผู้ที่ตั้งใจให้ทานรักษาศีลใน 2 ข้อต้นจะได้รับอานิสงส์คือการเข้าถึงโลกสวรรค์
ซึ่งมีความสุข ความเจริญอย่างไร

4. กามาทีนพ หากบุคคลผู้ฟังธรรมมีอัธยาศัยที่จะออกบวชได้
พระองค์ก็จะทรงแสดงถึงโทษของกาม ว่ามีทุกข์มาก มีโทษมาก มีสุขน้อยอย่างไร

5. เนกขัมมานิสงส์ เมื่อทรงแสดงถึงโทษของกามหมดแล้ว
ก็จะทรงแสดงถึงอานิสงส์ของการออกบวช เสร็จแล้วผู้ฟังธรรมนั้นก็มักทูลขอบวช
และได้บรรลุธรรมไปตามลำดับ

หลักอนุปุพพิกถานี้
เป็นแนวทางสำคัญในการสั่งสอนประชาชนมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล
วัดพระธรรมกายได้ใช้แนวทางนี้ในการอบรมสั่งสอนประชาชน
ตามหลักการที่พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางไว้แล้วนั่นเอง ครับ

หากว่าจะใช้คำว่า "เป็นการชี้ทางสวรรค์ ปิดทางนรก" คงจะดีกว่าใช้คำว่า

"ใช้ยุทธศาสตร์ความร่ำรวย ล่อใจผู้คน" จะเป็นการดีกว่านะครับ.. smile.gif



ปล.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา พระองค์จะไม่ทรงพยากรณ์ในเรื่องที่เกิน

วิสัยของปุถุชนคนธรรมดาจะเข้าใจได้ด้วยคำพูด เช่น ไม่ทรงตอบเรื่องโลกนี้โลกหน้า

ว่ามีจริงไหม โลกมีที่สิ้นสุดหรือไม่ เป็นต้น เพราะตอบไปแล้ว

ถ้าเขาไม่เชื่อก็หาข้อสรุปไม่ได้ สิ่งที่พระองค์ทรงกระทำก็คือ แนะนำให้เขาปฏิบัติธรรม

ทำความดีและเมื่อปฏิบัติไปถึงจุดแล้ว เขาก็ จะรู้ได้ด้วยตัวเอง เพราะธรรมะเป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตน ครับ smile.gif




ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#15 คนรักวัด

คนรักวัด
  • Members
  • 626 โพสต์

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 09:43 PM

หนังสือเนชั่นแนลจีออกราฟฟิค ฉบับเดือนธันวาคม 2544 ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับจำนวนประชากรในโลกและการนับถือศาสนาไว้ค่อนข้างละเอียดแต่จะขอสรุปให้เห็นภาพกว้างๆในที่นี้ดังนี้...



1. จำนวนประชากรในโลกมีประมาณ 6,000 ล้านคน

(ในจำนวนนี้จำนวนผู้ชายน้อยกว่าจำนวนผู้หญิงเล็กน้อย)


2. ประชากรประมาณ 3,900 ล้านคนนับถือศาสนาใหญ่ที่เชื่อว่ามีพระเจ้า
2.1 จำนวน 2,000 ล้านคนนับถือศาสนาคริสต์ (ศาสนาพระเจ้าองค์เดียว)
2.2 จำนวน 1,300 ล้านคนนับถือศาสนาอิสลาม (ศาสนาพระเจ้าองค์เดียว)
2.3 จำนวน 600 ล้านคนนับถือศาสนาฮินดู (ศาสนาพระเจ้าหลายองค์)

3. ประชากรประมาณ 390 ล้านคนนับถือพระพุทธศาสนา (รวมทุกนิกายทั้งหินยานแบบไทย พม่า ลาว ศรีลังกา และมหายานแบบจีน ญี่ปุ่น ธิเบต เวียดนาม...)


4. ประชากรที่เหลืออีกประมาณ 1,700 ล้านคน ส่วนหนึ่งนับถือศาสนาเล็กๆเฉพาะกลุ่มบ้าง (บางศาสนาเชื่อพระเจ้า บางศาสนาไม่เชื่อพระเจ้า), อีกส่วนหนึ่งไม่มีศาสนาที่ชัดเจน ในจำนวนที่ไม่ถือศาสนาที่ชัดเจนนี้เป็นพวกนับถือเหตุผลตามหลักปรัชญาของนักคิดสายต่างๆ บ้าง ถือหลักยึดตนเองบ้าง นับถือเหตุผลและศักยภาพของวิทยาศาสตร์และหลักความคิดแบบสมัยใหม่บ้าง นับถือเทพนับถือผีต่างๆซึ่งรวมถึงวิญญาณของวีรบุรุษต่างๆบ้าง นับถือวัฏฏจักรของธรรมชาติบ้าง นับถือไสยศาสตร์บ้าง กระจายกันไปในส่วนต่างๆของโลก...

จะเห็นได้ว่ามีคนถึงประมาณ 28% ที่ไม่มีศาสนาที่ชัดเจน

และมีเพียง 6.5% เท่านั้นที่นับถือพระพุทธศาสนาซึ่งไม่เชื่อในเรื่องพระเจ้า

ในขณะที่มีคนประมาณ 65% ของโลกที่นับถือศาสนาที่เชื่อในพระเจ้า...

ดังนั้น ถ้าจะกล่าวแบบรวบรัดลงไปอีกก็อาจกล่าวได้ว่า

คนในโลกทุกๆ 100 คน มี 65 คนนับถือพระเจ้า

และมี 35 คนที่ไม่นับถือพระเจ้า... การเชื่อและนับถือในพระเจ้า กับการไม่เชื่อไม่นับถือในพระเจ้า

ย่อมทำให้วิธีคิดและการดำรงชีวิต ตลอดจนการสังเคราะห์วิธีการแก้ปัญหาในชีวิตของมนุษย์มีความแตกต่างกันอย่างไม่ต้องสงสัย ... ครับ



ทำอย่างไรถึงจะเอาประชากร 1700 ล้านคน

มารวมกับ ประชากรที่นับถือพระพุทธศาสนา 390 ล้านคนได้ครับ..

นี่ละครับ1ในภารกิจหลักของวัดพระธรรมกาย
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ
โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อตฺตนา หิ สุทนฺเตน
นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ . . . ฯ ๑๖๐ ฯ

เราต้องพึ่งตัวเราเอง
คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
บุคคลผู้ฝึกตนดีแล้ว
ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้แสนยาก

Oneself indeed is master of oneself,
Who else could other master be?
With oneself perfectly trained,
One obtains a refuge hard to gain

#16 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3579 โพสต์

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 09:44 PM

วิสัชนา เพราะถือว่าคุณธรรมชิโนรส ไม่เคยมาวัด เพิ่งเข้ามาในเว็บและเนื้อหาที่โพสต์คงคัดมาจากสื่อ วารสาร หรือผู้เคยมาวัดบางท่านเท่านั้น
อ่านกระทู้ที่ตั้งไว้ ขอชมนะ ว่าคุณเป็นคนสุภาพ ใจกว้าง รับฟังความเห็นผู้อื่น และสนใจความเป็นไปของพระพุทธศาสนา

QUOTE
ข้าพเจ้าติดตามงานบุญของธรรมกายมาโดยตลอด แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ ประการหนึ่ง ดังนี้

ก่อนอื่นกระผมขอเรียนคุณธรรมชิโนรสเกี่ยวกับคำว่า"ธรรมกาย"นั้นหมายถึง ผู้มีธรรมในกาย เป็นพระนามอย่างหนึ่งของ พระพุทธเจ้าประโยคนี้อ้างอิงจาก www.dhammathai.org/buddha/g29.php หรือท่านสามารถทำความเข้าใจคำนี้จาก พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ๔. อัคคัญญสูตร
ลักษณะที่ท่านเขียนดังกล่าวดูจะเป็นการแยก แบ่งพวกหรือนิกาย จริงๆแล้วหากท่านใช้คำว่า"วัดพระธรรมกาย"จะดูเหมาะสมกว่า
QUOTE
เวลาธรรมกายจัดงานบุญ ก็ระดมทุนเพื่อสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมให้มีสถานที่ใหญ่โตสวยงามเพื่อรองรับพุทธบุตรจำนวนมาก จึงมีคำถามขึ้นว่า "ธรรมกาย จัดงานบุญเพื่อสร้างแต่วัตถุอย่างเดียวหรือ?

ขอร่วมยืนยันวัตถุประสงค์ของการจัดงานบุญ คือ ให้พุทธบริษัท4 ร่วมกันประกอบกุศลกรรมบท10 ครับ สิ่งปลูกสร้าง พระของขวัญ ล้วนเป็นผลจากการร่วมทำบุญ
QUOTE
และวัตถุต่างๆ ที่สร้างนั้นยังใหญ่โตไม่พอหรือ?

แรกๆผมก็มองว่าทำไมต้องสร้างให้ใหญ่โต หลังๆผมเริ่มรู้ว่าผู้สร้าง มีวิสัยทัศน์มองการไกลมากกว่าที่ผมคาด คือ มีสาธุชนมาแสวงหาบุญ ศึกษาพุทธศาสนามากมาย จนสถานที่ดูคับแคบ จำนวนสาธุชนทุกสารทิศ หลายประเทศ ต่างทวีป ที่มาเป็นเหตุให้ต้องขยายสิ่งปลูกสร้างให้มากขึ้น ซึ่งคุณสามารถมาสัมผัสได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลา
QUOTE
เหตุใดจึงไม่ระดมทุนไปช่วยเหลือผู้คนที่กำลังทุกข์ยาก เช่น คนด้อยโอกาส คนยากจน คนขอทาน คนชรา เด็กกำพร้า คนพิการ วัดยากไร้ สุนัขจรจัด และคนยากไร้อีกมากมายที่ธรรมกายมองข้าม" ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า "ถ้าเราช่วยคนให้พ้นจากสภาวะที่ลำบาก เช่น ช่วยคนจนให้มีงานทำ ช่วยคนพิการให้มีรายได้ ช่วยคนชราที่ขาดลูกหลานดูแลให้มีสุข คนเหล่านั้นเมื่อเขาไม่เป็นทุกข์ เขาจะมีพลังที่จะไปสร้างสรรค์สังคมต่อไป แต่หากสร้างเพียงวัตถุ แม้ใหญ่โตเพียงใด สักวันก็จักพังทะลายตามกฎไตรลักษณ์แห่งพระพุทธองค์ เพราะวัตถุไม่สามารถทำความดีได้ แต่คนทำความดีได้ ด้วยเหตุนี้ ถ้าธรรมกายเปลี่ยนอุดมการณ์ "หันมาช่วยคนให้มากกว่าสร้างวัตถุไม่ดีกว่าหรือ ?" "ยิ่งช่วยคน ก็ยิ่งมีกำลังคนที่จะระดมความดี" "ยิ่งสร้างวัตถุก็ไม่ยั่งยืน"
วัดใช้เงินไปกับการสร้างสถานที่พอหรือยัง? มองเห็นคนลำบากที่กลาดเกลื่อนสังคมไทยบ้างหรือไม่? หรือมองเห็นเพียงเงินจากพุทธบุตรผู้ร่ำรวย ?"

วัดนี้มีอุดมการณ์สร้างคนให้เป็นคนและยังเกื้อกูลทุกระดับครับ เริ่มที่การฝึกตน เจริญภาวนายกระดับจิตใจและเผื่อแผ่ไปยังทิศทั้ง6
- ทิศเบื้องบน ดูแลสมณะ"สร้างพระให้เป็นพระแท้"บำเพ็ญสมณธรรมทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ งานจรได้แก่ การช่วยเหลือพระภิกษุ 266วัดใน 3จังหวัดภาคใต้ ทุก 1เดือน การทอดกฐิน ซึ่งขอยืนยันว่าองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่กระตือรือล้นที่จะช่วยพระใน 3จังหวัดนี้เลย
- ทิศเบื้องหน้า สอนให้ กตัญญู บำรุงดูแลบุพการี บิดามารดาต่างมีศรัทธาต่อพุทธศาสนา
- ทิศเบื้องขวา ฝึกฝนครูผู้สอนธรรมะ คุณครูหลายท่านได้เห็นความสำคัญในสอนธรรมะควบคู่ไปกับวิชาในชีวิตประจำวัน
- ทิศเบื้องซ้าย ให้ความสำคัญของการเป็นกัลยาณมิตร แนะนำสิ่งดีดี จัดงานบุญเพื่อให้ทุกคนตรึกนึกถึงบุญตลอดเวลา
- ทิศเบื้องหลัง สอนให้ผู้ครองเรือนดำรงตนอยู่ในฆราวาสธรรม อยู่ในศีล ในธรรม
- ทิศเบื้องล่าง ทำกิจกรรมนอกสถานที่ให้ชีวิต โค กระบือ ปลาไข่ นก ฯลฯ เป็นประจำ
สำคัญคือคำสอนของพุทธศาสนานั้น ทำให้เรารู้ถึงเหตุที่มาของปัญหาสังคมดังกล่าว และช่วยแก้ไขให้เกิดผลดีในระยะยาว โดยเน้นสอนให้ผู้ตกทุกข์ได้ยากลำบากนั้นมีโยนิโสมนสิการ คือรู้จักวิธีจัด หุงหาอาหาร พึ่งตนเองมากกว่าที่จะรอคอยโชคชะตาหรือคนมาป้อนข้าวให้ไปวันๆนอกจากนี้ทางวัดยังได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ อาทิ ซึนามิ น้ำท่วมภาคเหนือ ช่วยเหลือองค์กรรัฐ มหาเถรสมาคมตามร้องขอ จัดกิจกรรมทางก้าวหน้า เพียงแต่ไม่ต้องการสร้างกระแสให้เป็นข่าวแบบทางโลก
QUOTE
ข้าพเจ้าหวังเพียง อาณาจักรแห่งธรรมกาย จะเป็นอาณาจักรแห่ง "พระผู้ช่วยคน" โดยใช้ธรรมะสู้กับความลำบากของผู้ทุกข์ใจ ไม่ใช่อาณาจักรแห่งความงมงายใช้ปาฏิหาริย์ ล่อลวงเงินญาติโยม หากวันนั้นมีจริง ธรรมกาย ก็จะสมกับความหมายของ "ผู้มีชัยด้วยธรรมะ" โดยแท้

วัดพระธรรมกายเป็นส่วนหนึ่งในศาสนจักร อยู่ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม พระภิกษุ สามเณรแต่ละรูปทำงานหนักฝึกตนอย่างยิ่งยวดสอนธรรมะให้สาธุชนที่มาวัดและที่ศูนย์ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ให้รู้จักพิสูจน์ตามอริยสัจธรรมทุกประการ เน้นการใช้อนุศาสนีย์ปฏิหาริย์นำคำสอนให้เข้าถึงจิตใจของมนุษย์
เรื่องการล่อลวงเงินญาติโยมนั้นท่านอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนนะ เพราะพระเดชพระคุณหลวงพ่อสอนให้เราทำบุญเต็มกำลัง ทั้งแรงศรัทธาและกำลังทรัพย์ ไม่ให้ทำหย่อนหรือเกินกำลัง หากท่านไม่ได้มาเยือนบุญสถานนี้ท่านคงทราบจากข่าวสารซึ่งเป็นข้อเท็จจริง(เท็จ+จริง)เท่านั้น
QUOTE
ขอความกรุณาช่วยตอบข้อสงสัย และแนวทางการทำงานของธรรมกายด้วยครับ

คงจะตอบแบบโดยย่อเท่านี้ ส่วนแนวทางของวัดพระธรรมกายคือแนวทางของพุทธศาสนาโดยมี"โอวาทปาฏิโมกข์ เป็นแม่บท
รบกวนคุณธรรมชิโนรสติดตามแนวทางการทำงานได้ที่ DMC.TV.
เชื่อหรือไม่ โปรดใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

ท่านสามารถเดินทางมาพิสูจน์ เห็นและสัมผัสด้วยตนเอง ขอรับรองครับว่าสิ่งที่ท่านจะประสบนั้น ไม่มีการจัดฉากสร้างภาพ การบังคับหรือการจ้างวาน เพราะความสดชื่นและรอยยิ้มแห่งความสุขที่เกิดนั้นมาจากภายใน

ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
WISH
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#17 light mint

light mint

    ขออนุโมทนาบุญค่ะ

  • Members
  • 1423 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:THAILAND
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 09:58 PM

............................
เมื่อจุดเริ่มต้นของปัญหาของโลก ทั้งอดีตและปัจจุบัน ก็คือ กิเลสในใจมนุษย์
ปัญหาคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคม
ปัญหาอาชญากรรมน้อยใหญ่ ปัญหาความขัดแย้งใช้กำลังประทุษร้ายในครอบครัว ปัญหายาเสพติด สุรา-บุหรี่ ปัญหาคอรัปชั่น ปัญหารับสินบน ปัญหาโกงกัน เบียดเบียนกันของเอกชน ปัญหาสงคราม การใช้ความรุนแรงในสังคมทุกระดับ ปัญหามลภาวะสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ปัญหาความเสื่อมถอยทางวัฒนธรรมเช่นโชว์ลามก พฤติกรรมอันไม่สมควรทางเพศของเยาวชน ทำให้เกิดปัญหาเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้งจำนวนมาก รวมทั้งการแต่งกายไม่มิดชิด ทำให้กระแสสังคมอนาคตมีแนวโน้มของพฤติกรรมล่อแหลมมากขึ้น การขาดความเคารพผู้ใหญ่และบุพการี รวมกับการขาดความกตัญญูรู้คุณของลูกหลานต่อพ่อแม่และผู้เลี้ยงดู ก่อให้เกิดคนชราที่ลูกหลานทอดทิ้ง คนด้อยโอกาส ปัญหาความเกียจคร้าน-อยากรวยทางลัดก็ไปประกอบมิจฉาชีพต่างๆ เป็นปัญหาโจรกรรม ปล้น จี้ เผาไล่ที่ ทำให้มีคนเดือดร้อนหมดตัวเพราะโจรใจบาป

มีผู้ใจบุญรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากจากปัญหาที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
แต่นี่คือปลายเหตุแล้ว ทุกอย่างที่เป็นปัญหาคือท้องก่อนเวลาอันควร ปัญหาลูกหลานใจดำทอดทิ้งบุพการี
นั้นยังไม่ได้ถูกแก้
วันพรุ่งนี้ก็จะมีคนเอาเด็กไปทิ้งอีก มีคนทิ้งพ่อแม่แก่เฒ่ากันอีก เดือนหน้าปีหน้าก็ยังมีอย่างนี้อีกไม่จบสิ้น
เพราะตัว"เหตุ"ยังไม่ได้ถูกแก้ไข

ปัญหาต่างๆ เหล่านี้เกิดจากกิเลสใช่หรือไม่

ขอให้ลองพิจารณาเรื่องๆ นึง
.....................................
ตามท้องถนน หรือตามสถานที่ต่างๆ ลานกลางแจ้ง ที่มีขยะอยู่เกลื่อนทั่วไป
(ยังไม่คิดว่ามีกฎหมายลงโทษเมื่อทิ้งขยะ)
เมื่อคนที่มักง่าย กินตรงไหนก็ทิ้งตรงนั้น ใครๆก็ทิ้ง เด็กผู้ใหญ่ก็ทิ้ง
คนทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง บ้านโน้นก็ทิ้งบ้านนี้ก็ทิ้ง
ถ้าคุณเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด คุณจะแก้ปัญหาคนทิ้งขยะด้วยการไปจ้างพนักงานเก็บขยะสักกี่คน
จะต้องจ้างคนมาเก็บขยะสักกี่คน จึงจะพอ เพื่อเก็บขยะให้ทันกับคนทิ้งที่มีจำนวนมาก

คนเดินไปข้างหน้าเดินไปทิ้งไป ข้างหลังก็เดินตามมาเก็บ ตามเก็บขยะอย่างนี้ไปทุกวัน จะกี่เดือนกีปี ก็เก็บไป
เก็บเช้าสายบ่ายเย็นค่ำดึก ก็ไม่มีหมด เพราะคนทิ้งไม่สนใจหรอกว่าสกปรกหรือเปล่า เพราะใจสกปรกอยู่แล้ว ก็เลยทิ้งขยะลงพื้นได้
คุณซึ่งเป็นผู้ว่าฯ จะต้องเคลียร์พื้นที่ทั้งจังหวัดให้สะอาด ก็ออกกฎหมายห้ามทิ้งขยะ ใครทิ้งก็จับปรับ
คนจะทิ้งขยะ ก็แอบทิ้งตอนไม่มีคนเห็น เพราะเขาทำอย่างนี้เป็นนิสัยไปแล้ว ก็แอบทำจนได้
แอบทิ้งตามซอกกระถางต้นไม้สาธารณะ(อย่างที่ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดประเทศนึงเคยเป็น)
เพราะใจเขา-นิสัยเขามันเหมือนเดิม แม้ออกกฏหมายมามากแค่ไหน

แต่ถ้ามีใครสักคน มาสอนประชาชนที่ชอบทิ้งขยะแบบมักง่ายเหล่านี้ ว่า
"เปลี่ยนนิสัยเถอะ การทำให้บ้านเมืองสะอาดนั้นดีอย่างนั้นอย่างนี้ ปลอดโรค
จะได้เปลี่ยนเอางบกวาดขยะไปพัฒนาชาติด้านต่างๆ ทำให้ชาติดีขึ้นอย่างนี้ๆ "
แล้วประชาชนทั้งเมือง ก็เปลี่ยนมาเป็นประชาชนใจสะอาด กายสะอาด รักความสะอาด ไม่ชอบทิ้งขยะเรี่ยราด
ผู้ใหญ่ก็เป็นตัวอย่างดีๆให้เด็ก ไม่มักง่ายทิ้งขยะสร้างความสกปรก เด็กก็รักดี รักความสะอาดตามผู้ใหญ่
ถามว่า เมื่อคนทิ้งขยะเกลื่อน น้อยลงๆ หรือแทบไม่มีใครมาทิ้งขยะตามถนนหนทาง
คุณก็จ้างพนักงานกวาดขยะน้อยลง (ก็แค่กวาดใบไม้ร่วง) เพราะประชาชนช่วยกันเก็บขยะทั้งเมือง
จะดีกว่า "การจ้างพนักงานกวาดจำนวนพันจำนวนหมื่นคน แต่เมืองก็ยังไม่สะอาด" ไม๊
นี่คือการเทียบเคียง เรื่องการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
..............................

วัดพระธรรมกาย...
สร้างวัด
สร้างพระ ให้เป็นพระ (พระแท้)
สร้างคน ให้เป็นคนดี

พระท่านสั่งสอนคนให้สร้างกุศล กุศลกรรมบถ 10 ตามที่มีบัญญัติไว้ในพระไตรปิฎก
สอนประชาชนให้ละชั่ว ทำดี ทำจิตให้ผ่องใส
สอน-สร้างคนให้ดี จากคนมีศีลไม่ครบ ก็ให้รักษาศีลให้บริบูรณ์
พัฒนาคนให้เป็นคนรักความดี สร้างบุญต่างๆ ทั้งการทำทาน การขวนขวายในกจการงานบุญ
พัฒนาเป็นคนที่เกรงกลัวบาป ไม่ให้ไปทำความชั่วอีกเด็ดขาด
สอนให้คนนั่งสมาธิ ทำจิตให้ผ่องใส เมื่อจิตผ่องใส ไม่เศร้าหมอง ก็เกิดความสว่างแห่งจิต จึงเกิดปัญญาทางธรรม มีใจเมตตาสรรพสัตว์ อยากให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์ ใจไม่กระด้าง มีใจอ่อนโยน
การฝึกสมาธินี้ก็มีแสดงไว้ในพระไตรปิฎก
คนนึงในครอบครัว มาวัด แล้วเอาสิ่งดีๆจากที่วัด เอาบุญมาฝากคนที่บ้าน สร้างสายใยรักสามัคคีในครอบครัวให้อบอุ่น
คนมาวัดแล้วก็นำคำสอนจากวัด ไปให้สมาชิกในบ้านให้รักความดี เกรงกลัวการทำชั่ว
สร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยธรรมะ
สมาชิกในบ้านมีเพื่อน มีที่ทำงาน ก็แผ่ขยายความดี คำสอนจากธรรมะ จากพระไตรปิฏกไปให้เพื่อนๆ ที่ทำงาน ที่โรงเรียน
สร้างเป็นสังคมที่มีธรรมะ ทำหน้าที่ชาวพุทธที่ดี

การสร้างสิ่งต่างๆ ในวัด สร้างขึ้นตามความจำเป็น และสร้างบูชาพระรัตนตรัย
หากคุณได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของวัดพระธรรมกาย คุณจะเข้าใจว่า
แต่หากคุณยังไม่มีข้อมูลตรงนี้ ขอให้คุณทำความเข้าใจเรื่องการสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ
สาธุชนมาวัดทีละหมื่นคน ทีละแสนคน ...
คือถ้าเอาความดีเป็นที่ตั้งก็ไม่ต้องสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมนอกตัว จะโคลนจะร้อนแค่ไหนก็ไม่หวั่น
แต่ถ้าจะชวนเพื่อนที่ทำงาน หรือญาติผู้ใหญ่ให้มานั่งตากแดดร้อนๆเป็นชั่วโมง คุณว่าจะชวนง่ายหรือยากแค่ไหน

คนสมัยนี้ วันหยุดใครๆ ก็เดินเข้าห้างสรรพสินค้ากัน ไปคาราโอเกะ ไปร้านอาหาร ไปเที่ยวชายทะเล มีสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่เข้าวัด
คนที่เดินเข้าห้างสรรพสินค้า โอกาสที่จริยธรรมศีลธรรมความประพฤติจะดีขึ้นมีไหม ก็อาจมีนะ
แต่หากพาคนมาเข้าวัด ให้พระสอน ให้ธรรมอบรมใจน่ะชัดกว่า
สมมติว่าไปชวนคนในสังคมทั่วไป1พันคน ถ้ามานั่งกลางแดด นั่งแช่โคลนเป็นชม.เพื่อเอาบุญ ก็อาจมาวัดสักหลักสิบคน ที่ใจรักกุศลมากพอ
แต่ถ้าสถานที่พร้อม มีส้วมเพียงพอ สะอาด มีหลังคา มีที่จอดรถมากพอ ไม่ต้องกลัวรถติดหล่มหรือรถหาย มีน้ำสะอาดให้ดื่ม ฯลฯ
ไปชวนคนในสังคมทั่วไปมา1พันคน โอกาสคนจะมาวัด ก็มาได้มากขึ้น คุณว่าจริงไหม

คนที่มาวัดเดี๋ยวนี้มีทุกเพศทุกวัย เป็นเด็กบ้าง ผู้ใหญ่บ้าง ชราบ้าง สุขภาพแข็งแรงบ้าง ไม่แข็งแรงบ้าง
ใจคุณจะให้เขามานั่งกลางดินกลางทรายที่เป็นเนินเป็นโคลนขณะประกอบพิธีกรรมหลายๆ ชั่วโมง

กิจกรรมต่างๆ ที่มูลนิธิธรรมกาย เพื่อสังคม มีมากมาย "เพียงแต่มีทั้งคนเห็น และคนที่ไม่เห็น ว่ามีกิจกรรมใดๆ อีกบ้าง"
"การที่ใครยังไม่เห็น ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มี "
(เช่น ใครสักคนเขาก็มี คุณตาของปู่ทวดของเขา เพียงแต่เขาไม่เคยเห็นหน้าเท่านั้น และเขาอาจไม่รู้จักชื่อนามสกุลคุณตาของปู่ทวดด้วย)
วัดพระธรรมกายไม่ได้อยู่โดดเดี่ยววัดเดียวในประเทศไทย
วัดต่างๆ ในประเทศไทยก็มีกิจกรรมร่วมกันกับวัดพระธรรมกาย ดังที่มีท่านอื่นเล่าให้ฟังบ้างแล้ว
กิจกรรมที่เด่นๆ เช่นสังฆทาน 3,000 วัด และยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมาก

วัด ไม่ใช่โรงพยาบาล ดังนั้น จุดประสงค์สำคัญที่สุดของวัดก็คือการเป็นวัด มุ่งสอนธรรมแก่ประชาชน พ้นทุกข์ไปพระนิพพาน
แต่หากยังมีประชาชนอีกมาก ที่รักบุญ และยังจะต้องอยู่ในวัฎสงสารต่อไป เขาเหล่านั้นก็ต้องมีบุญเพื่อไว้ใข้ในการดำรงชีวิตในวัฎฎะต่อไป ก็สร้างบุญกุศลเพื่อเป็นเสบียงใช้ในชีวิตภพนี้และภพหน้า (และภพต่อๆไปอีกไม่รู้นานแค่ไหน)
เรื่องการสร้างบุญมีในพระไตรปิฎก เรื่องอานิสงส์ก็มี มิได้อ้างกันลอยๆ
ขออนุโมทนาบุญนะคะ สาธุ


#18 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 10:01 PM

QUOTE
เหตุใดท่านพุทธทาสจึงเป็นบุคลสำคัญของโลก" และธรรมกายจะใช้ธรรมะให้เป็น"ศูนย์กลางของโลก"ไม่ได้บ้างหรือ

................................................
ธรรมของหลวงพ่อพุทธทาศ ผมศรัทธาท่านครับท่านเป็นพระปฎิบัติดีปฎิบัติชอบ
แต่คำสอนท่านบางหัวข้อสุขุม ลุ่มลึก ไม่สามารถเอาไปอธิบายให้หลานๆ
หรือเด็กๆเข้าใจ และปฎิบัติได้ง่าย ขนาดผมบางอย่างยังสงสัยครับ

ส่วนธรรมกายนั้น แนวทางสอนอบรมธรรม ก็ง่ายๆ สบายๆ ครับ
เพราะผู้ที่มาวัดพระธรรมกายมีเป็นจำนวนมากหลายแสนคนและส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดก็มีชีวิตที่ดีขึ้น
มีครอบครัวที่อบอุ่นมีความสุขขึ้น มีหลายคนมาเล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนพ่อบ้าน
ชอบกินเหล้าเมามาแล้วอาละวาด ทะเลาะทุบตีแม่บ้านเสมอ หลังจากเข้าวัดแล้วก็เลิกเหล้า

รักลูกรักเมีย ตั้งใจทำงานครอบครัวอบอุ่นมีความสุข บางทีเคยเจ้าชู้ก็เลิก
บางครอบครัวลูก ที่เคยเกเร หลังจากได้รับการอบรมจากวัดก็ได้คิดรู้ถึงคุณของพ่อแม่จึงกลับตัวกลับใจ
ตั้งใจเรียนหนังสือเป็นเด็กดี พ่อแม่ก็ดีใจมาก มีตัวอย่างทำนองนี้มากมาย

มีบางส่วนที่สื่อมวลชนยกกรณีครอบครัวมีปัญหาเพราะวัดขึ้นมากล่าวนั้น
สามีภรรยาเขาอาจจะมีความขัดแย้งกันอยู่แล้ว
ในหลายๆ เรื่อง แล้วก็เลยโทษว่าเป็นเพราะวัดเป็นต้นเหตุ (อันตรายมากครับ)

ก็คงจะเป็นข้อสรุปที่บิดเบือนไม่ตรงกับความเป็นจริง หนังสือพิมพ์ที่โจมตีก็ได้แก้ไขข่าวแล้ว (ตัวเล็กๆ)
ดังนั้น ท่านธรรมชิโนรส ต้องดูภาพรวมด้วยใจที่เป็นธรรม ด้วยครับ

เหตุนี้แล้ว ถ้าโครงการของวัดพระธรรมกาย เช่น โครงการเทเหล้า เผาบุหรี่
คนเลิกดื่มเหล้ากันทั้งโลก เลิก สูบบุหรี้ เลิกอบายมุข 6
เป็นนักเลงสุรา เป็นนักเลงนารี พาชี(ขี่ม้า) เกียจคร้าน กีฬาบัตร การพนันทุกชนิด

ไม่มีคนพาลคนหลง ชอบเตร็ดเตร่ดูการละเล่น อันเป็นแหล่งกำเนิดของมาร

"ธรรมกายจะใช้ธรรมะให้เป็น"ศูนย์กลางของโลก" ชัวร์ที่สุด แน่นอนที่สุดครับ

ผมก็เป็นฟันเฟืองตัวเล็กๆๆๆๆ ที่ช่วยวัดพระธรรมกายครับ เพราะผมอยากได้บุญ ครับ

วัดพระธรรมกาย ก็จะเป็นศูนย์กลางแห่งความดี ของโลกและจักรวาล นี้ ตามที่ ท่านธรรมชิโนรส ต้องการ และผม และ คนดีๆทั้งโลก เทวดา พรหม ก็จะสรรเสริญ ครับ smile.gif




ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#19 คนรักวัด

คนรักวัด
  • Members
  • 626 โพสต์

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 10:32 PM

ดูกรอานนท์
ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน
เป็นเหตุก่อความรัก ก่อความเคารพ
เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน เพื่อไม่วิวาทกัน
เพื่อความพร้อมเพรียงกัน
เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนี้มี ๖ อย่าง
๖ อย่างเป็นไฉน

ดูกรอานนท์
ภิกษุในธรรมวินัยนี้
มีกายกรรมประกอบด้วยเมตตา
ปรากฏในเพื่อนร่วมประพฤติพรหมจรรย์
ทั้งในที่แจ้ง ทั้งในที่ลับ
นี้คือธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน
เป็นเหตุก่อความรัก ก่อความเคารพ
เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน เพื่อไม่วิวาทกัน
เพื่อความพร้อมเพรียงกัน
เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ประการหนึ่ง ฯ

ดูกรอานนท์
ประการอื่นยังมีอีก
ภิกษุมีวจีกรรมประกอบด้วยเมตตา
ปรากฏในเพื่อนร่วมประพฤติพรหมจรรย์
ทั้งในที่แจ้ง ทั้งในที่ลับ
นี้ก็ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน
เป็นเหตุก่อความรัก ก่อความเคารพ
เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน เพื่อไม่วิวาทกัน
เพื่อความพร้อมเพรียงกัน
เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ฯ

ดูกรอานนท์
ประการอื่นยังมีอีก
ภิกษุมีมโนกรรมประกอบด้วยเมตตา
ปรากฏในเพื่อนร่วมพรหมจรรย์
ทั้งในที่แจ้ง ทั้งในที่ลับ
นี้ก็ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน
เป็นเหตุก่อความรัก ก่อความเคารพ
เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน เพื่อไม่วิวาทกัน
เพื่อความพร้อมเพรียงกัน
เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ฯ

ดูกรอานนท์
ประการอื่นยังมีอีก
ภิกษุมีลาภใดๆ เกิดโดยธรรมได้แล้วโดยธรรม
ที่สุดแม้เพียงอาหารติดบาตร
เป็นผู้ไม่แบ่งกันเอาลาภเห็นปานนั้น
ไว้บริโภคแต่เฉพาะผู้เดียว
ย่อมเป็นผู้บริโภคเฉลี่ยทั่วไป
กับเพื่อนร่วมประพฤติพรหมจรรย์ผู้มีศีล
นี้ก็ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน
เป็นเหตุก่อความรัก ก่อความเคารพ
เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน เพื่อไม่วิวาทกัน
เพื่อความพร้อมเพรียงกัน
เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ฯ

ดูกรอานนท์
ประการอื่นยังมีอีก
ภิกษุถึงความเป็นผู้เสมอกันโดยศีล
ในศีลทั้งหลาย ที่ไม่ขาด ไม่ทะลุ
ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไท
อันวิญญูชนสรรเสริญ
อันตัณหาและทิฐิไม่แตะต้อง
เป็นไปพร้อมเพื่อสมาธิ เห็นปานนั้น
กับเพื่อนร่วมประพฤติพรหมจรรย์อยู่
ทั้งในที่แจ้ง ทั้งในที่ลับ
นี้ก็ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน
เป็นเหตุก่อความรัก ก่อความเคารพ
เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน เพื่อไม่วิวาทกัน
เพื่อความพร้อมเพรียงกัน
เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ฯ

ดูกรอานนท์
ประการอื่นๆ ยังมีอีก
ภิกษุถึงความเป็นผู้เสมอกันโดยทิฐิ
ในทิฐิที่เป็นของพระอริยะ
อันนำออก ชักนำผู้กระทำตาม
เพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ เห็นปานนั้น
กับเพื่อนร่วมประพฤติพรหมจรรย์อยู่
ทั้งในที่แจ้ง ทั้งในที่ลับ
นี้ก็ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน
เป็นเหตุก่อความรัก ก่อความเคารพ
เป็นไปเพื่อสงเคราะห์ เพื่อไม่วิวาทกัน
เพื่อความพร้อมเพรียงกัน
เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ฯ

ดูกรอานนท์
นี้แล ธรรม ๖ อย่าง
เป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน
เป็นเหตุก่อความรัก ก่อความเคารพ
เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน เพื่อไม่วิวาทกัน
เพื่อความพร้อมเพรียงกัน
เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ฯ



มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
เทวทหวรรค สามคามสูตร

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ
โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อตฺตนา หิ สุทนฺเตน
นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ . . . ฯ ๑๖๐ ฯ

เราต้องพึ่งตัวเราเอง
คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
บุคคลผู้ฝึกตนดีแล้ว
ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้แสนยาก

Oneself indeed is master of oneself,
Who else could other master be?
With oneself perfectly trained,
One obtains a refuge hard to gain

#20 m-ss

m-ss
  • Members
  • 108 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:ใกล้บ้าน

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 11:14 PM

อยากให้ลองมาวัดดูก่อน ค่ะ เชิญมาพิสูจน์ด้วยตัวท่านเองดีกว่า..........สาธุ

#21 danaiporn

danaiporn
  • Members
  • 73 โพสต์

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 11:30 PM

ผมอ่านการตั้งกระทู้แล้ว ผมมีแนวความคิดที่แปลกไป
ต้องเข้าใจถึงเหตุของ ผู้ที่กำลังทุกข์ยาก ก่อน เศรษฐี ทุกข์อย่างเศรษฐี ยาจกทุกข์อย่างยาจก อะไรเป็นเหตุแห่งทุกข์กันแน่ ถ้าจะศึกษาสาวไปถึงต้นเหตุแห่งทุกข์ ก็ต้องให้ธรรมะ หรือธรรมทานให้กับคนเหล่านั้น ซึ่ง ทางวัดไม่ได้ห้าม ผู้ที่กำลังทุกข์ยาก ปฏิบัติธรรม นะครับ เมื่อผู้ใดปฏิบัติธรรม ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ไปโดยปริยาย

เรื่องสร้างคน เป็นเป้าหมายหลักอยู่แล้ว ถ้าหากว่า คนมาวัดทีละ พัน ก็ให้ความรู้ ความจริงของชีวิต ได้พันคน มาหมื่น ก็เรียนรู้แค่หมื่น ถ้ามาล้าน ก็เรียนได้ทีละล้าน

ส่วนการทำบุญสงเคราะห์โลก ตามที่คุณกล่าวมา ทางมูลนิธิ ก็ทำเป็นครั้งเป็นคราวอยู่แล้ว แต่ละประเภทบุคคลก็จะมีวิธีการแก้แตกต่างกันอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น คนยากจก ถ้าเราทำให้เขา รู้จัก หา โดยสุจริตและไม่ผิดศีลธรรม รู้จักใช้และรักษาทรัพย์ การรู้จักเลือคบคนดี และ การทำตนสม่ำเสมอ ตามธรรมะของพระพุทธเจ้า แล้วละก็ เขาก็จะหายจนไปเอง ช่วยคนชรา ถ้าไม่ปลูกฝังศีลธรรมให้ลูกหลาน ปัญหานี้ก็จะไม่มีวันหมดไป ลองดูประเทศตะวันตกดูก็ได้

ลองปรับแนวความคิดดูหน่อยดีไหมครับ ลองดูอินเดีย ต่อให้คุณ บริจาค เท่าไหร่ ก็แก้ปัญหาอย่างที่คุณกล่าวมาไม่หมด ยกเว้นแต่สุนัข เพราะว่ามันอดตายหมด

ทุกปัญหามีทางแก้ ถ้าเรารู้จักวิธีแก้ปัญหาครับ



#22 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 11:38 PM

เรียน.ท่านธรรมชิโนรส

ผมขอเรียนเชิญมาให้ได้นะครับ วันที่ 7 กย.49 เป็นบุญใหญ่อัญเชิญ
รูปหล่อทองคำหลวงพ่อวัดปากน้ำประดิษฐาน ที่มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี

ผมขอเรียนเชิญนะครับ ผมจะคอยดูแลเทคแคร์ท่านครับ ติดต่อผมได้นะครับ smile.gif

.......................................................................................................

หลวงพ่อวัดปากน้ำพูดว่า ชีวิตเรามีค่าเท่ากัน แต่ต่างกันที่การบริหาร บริหารผิด ชีวิตก็ไร้ค่า บริหารถูก ชีวิตก็มีคุณค่า บริหารอย่างไรจึงว่าบริหารผิด หากเข้าทำนองว่า "ทางโลกก็เหลว ทางธรรมก็แหลก เหมือนแบกบอน เหลือแต่ กิน นอน เที่ยว สามอันเท่านั้นเอย"


บริหารชีวิตอย่างนี้ ผิดแน่แล้ว แล้วชีวิตของเราจะมีค่าอะไร เพราะเราเอาแต่ กิน นอน เที่ยว เท่านั้น เราไม่ทำประโยชน์อะไรเลย เราไม่เอาอะไรเลย ชีวิตของเราสูญค่าตรงนี้ หลวงพ่อท่านสอนแล้ว อย่าโกงตัวเอง ๑ อย่าทำชีวิตเป็นหมัน ๑ อยู่ที่ไหนให้สงเคราะห์กุลบุตร ๑ เพียง ๓ อย่างนี้ เราไม่เข้าสูตรข้อไหนเลย แล้วเราจะเอาอย่างไรกับตัวเรา นี่แหละคือชีวิตที่ไร้ประโยชน์

คติธรรม คตินิยม การดำเนินชีวิต ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ

คติที่ ๑ อย่าโกงตัวเอง

คติที่ ๒ ให้บริจาคทานและบำรุงการศึกษาเรื่อยไป

คติที่ ๓ ดอกไม้หอมไม่ต้องเอาน้ำหอมมาพรม ฯ

คติที่ ๔ เห็นสิบแล้วเห็นศูนย์ ฯ

คติที่ ๕ ไม่หยุดไม่ถึงพระ ตัวหยุดเป็นตัวสำเร็จ

คติที่ ๖ ผิดศูนย์ผิดทาง ไม่เข้ากลางออกนอก

คติที่ ๗ ขุดบ่อหล่อธารา ขุดตื้นๆ น้ำบ่มี ฯ

คติที่ ๘ รักษ์ร่างพอสร่างร้ายรอดตน ฯ (คำประพันธ์)

คติที่ ๙ เห็นใดฤามาตรแม้นธรรมกาย ฯ (คำประพันธ์)

คติที่ ๑๐ ด้วยความหมั่นมั่นใจไม่ประมาท (คำกลอน)

คติที่ ๑๑ พายเถอะนะเจ้าพาย (คำกลอน)

คติที่ ๑๒ เกิดมาว่าจะมาหาแก้ว พบแล้วไม่กำจะเกิดมาทำอะไร (คำคม)

คติที่ ๑๓ ประกอบเหตุสังเกตผล สนใจเถิดประเสริฐนัก

คติที่ ๑๔ ชีวิตของเราไม่พอแก่การปฏิบัติธรรม

คติที่ ๑๕ ทางโลกก็เหลว ทางธรรมก็แหลก ฯ (คำคม)

คติที่ ๑๖ ถ้าอ่อนให้อ่อนอย่างสำลี ถ้าแข็งให้แข็งอย่างเพชร

คติที่ ๑๗ ขึ้นชื่อว่าโทษแล้ว แม้เท่าปลายผมอย่าให้กระเซ็นถูก ฯ

คติที่ ๑๘ ปูเสฉวนเหมือนกาฝาก ได้แต่อาศัยเขา

คติที่ ๑๙ ผลไม่ดกนกชุมน้ำเย็นปลาชอบอาศัย

คติที่ ๒๐ ไม่สู้แต่ไม่หนี

คติที่ ๒๑ คนจริงไม่กลัว แต่กลัวคนไม่จริง

คติที่ ๒๒ กินคนเดียวไม่พอกิน กินมากคนกินไม่หมด

คติที่ ๒๓ ทำความดีอะไรก็ทำเถิด แต่เรื่องทานอย่าละทิ้ง ฯ

คติที่ ๒๔ วัดปากน้ำไม่มีน้ำมนต์ ไม่มีคาถา มีแต่หยุดในหยุด ฯ


คติธรรม คตินิยมของท่าน ควรแก่การเล่าเรียน

แต่จะเรียนให้สนุก จะอ่านให้บันเทิง ท่านต้องไม่ใจร้อน ควรอ่านให้จบทุกกระทู้ ไม่ควรอ่านแบบครึ่งๆ กลางๆ การจั้งต้นอ่าน ต้องสัญญากับตัวเองว่า เราจะอ่านให้จบให้จงได้



ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ อย่างหลวงพ่อวัดปากน้ำเถิด ครับ smile.gif





ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#23 จงมีสมบัตตักไม่พร่อง

จงมีสมบัตตักไม่พร่อง
  • Members
  • 57 โพสต์

โพสต์เมื่อ 03 September 2006 - 11:43 PM

ยังประโยชน์ตน แล้วจึงยังประโยชน์แก่ผู้อื่น
การปฏิบัติธรรมต้องมาก่อน เป็นการยังประโยชน์ตน
เพื่อที่เราจะได้สามารถยังประโยชน์ให้คนอื่นได้
ซึ่งพอมาถึงจุดนี้ได้แล้ว เราก็จะเป็นได้เหมือนคือสามารถไปพร้อมๆ กันได้

แต่ในจุดแรกนั้นต้องปฏิบัติธรรมมาอันดับหนึ่งก่อน
ไม่เช่นนั้นเราจะทำอันดับสองสามไม่ได้สมบูรณ์เลย

เมื่อคืนไปนอนเฝ้าญาติที่โรงพยาบาล
ตื่นเช้าขึ้นมายืนมองไปรอบๆ ทุกครั้งที่ต้องมาอยู่
ในโรงพยาบาล เคยรู้สึกหดหู่มาก สงสารทุกคน
ที่ต้องมาอยู่ตรงนี้ เพราะคิดว่าเขาต้องทุกข์ทรมาณอยู่แน่ๆ
แต่เช้านี้กลับรู้สึึกอีกอย่างหนึ่ง ทุกคนหรือส่วนมากจะต้อง
มาอยู่ในสภาพนี้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ถ้าเราสามารถรู้เท่าทัน
ความเจ็บปวดทรมาณเหล่านั้น มันก็สามารถบรรเทาได้
หรือไม่เกิดเลยสำหรับจิตใจ สามารถปล่อยให้เป็นเรื่องของ
ร่างกายสังขารไป หรือแม้แต่ผู้ที่อยู่รายรอบผู้คนที่เจ็บป่วย
ถ้าเขาได้ยังประโยชน์ให้ตัวเองแล้ว เขาก็จะสามารถยังประโยชน์
ให้ผู้อื่นได้ คือสามารถช่วยเหลือให้กำลังใจ มีพ่อแม่หลายคน
ที่เห็นความเจ็บป่วยของลูกแล้ว ตัวเองทุกข์หนักเสียยิ่งกว่าลูก
จนไม่สามารถช่วยเหลือลูกได้ เพราะตัวเองอาการหนักกว่าคนเจ็บ
เสียอีก หมดกำลังสติปัญญาจะทำอะไรได้ ได้แต่เศร้าโศกเสียใจ

สรุปแล้วการปฏิบัติธรรมนั้นควรมาอันดับหนึ่งก่อน
เมื่อเราสามารถเข้าถึงธรรมในระดับหนึ่ง เราก็สามารถในการงาน
การดูแลครอบครัวได้อย่างดี ถูกต้อง เมื่อเราเย็นแล้วผู้ที่อยู่ใกล้
ก็จะพลอยได้รับไอเย็นนั้นไปด้ววัดพระธรรมกายมีทั้งสถานที่
และโครงการปฏิบัตธรรมมากมายหลากหลายหลักสูตร
คุณลองไปพนาวัตน์ซัก7วันซิแล้วค่อยมาบอกว่ายังไม่clearตรงไหน

#24 Omena

Omena
  • Members
  • 1409 โพสต์
  • Location:44/5 หมู่ 10 ตำบลหนองอ้อ ถนนเพชรเกษม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี 70110

โพสต์เมื่อ 04 September 2006 - 12:13 AM

QUOTE
1.เร่งสร้างโครงการช่วยเหลือคนให้มากที่สุด ช่วยเหลือสังคม โดยให้งาน"ช่วยสังคม"มากกว่า และยิ่งใหญ่กว่างานบุญ"สร้างวัตถุ"ที่กระทำอยู่ ซึ่งถ้าลองดูรายการต่างๆทางโทรทัศน์ที่สะท้อนความยากลำบากของผู้คน เช่น วงเวียนชีวิต แล้วลองเปรียบเทียบกับงานหล่อพระของธรรมกาย คงจะทราบว่า ควรกระทำสิ่งใดก่อนกัน


เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนพอดูนะคะ
เพราะงานบุญทุกงานเป็นไปเพื่อบูชารพระศาสดาและพระสาวกทั้งนั้น
แล้วขอถามนะคะ ว่าวัดในสายตาของคุณไม่เคยช่วยสังคมเลยหรือคะ
ตามที่ได้ลงภาพให้แล้วก็เชิญดูนะคะ
ที่วัดสร้างงานบุญให่ใหญ่โตก็ไม่ใช่เพราะอะไรเลยค่ะ คนเยอะ งานก็ต้องดี จะให้คนมาแล้วรองรับไม่ได้วัดก็จะโดนว่าอีก เพราะขึ้นชื่อว่าวัดพระธรรมกาย โดนว่าทุกงานเลยค่ะ

การนำเงินไปช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาทางวัดก็ทำมาก แต่จะให้ตัดงานบุญไปก็ไม่ได้ เพราะงานบุญนี่ล่ะค่ะที่รวมคนมาวัด แล้วท่านจะได้เทศน์สอนคน ทำให้คนได้เข้าใจความเป็นจริงของชีวิตมากยิ่งขึ้น การสอนคนให้เป็นคนดีที่โลกต้องการนั้น มีค่ายิ่งกว่าช่วยเหลือคนให้มีกินไปมื้อหนึ่งอีกนะคะ

แล้วถ้าบอกว่าเป็นหน้าที่วัดนี่อย่างเดียวก็ไม่ถูก วัดทั่วประเทศก็มีหลายหมื่นวัด รัฐบาลตั้งแต่ยุคแรกแล้วที่ช่วยเหลือ แต่เพราะอะไรคนถึงยังยากจน ยังมีสุนัขจรจัด
เพราะคนยังไม่มีศีลธรรมพอ ถามค่ะว่าพวกที่จนส่วนใหญ่ติดเหล้า มีเท่าไหร่ซื้อหมด เลยจน มีเงินทุนก็ไม่ยอมลงทุนงาน รอคนอื่นให้ต่อ น้อยคนค่ะที่จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่
เรื่องสุนัขจรจัด ก็ต้องดูอีกค่ะ ถ้าคนมีศีลธรรม มีคนสอนให้เมตตา เขาจะเอาสุนัขมาทิ้งไหมคะ มันเหมือนเอาถังรั่วรองน้ำน่ะค่ะ ชวยเหลือได้ที่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุมันก็ยังสร้างความเดือดร้อนให้ทุกคนอยู่
วัดยากไร้ทางวัดก็ช่วยตลอด ไปถวายปัจจัยภาคใต้บ้าง ชุบชีวิตวัดร้าง ถวายปัจจัยให้กับพระที่ประสบภัยน้ำท่วมเป็นชุดแรกสุดเลยค่ะ คนอื่นเขาไม่ยอมให้พระฉัน เราก็เอาไปถวายให้ แล้วก็ยังไปช่วยเหลือเป็นชุดแรกด้วยค่ะ จำได้ตอนดูข่าวยังขำอยู่เลย เขาลงว่าทางรัฐบาลและองค์กรต่างๆกำลังเตรียมไปช่วย แต่ชุดแรกของวัดไปถึงแล้ว แล้วเราก็ไม่ได้เอาไปกองแบบที่เขาทำด้วยค่ะ เราแจกทีละคน เป็นพระก็ไม่ต้องรอให้ท่านมาต่อแถวหรอกค่ะ (องค์กรอื่นเขาก็ไม่ให้ต่อเหมือนกัน ไล่เลย) เราไปถวายท่านถึงวัด

สร้างพระให้เป็นพระ สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างคนให้เป็นคนดีที่โลกต้องการค่ะ

อย่ามองชาววัดแบบผิดเผินนะคะ คนดีก็มีอีกมาก

QUOTE
2.อย่าปิดกั้นสื่อ DMC แต่เพียงวัดธรรมกาย สมควรให้พระอาจารย์หรือแม่ชีชื่อดัง ผู้อื่นได้ออกช่องนี้บ้าง เพื่อเป็นทางบุญที่หลากหลาย ให้ผู้มีบุญได้ฟังอีกแง่คิดและคติธรรมที่แตกต่างไปบ้าง


ไม่ได้ปิดกั้นเลยนะคะ ถ้าดูครบทุกรายการก็จะเห็นพระของวัดอื่นบ่อยมากๆค่ะ โดยเฉพาะช่วงที่จะมุทิตาสักการะเปรียญธรรม 9 ประโยค ก็มีหลวงพี่หลายรูปเลยท่านมาให้เทศน์ข้อคิดที่ดีมากๆเลยค่ะ ถ้าจะบอกว่าปิดกั้นก็ควรดูก่อนนะคะว่าจริงหรือไม่ ยังมีรายการพิเศษเลยค่ะ คือรายการ"ไปวัดไปวา" ไปเที่ยววัดทั่วประเทศ แล้วแต่ใครจะเสนอให้ไป ลองเสนอวัดข้างบ้านคุณดูสิคะ แล้วจะมีคนไปถ่ายทำรายการออก DMC

QUOTE
3.เร่งชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ อย่าให้เป็นที่กังขาต่อไป ควรใช้โฆษณาทางฟรีทีวีต่างๆ ชี้แจงข้อสงสัยวัดธรรมกาย


ข้อนี้ไม่เห็นประโยชน์เลยค่ะ ถ้าดูคนนอกนะคะว่าเขาว่าวัดอย่างไร
แล้วทางวัดก็ได้ชี้แจงบ่อยแล้ว แต่คนที่อคติก็ยังไม่ยอมค่ะ จะทำข่าวด้านลบให้ถึงที่สุด หาไม่ได้ก็แต่งเอาเอง
หนังสือ เทป มากมายเลยค่ะที่ทำแจกเป็นการแก้ข่าววัด ทั้งคนนอกวัดก็ยังเคยทำข่าวแก้ให้ แต่คนบางคนไม่ฟังน่ะค่ะ เอาข่าวในอดีตมาลงทั้งๆที่ต่อมาหนังสือพิมพ์เขาก็ยอมรับแล้วว่าเขาโกหกกัน
คนไทยน่ะมีข้อเสียคือชอบเรื่องเสีหายของคนอื่น เรื่องดีไม่ค่อยจะยุ่งกัน ลองดูสิคะว่าหนังสือพิมพ์บ้างเราชอบลงข่าวประเภทไหน
หนูเห็นมาแล้วค่ะคนที่โดนหนังสือพิมพ์ลงข่าวตามอารมณ์และเรตติ้ง

QUOTE
4.หยุดใช้ยุทธศาสตร์ความร่ำรวย ล่อใจผู้คนอีกเลย


ชิตังเมค่ะ ผู้ที่ชนะความตระหนี่ได้ ย่อมไม่ต้องจนอีกต่อไป
ไม่ใช่การล่อใจเลยนะคะ แต่พระพุทธองค์ท่านก็ตรัสไว้ว่าผู้ที่รวยเพราะทำทานมามาก
แล้วทานสูตรก็เป็นเรื่องแรกที่ท่านสอน
อยากจะถามค่ะว่าคุณเคยเครียดเรื่องเงินบ้างไหมคะ เคยคิดไหมคะว่าทำไมเราถึงไม่รวยกว่านี้
เพราะเหตุนั้นล่ะค่ะหลวงพ่อท่านถึงสอนถึงบอกให้คนตัดความตระหนี่ได้
ถ้าคุณเคยทำแบบทุ่มสุดใจแต่ไม่หมดตัวคุณก็จะรู้ค่ะ ความหมายของคำว่าชิตังเมมันลึกซึ้งกินใจมากเลยนะคะ
ถ้าใครที่ไม่เคยทำก็ไม่มีทางรู้ได้หรอกค่ะ

QUOTE
5.ให้โอกาสวัดอื่น โดยเฉพาะวัดยากลำบากที่มีอยู่มากมาย ได้มีโอกาสทำบุญบ้าง เพราะมีข้อสงสัยว่า เวลาทำสังฆทานทำไมพระต้องมาจากธรรมกายเท่านั้น


ข้อนี้ได้เสนอไปแล้วค่ะ
แต่ก็ขอเสริมนะคะ คุณครูไม่ใหญ่บอกทุกครั้งก่อนจะถึงวันพระว่าถ้าใครมีวัดใกล้บ้านก็ให้ไปทำบุญแถวบ้าน พุทธบุตรอยู่ข้างบ้านแล้วเราก็ต้องส่งเสริมท่าน ใส่บาตรทุกวัน ไปทำบุญทุกวันพระ แต่ก็อีกล่ะค่ะ ต้องฟังบ่อยๆแล้วค่อนดูว่าท่านสอนอะไรบ้างค่ะ
ลองดูบ่อยๆนะคะ

QUOTE
6.ใช้หลักศาสนาเปรียบเทียบ ไม่ยกย่องแต่เพียงคำสอนเฉพาะพุทธศาสนา ให้โอกาสผู้นักถือศาสนาอื่นได้ทำบุญตามสมควร จัดรายการคุยถึงแก่นธรรมของแต่ละศาสนา


จะให้วัดสอนตามคำสอนทุกศาสนาแบบนั้นถึงแก่นเหรอคะ
ถ้าทำแบบนั้นก็ได้ แต่จะขัดกับความเป็นพระ เพราะพระต้องสอนแต่เรื่องที่จริงตามพระพุทธศาสนาค่ะ
แล้วถ้าหากเอามาเปรียบกันหมดก็จะกลายเป็นก่อสงครามระหว่างศาสนา

แต่ถ้าเปรียบข้อดีก็ขอบอกค่ะว่าทำแล้ว
สมาธิเป็นของกลางที่ทุกคนทำได้ ไม่มีศาสนาใดห้าม (ยกเว้นอิสลามของประเทศไทยค่ะที่มีข้อห้ามทำสมาธิแบบอื่นยกเว้นแบบเขาเอง)
การทำบุญไม่ได้แปลว่าการทำทานนะคะ คนละความหมายกันค่ะ

บุญเกิดได้หลายวิธีค่ะ
คือ

ทาน
ศีล
ภาวนา
ความถ่อมตน
ขวนขวายกิจชอบ
แบ่งส่วนบุญ
ฟังธรรม
แสดงธรรม
อนุโมทนาบุญ
มีสัมมาทิฏฐิ

นี่ล่ะค่ะบุญกิริยาวัตถุ

แล้วเรื่องสถานที่ของวัดนะคะก็สามารถถามทาง msn ได้นะคะ จะสะดวกกว่าค่ะ
หนูเป็นมัคคุเทศก์คนหนึ่งของวัดค่ะ
[email protected] ค่ะ

เมื่อไหร่หนอจะได้พบทหารหาญ
รอตั้งนานผู้ชาญศึกหายไปไหน
บอกจะพบกันครึ่งทางที่กลางใจ
อีกนานไหมจะให้พบช่วยบอกที

สุนทรพ่อ





#25 ธรรมชิโนรส

ธรรมชิโนรส
  • Members
  • 11 โพสต์

โพสต์เมื่อ 04 September 2006 - 01:25 AM

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาตอบข้อข้องใจของผม รู้สึกโล่งอกอย่างยิ่งที่ "วัดพระธรรมกาย" ไม่ได้เป็นอย่างเช่นคนส่วนใหญ่พูดกัน เพราะแท้จริงแล้วยังมีสิ่งดีงามซ่อนอยู่ แต่ไม่มีผู้ใดรู้เห็น หากธรรมกายสอนให้คนเป็นคนดี โดยมิหวังสิ่งใดตอบแทนอย่างแน่แท้ ก็ขออนุโมทนาด้วยใจจริง แต่ก็คงต้องเข้าให้ถึงแก่นธรรมกายด้วยตนเองก็คงจะทราบว่าแท้จริงเป็นอย่างไร

ผมพิจารณาสิ่งที่วัดธรรมกายทำแล้วน่าสรรเสริญมาก จึงสั่งจองจานดาวธรรมไปติดตั้งที่บ้านแล้ว เพราะหวังว่าคงทราบอะไรดีๆมากขึ้น

ผมไม่ศรัทธาธรรมกายอย่างเต็มใจ เพราะคิดว่าสร้างวัตถุโดยไม่คำนึงถึงการช่วยคนทุกข์ยาก แต่เมื่อเห็นว่าธรรมกายกำลังทำอยู่ จึงรู้สึกดีใจและหวังว่าให้สร้างโครงการช่วยเหลือชีวิตคนให้มากขึ้นต่อไป

เป็นกำลังใจให้พุทธบุตรทุกคนนะครับ

แล้วจะก้าวสู่วัดธรรมกายอย่างผู้มีใจเป็นสุข

(หากมีข้อสงสัยอะไร คงจะสอบถามพระอาจารย์ในวัดต่อไป)





#26 Omena

Omena
  • Members
  • 1409 โพสต์
  • Location:44/5 หมู่ 10 ตำบลหนองอ้อ ถนนเพชรเกษม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี 70110

โพสต์เมื่อ 04 September 2006 - 01:27 AM

อนุโมทนาบุญด้วยค่ะที่เข้าใจในที่สุด
สาธุ
สาธุ
สาธุ
เมื่อไหร่หนอจะได้พบทหารหาญ
รอตั้งนานผู้ชาญศึกหายไปไหน
บอกจะพบกันครึ่งทางที่กลางใจ
อีกนานไหมจะให้พบช่วยบอกที

สุนทรพ่อ





#27 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2477 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 04 September 2006 - 01:44 AM

สวัสดี ครับ คุณ ธรรมชิโนรส
ชื่อของคุณ ไพเราะมาก เพียงได้อ่านชื่อของคุณ
รู้สึกเหมือนได้ใกล้พระ ภิกษุ ผู้เป็นทายาทขององค์พระชินสีห์

และคุณ ธรรมชิโนรส ก็ใช้ถ้อยคำที่สุภาพ เปิดใจกว้างพร้อมรับฟังข้อมูลที่แท้จริง
จา่กผู้ที่ได้สัมผัสกับกิจกรรมงานกุศล มาพิสูจน์ ศึกษา มากิน มานอน มาอยู่
ในวัดพระธรรมกายด้วยตนเอง
ไม่ใช่ข้อมูลจากคนที่ไม่เคยมาวัด เพียงแค่ได้ยินใคร เขาว่าอย่างนั้น อย่างนี้
ก็เชื่อโดยไม่ได้พิสูจน์ความจริงด้วยตนเอง

แบบนี้น่าสนทนาธรรมด้วยครับ


ในโลกนี้มีเรื่องอยู่มากมาย
หลายเรื่องไม่น่าเชื่อ แต่ก็เป็นความจริง

หลายเรื่องเป็นความจริง แต่ ไม่น่าเชื่อและไม่มีใครเชื่อ

หลายเรื่องไม่เป็นความจริง แต่คนมากมายก็เชื่อ

คนทำความดีเพื่อชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
แต่ยังมีคนมากมายที่ไม่เชื่อว่าเป็นการทำด้วยความสุจริตใจ

คำถามของคุณ ธรรมชิโนรส ก็มีเพื่อนสมาชิกตอบไปแล้วนะครับ
ส่วนคำตอบที่คุณ ธรรมชิโนรส ได้รับ จะถูกใจคุณหรือเปล่า ก็ยังไม่ทราบ
แต่สิ่งที่สำคัญคือ เป็นคำตอบที่ถูกต้อง ตรงความเป็นจริงนะครับ



คุณ ธรรมชิโนรส พูดถึงวัดสวนแก้ว ทำให้นึกถึงพระราชธรรมนิเทศ

พระพยอม เคยพูดว่า

ถ้ามีเครื่อง ( จักร ) ที่ใส่คนไปแล้วเดินเครื่องพั่บๆๆ

คนออกมาแล้วหมดกิเลสราคาแพงแค่ไหนก็จะซื้อ


นั่นแสดงว่า การเปลี่ยนคนที่แสบ โง่ แล้งน้ำใจ ให้เป็นคนดีของครอบครัว สังคม ของโลก

แม้ต้องใช้จ่ายแพงแค่ไหน ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะทำ

นั่นแหละงานหลักของวัดในพระพุทธศาสนาทั่วโลก

รวมถึงวัดพระธรรมกาย กำลังทำอยู่ แต่ขาดการสนับสนุน

วัดกับรัฐบาล เหมือนกันตรงที่ ต้องรับผิดชอบหารายได้ ด้วยตัวเอง

แต่ต่างกันที่รัฐบาลเรียกเก็บภาษีได้

ส่วนวัด ทำได้เพียงบอกข่าวบุญสาธุชน ใครมีศรัทธา เห็นคุณค่า ก็ทำ ใครไม่ทำ ก็แล้วแต่คุณ

ประเทศไทยมีบุคลากรที่มุ่งพัฒนาวิทยาการทางโลกมีมากมาย ทั้งนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักบริหาร

นักการทหาร นักปกครอง-บ้านเมืองสังคม


อีกทั้งการส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ก็มุ่งเน้นการพัฒนาโลกมากกว่าการพัฒนาจิตใจของคนในประเทศ

สิ่งเหล่านี้ใช้งบประมาณแต่ละปีของชาติไปลงทุนมากมาย

ในขณะที่บุคลลากรที่มุ่งพัฒนาจิตใจและศีลธรรมคือ ภิกษุ สามเณร ไม่ได้ส่งเสริมให้เพิ่ม

เมื่อเทียบกับประชากรที่ขยายเพิ่มขึ้น

และงบประมาณการพัฒนาเพื่อจิตใจและศีลธรรมก็น้อยนิดเมื่อเทียบกับการทางโลก
...

รู้สึกยินดีที่คุณ ธรรมชิโนรส ติดตามงานบุญของธรรมกายมาโดยตลอด
แต่ก็ไม่ทราบว่าติดตามแบบไหนครับ

1 ) แบบติดตามข่าวทางสื่อสารมวลชน , network
2 ) ฟังคนที่เคยไปวัดแล้วชอบ
3 ) ฟังคนที่ไม่เคยไปวัด ชอบแต่กล่าวหาวัดไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ได้ข้อมูลอีกแบบ

หากคุณธรรมชิโนรส อยากรู้จริงว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาสังคมแบบยั่งยืนและอื่น
ขอเชิญมาศึกษาด้วยตนเองเถิดครับ
จะยิ่งดีมาก หากมาบวชพระสัก 1 พรรษา จะได้เห็นภาพแท้จริงและสิ่งที่วัดพระธรรมกาย
กำลังทำอยู่จากมุมมอง insider

อย่างน้อยวันที่ ๗ กันยายน ศกนี้ขอเชิญคุณธรรมชิโนรสและคนที่คุณรัก มาตรวจสอบด้วยตนเองนะครับ


แต่ไม่ควรคาดหวังให้ถูกใจคุณซะทุกอย่างนะครับ
เพราะแนวทางการแก้ปัญหาสังคมก็มีอยู่หลายหลายแนวทาง

แนวทางแบบลัทธิคอมมิวนิสต์ ก็แบบหนึ่ง

แนวทางแบบประชาธิปไตยก็อีกแบบ

แม้แนวทางแบบระบอบประชาธิปไตยเอง
แต่ละพรรคยังมีนโยบายแตกต่างกันเลยครับ

เช่นกัน
แนวทางการแก้ไขปัญหาสังคมแบบยั่งยืนของวัดพระธรรมกาย อาจแตกต่างจากแนวคิดที่คุณถูกใจบ้าง
แนวทางการขยายพระธรรม อาจแตกต่างจากแนวคิดที่คุณถูกใจบ้าง
แนวทางการบอกข่าวบุญ การสร้างทานะ ปริจาคะ อาจแตกต่างจากแนวคิดที่คุณไม่คุ้นเคยบ้าง

แต่วัดพระธรรมกายก็ดำเนินตามโอวาทปาฏิโมกข์มาตลอด


มีพุทธภาษิตมาฝากครับ

กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ
กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ
กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ
กิจโฉ พุทธฺานมุปฺปาโท . . . ฯ ๑๘๒ ฯ


การเกิดเป็นมนุษย์ ได้มาโดยยาก
ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย เป็นอยู่ลำบาก
การฟังธรรมของสัตบุรุษ หาได้ยาก
การเกิดขึ้น แห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย หาได้ยาก


Hard is it to be born as a man,
Hard is the life of immortals,
Hard is it to hear the Truth Sublime,
Hard as well is the Buddha's rise

สพฺพปาปสฺส อกรณํ
กุสลสฺสูปสมฺปทา
สจิตฺตปริโยทปนํ
เอตํ พุทฺธาน สาสนํ . . . ฯ ๑๘๓ ฯ


ไม่ทำความชั่วทุกชนิด
ทำแต่ความดี
ทำใจให้ผ่องใส
นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย


Abstention from all evil,
Cultivation of the wholesome,
Purification of the heart;
This is the Message of the Buddhas.


ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา
นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา
น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี
สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต . . . ฯ ๑๘๔ ฯ


ขันติคือความอดทน เป็นตบะอย่างยอด
นิพพาน ท่านผู้รู้กล่าวว่าเป็นยอด
ผู้ที่ยังทำร้ายผู้อื่นอยู่ ไม่จัดว่าเป็นบรรพชิต
ผู้ที่ยังเบียดเบียนคนอื่นอยู่ ไม่จัดว่าเป็นสมณะ


Forbearance is the highest ascetic practice,
'Nibbana is supreme'; say the Buddhas.
He is not a 'gone forth' who harms another.
He is not a recluse who molests another.


อนูปวาโท อนูปฆาโต
ปาฏิโมกฺเข จ สํวโร
มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ
ปนฺตญฺจ สยนาสนํ
อธิจิตฺเต จ อาโยโค
เอตํ พุทฺธาน สาสนํ . . . ฯ ๑๘๕ ฯ


ไม่ว่าร้ายใคร
ไม่กระทบกระทั่งใคร
ระมัดระวังในปาติโมกข์
บริโภคพอประมาณ
อยู่ในสถานที่สงัด
ฝึกหัดจิตให้สงบ
นี้คือคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย


To speak no ill,
To do no harm,
To observe the Rules,
To be moderate in eating,
To live in a secluded abode,
To devote oneself to meditation -
This is the Message of the Buddhas.


ขอให้บุญรักษา พระธรรมคุ้มครอง คุณธรรมชิโนรสและครอบครัว

ไฟล์แนบ

  • แนบไฟล์  jd41_12.jpg   44.01K   64 ดาวน์โหลด

ใจหยุดที่สุดแห่งบุญ มุ่งสู่ที่สุดแห่งธรรม

#28 บุญโต

บุญโต
  • Members
  • 2192 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • Interests:ปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 04 September 2006 - 08:21 AM

สาธุ สาธุ สาธุ...กับทุกท่านค่ะ
อ่านแล้วซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง

#29 tnawut

tnawut
  • Moderators
  • 2398 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:Laksi
  • Interests:Internet, Computer, Electronic, Security, Merit, Meditation, อินเตอร์เน็ต, คอมพิวเตอร์, ทำบุญ, ปล่อยปลา, บูชาเจดีย์, ฝันในฝัน, DOU, หมู่บ้านปฏิบัติธรรม, บวช, บรรพชา, Web, CU, Chula

โพสต์เมื่อ 04 September 2006 - 08:32 AM

ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ

#30 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1766 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

โพสต์เมื่อ 04 September 2006 - 09:30 AM

ขอแนะนำให้คุณธรรมชิโนรส ได้โปรดกรุณาวางใจเป็นกลางไม่โอนเอียงไม่เคลือบแฝงด้วยอคติ แล้วอ่านความคิดเห็นและคำตอบทุกๆข้ออย่างละเอียดด้วยครับ

และไม่เพียงแต่ในกระทู้นี้เท่านั้นนะครับ ขอแนะนำให้มองวัดพระธรรมกายให้ละเอียดกว่านี้อีกมากๆนะครับ ปัญญาชนและคนระดับผู้นำที่มีสติปัญญา ทั้งหลาย แม้แต่เลขา UN ยังยอมรับองค์กรเรา องการอณามัยโลกก็ถวายรางวัลหลวงพ่อเพราะอะไรหรือ ก็เพราะเขามองเราอย่างละเอียด และใช้วิจารณญาณอย่างผู้มีสติปัญญาไตร่ตรองไคร่ครวญ ว่าเรากำลังทำอะไร อย่างไร ที่ไหน เมื่อไหร่ มิใช่มองแต่เพียงเผินๆผ่านๆเหมือนคนที่ไม่ใช้สติปัญญาพิจารณาอะไรเลยครับ