ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

เรื่องเล่าวันเข้าพรรษา 2556 (รวม)


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 21 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 24 July 2013 - 06:35 PM

ปฐมเริ่มพรรษาแห่งการบรรลุธรรม
 
560723-1.jpg 
ปฐมเริ่มพรรษาแห่งการบรรลุธรรม
     วันนี้เป็นวันเข้าพรรษาวันแรก เราตั้งใจว่า พรรษานี้จะให้เป็น พรรษาแห่งการบรรลุธรรม พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ นี่คือสิ่งที่เราตั้งใจเอาไว้ เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นวันแรก เราจะต้องเริ่มต้นกันให้ดีนะ

     การจะเห็นพระภายในก็ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย กำลังพอดี ๆ พอสู้กัน ที่ว่าไม่ยากก็เพราะเรามีพระธรรมกายอยู่แล้วในตัว อยู่กับเนื้อกับตัวของเราตลอดเวลา ไม่ได้อยู่ในป่า ในเขา ในห้วย ในหนอง ในคลอง ในบึง หรือตามดวงดาวต่าง ๆ ก็ไม่ใช่ แต่อยู่ในตัวของเรา ถ้าเราตั้งใจทำความเพียร และทำให้ถูกหลักวิชชา เราต้องเข้าถึงอย่างแน่นอน นี่ไม่ยากตรงนี้
 
     แต่ที่ไม่ง่ายก็คือ ไม่ง่ายสำหรับคนขี้เกียจ ถ้าขี้เกียจเสียแล้วอะไรก็ไม่ง่ายทั้งนั้น ดังนั้นถ้าเราขยัน ทำให้ถูกหลักวิชชา รับรองพรรษานี้เราต้องสมปรารถนากันอย่างแน่นอน เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ต้องถือว่าโชคดีมาก ๆ เพราะเป็นกายที่เหมาะสมที่จะได้ศึกษาความรู้อันยิ่งใหญ่ของชีวิต และทำตัวของเราให้บรรลุเป้าหมายอันสูงสุดได้
 
     สำหรับผู้รู้เมื่อท่านบังเกิดขึ้นแล้ว ท่านเข้าใจแจ่มแจ้งในชีวิตของสังสารวัฏเลยว่า ชีวิตในสังสารวัฏนี้เป็นชีวิตที่มีทุกข์มีภัยมาก เพราะท่านเห็นตลอดหมดเลยใน 31 ภูมิ เห็นด้วยธรรมจักษุและญาณทัสนะอันบริสุทธิ์ของท่าน
 
คำสัญญาที่ถูกลืม

      ชีวิตในปรโลก มีคติ 2 ทาง คือ สุคติ (โลกสวรรค์) และทุคติ (อบายภูมิ) ตอนก่อนจะมาเกิดเป็นมนุษย์ก็มาจาก 2 คติ คือ สุคติกับทุคติที่มาจากทุคติ ก่อนมาก็จะได้รับฟังโอวาทจากท่านพญายมราชว่า “เจ้าจะไปเกิดเป็นมนุษย์แล้วต่อไปจะต้องละชั่ว ทำความดี ทำใจให้ใสถ้าทำตรงกันข้าม ละดี ทำชั่ว ทำใจให้หมอง เดี๋ยวเจ้าก็จะกลับลงมาตรงนี้อีก ซึ่งเจ้าก็รู้แล้วว่ามันทุกข์ทรมานขนาดไหน ตอนนั้นต่างก็รับปากรับคำกันเป็นอย่างดี “ครับผม” “เจ้าค่ะ” สารพัด แต่พอเข้าสู่ครรภ์มารดาเท่านั้น ลืมหมดเลย เพราะถูกเขาบังคับเอาไว้ เกิดมาใหม่ก็มาทำตาม ๆ กันอีก ก็กลับวนลงไปใหม่อีกแล้ว
 
      หรือแม้แต่ผู้ที่ลงมาจากสวรรค์ก็เช่นเดียวกัน ก็จะได้รับฟังโอวาทจากผู้ปกครองภพ ในทำนองว่า “ท่านเทพบุตร ท่านเทพธิดา ลงมาแล้วก็ให้ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทนะ เธอก็เห็นแล้วว่า ชีวิตในสุคติโลกสวรรค์มีความสุข สนุกสนาน น่าบันเทิงเริงรมย์แค่ไหน มีทิพยสมบัติ มีวิมานสวยสดงดงาม มีบริวารคอยบำรุงบำเรอ มีสุธาโภชน์ (อาหารทิพย์) มีการละเล่นให้ความบันเทิงใจ จะไปไหนมาไหนก็มียวดยานอันเป็นทิพย์สะดวกสบาย ได้เห็นแต่สิ่งที่เจริญหู เจริญตา เจริญใจทั้งนั้น ไม่มีซากอสุภะเลย คนแก่ก็ไม่มีให้ดู มีแต่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ดูแล้วบันเทิง ลงไปแล้วนี่ ให้ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ใสจะได้กลับขึ้นมาอีก”
 
     ซึ่งต่างก็รับปากรับคำกันอย่างดี แต่พอลงเข้ามาสู่ครรภ์มารดาเท่านั้นพอตกศูนย์วูบตรงฐานที่ 7 ของมารดา ถูกธาตุหยาบของมารดาห่อหุ้ม พอคลอดออกมาก็ลืมหมดเลย ยกเว้นแต่บรมโพธิสัตว์ที่ท่านสั่งสมบุญบารมีมามากเกิดมาระลึกชาติได้ คือ จำได้ไม่ลืม ก็จะมีสิ่งที่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป เพราะได้สั่งสมบุญมามาก เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ชีวิตในสังสารวัฏมันอันตราย
 
คนเราเกิดมาทำไม

      เมื่อเช้าก็ได้ให้โอวาทพระภิกษุสามเณรว่า เรามาบวชเป็นพระภิกษุสามเณร เพราะเราเห็นภัยในวัฏสงสาร ซึ่งน้อยคนในโลกที่จะเห็น แต่ผู้รู้ท่านเห็น เมื่อเห็นแล้วด้วยมหากรุณาจึงได้นำมาสั่งสอนว่า มาเกิดเป็นมนุษย์แล้วต้องมาสร้างบารมีนะ โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดคือต้องทำพระนิพพานให้แจ้งตรงนี้เป็นหลักสำคัญเลย
 
     ในวัฏสงสารซึ่งมีภัยมากสารพัดภัยเลย ทั้งภัยพาล ภัยจากสัตว์ร้ายของร้าย คนร้าย ภัยธรรมชาติ ภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ภัยจากกิเลสบังคับ และยังมีภัยในอบายอีกเยอะแยะไปหมดเลย มีทางเดียวที่จะรอดได้คือต้องขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้น แล้วไปพระนิพพาน จึงจะหลุดพ้นจากที่เขาบังคับได้ เพราะฉะนั้น การทำพระนิพพานให้แจ้ง จึงเป็นวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ของทุก ๆ คน จะรู้หรือไม่รู้ จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม แต่ว่ามนุษย์ทุกคนในโลกเกิดมาเพื่อการนี้ นอกนั้นเป็นวัตถุประสงค์รองลงมา คือการสร้างบารมี หรือคือการทำความดีนั่นเอง ต้องละชั่ว ทำดี ทำใจให้ใสนี่เป็นหลักของการเกิดมาเป็นมนุษย์ จับหลักตรงนี้ให้ได้
 
     ดังนั้น เรามีทางเลือกทางเดียวที่จะเป็นทางรอด คือ ต้องฝึกใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระธรรมกายในตัวให้ได้พรรษานี้ จึงเป็นพรรษาที่ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเห็นพระ เข้าถึงพระธรรมกายในตัว เราจะต้องขวนขวาย ทำให้เต็มที่เต็มกำลัง ไม่มีใครช่วยเราได้

      นอกจากเราต้องช่วยตัวของเราเอง จะรักกันปานจะกลืนกินแค่ไหน ถึงเวลาต่างก็แยกย้ายกันไป ช่วยกันไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก็ได้แค่เพียงแนะนำ ส่วนการกระทำ เราต้องทำเอง จึงจะหลุดพ้นได้ จะมาไถ่บาปแทน ล้างบาปแทน หรือเอาบาปไปขว้างทิ้งน้ำไม่ได้ ต้องทำเอง ลุยเองอยากมีชีวิตอยู่ ต้องหายใจเอง
อยากจะเห็น ต้องดูเองอยากจะได้ยิน ต้องฟังเอง อยากจะรู้อะไรอร่อย หรือไม่อร่อย ก็ต้องกินเองเพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่ไม่เองเลย มันต้องเองทั้งนั้นเองก็คือ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ
ต้องช่วยตัวของเราเอง มันถึงจะพ้นได้
 
เรามีสิทธิ์เข้าถึงธรรมได้ทุกวัน

      เรามีชีวิตอยู่ไปวันต่อวัน เรามีสิทธิ์ตายได้ทุกวัน คือ ถ้าหายใจเข้าแล้วไม่ออกก็ตาย หายใจออกแล้วไม่เข้าก็ตาย หายใจแล้วไม่เข้าไม่ออกก็ตาย เราตายได้ตลอดเวลานะ อย่าไปกลัว กลัวก็ตาย ไม่กลัวก็ตาย ฉะนั้นยอมรับเถิดว่า เรามีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ ฟังแล้วไม่ใช่ทำให้เฉาชีวิตนะ มันควรจะฉ่ำชีวิตด้วยซ้ำไป เพราะเราก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรมได้ทุกวันเช่นเดียวกัน เรามีสิทธิ์เข้าถึงธรรมได้ทุกวัน ถ้าเราทำก็เข้าถึง ถ้าเราไม่ทำก็ไม่เข้าถึงขึ้นอยู่กับ ทำ หรือ ไม่ทำ ขยันหรือขี้เกียจแค่นั้น

     และเราไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวขอกำลังใจจากใครเลย กำลังใจมากมายมหาศาลอยู่ในตัวเรา ไปเบิกกันมาใช้บ้าง ไม่ต้องเขียม ๆ ใช้ กำลังใจนี่แปลกยิ่งใช้ ยิ่งมี ยิ่งเยอะ นอนอยู่เฉย ๆ จะให้มีเรี่ยวแรงกำลัง มันไม่มี อยากจะมีกำลังกายต้องออกกำลังกายจึงจะได้กำลังกลับมา กำลังใจก็เช่นเดียวกัน ยิ่งใช้ ยิ่งมี ยิ่งเยอะ ใช้มันเข้า ไป ฟรีด้วย ไม่ต้องเสียเงิน ขึ้นอยู่กับเราจะใช้ไหม ใช้แค่ไหน เราก็ได้แค่นั้น เยอะหรือน้อยมันขึ้นอยู่กับเราเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร เวลาขี้เกียจก็ขี้เกียจเอง ไม่มีใครขี้เกียจแทน เวลาขยันก็ขยันเองต้องขยันนั่งทำความเพียร ให้แต่ละวันผ่านไปด้วยความปลื้มปีติใจก่อนนอนก็ต้องให้ปลื้มว่า วันนี้ตั้งแต่ตื่นนอนเราทำความดีอะไรบ้าง ทำการบ้านครบไหม เรานั่งธรรมะเป็นอย่างไร นั่งให้กายเบาใจเบา แม้ไม่เห็นอะไรก็ให้มันเบา ๆ ไว้ก่อน จนกระทั่งใจปลื้มปีติจึงค่อยนอน อย่างนี้เรียกว่า นอนอย่างอริยะ แบบบัณฑิตนักปราชญ์ นอนแบบผู้รู้ นอนแบบผู้ไม่รู้ งัวเงียก็มุดเข้ามุ้งคลุมโปง อย่างนี้ไม่เอานะ

     เพราะฉะนั้น พรรษานี้เริ่มต้นชีวิตใหม่แบบวันต่อวัน ให้เป็นวันแห่งการแสวงหาพระในตัว ซึ่งองค์พระธรรมกายภายในเป็นที่รวมประชุมแห่งบุญทั้งหลายทั้งปวง เป็นเสมือนท้องทะเลแห่งบุญ เหมือนท้องฟ้าเป็นที่รวมของดวงดาว ท้องทะเลเป็นที่รวมของแหล่งน้ำจากห้วยหนองคลองบึง องค์พระ

     ภายในก็เป็นที่รวมแห่งบุญ แห่งสิ่งที่ดีงาม และสิ่งที่เราปรารถนาทั้งหมดไปรวมประชุมกันอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน ท่านอยู่ในตัวของเรา
 
 
14 กรกฎาคม พ.ศ.2546
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

 

เครดิตจาก  http://www.dmc.tv/pa...รบรรลุธรรม.html

 

 

 

 

 

วันนี้เป็นวันที่สองของการเข้าพรรษา : ความมืดเป็นมิตร

ความมืดเป็นมิตร
 
Dhammakaya-_05.jpg 

     วันนี้วันที่ 2 ของการเข้าพรรษา ต้องนับกันไปเป็นวัน ๆ เลย เพราะมีเวลาจำกัดแค่ 90 วันเท่านั้น เพื่อเตือนว่าชีวิตเราผ่านไปแต่ละวันนั้นได้สร้างสิ่งที่ดีได้แค่ไหน ทำให้เราปลื้มปีติภาคภูมิใจไหม ถ้ารู้สึกปลื้มปีติภาคภูมิใจก็ใช้ได้ และเราก็จะได้ไปสรุปกันตอนก่อนจะออกพรรษา ซึ่งเราจะรู้ได้ด้วยตัว เราเองว่า 1 พรรษา ที่ผ่านมานั้นเรามีอะไรดีขึ้น การแก้ไขข้อบกพร่องในแต่ละวัน จะมีผลต่อไปในอนาคตไกล ๆ โน้น
ถ้าเราแก้ไขให้ดีขึ้นทุกวัน ก็จะดีขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าหากไม่แก้ไข มันก็จะค่อย ๆ ตกต่ำกันลงมา
 
      พรรษานี้เป็น พรรษาแห่งการบรรลุธรรม พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ นี่คือความตั้งใจของเรา ฝึกหยุดฝึกนิ่งกันไปเรื่อย ๆ อย่าไปท้อกันเสียก่อน ความมืดภายใน ภายหลังจากที่เราหลับตา นั่นเป็นเรื่องปกติของผู้ที่ใจยังไม่หยุดนิ่ง อย่าไปคิดว่าเป็นอุปสรรค ต้องคิดว่าความมืดเป็นเรื่องธรรมดาเวลาเราหลับตาแล้วพบความมืดก็ต้องทำใจให้เป็นมิตรกับความมืด ให้คิดว่า

     ความมืดเป็นเกลอเป็นสหายของเรา แล้วเราจะอยู่กับความมืดได้อย่างสบายใจโดยไม่หงุดหงิดฮึดฮัดว่า เรานั่งมาตั้งนานแล้วทำไมไม่สว่างสักทีเมื่อเราเป็นมิตรกับความมืด ความมืดก็จะเป็นมิตรกับเรา นี่ก็เป็นเรื่อง
แปลกนะ แต่ถ้าเราฮึดฮัด หงุดหงิด พยายามจะเพ่งขับไล่ความมืดให้ออกไปหรือพยายามจะนึกถึงความสว่าง ทำให้ยิ่งตึงเครียด เพราะทำไม่ถูกหลักวิชชา วิธีที่ถูกต้องคือให้ทำเฉย ๆ นิ่ง ๆ นุ่ม ๆ ละมุนละไม ทำใจสบายๆ อยู่กับความมืดสักพักหนึ่ง เดี๋ยวตัวเราก็จะค่อย ๆ โล่ง โปร่ง เบา สบาย ขยาย แสงสว่างก็จะเกิดขึ้น มันก็เป็นขั้นเป็นตอนไปให้เริ่มต้นทำให้ถูกหลักวิชชา เดี๋ยวเราก็จะกำความสำเร็จล้านเปอร์เซ็นต์เพราะยังไงเราก็ต้องเข้าถึงอย่างแน่นอน ที่เข้าไม่ถึงเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราขยันและทำถูกหลักวิชชา หมั่นตรึก หมั่นนึก หมั่นคิด หมั่นฝึกฝน หมั่นสังเกตไปเรื่อย ๆ มันจะไปส้เราได้อย่างไร เดี๋ยวก็แพ้เรา ฝึกไปเรื่อ ย ๆ อย่างสบาย ๆ แล้วก็ไม่ต้องไปควานหาอะไรในที่มืดเผื่อว่าจะเจอดวงหรือองค์พระ ก็ไม่ต้องถึง ขนาดนั้น นะ ให้ดูเฉย ๆ เพราะดวงกับองค์พระมีอยู่แล้วในตัว เหมือนเราอยู่ห้องมืด ๆ ในห้องเต็มไปด้วยโต๊ะ เตียง ตั่ง ตู้ เก้าอี้ ข้าวของบนโต๊ะมากมายเราเข้าไปในห้องมืด ใหม่ ๆ ยังไม่คุ้น มองอะไรไม่เห็น ทั้ง ๆ ที่โต๊ะ เตียง ตั่ง ตู้ ก็มีอยู่ แต่พอเรายืนนิ่ง ๆ ทำเฉย ๆ สักพัก สายตาเราก็จะค่อย ๆ คุ้นกับความมืด จากมืดมิดก็มามืดมาก จากมืดมากมามืดมัว มาสลัวสาง ๆ พอที่เราจะเห็น ตู้ โต๊ะ เตียง ตั่งได้ พอที่จะค่อย ๆ เดินไปข้างฝาค้นหาสวิตช์ไฟได้
 
      ความมืดภายในตัวก็คล้าย ๆ อย่างนั้น ทำใจเราให้คุ้น กับความมืดภายในด้วยใจที่สบาย ความสบายเท่านั้นจึงจะทำให้เข้าถึงธรรมได้ ความลำบากไม่เคยทำให้ใครเข้าถึงธรรมเลย ต้องอารมณ์สบายอย่างเดียว แม้พระธุดงค์ท่านเข้าป่า เข้าเขา ห้วย หนอง คลอง บึง ต้องเจอกับความทุรกันดารในทุก ๆ ด้านแต่เวลาจะเข้าถึงธรรม เวลาใจจะหยุดนิ่งก็ต้องอารมณ์สบาย ต้องอารมณ์สบายอย่างเดียว ไม่สบายเป็นไม่เห็น แม้เราจะรู้ว่าอารมณ์สบายจะทำให้ใจหยุดนิ่งเข้าถึงธรรมได้ แต่บางคนไม่รู้วิธีการ พยายามไปควานหาอารมณ์สบาย เลยไม่สบาย เพราะมัวไปหาว่าทำอย่างไรถึงจะสบาย มัวแต่ตั้งท่าอยู่ บางทีตั้งเป็นชั่วโมงเลย นั่งท่านั้น ท่านี้
 
      นึกอย่างนั้น อย่างนี้ ที่จริงอารมณ์สบายมีอยู่แล้วนะ แค่เราทำใจนิ่ง ๆ เฉย ๆ เดี๋ยวอารมณ์สบายมาเอง ที่ช้ากันอยู่เพราะมัวไปหาอารมณ์สบาย แล้วมันไม่สบาย อย่าไปควานหาอารมณ์สบาย ให้ทำนิ่ง ๆ เฉย ๆ เดี๋ยวก็มีมาเองทั้งอารมณ์สบาย ทั้งแสงสว่าง ทั้งดวงใส ๆ องค์พระใส ๆ ต้องจับหลักตรงนี้ให้ดี
 
15 กรกฎาคม พ.ศ. 2546

จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

 

เครดิตจาก  http://www.dmc.tv/pa...ืดเป็นมิตร.html


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#2 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3579 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 07:36 AM

เมี๊ยว สาธุ รออ่่านเรื่องเล่าวันที่3 ของการเข้าพรรษา

 

_/I\_


ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#3 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 08:36 AM

เรื่องเล่าวันที่ 3 มาแล้วครับ

 

มืด เมื่อย ฟุ้ง

     วันนี้เป็นวันที่ 3 ของการเข้าพรรษา พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ เวลาเรานั่งหลับตาแล้วมืดเหมือนมองไม่เห็นอะไรเลย เราก็จะมีความรู้สึกว่า ความมืดเป็นอุปสรรคและเป็นปรปักษ์กับใจของเรา แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ เพราะความมืดก็เป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมดาของโลก เหมือนโลกภายนอกก็ต้องมีความมืด มีห้องมืด
 
e1614.jpg
 
     ความมืด คือ สหายของเรา เป็นเกลอของเรา เป็นความมืดที่น่ารัก คิดอย่างนี้แล้วใจเราจะสบาย ไม่ต้องไปนั่งฮึดฮัด เพ่งขับไล่ความมืด เหมือนเราอยู่ห้องมืด ๆ พอเรายืนเฉย ๆ ไม่ช้าสายตาก็จะคุ้นกับความมืด จากมืดมากมามืดมิด มืดมัว มืดสลัว ๆ กระทั่งพอจะมองเห็นวัตถุสิ่งของ โต๊ะ ตู้ เตียง ตั่ง ที่อยู่ในห้องมืด ๆ นั้นได้ แล้วก็มองเห็นว่าสวิตช์อยู่ตรงไหน ไปกดสวิตช์ขับไล่ความมืดไปได้ความมืดภายในก็เช่นเดียวกัน แค่เราทำนิ่ง ๆ เฉย ๆ สบาย ๆ แล้วเราก็จะค้นพบว่า ความมืดจริง ๆ แล้วไม่มีเลย จากมืดมาก มามืดม่วง แล้วก็ไม่ค่อยจะมืด แล้วก็ฟ้าสาง ๆ เดี๋ยวก็แจ้งจางปางกันไปเลยทีนี้อีกข้อที่เป็นอุปสรรค คือ ความเมื่อย บางคนเมื่อยนิดเดียวก็เลิกนั่งแล้ว อย่าลืมว่าเราเป็นมนุษย์ธรรมดาไม่ใช่เทวดา ก็มีเมื่อยเป็นธรรมดา ความเมื่อยนี่แก้ไม่ยาก ไม่เป็นอุปสรรค เมื่อยก็ขยับก็แค่นั้นเองความฟุ้ง คือ ขบวนการของความคิดที่ถูกเก็บสะสมเอาไว้ในดวงใจของเรา จากประสบการณ์ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน ไม่ว่าเราจะทำภารกิจการงานอะไรก็ตาม รวมทั้งเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาแล้ว สิ่งเหล่านี้ถูกเก็บสะสมเอาไว้ในใจ พอถึงเวลาที่เรามานั่งสมาธิ(Meditation) มันจะค่อย ๆ คลี่คลายออกมา เป็นภาพบ้าง เป็นเสียงบ้าง เป็นทั้งภาพทั้งเสียงบ้าง จนกระทั่งเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย คิดว่ามันเป็นอุปสรรคความจริงแล้ว ความคิดกับดวงจิตเป็นของคู่กันตลอดนะ อยู่ในน้ำก็คิดได้ ฟุ้งได้ ไปอยู่ในอวกาศโล่ง ๆ ก็คิดได้ อยู่ตรงไหนก็คิดได้ทั้งนั้น ที่ใดมีความคิด ที่นั่นก็ฝึกจิตได้ ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรเลย

       เราต้องเข้าใจว่าเราหนี 3 อย่างนี้ไม่พ้น แต่เราก็มีวิธีแก้ คือ ง่วงก็ปล่อยให้หลับ เมื่อยก็ขยับ ฟุ้งก็ให้ลืมตาแล้วก็ว่ากันใหม่ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงยุทธวิธี ไม่ช้าเดี๋ยวมันก็หมดไปเอง ใจก็จะค่อย ๆ ใส ค่อย ๆ ละเอียด เดี๋ยวก็หยุดนิ่งดิ่งเข้าไปสู่ภายในได้ ความสว่างก็แจ้งขึ้นมา ในกลางความสว่างเราก็เห็นที่มาของแสงสว่างภายใน แล้วก็จะเห็นไปตามลำดับในสิ่งที่มีอยู่แล้วในตัวของเรา ซึ่งเป็นแผนผังของชีวิต เพราะฉะนั้น ไม่ได้ยากอะไรเลย ความยากอยู่ที่ขี้เกียจตัวเดียวเท่านั้นต้องขยันและทำให้ถูกวิธี ถ้าทำอย่างนี้ได้เดี๋ยวเราจะสมความปรารถนา พรรษานี้จะเป็นพรรษาแห่งความสมหวังคนที่เขาทำได้ เขาก็มีมือ 2 มือ เราก็มี 2 มือ เมื่อเขาทำได้เราก็ต้องทำได้
 
อย่าขังความโกรธ

       บางคนตอนออกจากบ้านไปก็อารมณ์ดี แต่ในระหว่างทางเกิดความขุ่นมัว เพราะไปเจอข้อผิดพลาดของเพื่อนมนุษย์ในระหว่างทางบ้าง ในที่ทำงานบ้าง การทำงานทุกอย่างก็ต้องมีทั้งปัญหา มีแรงกดดัน บวกกับความไม่สมบูรณ์ของเพื่อนมนุษย์ เพื่อนร่วมงาน บางครั้งก็ทำให้เราหงุดหงิดโมโห แล้วเราก็ขังอารมณ์โกรธเอาไว้ทำให้เกิดผลเสียตอนที่มาปฏิบัติธรรม ต้องเสียเวลากว่าจะคลี่คลายความขุ่นมัวความโกรธออกไปได้ก็เกือบหมดไปแล้ว พอนั่งกำลังจะดี พระอาจารย์ก็สัพเพ พุทธาฯ แล้วก็มาโทษพระอาจารย์ อย่างนี้หาควรไม่ เพราะเราไปขังความขุ่นมัวเอาไว้ทางที่ดีเราอย่าไปเก็บความโกรธเอาไว้ ลืมมันไปเสียเถิด ไม่มีอะไรผิดนอกจากความเข้าใจเท่านั้น สิ่งที่เราเห็นกับสิ่งที่เขาเป็นมันอาจไม่ตรงกัน เราเห็นอย่าง แต่สิ่งที่เขาเป็นอีกอย่าง ชีวิตมันเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นปล่อย ๆไป ใจจะได้สบาย เวลามานั่งธรรมะใจจะได้ใสแจ๋ว เห็นองค์พระผุดขึ้นมาทีละองค์ ๆ อย่างง่าย ๆ

16 กรกฎาคม พ.ศ. 2546

จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

 

เครดิต  http://www.dmc.tv/pa...มื่อย-ฟุ้ง.html


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#4 skynoi

skynoi
  • Admin
  • 601 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 08:54 AM

:D



#5 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 26 July 2013 - 10:11 AM

การบวชเป็นภูมิอันยิ่งใหญ่
 
luang-phor-dhammajayo-dmctv.jpg
พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)
 
        วันนี้วันที่ 4 ของการเข้าพรรษา พรรษานี้ชื่อ พรรษาแห่งการบรรลุธรรม พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ เราจะนับกันไปเป็นวัน ๆ ไปเลย เพราะเรามีเวลาจำกัดแค่ 90 วันพระบวชใหม่ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจเป้าหมายของการบวช มักจะชอบดูปฏิทินว่า เหลืออีกกี่วันจะออกพรรษา แสดงว่าท่านยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการบวชเท่าไรนักการบวชเป็นภูมิอันยิ่งใหญ่ เฉพาะสำหรับผู้มีบุญเท่านั้น เพราะการเกิดมาเป็นมนุษย์มีวัตถุประสงค์เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคนในโลกไม่ว่าเชื้อชาติศาสนาและเผ่าพันธุ์ใดก็ตาม ถ้ายังทำพระนิพพานให้แจ้งไม่ได้ ชีวิตของเราก็จะต้องตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมเรื่อยไป ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม ผู้รู้ท่านไปรู้ไปเห็นมาด้วยธรรมจักษุและญาณทัสนะ เห็นว่าในวัฏสงสารมีภัยมาก มีอันตรายมาก แต่ผู้ไม่รู้นี่ ไม่ค่อยจะกลัวกัน หรือผู้ที่สั่งสมอกุศลธรรมล้วน ๆ ก็ไม่ค่อยกลัว ที่ไม่กลัวเพราะไม่รู้ อย่างนี้อันตราย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าไม่ทำพระนิพพานให้แจ้ง ชีวิตก็ยังตกอยู่ในอันตรายมาก ทั้งในปัจจุบันและในอบายภัยในอบาย เรามองไม่เห็น เพราะอวิชชาเข้ามาบังคับครอบงำ แล้วตรึงให้ไปติดกับกะโหลกกะลาสารพัด ทั้งรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ใจก็ยิ่งหมกมุ่นอยู่กับสิ่งเหล่านั้น จึงไม่มีเวลาและอารมณ์ที่จะมาศึกษาความรู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ตรงนี้อันตราย การทำพระนิพพานให้แจ้งจึงมีความสำคัญมากๆ
  
        ครูไม่ใหญ่ต้องตอกย้ำบ่อย ๆ อย่าเบื่อกันนะในคำซ้ำ ๆ ซาก ๆ เหล่านี้เพราะเรามักจะลืมกันอยู่เรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นต้องทำพระนิพพานให้แจ้งแต่โอกาสที่จะทำพระนิพพานให้แจ้งในเพศฆราวาสนั้นยาก ถ้าจะแจ้งได้ต้องอุดมไปด้วยศีล สมาธิ(Meditationปัญญา สามอย่างนี้ทำได้ยากในเพศฆราวาสแต่ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้นะ แต่ทำได้ยากกว่า เพราะฆราวาสต้องทำมาหากิน และมีเครื่องกังวลสารพัดไปหมด เพศนักบวชเป็นเพศที่ปลอดกังวลเพราะไม่ต้องทำมาหากิน ทำแต่ศีล สมาธิ ปัญญาให้เกิดขึ้น มีโอกาสทำหยุดทำนิ่งให้ใจใส ๆ จะได้ไปพระนิพพานได้เร็วเข้า วัตถุประสงค์ของการบวชก็เพื่อการนี้
 
บวชแล้วต้องปฏิบัติธรรม

       ถ้าบวชแล้วไม่ได้ทำสมาธิ ไม่ได้ฝึกใจให้หยุดนิ่ง การบวชนั้นก็ลำเค็ญทุกข์ทรมาน กว่าจะผ่านแต่ละวันแต่ละคืนต้องดูปฏิทินดูแล้วดูอีก เพราะบวชอย่างไม่มีเป้าหมาย แต่ถ้าบวชอย่างมีเป้าหมายก็ดูปฏิทินเหมือนกัน แต่คิดกันคนละอย่าง จะรู้สึกเสียดายวันเวลาว่า เหลืออีกไม่กี่วันก็จะออกพรรษาแล้วทำอย่างไรเราถึงจะหยุดนิ่งได้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว ทำอย่างไรถึงจะทำพระนิพพานให้แจ้งได้ถ้าบวชแล้วไม่ปฏิบัติธรรม ไม่ทำสมาธิ มัวใช้เวลาไปคุยกันเรื่องทางโลก หรือทำกิจคล้าย ๆ กับชาวโลกที่เขาทำกันอยู่ อย่างนี้เสียเวลาบวช บวชก็ไม่เกิดประโยชน์ บวชแล้วต้องปฏิบัติธรรม ฝึกใจให้หยุดนิ่ง ให้ถูกหลักวิชชาเราต้องปฏิบัติธรรมทุกวัน ให้ได้สุขจากสมาธิ ซึ่งเป็นสุขที่แตกต่างจากความสุขทางโลกที่เราเคยเจอ ต้องนั่งแล้วมีความสุข แม้เพียงเล็กน้อยก็จะทำให้เรามีกำลังใจอยากจะนั่งต่อไป และจะเริ่มเห็นคุณค่าของการเป็นนักบวชจากการที่ได้สุขจากสมาธิสุขที่เกิดจากสมาธิ เป็นสุขที่ไม่ซ้ำกันเลย เป็นสุขที่ยิ่งใหญ่ เป็นอิสระกว้างขวางใหญ่โตขึ้นไปเรื่อย ๆ ที่ชาวโลกยากจะเข้าใจ แต่ถ้าหากใครยังเข้าไม่ถึงตรงนี้ก็ยากที่จะเข้าใจ สุขเหล่านี้มีอยู่แล้วในตัวของเราทุกระดับทั้งปริมาณและคุณภาพของความสุข มีอยู่ในตัวเรานี่แหละ ไม่ได้อยู่นอกตัวขึ้นอยู่กับว่าเราจะไปถึงตรงไหน ระดับไหนสุขที่เกิดจากใจหยุดนิ่งในระดับหนึ่ง ก็ลิ้มรสความสุขความเอร็ดอร่อยระดับนั้น ยิ่งหยุดในหยุดหนักเข้าไปอีก สุขในระดับที่ลึกละเอียดและกว้างขวางกว่าที่ไม่ซ้ำกัน รสชาติก็เอร็ดอร่อยเพิ่มขึ้น มันมีวิตามินเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ มีโอชารสในการนั่ง อร่อยจริง ๆ ยิ่งนั่งแล้วมันสว่างไสว หลับตาแล้วไม่มืดเราจะเห็นคุณค่าของการบวช เราจะหวงแหนวันเวลาที่ผ่านไปในเพศนักบวชมากเลย
 
     ถ้าได้สุขที่เกิดจากสมาธิ ยิ่งเห็นพระในตัว พระเห็นพระ อยากให้เวลาในพรรษายืดไปอีกสักล้านปี ความรู้สึกเราจะเป็นอย่างนั้นเลย เมื่อเราเข้าถึงจุดตรงนั้นเพราะฉะนั้น ใครได้มาบวช ควรจะปีติและภาคภูมิใจว่าเรามีบุญมากได้อยู่ในเพศเดียวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นเพศอันบริสุทธิ์ พระองค์ผ่านชีวิตมาทุกระดับแล้วในสังสารวัฏ แล้วก็สรุปบทเรียนของชีวิตว่า ชีวิตนักบวชเป็นชีวิตที่ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด ชีวิตที่ไม่ใช่นักบวชยังไม่ถูกต้อง ยังไปติดกะโหลกกะลา จะรู้ว่าถูกต้องต่อเมื่อเราได้เข้าถึงองค์พระภายในนั่นแหละจะเข้าใจตรงนี้ได้อย่างดี แล้วจะปลื้ม บุญนี้ก็จะเกิดขึ้นกับเรา กับโยมพ่อโยมแม่ เท่ากับจูงโยมพ่อโยมแม่เข้ามาเป็นญาติของพระพุทธศาสนา
 
บุญบวชช่วยพยุงโยมพ่อโยมแม่

        เมื่อเรามาบวช โยมพ่อ โยมแม่ก็จะได้ชื่อว่า เป็นญาติของพระศาสนา คำว่าเป็นญาติของพระพุทธศาสนา นี่สำคัญนะ แม้อดีตยักษิณีที่เคยเป็นมารดาของสามเณรสานุ *ในชาติก่อน ๆ โน้น ยังได้รับการยกย่องจากเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่ที่มีบุญมาก รัศมีมาก ทั้ง ๆ ที่ตัวเป็นยักษิณี และเป็นยักษ์ชั้นล่างด้วย ยังได้รับเกียรติยกย่องหลีกทางให้ เวลาจะมาฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งปกติจะต้องเรียงกันตามลำดับรัศมี ตามกำลังบุญ มีรัศมีมากก็จะอยู่ใกล้ ๆ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า รัศมีลดน้อยถอยลงก็อยู่ถัด ๆ ไป

* มหามกุฏราชวิทยาลัย, “เรื่องสานุสามเณร” พระสูตร และอรรถกถาแปล ขุททกนิกาย
คาถาธรรมบท เล่ม ๔๓, พิมพ์ครั้งที่ ๔ (กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๔๓) ข้อ ๒๓๖,
หน้า ๒๔๕-๒๕๑.

        เพราะฉะนั้น ถ้าหากบวชเป็นพระเป็นเณรแล้วตั้งใจประพฤติดีปฏิบัติชอบ โยมพ่อโยมแม่ก็จะได้ชื่อว่าเป็นญาติพระศาสนา และจะได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ในการฟังธรรม หรือจะไปไหนมาไหนเขาก็จะเปิดทางให้ จะมีการพูดคุยยกย่องว่า นี่เป็นโยมพ่อโยมแม่ของพระรูปนั้น สามเณรรูปนั้น เพราะฉะนั้นบวชเป็นพระเป็นเณรแล้วอานิสงส์ยังไปถึงท่านเหล่านั้นแล้วบุญที่บวชพระลูกชาย สามเณรลูกชาย ยังช่วยพยุงชีวิตของโยมพ่อโยมแม่ไม่ให้ตกต่ำไปมาก หากท่านพลาดพลั้งไปทำบาปอกุศลโดยที่จะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม บุญนี้ก็จะช่วยพยุงท่านทั้งสองเอาไว้ ไม่ให้ไปอบายที่ลึก คือยกให้สูงขึ้น
 
      เพราะฉะนั้น ชีวิตนักบวชจึงเป็นชีวิตที่สูงส่ง เราควรปีติภาคภูมิใจมาบวชแล้วต้องตั้งใจเป็นพระแท้ สามเณรแท้ และตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่เลย
 
ดูเฉย ๆ

       เมื่อบวชแล้วควรทำอย่างไร ปฏิบัติให้ได้เข้าถึงพระ ง่วงก็ปล่อยให้หลับเมื่อยก็ขยับ ฟุ้งก็ลืมตา แล้วก็ว่ากันใหม่ ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ช้าใจก็จะค่อย ๆ ถูกปรับให้เข้าไปอยู่ภายใน จะค่อย ๆ คุ้นกับศูนย์กลางกายไปเรื่อยๆ บางช่วงอาจจะมีแสงสว่างหรือนิมิตเกิดขึ้น คือมีภาพเกิดขึ้นมา ทางซ้ายบ้าง ทางหน้า ทางหลัง ทางล่าง ทางบน จะมาทางไหนก็แล้วแต่ ให้เล่นตัวเอาไว้ ถ้าไม่มาที่ศูนย์กลางกาย ไม่สน เรารักษาใจตรงกลาง พอนิ่งมาใหม่อีกแล้ว ซ้าย ขวา หน้า หลัง ล่าง บน เป็นดวงดาวเล็ก ๆ บ้าง เป็นภาพโน่น ภาพนี่ ภาพอะไรก็แล้วแต่ อย่าไปชำเลืองดู แม้อยากจะดูใจแทบขาด ให้เฉย ๆ นิ่ง ๆ ไว้ถ้าเราเหล่ตาเหลือบไปดู พอไปดูปั๊บ อ้าว หายอีกแล้ว เพราะฉะนั้นให้เล่นตัว ทำเฉย ๆ นิ่ง ๆ ตรงกลาง แม้ตรงกลางมืด ไม่มีอะไรให้ดูก็ตาม เราก็ดูความมืดเอาไว้ ดูเฉย ๆ ทีนี้บางทีภาพมันมากลางท้อง แต่ไม่ใช่ภาพที่เราต้องการ
 
Dhammakaya-Article-3.jpg 
 
     เพราะเราต้องการดวงใส ๆ องค์พระใส ๆ แต่ภาพที่เกิดขึ้นสมมติเป็นภาพต้นไม้ภูเขาเลากา เป็นมด เป็นแมว หรือภาพอะไรเกิดขึ้นก็แล้วแต่ ให้ดูเฉย ๆ นิ่ง ๆ ดูไปงั้น ๆ สักแต่ว่าดู ไม่ต้องไปเพ่ง ไปไล่เดี๋ยวภาพนั้นก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แม้เปลี่ยนไปเป็นองค์พระ จะทำด้วยอิฐ ด้วยหิน ด้วยปูน ด้วยทราย ด้วยโลหะอย่างนั้นอย่างนี้ เดี๋ยวเล็ก เดี๋ยวใหญ่เดี๋ยวหันหน้ามาทางเราบ้าง เอียงข้างบ้าง บางทีหกคะเมนตีลังกาบ้าง ก็ให้ดูเฉย ๆ ดูไปงั้น ๆ ไม่ต้องไปคิดอะไร เหมือนนกบินมาในอากาศ เมฆลอยบนท้องฟ้า เราก็ดูไปเรื่อยๆให้ดีใจไว้เถิดว่า การที่ภาพเกิดแสดงว่าสมาธิเราดีขึ้นไปในระดับหนึ่งแล้ว ใจเราละเอียดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นจึงยังไม่ได้ภาพที่ต้องการ สิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือ ดูไปเรื่อย ๆ อย่างสบาย ๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้นเดี๋ยวภาพนั้นก็จะเปลี่ยนไป จนกระทั่งใจเราหยุดนิ่งได้สมบูรณ์ เห็นดวงเห็นกาย เห็นองค์พระผุดขึ้นมาทีละองค์ ตอนนี้จะมีความสุขมากเลย แล้วความรู้สึกที่อยากจะแบ่งปันความสุขจะเกิดขึ้นเองเลย

ความทุกข์ของผู้ชะล่าใจ

       ใครที่มาถึง ณ จุดตรงนี้ ที่องค์พระผุดขึ้นมาทีละองค์ หรือยังไม่ผุดขึ้นมาก็แล้วแต่ จงหวงแหนสิ่งที่มีคุณค่านี้ให้ยิ่งกว่าชีวิตของเรา เพราะสิ่งนี้จะเป็นที่พึ่งของเรา จะปิดประตูอบาย เปิดประตูสวรรค์ อบายไม่ต้องไปเลย มีแต่สุคติเป็นที่ไป และก็จะมีสุขในปัจจุบันที่ได้เข้าถึงที่ต้องเตือนอย่างนี้ เพราะว่ามีหลาย ๆ ท่าน บุญเก่านำมาให้ถึงจุดที่หยุดนิ่งในระดับที่ผุดขึ้นมาทีละองค์ ก็เลยนึกว่ามันง่าย เกิดความชะล่าใจว่าจะทำเมื่อไรก็ได้ ส่วนมากมักจะเกิดขึ้นกับผู้มาใหม่ ที่ยังไม่เคยปฏิบัติธรรมเลย ใจยังอินโนเซ้นท์อยู่ เรื่องไม่มากเหมือนผู้มาก่อนที่รู้มากก็เลยยากนาน
 
      แต่ทีนี้ผู้มาใหม่พอได้ถึงตอนนี้ มักจะชะล่าใจว่าจะทำเมื่อไรก็ได้ แล้วก็ทอดธุระไม่ฝึกต่อ ไม่รักษา ไม่หวงแหนเอาไว้ ในที่สุดองค์พระที่เห็นก็เลือนหายไปจากใจ แต่จริงๆ ท่านไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ในกลางกายเหมือนเดิมเป็นแต่เพียงใจของบุคคลนั้นถอยหยาบออกมา เพราะในชีวิตประจำวันมีเรื่องที่ทำให้ใจหยาบอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งตื่น ทั้งหลับ ทั้งฝัน มันก็พร้อมที่จะดึงใจเราออกมาตลอดเวลาพอดึงใจออกมาก็หลุดเลย เพราะมัวแต่ไปเพลินทำอย่างอื่น ซึ่งก็ไม่ได้มีความสุขหรอก แต่พอบุญเก่าสะกิดเตือนใจหรือเมื่อเจอกัลยาณมิตรพูดถึงเรื่องที่ตัวเคยได้ หรือไปสะกิดใจ เออ นี่เธอยังเห็นองค์พระอยู่ไหม ให้รักษาไว้นะ เอาล่ะสิ ตอนนี้พยายามจะมองให้เห็น มันก็ไม่เห็นแล้ว เพราะว่าใจไม่ละเอียดเหมือนเดิม มันปนความหยาบความตั้งใจไปโดยไม่รู้ตัว

        นี่คือความทุกข์สำหรับผู้ที่ชะล่าใจ แล้วก็จะพร่ำเพ้อรำพึงรำพันว่าตอนโน้นเคยได้อย่างนั้นอย่างนี้ เวลานั่งทุกทีก็อยากได้ถึงตรงนั้น อยากมาก ๆ เข้าก็เลยไม่สมอยาก ก็เข้าไม่ถึง ดังนั้น ใครได้ถึง ณ จุดตรงนี้ เห็นองค์พระใส ๆ ขึ้นมาแล้ว จงรู้ไว้เถิดว่าเราเป็นผู้มีบุญ ได้เห็นสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิต ให้รักษาและหวงแหนเอาไว้ยิ่งกว่าชีวิต สิ่งนี้จะเป็นที่พึ่งที่ระลึกของเราอย่างแท้จริง นอกจากให้ความสุขและความบริสุทธิ์แล้ว ต่อไปเมื่อเราทำให้คล่อง ให้ชำนาญ ให้ผุดขึ้นมาทีละองค์ จนกระทั่งทำได้ตลอดเวลาเลย เราก็มีสิทธิ์ที่จะไปศึกษาวิชชาธรรมกายในขั้นละเอียด ตั้งแต่ขั้นประถม มัธยม อุดม เตรียมอุดม และอุดมศึกษาเรื่อยไปเลย ซึ่งจะทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวความจริงของชีวิตที่ยังเป็นความลับสำหรับตัวเราจะถูกเปิดเผย
 
        เมื่อถึงจุดที่เราได้ไปศึกษาวิชชาธรรมกายแล้ว เราจะอัศจรรย์ใจตัวเราเองว่า คนอย่างเรานี่ก็เข้าถึงได้อย่างเขาเหมือนกันนะ แล้วก็จากความอัศจรรย์ก็จะเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อก่อนเราก็ทึ่งว่าคนอื่นเขาทำได้ แต่พอเราเข้าถึงจริง ๆ แล้ว และทำจนชำนาญก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา เหมือนเราหายใจเข้าหายใจออกอย่างนี้แหละ ไม่จำเป็นที่จะต้องตั้งใจว่า เดี๋ยวฉันจะเข้า เดี๋ยวฉันจะออก เราก็หายใจตามปกติ หรือเราจะดูอะไรก็แล้วแต่เราก็แค่ลืมตาดู เห็นต้นไม้ เห็นภูเขา การปฏิบัติธรรมก็เช่นกัน พอถึง ณ จุดตรงนั้นแล้ว เราได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระธรรมกายในตัวแล้ว เดี๋ยวเราจะ rewind เทปชีวิตก็ได้มันก็เป็นเรื่องที่อยู่ในวิสัยที่เราทำได้สิ่งนี้มีอยู่แล้วในตัวของมนุษย์ทุกคน แต่มนุษย์ไม่ค่อยเฉลียวใจเลยว่า เรามีสิ่งที่ดี ๆ ที่น่าอัศจรรย์ใจอยู่ในตัวของเรา เพราะฉะนั้นถึงตรงนี้แล้วต้องหวงแหนรักษาไว้ให้ดี รักษาอารมณ์ดีอารมณ์เดียวอารมณ์สบายให้ได้เรื่อย ๆ หมั่นปฏิบัติบ่อย ๆ แล้วความชำนาญก็จะเกิดขึ้นเอง
 
17 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#6 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 27 July 2013 - 02:00 PM

เครื่องมือของพระกับมาร

พระธรรมเทศนาโดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
เข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2546
 

     วันนี้วันที่ 5 ของการเข้าพรรษา จะนับกันไปเป็นวัน ๆ เลย เพื่อที่เราจะได้รู้ว่า ที่เราตั้งใจเอาไว้ว่า พรรษานี้จะเป็นพรรษาที่แตกต่างจากพรรษาที่ผ่านมา คือ พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ ผ่านมาได้กี่วันแล้ว แล้วก็เหลืออีกกี่วัน
 
 
560727-meditation.jpg 
วันนี้วันที่ 5 ของการเข้าพรรษา

     
     แต่ละวันที่ผ่านมานั้น เราได้ตั้งใจทำอย่างที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า ทำจนถึงระดับที่เรามีความปลื้มปีติภาคภูมิใจแล้วหรือยัง แล้วก็ต้องตอกย้ำซ้ำเดิมเป้าหมายชีวิตว่า เราเกิดมาทำไม ก็ต้องฟังบ่อย ๆ ฝนยังตกบ่อย ๆ ชาวนาก็ต้องปลูกข้าวบ่อย ๆ เราก็ยังต้องกินข้าวบ่อย ๆ หายใจบ่อย ๆ เพื่อจะได้ตอกย้ำซ้ำเดิมเป้าหมายชีวิตให้ตรึงแน่นอยู่ในใจเรา จนกระทั่งอะไร ๆ ก็มาสั่นคลอนเราไม่ได้ เหมือนตอกตะปูทีเดียวมันไม่ค่อยมิด ต้องตอกย้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้งถึงจะแน่น
 

     เราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง และมาสร้างบารมีเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง เพราะว่าชีวิตในสังสารวัฏนั้นอันตราย ไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไรก็แล้วแต่ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระราชามหาราช พระราชาธรรมดา พระราชาประเทศราช มหาเศรษฐีของโลก มหาเศรษฐีธรรมดา ชนชั้นกลาง ชั้นล่าง
 

      ทุกระดับเลยล้วนตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมทั้งสิ้น คือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว หว่านพืชเช่นไรได้ผลเช่นนั้น ปลูกถั่วก็เป็นถั่ว ปลูกงาเป็นงา ปลูกถั่วจะไปเป็นงาไม่ได้ ปลูกงาก็เป็นถั่วไม่ได้ ยกเว้นคนตาถั่ว

 
560727-law-of-karma.jpg

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

      ทีนี้เมื่อเราตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม อะไรนิดอะไรหน่อยก็มีผลทั้งสิ้น ซึ่งมันอันตรายมาก กิเลสบังคับให้เราสร้างกรรม กิเลสเป็นกระแสชนิดหนึ่ง เป็นเครื่องมือของพญามารบังคับให้เราสร้างกรรมด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจน้อยบ้าง ปานกลางบ้าง มากบ้าง เมื่อสร้างกรรมแล้วก็มีวิบาก มีผลของการกระทำบาป ซึ่งมีแต่ความทุกข์ทรมานในสังสารวัฏ ทำทีเดียวต้องใช้กันหลายที ใช้ในมนุษยโลก ใช้ในอบายภูมิ ไปเกิดในมหานรกขุมใหญ่ ขุมบริวารยมโลก เป็นเปรต อสุรกายเป็นสัตว์เดรัจฉานแล้วก็วนไปเป็นมนุษย์ ที่มีแต่ความทุกข์ทรมานมาก
 
 
     ของเก่ายังใช้ไม่ทันหมด บังคับให้ทำของใหม่อีกแล้ว และเวลามาเกิดก็ทำให้ลืมว่า เคยทุกข์ยากลำบากเพราะได้กระทำกรรมอย่างนั้นอย่างนี้เอาไว้ แล้วมาเจอของใหม่เข้าไปอีก แถมบดบังไม่ให้เราไปรู้ไปเห็น ให้ลืมของเก่า ไม่ให้รู้เรื่องราวของชีวิต เป้าหมายของชีวิตก็ไม่ให้รู้ กลัวจะรู้ ก็เลยทำให้ไม่รู้


     วิธีที่จะรู้ก็มีประการเดียว คือ ทำใจให้หยุดนิ่ง ให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัว พญามารกลัวมนุษย์ใจอยู่กับเนื้อกับตัว กลัวใจหยุดใจนิ่ง เพราะหยุดนิ่งแล้ว มันสว่างไสว แล้วจะเห็นด้วยธรรมจักษุและญาณทัสนะเกิดขึ้น จึงตรึงมนุษย์ให้ไปติดความอยาก อยากได้ อยากมี อยากเป็น ให้ติดในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ ที่เรียกว่า ธรรมที่ทำให้เนิ่นช้า ช้า คือจะไปพระนิพพานช้าเพราะใจไปติดอยู่ตรงนั้น
 
 
560727-stop.jpg 
 วิธีที่จะรู้ก็มีประการเดียว คือ ทำใจให้หยุดนิ่ง
 

     เพราะเหตุนี้เราจึงจำเป็นต้องทำพระนิพพานให้แจ้ง หรือพูดง่าย ๆ ว่าต้องไปพระนิพพาน ไปพระนิพพานอย่างเดียวจึงจะพ้นจากกฎแห่งกรรม พ้นจากกฎของไตรลักษณ์ได้ ถ้าไม่ไปพระนิพพานยังอยู่ในวัฏสงสาร ล้วนแต่ตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม นี่คือสิ่งที่เราจะต้องตอกย้ำซ้ำเดิมกันบ่อยๆ เป้าหมายรองลงมาก็คือเกิดมาสร้างบารมี เพราะจะทำพระนิพพานให้แจ้งได้ ต้องมีบุญมีบารมีที่จะกลั่นธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ ต้องมีความบริสุทธิ์ถึงจะหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะได้


      กระแสแห่งบุญเป็นเครื่องมือของพระที่จะเอาชนะพญามาร ชนะบาปได้ บาปเป็นเครื่องมือของมาร ดังนั้นก็มีแต่พระกับมาร บุญกับบาป สุคติกับทุคติ ตอนนี้เราเริ่มจับหลักตรงนี้ได้แล้ว เขาแบ่งเป็นพวก ๆ อย่างนี้แล้วบาปเขาก็ขยายมาเป็นความโลภ ความโกรธ ความหลง แตกดอกออกลูกออกผลไป ฝ่ายบุญก็เป็นทาน ศีล ภาวนาเป็นคู่ต่อสู้กัน เขามีสามเราก็มีสาม เขามีละเอียด เราก็มีละเอียด สู้เป็นชั้น ๆ กันไป นี่แหละที่จะต้องตอกย้ำซ้ำเดิมกันบ่อย ๆ ก่อนที่เราจะไปว่ากันเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ซ้ำ แต่ก็เป็นเรื่องที่วนเวียนอยู่เกี่ยวกับเรื่องกฎแห่งกรรมทั้งสิ้นเลย ซึ่งตอนนี้เราปล่อยปละละเลยกัน มัวสนใจแต่เรื่องทำมาหากิน เรื่องสนุกสนานเพลิดเพลิน หลงใหลได้ปลื้มกันไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ กับอบายมุข ไปสนใจในเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ เลยไม่ให้โอกาสตัวเองได้ไปศึกษาความรู้ที่แท้จริง
 
 
560727-boon-2.jpg 

กระแสแห่งบุญเป็นเครื่องมือของพระที่จะเอาชนะพญามาร
 

 
๏๏วัดกันที่หมองกับใส

      บทสรุปของชีวิตไปวัดกันตอนใกล้จะละโลก วัดกันที่ความหมองกับความใส นี่เป็นคำเก่า ๆ แต่ต้องจำ ไม่จำไม่ได้

จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา
จิตเศร้าหมองไม่ผ่องใส ทุคติเป็นที่ไป
จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา
จิตผ่องใสไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นที่ไป
 
560727-bubble.jpg

จิตผ่องใสไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นที่ไป

     จำง่าย ๆ คือ วัดกันที่หมองกับใส ไม่ได้วัดกันที่ฐานะ ไม่ได้วัดว่าใครรวย ใครจน ฉันรวยนะมีเงินเป็นแสนล้านเป็นมหาเศรษฐีของโลก เพราะฉะนั้น ฉันต้องไปสุคติโลกสวรรค์ เธอจนเธอต้องไปอบายก็ไม่ใช่ หรือวัดว่าใครสวย ใครหล่อใครขี้เหร่ก็ไม่ใช่ แต่วัดกันที่บุญกับบาป ความดีกับความชั่วเท่านั้น


     เป็นเรื่องแปลกที่ความรู้ตรงนี้ขาดหายไปช่วงหนึ่ง หลังจากพุทธปรินิพพานไปแล้ว ในระยะหลัง ๆ ชักลืมเลือน มีอะไรใหม่ ๆ มาที่เป็นไฮเทคแล้วก็หวือหวาตามกันไป จนกระทั่งหมดเวลาของชีวิต แล้วก็ไปเจอหมองกับใส แล้วก็มีอบายภูมิกับสุคติภูมิเป็นที่รองรับ ซึ่งชีวิตตรงนั้นยาวนานมาก แต่อบายภูมิยาวนานกว่าสุคติภูมิมาก ซึ่งมันไม่ยุติธรรมเลย


๏๏บุญบาปปรุงแต่ง
 
     ทำบุญครั้งหนึ่งก็ใช้ได้หลายครั้ง ทำบาปครั้งหนึ่งก็เจอกันหลายครั้งเหมือนกัน จะมีอบายภูมิรองรับ มียูนิฟอร์ม มีรูปร่างรองรับภพอบาย รูปร่างที่รองรับก็ตั้งแต่สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย แล้วก็สัตว์นรก จะมีรูปร่างต่าง ๆ พิลึกกึกกือทีเดียว เยอะแยะไปหมด แล้วแต่บาปที่ปรุงแต่งผสมผสานระหว่างความโลภ ความโกรธ ความหลง เหมือนแม่สีสามสี มาผสมกันอย่างละนิดละหน่อยก็ออกมาเป็นสีต่าง ๆ เยอะแยะ บาปอกุศลที่มาผสมผสานกันระหว่าง โลภะ โทสะ โมหะ อย่างละนิดละหน่อยก็ออกมาเป็นรูปร่างของสัตว์นรก รูปร่างของเปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉานสัตว์เดรัจฉานก็มีมากมาย ตั้งแต่สัตว์ใหญ่ สัตว์ปานกลาง กระทั่งสัตว์เล็ก ๆ น้อย ๆ มีรูปร่างมารองรับสุคติภพ ก็มีกายทิพย์มารองรับ กายทิพย์ก็ยังแบ่งออกไปตั้งเยอะแยะ นาค ยักษ์ คนธรรพ์ ภุมเทวา รุกขเทวา อากาศเทวา ชาวสวรรค์ พรหม รูปพรหมรองรับ
 
 
560727-boon.jpg

บุญ บาป ปรุงแต่ง
 

     ใครเป็นผู้กำหนดยูนิฟอร์มและขั้นตอนนี้ ก็บุญกับบาปนั่นแหละ พระกับมารเป็นผู้กำหนดอยู่ฉากหลัง พระก็อยู่เบื้องหลังบุญ มารก็อยู่เบื้องหลังบาปแล้วเวลาที่เขาประกอบรูปร่างขึ้นมาก็เอาบุญกับบาปประกอบนั่นแหละ บุญก็ปรุงในฝ่ายสุคติ บาปก็ปรุงในฝ่ายทุคติ พอมีรูปร่างเขาก็เอาภพมารองรับเหมือนเอาโลกมารองรับมนุษย์อย่างนี้แหละ แต่นั่นเป็นโลกของสัตว์นรก

 
      โลกของเทวดาที่เราเรียกว่า สวรรค์ โลกของผู้ที่ทำบาปเขาเรียกว่า นรกสวรรค์เขาก็มีกิจกรรมของสวรรค์ อบายก็มีกิจกรรมของอบาย แต่พอมาเมืองมนุษย์ซึ่งเป็นชุมทางของสุคติและทุคติมารวมตรงนี้ บุญบาปมันผสมกันปรุงกันในเมืองมนุษย์ แต่ถ้าสุคติภพบุญปรุง ถ้าอบายบาปปรุง ถ้าเป็นมนุษย์บุญกับบาปผสมกันปรุง เพราะฉะนั้นมนุษย์จึงแตกต่างหลากหลายไปตามกำลังบุญบาปเยอะแยะไปหมดเลย แตกต่างกันทั้งเชื้อชาติ ศาสนา เผ่าพันธุ์ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ภาษาต่าง ๆ หลากหลายกันไปหมดเลย เพื่อจะให้มนุษย์สื่อสารกันไม่ได้
 
560727-differtent.jpg

มนุษย์แตกต่างกันตามบุญ บาป 
 
     ในตัวมนุษย์มีทั้งบุญทั้งบาป ดูตัวเราเป็นเกณฑ์ มีทั้งบุญทั้งบาปอยู่ในตัว ตาสวย แต่จมูกขี้เหร่ ปากสวยแต่ฟันคุด ฟันเกเหห่าง นี่แหละความหลากหลายเกิด พอความหลากหลายเกิดขึ้น ความเห็นมนุษย์ก็แตกต่างกันไป และเพราะความแตกต่างจึงทำให้แตกแยก พอแตกแยกทำให้รวมกันไม่ติด อย่างนี้ก็ง่ายสิ แบ่งแยกและปกครอง มารก็จะได้ปกครองง่าย คือ แบ่งแยกมนุษย์ไม่ให้รู้ว่าเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน ให้มีความเชื่อที่แตกต่างกัน แม้แต่สามีภรรยาที่รักกันอยู่ บางทีทำให้ความคิดแตกต่าง แม้แต่ตัวเราเองยังแตกต่าง เช้าคิด
อย่าง สายอย่าง เที่ยงอย่าง บ่ายอีกอย่าง กลางคืนอีกอย่าง ก่อนนอนไม่รู้จะเอาอะไร ที่จริงเป็นคนคิดน้อยไม่ได้คิดมากเลย ทั้งคืนนอนไม่หลับเพราะคิดน้อย คิดอยู่เรื่องเดียววน ๆ อยู่ว่า จะเอาอย่างไร เอากับใคร เอาที่ไหน คิดวน ๆอยู่แค่นี้จนสว่างคาตา นี่ชีวิตมนุษย์เป็นอย่างนี้
 

     เพราะฉะนั้น จึงต้องทำพระนิพพานให้แจ้ง ไม่แจ้งไม่ได้ และมรรคผลนิพพานอยู่ในตัว เราก็ต้องให้โอกาสตัวของเราแสวงหามรรคผลนิพพานดยวิธีหยุดนิ่งเฉย
 
 
๏๏อย่าประมาท ชะล่าใจ
 
     บางคนปฏิบัติธรรมได้ง่าย พอหลับตาไม่ได้คิดอะไรเลย ใจมันนิ่ง ๆ เฉย ๆ บุญเก่าได้ช่องสอดละเอียดก็เข้าถึงสิ่งที่มีอยู่แล้วในตัว ดวงใส องค์พระผุดขึ้นมา ชักสงสัย เพราะเคยได้ยินได้ฟังว่าธรรมะเป็นของลึกซึ้งยากต่อการเข้าถึง เข้าถึงได้เฉพาะพระธุดงค์ที่ท่านแบกกลดเข้าป่า ต้องผ่านปากเสือปากเหว ต้องเจอความทุกข์ยากลำบากจึงจะเห็น เราเป็นมนุษย์ธรรมดายังต้องทำมาหากิน มีกิเลสหนา ปัญญาหยาบ เราก็แค่นั่งเฉย ๆ นิ่ง ๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย เราคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่เขาลืมนึกไปว่า แต่ก่อนนี้เขาก็ไม่ได้คิด หรือเขาคิดเขาก็คิดไม่ออก แต่ตอนที่เขาเห็น เขาเฉย ๆ เขาไม่ได้คิดว่าตัวไม่ได้คิด จึงเห็น

560727-carefull.jpg

อย่าประมาท อย่าชะล่าใจ ในชีวิต
 

      ถ้าใครได้ตรงนี้แล้วอย่าประมาทชะล่าใจ ต้องรักษาเอาไว้ หวงแหนเอาไว้ให้ยิ่งกว่าชีวิต สิ่งนี้จะช่วยให้ชีวิตเราสมบูรณ์ มีความสุขในปัจจุบันทันทีที่เข้าถึง สุขไปถึงปรโลก แล้วจะจากโลกนี้ไปอย่างผู้มีชัยชนะ รอยยิ้มของเราจะเป็นยิ้มที่สดใส เมื่อเปลือกตาเราปิดสนิท หมดเรี่ยวหมดแรงแล้ว นอนทอดร่างเหมือนไม้ที่เขาทิ้งไว้ในป่าแล้ว แต่ว่ารอยยิ้มของเราจะสดใส จากโลกนี้ไปอย่างผู้มีชัยชนะ เพราะฉะนั้นต้องหวงแหนและรักษาเอาไว้ให้ดี

     ตอนใกล้ละโลก แม้มีเงินสักแสนล้าน หรือมากมายกว่านี้ก็ตาม ตอนนั้นช่วยอะไรไม่ได้ ถึงจะมีเงินมากแค่ไหน แต่ไม่ปฏิบัติธรรม ก็ไม่พบความสุข พบแต่ความปลื้มหลอก ๆ ว่า เรามีมากกว่าคนอื่น หรือเรามีเหมือนคนอื่นก็เท่านั้นเอง แล้วมานั่งนับเงินก็กลุ้มใจ กลัวคนจะมายืมเงิน กลัวคนจะรู้ว่ามี กลัวไปสารพัด แล้วอย่างนี้จะมีความสุขได้อย่างไร

     แต่ถ้าปฏิบัติธรรม มีทรัพย์ภายในจะปลื้มจะชื่นอกชื่นใจ เพราะฉะนั้นใครได้แล้ว เข้าถึงแล้ว ต้องหวงแหนเอาไว้ ไปทำบ่อย ๆ ทำหยุด ทำนิ่ง ทำให้ใส มองไปเรื่อย ๆ มองไปจนกว่าองค์พระจะผุดขึ้นมาทีละองค์ ๆ เรื่อยไป อยู่กับองค์พระทุก ๆ องค์ ใจก็จะยิ่งถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ สะอาด ผ่องใส มีความสุขเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ

      เพราะฉะนั้น ต้องหวงแหนรักษาเอาไว้ อย่าชะล่าใจประมาทนึกว่าจะทำเมื่อไรก็จะได้อย่างนี้ ขาดลมหายใจแค่ไม่กี่นาทีก็ตายแล้ว การปฏิบัติธรรมก็เช่นเดียวกัน ถ้าขาดเหมือนขาดลมหายใจ ระยะเวลาสั้นอย่างนั้นเหมือนกันต้องทำการบ้านที่ให้ไว้ แล้วเดี๋ยวจะอัศจรรย์ใจเลย หรืออย่างน้อยเราก็จะมีความสุข จิตใจของเราก็บริสุทธิ์เพิ่มขึ้นทุกวัน ทุกคืน ทุกเวลา ทุกวินาที อย่าลืมนะ

 
18 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

 

Bangsingteesavangha.jpg

สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#7 คุณชายรัชชานนท์

คุณชายรัชชานนท์

    มีหลายอย่างที่หาคำตอบ

  • Members
  • 75 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 28 July 2013 - 03:01 PM

ขอบคุณคับ



#8 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 28 July 2013 - 07:16 PM

ฉลาดคิด 
พระธรรมเทศนาโดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
เข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2546
 
560728-1.jpg
พรรษาแห่งการบรรลุธรรม พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ
เราเกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง และสร้างบารมี
 
      วันนี้วันที่ 6 ของการเข้าพรรษาที่ชื่อว่า พรรษาแห่งการบรรลุธรรม พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ เราเกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง และสร้างบารมี เพราะฉะนั้นก็ต้องใช้ทุกอนุวินาทีให้เป็นประโยชน์เพื่อการนี้ มรรคผลนิพพานอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 เข้าถึงได้ด้วยวิธีหยุดกับนิ่งศูนย์กลางกายฐานที่ 7 เป็นที่เสด็จไปสู่อายตนนิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องเดินตามรอยของท่านไป ด้วยวิธีหยุดกับนิ่ง ฝึกเข้าไปเรื่อย ๆ เลยใจของเรา ความคิดเข้ามาได้ทีละอย่าง
 
ถ้าคิดดี ชั่วกับไม่ดีไม่ชั่วก็ไม่เข้า
ถ้าคิดชั่ว ดีกับไม่ดีไม่ชั่วก็ไม่เข้า
ถ้าหากเป็นกลาง ๆ (ไม่ดีไม่ชั่ว) ชั่วกับดีก็ไม่เข้า

       แล้วทั้งหมดนั้นก็แล้วแต่เรา เราเลือกได้จะเอาสิ่งไหนเข้ามาไว้ในใจเราจะเอาความคิดที่ดีเป็นกุศลธรรมก็ได้ จะเป็นอกุศลก็ได้ หรือจะเป็นอัพยากตาธรรม (ธรรมที่ไม่ดีไม่ชั่ว) แล้วแต่ใจเราจะปรารถนาอย่างไร แต่ถ้าเรามีเป้าหมายที่จะทำพระนิพพานให้แจ้ง ในใจจะต้องให้มีแต่กุศลธรรมอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าหากเราคิดแต่เรื่องดี ๆ ก็ไม่มีเวลาว่างที่จะไปคิดถึงเรื่องที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นเรามาแสวงหาความดีเข้าตัวดีกว่า ต้องคิดพูดทำเรื่องดี ๆ เข้าไว้ ชีวิตจึงจะมีกำไรนั่งไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เห็นเอง เพราะสิ่งนี้มีอยู่แล้วในตัว หลักวิชชาก็มีอยู่ เหลือแต่ว่าเราจะขวนขวายแค่ไหน ขยันหรือขี้เกียจ ถ้าขยันก็ถึงได้เร็วหน่อย ถ้าขี้เกียจก็ถึงช้า บางทีช้าข้ามภพข้ามชาติกันทีเดียวความขี้เกียจอันตรายถึงขนาดข้ามภพข้ามชาติ เพราะฉะนั้นต้องขยันนะลูกนะ
 
19 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

560728-2.jpg

สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#9 skynoi

skynoi
  • Admin
  • 601 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 29 July 2013 - 09:00 AM

วันนี้วันที่ 7 ของการเข้าพรรษา

ไม่มีเรื่องเล่า..เนื่องจากวันนั้นตรงกับวันอาทิตย์ ไม่มีรายการโรงเรียนอนุบาลฯ ค่ะ



#10 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 30 July 2013 - 09:02 AM

มีสิทธิ์เข้าถึงทุกครั้งที่นึก
พระธรรมเทศนาโดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
เข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2546
 
560729-dhammakaya.jpg 
 
      วันนี้วันที่ 8 ของการเข้าพรรษาที่มีชื่อว่า พรรษาแห่งการบรรลุธรรม พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ จะนับกันไปเป็นวัน ๆ จะได้กระตุ้น เตือนจิตสำนึกของเราให้ตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องการแสวงหาสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์ในแต่ละครั้ง เผลอประเดี๋ยวเดียว 8 วันแล้ว เหลือเวลาอีกไม่กี่วันเท่านั้นก็จะออกพรรษาแล้ว
 
      เรามีสิทธิ์เข้าถึงองค์พระ เห็นองค์พระได้ทุกวันวันหนึ่งมีสิทธิ์เข้าถึงได้หลายครั้งทุกครั้งที่เรานึกถึงพระ เรามีสิทธิ์เห็นพระเรามีสิทธิ์ทุกครั้ง...ที่เรานึกถึงบางทีตรงนี้เราไม่ค่อยได้คิดกัน จริง ๆ แล้วเรามีสิทธิ์นะ เราลองนึกถึงมหาธรรมกายเจดีย์ในกลางท้องสิ เราเห็นนะ แต่จะชัดหรือไม่ชัดอีกเรื่องหนึ่งแต่เราเห็น เพราะฉะนั้นเรามีสิทธิ์นึกถึงพระ แล้วก็เห็นพระได้วันหนึ่งหลายครั้งและได้ทุกวันเลย แต่ชัดหรือไม่ชัดอีกเรื่องหนึ่ง ขึ้นอยู่กับว่าใจเราละเอียดแค่ไหน ถ้าใจเราหยาบภาพก็จะไม่ค่อยชัด ใจละเอียดมันก็ชัดขึ้นความชัดก็มีหลายระดับ ตั้งแต่ชัดน้อยกว่าลืมตาเห็น ชัดเท่าลืมตาเห็นหรือชัดยิ่งกว่าลืมตาเห็นเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับหยุดกับนิ่ง
 
     เพราะฉะนั้นมาถึงบรรทัดนี้ ประโยคนี้ เราจะมีความรู้สึกว่าไม่ยากเลยถ้านึกได้ก็เห็นได้ เห็นไม่ได้เพราะเราไม่ได้นึก ถ้าเราได้กินข้าวก็อิ่มได้ ถ้าเราไม่ได้กินก็ไม่อิ่ม ก็ง่าย ๆ แค่นั้น แต่เราก็นึกกันไม่ค่อยจะถึง
 
 
560611-ordination-3.jpg 
อิริยาบถนั่งสมาธิ
เป็นอิริยาบถหนึ่งที่พญามารกลัวนัก

ทุ่มเททรัพยากรเพื่อความรู้ที่แท้จริง

      มีอิริยาบถหนึ่งที่พญามารกลัวนัก สะดุ้งพรึ่บทั้งภพเลย คือ อิริยาบถนั่งสมาธิ เพราะกลัวใจคนหยุด คนใจหยุดนี่พญามารกลัวมาก ๆ เสียดายชาวโลกเขาไม่รู้เป้าหมายของชีวิต เพราะฉะนั้นจึงดำเนินชีวิตผิดพลาดบ้างไม่สมบูรณ์บ้าง และก็เสียเวลากันไปมากมาย ห่างไกลจากเป้าหมายชีวิตที่แท้จริง ถ้ามนุษย์ทั่วโลกเข้าใจว่า เกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง หรืออย่างน้อยก็มาสร้างบารมี โลกจะหมุนไปในทางบวกเลย เสียดายว่าชาวโลกแสวงหาความรู้ที่ไม่ค่อยจะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงสักเท่าไรแล้วก็ทุ่มเททรัพยากรไปเพื่อสิ่งที่ไม่ค่อยจะเป็นประโยชน์ ถ้าหากเขาทุ่มเททรัพยากรมาเพื่อให้มวลมนุษยชาติค้นคว้าความรู้ที่แท้จริง เพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิตได้ ถ้าคิดอย่างนี้พร้อมกันเมื่อไร โลกก็เกิดสันติสุขในตอนนั้นเลยเอาทรัพยากรทุกอย่างมาทุ่มเทเพื่อที่จะให้มวลมนุษยชาติได้แสวงหาความรู้ที่แท้จริง ที่จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ต่อเราและโลก
 
      ตอนนี้ก็ทุ่มเททรัพยากรเพื่ออย่างอื่น การค้นคว้าเทคโนโลยีแม้สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ มันก็ได้แค่ให้ความความสะดวกสบายแก่การทำมาหากิน สะดวกขึ้น สบายขึ้น แต่ถึงจะสะดวกสบายแค่ไหนก็ยังเมื่อย ยังแก่ ยังเจ็บ และก็ยังตาย เดี๋ยวนี้มีมนุษย์พลาสติกเกิดขึ้นมาก เขาไปทำศัลยกรรมทุกส่วนของร่างกายด้วยไฮเทค แต่มันก็ปกปิดความจริงไม่ได้ ถึงจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ ในที่สุดก็ต้องแก่ ต้องเจ็บ แล้วก็ต้องตาย เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมาก็เพื่อทำมาหากินใครมีอะไรมาใหม่ ๆ คนก็สนใจ ก็ขายดี คนที่สู้เขาไม่ได้ก็ต้องพัฒนาตัวเองค้นเทคโนโลยีให้เท่าเขาหรือเหนือกว่าเขาเพื่อทำมาหากิน เรียกว่าก็ต้องแข่งขันกันเรื่องเทคโนโลยี
 
560729-gold.jpg 
 
 
        สมมติว่ารวย มีบ้านร้อยหลังก็ใช้ได้ทีละหลัง มีรถพันคันก็ใช้ได้ทีละคัน มีสร้อยหมื่นเส้น อาจจะใช้ทีละหลายเส้นได้ แต่ถ้าใส่หมดเขาเรียกว่าโซ่อาหารอร่อยก็ได้ทีละคำเท่านั้น เตียงทองมีร้อยเตียงก็ใช้ได้ทีละเตียง จะรวยแค่ไหนก็ได้แค่นี้แหละ ยุ้งข้าวเราก็แค่นี้ อร่อยแค่ไหนมันก็ได้แค่นี้ เพราะฉะนั้นทรัพยากรที่มีอยู่ ถ้าเอามารวมกันและทุ่มไปให้มนุษย์ได้ศึกษาความรู้ที่แท้จริง คือความรู้ที่จะทำพระนิพพานให้แจ้ง มวลมนุษยชาติก็จะเข้าถึงสันติสุขภายในพ้นทุกข์เลย ทั้ง ๆ ที่มันง่าย ๆ อย่างนี้ แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะมีสิ่งที่อยู่ฉากหลังบังคับอยู่ บังคับว่าอย่าไปเชื่ออย่างนั้น อย่าไปทำอย่างนั้น อย่าไปคิดอย่างนั้น ฉากหลังก็คือกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง ซึ่งเป็นกระแสเป็นพลังงานชนิดหนึ่งของพญามาร เขาเอาไว้บังคับมนุษย์ให้คิด ให้พูด ให้ทำ เรื่องโลภ โกรธ หลง แล้วก็วน ๆ กันอยู่อย่างนี้ จนหมดเวลาในโลกมนุษย์ แล้วก็ไปไหน ๆ กันเยอะแยะเลย
 
      กว่าจะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกก็ยาก พอมาใหม่ก็คิดเหมือนเดิม พูดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม วนกันไปอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาเลย นี่เขาบังคับกันอยู่ข้างหลังบุญ ก็เป็นกระแสหรือพลังงานแห่งความดี ที่บังคับมนุษย์ให้คิดพูดทำแต่สิ่งที่ดี ๆ แล้วก็มีวิบาก คือมีผลที่ดี ๆ เกิดขึ้น พระกับมารก็ยังปะทะกันอยู่อยากเห็นไหมล่ะ จะเห็นมารได้ต้องเห็นพระก่อนมรรคผลนิพพานอยู่ในตัวเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยวิธีการหยุดนิ่งเฉยที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ซึ่งเป็นปากทางที่จะเข้าไปถึงพระในตัว พอถึงพระในตัวแล้ว เดี๋ยวเราก็จะเปลี่ยนแปลงจากผู้ไม่รู้ก็มาเป็นผู้รู้คนโง่กลายเป็นคนฉลาด สิ่งที่ปกปิดก็จะเปิดเผยเมื่อไปถึงพระในตัว

 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
 

สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#11 air dmc

air dmc
  • VTicket
  • 16 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 30 July 2013 - 09:46 AM

สาธุค่ะ



#12 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 31 July 2013 - 09:46 AM

ต้องหนีกฎแห่งกรรมให้พ้น
พระธรรมเทศนาโดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
เข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2546
 
560731-meditation-1.jpg 
เป้าหมายชีวิตของมนุษย์คือทำพระนิพพานให้แจ้งและสร้างบารมี 
 
       วันนี้วันที่ 9 ของการเข้าพรรษา พรรษานี้ชื่อว่า พรรษาแห่งการบรรลุธรรม พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ เป้าหมายชีวิตของมนุษย์คือทำพระนิพพานให้แจ้งและสร้างบารมีต้องทำพระนิพพานให้แจ้ง เพราะในวัฏสงสารนั้นมีภัยมาก ที่สำคัญคือภัยในอบาย หากเราทำบาปก็จะไปเกิดเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เป็นต้น แม้ในมนุษย์ก็มีภัยสารพัดภัยเลย จะเกิดเป็นอะไรก็ไม่แน่นอน เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง เดี๋ยวไปสวรรค์ เดี๋ยวไปอบาย เดี๋ยวเป็นคนสวย คนหล่อ เดี๋ยวก็ขี้เหร่ เดี๋ยวรวย เดี๋ยวจน เดี๋ยวเป็นพระราชา เดี๋ยวเป็นยาจก วณิพก ผลัดเปลี่ยนกันอย่างนั้นอยู่เรื่อยๆ และที่สำคัญทุกคนที่เกิดในสังสารวัฏล้วนตกอยู่ในกฎแห่งกรรมทั้งสิ้น
 
      กฎแห่งกรรม พระสัมมาสัมพุทธไม่ได้ตั้งขึ้น แต่พระองค์ไปรู้ไปเห็นมาแล้วมีมหากรุณาจึงนำมาสอนสัตวโลกเพราะความสงสาร กฎแห่งกรรมนี้ตั้งขึ้นโดยผู้มีฤทธิ์มีอานุภาพมาก เป็นฉากหลังบังคับสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมทั้งสิ้น โดยเฉพาะมนุษย์ไม่ว่าจะคิด พูด ทำล้วนแต่มีวิบากเป็นผลทั้งสิ้น คิดดี พูดดี ทำดี ก็มีวิบากที่ดี คิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดีก็มีวิบากที่ไม่ดีเกิดขึ้น
 
      กฎแห่งกรรมไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่มีเว้น แต่กฎหมายเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ในทุกภูมิภาคทั่วโลกก็ยังมีแตกต่างกันไปแล้วแต่ความจำเป็น แต่กฎแห่งกรรมนั้นคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง บางอย่างถูกกฎหมายแต่ผิด กฎแห่งกรรม ถึงแม้ไม่ติดคุกแต่ก็ไปอบาย
 
after-death.jpg
กฎแห่งกรรมไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่มีเว้น
 
       เพราะฉะนั้น กฎแห่งกรรมจึงสำคัญมาก ภัยนี้เป็นภัยที่อันตรายอย่างใหญ่หลวงในสังสารวัฏ จะมีทางหนีกฎแห่งกรรมได้ก็ต้องหลุดจากภพสามไปสู่อายตนนิพพาน ฉะนั้น เกิดมาก็เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง เพราะเหตุนี้ถึงจะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้หลุดพ้นจากภพสาม จะหลุดได้ก็ต้องขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไป มรรคผลนิพพานอยู่ในตัวของเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยการนำใจมาหยุดนิ่งเฉย ๆ จับหลักอย่างนี้ได้ก็สบายแล้ว ไปอยู่ตรงไหนก็ได้ เพราะฉะนั้นพรรษานี้เราก็ต้องมาฝึกหยุดฝึกนิ่ง ให้โอกาสกับตัวเราได้ทำหยุดทำนิ่ง มีชั่วโมงหยุด ชั่วโมงนิ่ง ชั่วโมงกลางบ่อย ๆ เราก็จะเข้าถึงพระในตัวได้ ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงได้ทั้งนั้น และก็สามารถเข้าถึงได้ทุกวันตลอดเวลาเลย
 
      หยุดตอนไหน ถึงตอนนั้น เป็น อกาลิโก ไม่กำหนดกาลเวลา แล้วหยุดกับนิ่งขึ้นอยู่กับความขยันหรือขี้เกียจ ความสมัครใจของเรา ถ้าเราเต็มใจ สมัครใจอยากจะเข้าถึงก็ถึง ถ้าไม่สมัครใจที่จะเข้าถึงก็ไม่ถึง แล้วแต่เราจะปรารถนาอย่างไรก็ไขว่คว้าเอา ชีวิตเรา เราก็ต้องดีไซน์ของเราเอง

22 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
 

สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#13 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 01 August 2013 - 08:41 AM

กำลังนั่งรอวันที่ 10 อยู่  ไม่รู้จะลอยจากฟ้าลงมาเมื่อไหร่


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#14 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 01 August 2013 - 10:01 AM

ระดับของการเห็นพระ

พระธรรมเทศนาโดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
เข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2546
 
 
     วันนี้วันที่ 10 ของการเข้าพรรษา จะนับกันไปวันต่อวัน นับไปเรื่อย ๆ พรรษาหนึ่งก็มีแค่ 90 วันเท่านั้น เหลืออีกแค่ 80 วัน พรรษานี้มีชื่อว่า พรรษาแห่งการบรรลุธรรม พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ เห็นพระจะได้มีที่พึ่งที่แท้จริง

560801-buddist-lent-1.jpg

วันนี้วันที่ 10 ของการเข้าพรรษา

      พระที่เห็นจะมีอยู่ 2 ระดับ ระดับแรกคือองค์พระที่เห็นก่อนที่ใจจะหยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์ อีกระดับคือเมื่อใจหยุดนิ่งได้สมบูรณ์แล้ว เห็นดวงธรรมในดวงธรรม เห็นกายในกาย ถอดออกเป็นชั้น ๆ กระทั่งถึงกายธรรมเห็นในระดับแรกองค์พระยังหลากหลาย ทั้งรูปร่างหน้าตาวัสดุ มักจะเป็นองค์พระที่เราคุ้นตา เคยเห็นกันตามยุคตามสมัย สืบสานวัฒนธรรมกันมาตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา หรือเคยนับถือพระพุทธศาสนามาก่อน ก็จะหลากหลายเยอะแยะกันไปหมด นี่คือภาพพระที่เราเห็นในระดับแรก ตั้งแต่เริ่มต้นนึกเป็นบริกรรมนิมิตจนกระทั่งจิตหยุดเกือบสมบูรณ์แล้ว พระที่เห็นตอนนี้จะยังกระด้าง ลักษณะมหาบุรุษยังไม่ครบถ้วนบริบูรณ์

      เราจะรู้จักลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนบริบูรณ์ ต้องเข้าถึงพระธรรมกายภายในซึ่งเป็นอีกระดับหนึ่ง พระธรรมกายของทุกคนในโลก ท่านจะเหมือนกันหมดเลย ถ้าใครไปถึงตรงนี้แล้วความหลากหลายก็หมดไป แล้วจะหายสงสัย แถมปลื้มปีติใจ มีความสุขใจ นี่องค์นี้อยู่ในระดับลึกที่ละเอียด เป็นพระรัตนตรัยภายในที่แท้จริง

560801-buddist-lent-2.jpg

ในเข้าพรรษานนี้ต้องตั้งใจเข้าถึงพระธรรมกายภายในให้ได้
 
      ในพรรษานี้ เราตั้งใจจะเข้าไปถึงพระแท้คือพระธรรมกายภายในในระดับนั้น แต่บางท่านเข้าถึงพระในระดับแรก อย่างนี้ก็ถือว่าใช้ได้ ถือว่าหลับตาแล้วยังเห็นพระ ก็พยายามทำตรงนี้ให้คล่อง ทั้งหลับตา ลืมตา นั่ง นอนยืน เดิน ในทุกอิริยาบถทุกกิจกรรมพยายามทำให้คล่อง

     บางทีสงสัยไปถามกันเองว่า พระของเธอเหมือนของฉันไหม และได้รับคำตอบว่า เป็นอย่างนี้ ๆ แล้วเราก็มาเทียบกับของเรา ไม่เหมือนกันก็อย่าไปสงสัยว่า นี่เราคิดไปเองไหม เอาเป็นว่าเห็นพระแบบไหนก็เป็นทางมาแห่งบุญและสิริมงคลทั้งสิ้น เป็นที่ตั้งแห่งกุศลธรรม ก็ยังได้ชื่อว่าเห็นพระ และจากจุดแรกที่พระยังหลากหลายนี้แหละ จะนำเราเข้าไปถึงพระในระดับที่เหมือนกัน ที่มีลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ เกตุดอกบัวตูมใสเป็นแก้ว บริสุทธิ์ เป็นพระที่มีชีวิตที่แตกต่างจากระดับแรก เพราะฉะนั้น พรรษานี้ทำให้ได้ ถ้าเราเข้าไปถึงพระในระดับพระธรรมกาย แล้วนั่นแหละจึงจะเป็นที่พึ่งที่ระลึกได้อย่างแท้จริง

560801-buddist-lent-3.jpg

เจอพระธรรมที่แท้จริงต้องน้อมเข้ามาในตัว

     เราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้งและสร้างบารมี พระนิพพานอยู่ในตัวเรา มีคำหนึ่งที่เราสวดมนต์เจอกันบ่อย ๆ ในธรรมคุณ คือ โอปนยิโก น้อมเข้ามาในตน น้อมเพื่อจะได้พบพระรัตนตรัยภายใน ไม่ได้บอกเลยว่าน้อมออกไปข้างนอก เราสวดกันมายาวนาน เพราะฉะนั้นการน้อมใจออกไปข้างนอก อยู่ป่า อยู่เขา ต้นไม้ จอมปลวกหรืออะไรต่าง ๆ เหล่านั้นไม่มี แต่อยากจะเจอพระธรรมที่แท้จริงต้องน้อมเข้ามาในตัว ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ดูเข้าไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็จะได้พบพระแท้ที่แท้จริงภายในตัว
 

  
23 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

มีบางท่านเสนอแนะมาว่า  กระทู้จะยาวเกินไป  ให้แยกโพสต์เป็นวันๆ ไปจะดีกว่า

 

ถ้าอย่างนั้น  ขอทำพร้อมกันทั้งสองอย่างเลยนะครับ   แยกเป็นรายวันด้วย  แบบรวมสำหรับดูทั้งหมดด้วย


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#15 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 06 August 2013 - 09:07 AM

ธรรมชาติ

พระธรรมเทศนาโดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
เข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2546

 
 
     วันนี้วันที่ 11 ของพรรษาแห่งการบรรลุธรรม  พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเห็นพระในตัวได้ ถ้าให้โอกาสกับตัวเอง ฝึกใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ให้โอกาสกับตนเองทุกวัน เราก็จะเข้าถึงได้อย่างแน่นอน เพราะว่าพระท่านมีอยู่แล้วในตัว ศูนย์กลางกายของเราก็มี ใจเราเป็นธาตุสำเร็จ วิธีการก็คือ หยุดกับนิ่ง 

560802-buddist-lent-1.jpg

วันนี้วันที่ 11 ของการเข้าพรรษา


     ใครหยุดใจได้ตอนไหน ก็เข้าถึงตอนนั้น เป็นอกาลิโก ไม่จำกัดกาลเวลา เอาจริงกันทุกวันเลย เห็นวันไหนมันก็ดีวันนั้น และก็มีสิทธิ์เห็นได้ทั้งวันและก็ทุกวันตลอดเวลาเลย

     ใครที่ท้อใจอยู่ก็ต้องเลิกท้อ วันนี้เรายังมืดอยู่แต่พรุ่งนี้ไม่แน่ ขึ้นอยู่กับว่าเราขยันหรือขี้เกียจ ถ้าขยันและทำถูกหลักวิชชา ถูกวิธีก็ต้องเห็นกันอย่างแน่นอน เพราะสิ่งเหล่านี้มีอยู่ในตัวของเรา ไม่ได้อยู่นอกตัวเลย องค์พระในตัว พระรัตนตรัยในตัว แม้แต่มรรคผลนิพพานก็อยู่ในตัวทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นต้องน้อมใจเข้ามาไว้ในตัวจึงจะเข้าถึงสิ่งที่มีอยู่แล้วในตัวของเราได้ อย่าส่งใจไปข้างนอก ส่งไปข้างนอกมันก็ไม่เจอ เพราะของที่เราอยากเจอมันอยู่ข้างในที่เดียว
 
๏๏ การเกิดเป็นมนุษย์ยาก  

   เป้าหมายของการมาเกิดเป็นมนุษย์ในแต่ละชาติคือ ทำพระนิพพานให้แจ้ง และสร้างบารมี ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ถูก เราจะดำเนินชีวิตได้ถูกต้องและมีความสุข สนุกกับการดำเนินชีวิตที่แสวงหาพระนิพพาน สั่งสมบุญกุศล เพราะทำแล้วมีเป้าหมายที่ชัดเจน ทำให้เราไม่ขี้เกียจ เพราะเรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้จำกัด
 
 
560802-buddist-lent-3.jpg

การเกิดเป็นมนุษย์นั้นยาก
 

     กว่าจะมาเกิดเป็นมนุษย์ได้นั้นยากมาก ๆ เราจะมองว่า ก็เห็นมนุษย์เกิดในโรงพยาบาลหรือที่ต่าง ๆ ตั้งเยอะแยะ ก็เห็นเขาเกิดกันง่าย ๆ จนกระทั่งปริมาณของมนุษย์มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราจะมองเพียงแค่นั้นไม่ได้ ความจริงแล้ว แต่ละชีวิตรวมทั้งตัวเราด้วยกว่าจะมาเกิดเป็นมนุษย์ได้นั้นยากมาก ไม่ใช่แค่ว่าพ่อแม่ประกอบธาตุธรรมส่วนหยาบถูกส่วนแล้วก็เกิดขึ้นมาก็ไม่ใช่ จะต้องมีกายละเอียดของผู้ที่จะมาเกิดด้วย

     กายละเอียดนั่นแหละ กว่าจะมาเกิดได้ยากมาก ๆ ไม่ว่าจะมาจากสุคติหรือทุคติก็ตาม ถ้ามาจากในอบาย ต้องผ่านขั้นตอนเยอะแยะ ตั้งแต่เป็นสัตว์นรก เป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน แล้วจึงมาเป็นมนุษย์ แล้วแต่ละภูมิก็ยาวนานมาก ๆ 6,000 ล้านล้านปีอย่างนี้ หรือเป็นกัป เป็นมหากัป ซึ่งในอบายจะนานกว่าในสุคติภพ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดมาแล้วต้องใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างบารมี อย่าเอาสังขารไปถล่มทลาย หรือไปทำในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ นี่ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องตอกย้ำซ้ำเดิมกันอยู่เรื่อย ๆ

     เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์แล้วต้องตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม ไม่มีใครหนีพ้นเลยแม้แต่เพียงคนเดียว เมื่อยังอยู่ในภพสามนี้ล้วนแต่ตกอยู่ในกฎแห่งกรรมทั้งสิ้น 
 
 
มันก็น่าแปลกนะ ทำไมกายมนุษย์ถึงได้เป็นที่สนอกสนใจของผู้ที่ออกกฎแห่งกรรมนัก?

   ทั้งนี้เป็นเพราะเวลากายมนุษย์ทำ ใจหยุดนิ่งได้จนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับผู้รู้ภายใน เมื่อนั้นจะเร็วแรงมากในการที่จะเรียนรู้แล้วก็ไปสู่จุดหมายปลายทาง เนื่องจากกายมนุษย์มีเปลือก แต่กายอื่นไม่มีเปลือก เพราะฉะนั้นกายมนุษย์จึงถูกทำให้เสื่อมคุณภาพโดยปกติ ทั้งความคิด คำพูด และการกระทำนอกจากนี้ยังโดนถลุงเข้าไปอีกในหลาย ๆ เรื่อง เช่น ทำให้มีเวลาอยู่ในโลกมนุษย์ไม่นาน แป๊บเดียวก็หมดเวลาไปแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ซับซ้อน
 

๏๏ การต่อสู้ของบุญบาป
   เราเคยเรียนรู้เรื่องบุญกับบาปว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่แท้จริง ไม่ใช่มนุษย์กับมนุษย์บุญเป็นเครื่องมือของพระ บาปเป็นเครื่องมือของพญามารที่กำลังปะทะกันอยู่ ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ บุญบาปเป็นพลังงานหรือเป็นกระแสชนิดหนึ่ง แต่ถ้าพูดให้ละเอียดลงไปอีกก็คือ เป็นธาตุสำเร็จที่มีธรรมรองรับอยู่เป็นธาตุสำเร็จที่ทำให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เช่น ความโลภ ก็มีบาปธาตุที่เป็นธาตุสำเร็จของความโลภได้ส่งพลังงาน และกระแสนี้เข้ามาบังคับในเห็นจำคิดรู้ในจิตใจของมนุษย์แล้วมนุษย์ต้องโลภ เหมือนเอาแตงกวาไปแช่อิ่มในน้ำปลา เดี๋ยวแตงกวานั้นก็เค็ม ไปแช่ในน้ำมะนาวเดี๋ยวแตงกวานั้นก็เปรี้ยว ไปแช่ในน้ำตาลแตงกวานั้นก็หวาน แต่นี่ไปแช่ในความโลภมันก็โลภ ไปแช่ในความโกรธมันก็โกรธ แช่ในความหลงมันก็หลง เขาบังคับเช็ตโปรแกรมกันอยู่ภายในอย่างนี้ เอาไปแช่อิ่มอยู่อย่างนี้

560802-buddist-lent-4.jpg

ถูกขังอยู่ในกายของสัตว์เดรัจฉาน
 

     แล้วก็ตั้งภพ ตั้งกาย มียูนิฟอร์มมารองรับ เอาไปขังอยู่ในแต่ละกายของสัตว์นรกบ้าง เปรตบ้าง อสุรกายบ้าง สัตว์เดรัจฉานบ้าง พอเข้าไปอยู่ในยูนิฟอร์มนั้นก็ลืมความเป็นมนุษย์ จะมีชีวิตจิตใจเป็นไปอย่างที่เขาอยากจะให้เป็น ไปเป็นไก่ก็คิดแบบไก่ เป็นแมวก็คิดแบบแมว ร้องแบบแมว กินอาหารแบบแมว นี่เขาบังคับกันอยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้นจะล้างบาปได้ต้องใช้พลังแห่งบุญ กระแสแห่งบุญเท่านั้น ถึงจะเป็นคู่ต่อสู้ที่แท้จริงได้


๏๏ ธรรม 3 ประการ
     คำ ว่า “ธรรมชาติ” เป็นคำที่เราได้ยินจนคุ้นหู แต่แปลความหมายกันไปคนละแบบ ถ้าพูดถึงคำนี้ เราก็จะนึกไปถึงทะเล น้ำตก ป่าเขา หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ทีนี้มาอีกทัศนะหนึ่งธรรมชาติ มาจากคำว่า ธรรม + ชาตะ ชาตะ แปลว่า การเกิดธรรมชาติ ก็คือ เกิดโดยธรรม ซึ่งมีอยู่ 3 ประการ ผสมผสานกันอยู่คือ กุสลาธัมมา ธรรมที่เป็นกุศล อกุสลาธัมมา ธรรมที่เป็นอกุศล อัพยากตาธัมมา ธรรมที่ไม่เป็นบุญไม่เป็นบาป สามอย่างนี้ปรุงกัน ผสมกัน ไม่ว่าจะเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นสิ่งของ จะปนกันอยู่อย่างนี้

     กุศลก็เป็นเรื่องดี คิดดี พูดดี ทำดี ถ้าอกุศลก็คิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี พังทลาย ความเสื่อมอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นต้น ถ้าอัพยากตาธรรม ไม่ดีไม่ชั่ว เป็นกลาง ๆ เช่น กินข้าว อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน เป็นต้น ธรรม 3 อย่างนี้อยู่ในตัวเรา อยู่ในสรรพสิ่งทั้งหลาย แต่ที่อยู่ในตัวเราจะเห็นง่าย

     บางทีเราก็คิดดี นั่งธรรมะดีกว่า นั่นธรรมที่เป็นกุศลปรุงแต่ง บางทีก็คิดไม่ดี ไม่นั่งดีกว่าไปเล่นไพ่ อย่างนี้แสดงว่าธรรมที่เป็นอกุศลปรุงแต่ง บางทีก็ง่วงแล้วนอนดีกว่า อย่างนี้ก็ไม่เป็นบุญเป็นบาป ธรรม 3 อย่างนี้ ผสม ๆ กันอยู่ในตัวเรา ในคนสัตว์สิ่งของก็คล้าย ๆ กันอย่างนี้ ล้วนแต่เกิดโดยธรรม 3 ประการ ธรรมเป็นบุญ ธรรมเป็นบาป แล้วก็ธรรมที่เป็นกลาง ๆ ที่เป็นบุญธรรมนั้นก็ขาวใส ที่เป็นบาปธรรมนั้นก็ดำมืด ที่ไม่บุญไม่บาปก็เป็นสีเทาๆ

 
560802-buddist-lent-2.jpg

นั่งธรรมะดีกว่า
      
 
24 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

พระนิพพานต้องทำให้แจ้ง
พระธรรมเทศนาโดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
เข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2546

 
560627-meditation.jpg 
พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ 3 อย่างนี้
เป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงของเราและมวลมนุษยชาติทั้งหลาย 
 
       วันนี้วันที่ 12 นับจากวันเข้าพรรษา พรรษานี้เราให้ชื่อว่า พรรษาแห่งการบรรลุธรรม คือ พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ เพราะฉะนั้นเมื่อเราตั้งใจมั่นกันอย่างนี้แล้วก็จะต้องทำให้ได้ พยายามหมั่นฝึกฝนอบรมใจกันไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวเราก็จะสมหวังกันอย่างแน่นอน เพราะพระก็มีอยู่แล้วในตัวของเรา พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ 3 อย่างนี้เป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงของเราและมวลมนุษยชาติทั้งหลาย

      การเข้าถึงก็ไม่ได้ยากอะไร อยู่ที่การฝึกใจให้หยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ซึ่งอยู่ในกลางท้องของเราในระดับเหนือจากสะดือขึ้นมา 2 นิ้วมือ แล้วก็ทำใจให้หยุดนิ่ง ไม่ต้องมีวิธีการพิเศษอะไรเลย แค่ไม่ต้องคิดไม่ต้องพูด แล้วก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น ให้ใจว่าง ๆ เดี๋ยวใจก็จะหยุดนิ่งไปเองพอถูกส่วนเดี๋ยวก็เห็นไปตามลำดับ เราเกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้งและสร้างบารมี เราจะตอกย้ำซ้ำเดิมกันทุกวัน เพราะมีสมาชิกใหม่อยู่เรื่อย ๆ เขาจะได้เข้าใจ แล้วก็แม้พวกเราได้ยินได้ฟังบ่อย ๆ ก็จะตอกย้ำซ้ำเดิมให้มันหนาแน่นขึ้นไปเรื่อยๆ เกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง ก็แสดงว่าพระนิพพานมีอยู่แล้ว แต่คงจะถูกความมืดอะไรมาบดบังจึงทำให้ไม่เห็นพระนิพพาน แล้วก็ไม่รู้จักว่าพระนิพพานเป็นอย่างไร จึงไม่อยากจะไปกัน กลัวว่าจะไม่สนุก แต่ความสนุกก็ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรกับชีวิต แค่ให้รู้สึกเพลิน ๆ ไปวัน ๆ แล้วก็หมดเวลาของชีวิต
 
      เมื่อหมดเวลาของชีวิต เอาละสิ ตอนนี้เริ่มยุ่งแล้ว เพราะว่าชีวิตไม่ใช่ตื้น ๆ อย่างที่เราคิดเราเข้าใจ ยังมีอะไรที่สลับซับซ้อนที่เรายังไม่รู้อีกมากมายโดยเฉพาะชีวิตหลังความตาย ซึ่งโลกขาดแคลนความรู้ตรงนี้ จึงทำให้ชีวิตไม่สมบูรณ์ การดำเนินชีวิตผิดพลาด ตรงนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นการทำพระนิพพานให้แจ้งจึงเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เราเข้าถึงความสุขที่เป็นอมตะที่แท้จริงได้พระนิพพานมีอยู่แล้วในตัวเรา แต่เหมือนอยู่ในที่มืด ทั้ง ๆ ที่ท่านสว่างเหมือนมีเมฆมาบังดวงอาทิตย์ แม้ดวงอาทิตย์มีอยู่แต่ก็ไม่เห็นดวงอาทิตย์ต้องมีอะไรมาทำให้เมฆเคลื่อนที่ แล้วเราก็จะเห็นความกระจ่างนั้นเกิดขึ้นความมืดมนอนธการในใจของเรานี่แหละ เป็นสิ่งที่บดบังอยู่ เราจะต้องทำความมืดนี้ให้หายไป ซึ่งมีวิธีเดียวคือหยุดกับนิ่ง ใจที่วิ่งอยู่เอามาหยุดนิ่งเสีย เดี๋ยวความมืดในตัวก็จะค่อยๆ ล่มสลายหายไปเลย เดี๋ยวเราก็จะเห็นเส้นทางที่จะไปสู่อายตนนนิพพานได้ ตอนนี้เราทราบแล้วว่ามรรคผลนิพพานอยู่ในตัวของเรา เพราะฉะนั้นถ้าจะหาก็ต้องหาในตัว อย่าไปหานอกตัวพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสเหมือนกันหมดว่า นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา พระนิพพานเป็นเยี่ยม แล้วยังตรัสอีกว่า นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ พระนิพพานเป็นบรมสุข หมายความว่า สุขทั้งหลายมี สุขเล็ก สุขน้อย สุขปานกลาง สุขมาก จนกระทั่งถึงบรมสุข พระนิพพานเป็นบรมสุข เป็นสุขที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เป็นนิรันดร ในภพสามไม่มีอะไรเป็นบรมสุข มีแต่สุกเกรียมสุกไหม้ ตราบใดที่ยังอยู่ในวัฏสงสาร คือ ในกามภพ รูปภพ อรูปภพ ชีวิตยังตกอยู่ในอันตราย สุขก็ชั่วคราว ไม่จีรังยั่งยืน เขาเรียกว่าสุขกำมะลอ หรือสุขปลอม ๆ คือ สุขประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น อยู่ในสภาพที่สบายกายสบายใจประเดี๋ยวประด๋าวเพราะฉะนั้น พระนิพพานจึงต้องทำให้แจ้ง
 
พญามารกลัวกายมนุษย์

     การเกิดมาในภพสามนี้ ไม่ว่าจะเกิดไปเป็นอะไรก็แล้วแต่ล้วนชั่วคราวทั้งสิ้น และเราก็เกิดกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน หมุนเวียนเกิดกันมาเกือบครบทุกอย่างแล้วนะการเกิดมาเป็นมนุษย์นี้ยากมาก ๆ พญามารเขากันนักกันหนาไม่อยากให้มนุษย์มาเกิด เขากลัวกายมนุษย์ เพราะกายมนุษย์แข็งแรง สามารถไปเชื่อมโยงกับผู้รู้ภายในและทำงานไปพร้อม ๆ กันได้ กลัวมนุษย์จะขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้น แล้วจะไปเห็นสิ่งที่เขาบังคับสรรพสัตว์และสรรพสิ่งเอาไว้กลัวมนุษย์จะไปรู้ไปเห็นตรงนี้มาก ๆ เลย
 
560803-1.jpg 
พญามารกลัวกายมนุษย์ เพราะกายมนุษย์แข็งแรง
สามารถไปเชื่อมโยงกับผู้รู้ภายในและทำงานไปพร้อม ๆ กันได้ 
 
     เพราะฉะนั้น จึงพยายามทำทุกวิถีทางให้กายมนุษย์เสื่อมคุณภาพลงไปเรื่อย ๆ เอาตายได้เอาตาย เอาตายไม่ได้ก็เอาพิการ เอาพิการไม่ได้ก็เอาให้ลำบาก ให้วน ๆ เวียน ๆ กันลำบาก หรือให้เพลิน ๆ ตรึงให้ไปติดในรูปเสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ จะได้ไม่มีเวลาและอารมณ์มาทำหยุดทำนิ่ง เพราะถ้าขืนให้ทำหยุดทำนิ่ง ไม่ได้ เดี๋ยวสว่าง พอสว่างก็เห็น พอเห็นก็รู้พอรู้เดี๋ยวรวมกันลุยพญามารกลัวตรงนี้แหละ ดังนั้นทำให้เสื่อมด้วย และเอากฎแห่งกรรมมาบังคับอีก มาบังคับทางกาย ทางวาจา ทางใจ กระดิกกระเดี้ยกันไม่ได้เลยเพื่อให้ใจหมอง พอหมองแล้วเขาก็เซ็ตโปรแกรมดึงดูดไปสู่ภพภูมิของอบายในมหานรก อุสสทนรก ยมโลก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เป็นไปตามขั้นตอน กว่าจะหลุดพ้นมาได้ก็หืดขึ้นคอเลย ยาวนานมากแม้มาเป็นมนุษย์ก็ลำบาก ลำบากกันตั้งแต่เกิดเลย แต่ตอนนี้เราลืมกันไปแล้ว ต้องกิน ต้องนอน ต้องขับถ่าย ยิ่งโตขึ้นความลำบากก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ลำบากเรื่องการศึกษาเล่าเรียน ความเป็นอยู่ การทำมาหากิน การครองเรือนความแก่ ความชรา ความเจ็บไข้ได้ป่วย สารพัดเลยเราลองนึกดูให้ดี ชีวิตของเราล้วนแต่อุดมไปด้วยความทุกข์ทรมานรวยความทุกข์ทรมาน ถ้าความทุกข์นั้นหนักหนาตอนนั้นเราก็สาหัส แต่พอผ่านไปได้หน่อยเดียวเราก็ลืม จนชักจะเคยชิน แต่เดี๋ยวมันก็มาใหม่อีกแล้วกลุ้มอีกแล้ว ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ มีแต่หงุดหงิดกับเลิกหงุดหงิด ความสุขไม่ค่อยจะเจอ
 
      เพราะเหตุนี้เราจึงต้องทำพระนิพพานให้แจ้งแต่ถ้าจะอยู่ในวัฏสงสารต้องศึกษาให้เข้าใจว่า ในวัฏสงสารนี้มีกฎเกณฑ์อะไรบ้าง เช่น กฎแห่งไตรลักษณ์ คือ ทุกสิ่งในโลกไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของต้องเจอสภาพความไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่เสื่อมสลายไป เปลี่ยนแปลงจากเด็กไปวัยรุ่น ไปหนุ่มสาว เข้าสู่วัยกลางคนจนกระทั่งวัยชรา แล้วก็ตายในที่สุด ตกอยู่ในโลกธรรม 8 คือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีคนสรรเสริญ มีนินทา มีสุข มีทุกข์ เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับว่า ถ้ามาอยู่ในวัฏฏะต้องเจออย่างนี้แล้วก็เจอกฎแห่งกรรมที่เขาทำเอาไว้ บังคับด้วยความโลภ ความโกรธความหลง ให้ฆ่า ให้ลักทรัพย์ ให้ประพฤติผิดในกาม ให้พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ พูดส่อเสียด ให้ดื่มสุราเมรัย ยาเสพติดต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นต้น และยังมีการพนัน มีอะไรอีกสารพัด ซึ่งมีภัยทั้งสิ้น แล้วก็มีภพมารองรับ และเราต้องเจออย่างนี้บ่อยๆ
 
      เพราะฉะนั้น ถ้าจะอยู่ในวัฏสงสาร เพราะกลัวว่าไปพระนิพพานแล้วไม่มันไม่ม่วน ซึ่งเราคิดไปเอง เพราะเราไม่รู้จักพระนิพพาน ที่จริงถ้าไปถึงตรงนั้นแล้ว เราจะรักพระนิพพานมาก ๆ เลย แต่จะไปถึงตรงนั้นต้องเบื่อในภพสามก่อน และถ้าจะอยู่ต้องอยู่ให้เป็น คือ ต้องละชั่ว ทำความดี และทำใจให้ใส ๆ ในระดับที่อยู่ในภพสามและสร้างบารมีเรื่อยไป มีมโนปณิธานที่ยิ่งใหญ่ คือจะไปสู่ที่สุดแห่งธรรม
 
 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
 

สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#16 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 06 August 2013 - 09:23 AM

สำหรับเรื่องเล่าเข้าพรรษาของวันที่  13  และ  วันที่  14  ของการเข้าพรรษานั้น  พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ คุณครูไม่ใหญ่ของพวกเราไม่ได้ทำการเทศนาเอาไว้ครับ


ใจติดแล้วจะติดใจ
พระธรรมเทศนาโดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
เข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2546


560806-15.jpg
     นี่เราเข้าพรรษามาได้ 15 วันแล้ว พรรษานี้เป็น พรรษาแห่งการบรรลุธรรม ในฤดูกาลเข้าพรรษา ต้องตั้งใจทำความเพียรกันให้ดี เพราะจะหาช่วงจังหวะอากาศดี ๆ อย่างนี้ไม่ใช่ง่าย ถึงแม้ฝนฟ้าจะตก เจอละอองฝน อาจทำให้เป็นหวัดบ้าง แต่ก็ยังดีที่ว่ามันไม่หนาวไม่ร้อนเกินไป
 
     คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านชอบฤดูนี้มาก ท่านบอกว่ามันหนาวก็ไม่หนาว ร้อนก็ไม่ร้อน นั่งดีจังเลย เหมาะสำหรับผู้ที่ฝึกฝนใหม่ที่ยังมีความจำเป็นเกี่ยวกับเรื่องดินอากาศฟ้า แต่สำหรับคนที่ทำเป็นแล้วไม่ขึ้นอยู่กับดินอากาศฟ้า เพราะใจติดตรงกลางแล้ว จะหกคะเมนตีลังกาอย่างไรก็ไม่หลุด เหมือนเสื้อที่สวมใส่จะขยับตัวแค่ไหน หกคะเมนตีลังกาเสื้อก็ยังอยู่กับตัวเรา ติดเหมือนเป็นอวัยวะส่วนหนึ่ง เหมือนเราหกคะเมนตีลังกาอย่างไรจมูกก็ยังติดอยู่บนใบหน้า หูก็ยังติดอยู่ข้าง ๆ ไม่ใช่พอหกคะเมนตีลังกาแล้วจมูกร่วง
 
     เพราะฉะนั้น คนที่ใจเขาติดแล้วจะไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ แต่สำหรับผู้ฝึกใหม่ก็ยังมีความจำเป็น ที่ใจยังไม่ติด เดี๋ยวหลุด เดี๋ยวติด บางทียังไม่เคยติดเลย เมื่อไม่เคยติด มันก็ไม่เคยหลุด แต่ว่ามายังไงก็ไม่รู้ เดี๋ยวก็อยู่ในตัว เดี๋ยวก็อยู่นอกตัว ลองให้ใจติดสักครั้งเถิด แล้วจะติดใจ ติดอะไรก็ไม่สู้ติดศูนย์กลางกาย มันสว่าง มีความสุข มีปีติ มีความเบิกบาน
 

 

 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#17 ทำบุญวันออกพรรษา

ทำบุญวันออกพรรษา
  • Banned
  • 14 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 06 August 2013 - 04:40 PM

ขอบคุณครับ


วันออกพรรษา หรือ วันปวารณาออกพรรษา หมายถึง วันสำคัญทางพุทธศาสนาวันหนึ่งในประเทศไทย เนื่องจากเป็นวันสิ้นสุดระยะเวลาจำพรรษา 3 เดือนของพระสงฆ์เถรวาท โดยเป็นวันที่พระสงฆ์จะทำสังฆกรรมปวารณาออกพรรษาในวันนี้ วันออกพรรษาตามปกติ (ออกปุริมพรรษา1) จะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม) หลังวันเข้าพรรษา 3 เดือน ตามปฏิทินจันทรคติไทย ในช่วงนี้จะมีการทำบุญวันออกพรรษาและประเพณีที่เกี่ยวข้องมากมาย

เว็บไซต์ : http://www.xn--12cy3...wab1h8q.com</b>


#18 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 07 August 2013 - 06:36 PM

นั่งน้อย ไม่ใช่บุญน้อย
พระธรรมเทศนาโดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
เข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2546

560807-Day16.jpg

นั่งน้อย ไม่ใช่บุญน้อย

 
     วันนี้วันที่ 16 นับจากวันเข้าพรรษา พรรษานี้ชื่อว่า พรรษาแห่งการบรรลุธรรม เพราะฉะนั้นต้องใช้วันเวลาในพรรษานี้ให้คุ้มค่า ซึ่งอากาศดีมาก ๆ ไม่ร้อน ไม่หนาว ไม่อ้าว เหมาะในการปฏิบัติธรรม ทำความเพียรเรื่อยไป อย่าท้ออย่าขี้เกียจ ไม่ใช่พอนั่งแล้วมืด เมื่อย ฟุ้ง ก็เลยคิดไปเองว่าเราบุญน้อยมั้งจึงไม่ได้เห็นพระกับเขาบ้าง ที่จริงไม่ใช่บุญน้อย แต่นั่งน้อย แล้วนอนเยอะ ต้องนั่งเยอะ ๆ แล้วจะได้อย่างแน่นอนเชื่อเถอะ คนอื่นเขาทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ ทำไม่ได้มีอยู่ประการเดียว คือ ไม่ได้ทำ ฝึกไปเรื่อย ๆ
 
     สักวันหนึ่งใจก็หยุดนิ่งเอง ไม่จำกัดกาลเวลา หยุดเช้าเห็นเช้า หยุดสายเห็น สาย บ่าย เย็น ค่ำ กลางคืน ดึก แจ้ง รุ่งสาง หยุดตอนไหนก็เห็นตอนนั้นเป็นอกาลิโก มนุษย์เราเหมือนหุ่นให้บุญและบาปเชิด เหมือนหุ่นกระบอกตาม โรงละครที่เขาเชิดเป็นตัวนั่น ตัวนี่ ตัวโน่น มีบทบาทต่าง ๆ นานานั่นแหละ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องสั่งสมบุญให้มาก ๆ ถ้าหากเรามีบุญมาก อุปสรรคก็น้อยลงไปเรื่อย ๆ ความสมหวังในชีวิตทั้งปัจจุบันและในอนาคตก็มีมากเป็นทับทวี

     บุญคือพลังงานแห่งความบริสุทธิ์ที่จะขจัดพลังงานแห่งความไม่บริสุทธิ์ ให้หมดสิ้นออกไปจากกาย วาจา ใจ ธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ของเรา จะได้บุญมากนอกจากทำทานรักษาศีลแล้ว การทำใจหยุดนิ่ง ๆ ตรงกลางกายฐานที่ 7 ถ้าชัดใสสว่างเมื่อไรแล้วบุญจะมาก หลักอยู่ตรงนี้
 
 
29 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#19 skynoi

skynoi
  • Admin
  • 601 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 12 August 2013 - 09:27 AM

วันนี้วันที่ ๒๑ นับจากวันเข้าพรรษา (ไม่มีบทความนะคะ)



#20 skynoi

skynoi
  • Admin
  • 601 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 13 August 2013 - 08:52 AM

วันนี้วันที่ 22 ของการเข้าพรรษา

http://goo.gl/X6ABpb



#21 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 13 August 2013 - 10:29 AM

วันที่  17  คุณท่าน skynoi ก็แจ้งว่าไม่มีนะครับ


ใจหยุด ใจใส ใจจะสูง
พระธรรมเทศนาโดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
เข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2546


560809-072.jpg
พระในตัวมีอยู่แล้วในศูนย์กลางกายฐานที่ 7
อยู่ในกลางกายของเรา เหนือสะดือขึ้นมา 2 นิ้วมือ 
 
      วันนี้วันที่ 18 นับจากวันเข้าพรรษา พรรษานี้เป็น พรรษาแห่งการบรรลุธรรม คือ พระเห็นพระในตัว เณรเห็นพระในตัว โยมเห็นพระในตัว พระในตัวมีอยู่แล้วในศูนย์กลางกายฐานที่ 7 อยู่ในกลางกายของเรา เหนือสะดือขึ้นมา 2 นิ้วมือ ที่เราได้ยินรหัสบ่อย ๆ ว่า 072 ตรงนั้นเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของเราเลย สิ่งอื่นไม่ใช่
 
      นี่คือพรรษาที่เราจะต้องปฏิบัติตัวของเรา ฝึกใจหยุดนิ่งให้เข้าถึงพระในตัว และเราก็จะได้เห็นพระกัน ทั้งพระ ทั้งเณร ทั้งอุบาสก อุบาสิกา ทุกคนทั่วโลก ใจหยุดนี่สำคัญ ใจยิ่งหยุดใจยิ่งใส ใจยิ่งใสใจยิ่งสูง ใจยิ่งสูงเท่าไรก็ยิ่งใกล้ต่อหนทางพระนิพพาน
 
      เราลองสังเกตดูว่า วันหนึ่งตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งเข้านอน ใจเราสูงหรือใจเราไม่สูง โดยวัดดูจากกิจกรรมที่เราทำตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งเข้านอน สิ่งที่ผ่านมาทางความคิด คำพูด การกระทำ ทางกาย ทางวาจา ทางใจ ดูว่ามีความคิดอะไรที่วนเวียนอยู่ในใจของเราสิ่งที่เราพูดออกมา หรือสิ่งที่เราทำเป็นเครื่องวัดว่าใจเราใสหรือไม่ใสแหล่งที่มาของความคิดเป็นอย่างไร ให้สังเกตตรงนั้น ยิ่งถ้าชาวโลกทั่วไปแล้วใจจะไม่ค่อยใส วัน ๆ คิดแต่เรื่องทำมาหากิน หาเงินหาทอง หาทรัพย์ ใช้ทรัพย์ สนุกสนานเพลิดเพลิน แล้วก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้ใจไม่ใส เช่น เหล้า เบียร์ บุหรี่ ยาเสพติด ความสนุกสนานเพลิดเพลิน การพนันบ้าง สารพัด ใจจึงไม่ค่อยใสเท่าไร ใจต้องใสใจจึงจะสูง ตรงนี้สำคัญนะ

31 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

สร้างบารมีทุกอนุวินาทีทั้งชาติทุกชาติ
พระธรรมเทศนาโดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
เข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2546

 
560810-1.jpg
สร้างบารมีทุกอนุวินาทีทั้งชาติทุกชาติ

      วันนี้วันที่ 19 นับจากวันเข้าพรรษามา พรรษานี้เราได้ให้ชื่อว่า พรรษาแห่งการบรรลุธรรม คือ พระเห็นพระ เณรเห็นพระ แล้วก็โยมเห็นพระ คำว่า “พระ” ในที่นี้ หมายถึง พระรัตนตรัยในตัว คือ พระธรรมกายซึ่งมีอยู่ในตัวของทุก ๆ คนในโลก การได้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวนี้ จะทำให้ชีวิตของเราสมบูรณ์ มีความปลอดภัยแล้วก็มีชัยชนะ ถือว่าสมหวังในชีวิตในระดับหนึ่ง เพราะพระรัตนตรัยจะนำเราข้ามพ้นวัฏสงสาร ไปสู่ฝั่งพระนิพพานได้ถ้าหากเรามีเป้าหมายสูงสุดที่จะไปสู่ที่สุดแห่งธรรม ก็จะต้องเริ่มต้นจากพระรัตนตรัยภายใน ต้องได้ตรงนี้ มีพระธรรมกายภายในปรากฏชัดใสแจ่มทั้งหลับตาลืมตา อย่างนี้ชีวิตจึงจะปลอดภัยในสังสารวัฏ
 
     เพราะการไปสู่ที่สุดแห่งธรรมนั้นยาวนาน จะต้องมีบารมีมาก บารมีน้อย ๆ ไปไม่ได้ บารมีจะมากได้ก็ต้องสร้างให้มาก สร้างกันทุกชาติและทั้งชาติ ตั้งแต่เกิดไปทุกอนุวินาทีจนกระทั่งละโลกการสร้างบารมีทั้งชาติตั้งแต่เกิดกระทั่งตายและทำทุกวัน ฟังดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ความจริงเป็นไปได้ เพราะว่าเราจะต้องสร้างบารมี 10 ทัศ 30 ทัศ ให้บริบูรณ์ ทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี ขันติบารมี สัจจบารมี อธิษฐานบารมี เมตตาบารมี และอุเบกขาบารมี บารมีเบื้องต้น ท่ามกลาง เบื้องปลายให้บริบูรณ์ ซึ่งย่อ ๆ ก็คือ ทาน ศีล ภาวนานั่นเอง จะต้องมีพื้นฐานใจที่มั่นคง บริสุทธิ์ สะอาด จึงจะได้บุญมาก พื้นฐานของใจที่มั่นคง คือต้องเข้าถึงพระธรรมกายในตัวนั่นเอง
 
560810-2.jpg
ถ้าเราทำบุญด้วยใจที่เข้าถึงพระธรรมกายแล้ว
ทำน้อยก็ได้มาก ทำมากก็ได้มากยิ่งขึ้นเป็นทับทวี
 
      ถ้าเราทำบุญด้วยใจที่เข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ทำน้อยก็ได้มาก ทำมากก็ได้มากยิ่งขึ้นเป็นทับทวี คำว่า “ทำน้อย ได้มาก” มากในระดับขนาดไหน ขนาดทำน้อย ๆ ถ้าทำด้วยพระธรรมกาย ยังได้ในระดับอสงไขยอัปปมาณัง ถ้าทำมากแล้วได้มากกว่านั้นขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นการเข้าถึงพระธรรมกายภายในจึงเป็นหลักสำคัญอย่างยิ่งของการสร้างบารมี หรือการอยู่เป็นสุขในภพนี้หรือภพไหน ๆ ถ้าเราเข้าถึงพระธรรมกายในตัวชัดใสแจ่ม ทั้งหลับตา ลืมตา นั่ง นอน ยืน เดิน นั่งก็สว่าง ยืนก็สว่าง เดินก็สว่าง นอนก็สว่าง หลับตาสว่าง ลืมตาสว่าง จะทำภารกิจอะไรก็สว่างหมด อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ขับถ่าย สว่างตลอดเวลาอย่างนี้ ฐานของใจก็มั่นคง บุญกุศลจะเกิดขึ้นตลอดเวลา จะมีความสุขตลอดในทุกวันที่ผ่านไปตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งเข้านอน
 
      เพราะฉะนั้นพรรษานี้จึงได้ให้ชื่อว่าเป็น พรรษาแห่งการบรรลุธรรม ที่เข้าถึงพระ มันมีความจำเป็นอย่างนี้ พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ เราจะได้มีบุญกันเยอะ ๆ
 
รหัสผ่านสู่วงบุญพิเศษ

      เราได้ศึกษาเรียนรู้ถึงกฎในการเดินทางไปสู่ปรโลกแล้วว่ามันมีรหัสผ่านถ้าจะไปอบายก็ต้องทำบาป เพราะใจเศร้าหมอง ความเศร้าหมองของใจนั่นแหละเป็นรหัสผ่านไปสู่อบาย ถ้าจะไปสู่สุคติโลกสวรรค์ก็ต้องสร้างบุญมาก ๆ ให้ใจผ่องใส ความผ่องใสของใจก็เป็นรหัสผ่านไปสู่สุคติโลกสวรรค์การที่เราเข้าถึงพระในตัวนั้น ใจเราต้องผ่องใส สะอาด บริสุทธิ์ สว่างไสวเป็นรหัสผ่านไปสู่สุคติ และไปตามภพภูมิที่เราปรารถนาได้ด้วย ถ้าตั้งความปรารถนาจะไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ ตัวเราก็ต้องให้พิเศษแตกต่างจากปกติของมนุษย์ธรรมดาพิเศษ คือ จะต้องเข้าถึงพระธรรมกาย มีพระธรรมกายปรากฏชัดใสแจ่มอย่างนี้ แม้พระธรรมกายจะมีอยู่ในตัวทุกคน แต่ถ้ายังเข้าไม่ถึง มีก็เหมือนไม่มี เหมือนน้ำใต้ดิน เรารู้ว่ามีน้ำใต้ดิน แต่ถ้าไม่เจาะไม่ขุดไปให้ถึงก็ไม่ได้น้ำมาดื่มมาใช้ พระธรรมกายในตัวก็เช่นเดียวกัน แม้มีอยู่แต่ถ้าหากยังเข้าไปไม่ถึงก็เอามาใช้ไม่ได้
 
560810-3.jpg 
รหัสผ่านสู่วงบุญพิเศษ 
 
     ดังนั้นการเข้าถึงพระธรรมกายจึงเรียกว่าเป็นบุคคลพิเศษ ที่มีรหัสผ่านพิเศษไปสู่วงบุญพิเศษได้ หากตั้งความปรารถนาที่จะไปเพราะฉะนั้น พรรษานี้เราจึงจำเป็นต้องเข้มงวดกวดขันตัวเราให้ขวนขวายที่จะฝึกใจให้หยุดนิ่งควบคู่ไปกับการทำภารกิจประจำวัน การทำมาหากิน การครองเรือน หรือการศึกษาเล่าเรียน หรือการทำอะไรที่นอกเหนือจากนี้ เราต้องทำควบคู่กันไป อย่าให้อะไรมาเป็นอุปสรรค มาเป็นข้อแม้ข้ออ้างหรือเงื่อนไขซึ่งเรามักจะใช้คำว่าไม่ว่าง ไม่มีเวลา ที่จริงเวลามีแต่ไม่มีอารมณ์ที่จะทำ วันนี้มืดแต่พรุ่งนี้ไม่แน่ เพราะแม้มืดตื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรมนี่ไม่ใช่คำขวัญหรู ๆ แต่ว่าทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ถ้าทำจริง ๆ จัง ๆ มีผู้มีบุญท่านหนึ่ง ปฏิบัติธรรมมืดอยู่ ๗ เดือน หลังจากนั้นก็ไม่มืดสว่างมากบ้าง น้อยบ้าง เมื่อท่านทำได้ เราก็ต้องทำได้ ทำได้เมื่อเราได้ทำแล้วก็ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ให้ถูกหลักวิชชา ดังนั้นไม่มีเหตุผลใดเลยที่เราจะไม่ทำหรือทำไม่ได้ ถ้าเราปรารถนาจะสั่งสมบุญเรารู้แล้วว่าเราเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้งและเกิดมาสร้างบารมีสิ่งนี้เป็นหลัก นอกนั้นก็เป็นเรื่องรอง ๆ ลงมา เมื่อเรารู้อย่างนี้เราก็ต้องทำอย่างนี้ จะไปทำนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ และเราได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นว่าใจยิ่งใสใจก็ยิ่งสูง ใจยิ่งสูงก็ยิ่งใกล้พระนิพพาน ยิ่งใกล้ที่สุดแห่งธรรมเข้าไปเรื่อย ๆ เราก็จะต้องทำใจให้ใสๆ

      บุญ คือ พลังงานชนิดหนึ่งที่สะอาดบริสุทธิ์ เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตทุกระดับ ตั้งแต่ปุถุชนจนกระทั่งเป็นพระอริยเจ้า บุญบันดาลให้ทุกสิ่งเกิดขึ้น ที่จะทำให้เราสมหวัง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ต้องสั่งสมบุญพระอรหันต์ก็สั่งสมบุญ และก็กลั่นไปเป็นบารมี เป็นรัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจสิทธิ เฉียบขาด ในที่สุดก็สมหวังหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ พ้นจากภพสาม ไปสู่พระนิพพานได้ เราก็จะต้องทำอย่างท่านทำ ท่านทำอย่างไร เราทำอย่างนั้น ท่านเป็นอย่างไร เราก็จะเป็นอย่างนั้น

1 สิงหาคม พ.ศ. 2546 
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

ปัจจัตตัง รู้ได้เฉพาะตน
พระธรรมเทศนาโดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
เข้าพรรษา ปีพุทธศักราช 2546

 
560811-Day20.jpg
เข้าพรรษา เข้าถึงธรรม


      วันนี้วันที่ 20 นับจากวันเข้าพรรษา พรรษานี้เป็น พรรษาแห่งการบรรลุธรรม คือ พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ พระในที่นี้ หมายถึง พระรัตนตรัยในตัวของเรา ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด สิ่งอื่นที่จะเป็นที่พึ่งที่ระลึกเสมอเหมือนหรือยิ่งกว่านี้ไม่มีถ้าเราเข้าถึงพระในตัวได้เราก็จะมีที่พึ่ง มีความสุขกายสบายใจทันทีที่เข้าถึง เราจะอบอุ่นใจ จะรู้สึกปลอดภัย และพระในตัวนอกจากให้ความสุขทันทีที่ได้เข้าถึงแล้ว ยังเป็นรหัสผ่านไปสู่สุคติโลกสวรรค์โดยเฉพาะดุสิตบุรีวงบุญพิเศษ ที่เราปรารถนาจะไปกัน 

     
     ซึ่งจะไปได้นั้นต้องพิเศษแตกต่างจากคนปกติธรรมดาที่เขาไม่มีศีลไม่มีธรรม มัวแต่ทำมาหากิน สนุกสนานเพลิดเพลินวันทั้งวันกายวาจาใจมีแต่เรื่องราวที่เป็นบาปอกุศลผ่านเข้ามาทำให้ใจหมอง ไม่ผ่องใส มันต้องพิเศษแตกต่างจากนั้น ต้องเข้าถึงพระธรรมกายในตัว ซึ่งมีอยู่แล้วทุกคนในโลก ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ รู้หรือไม่รู้ จะเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ใดก็ตาม ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์แล้วล้วนมีพระธรรมกายทั้งสิ้น ไม่เชื่อก็ต้องลองมาปฏิบัติดูพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใช้คำว่า เอหิปสฺสิโก เธอจงมาลองทำดูโดยน้อมใจที่แวบไปแวบมาให้เข้ามาในตน โอปนยิโก น้อมเข้ามา ปจฺจตฺตํ รู้ได้เฉพาะตน


     นี่ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา สมมติเราเอาหัวไปโขกกำแพง จะต้องไปถามคนอื่นไหมว่าผมเจ็บหรือเปล่า ก็ไม่ต้อง กินพริกขี้หนูไป 10 เม็ดต้องไปถามเขาไหม ผมเผ็ดหรือเปล่า ถ้าไปถามนี่ถือว่าเป็นคนชอบกลนัก มันเป็นปัจจัตตัง รู้ได้เฉพาะตัวเรา พริกไทยเผ็ดแตกต่างจากพริกขี้หนู พริกป่นพริกชี้ฟ้า หรือพริกอะไรก็แล้วแต่ ลองเคี้ยวดูก็รู้เอง เข้าถึงธรรมเหมือนกันปฏิบัติธรรมได้เข้าถึงเห็นพระในตัว โอ สุขจังเลย ไม่ต้องไปถามใคร นี่แหละ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ รู้ได้เฉพาะตัวของเรา


2 สิงหาคม พ.ศ. 2546 
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

พิสูจน์กฎแห่งกรรมด้วยพระในตัว
 
560813-meditation-1.jpg 
สิ่งที่เราได้ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้นพรรษานั้นจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้ 

      วันนี้วันที่ 22 นับจากวันเข้าพรรษา เผลอประเดี๋ยวเดียวจะครบ 1 เดือนแล้ว เหลืออีกอาทิตย์เดียวเท่านั้น วันคืนผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ที่ต้องนับกันไปวัน ๆ เพราะจะได้เตือนพวกเราให้รู้ว่า สิ่งที่เราได้ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้นพรรษานั้นจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้ เราตั้งใจเอาไว้ว่าพรรษานี้จะเป็น พรรษาแห่งการบรรลุธรรม คือ พระเห็นพระ เณรเห็นพระ แล้วก็โยมเห็นพระ หมายถึง ทุกคนจะต้องเห็นพระให้ได้ภายในพรรษานี้ พระในที่นี้ก็คือพระรัตนตรัยในตัว ที่นอกเหนือจากพระรัตนตรัยนอกตัว ซึ่งเราชาวพุทธก็ได้เห็นกันเป็นปกติอยู่แล้ว พระในตัวนั้นสำคัญมาก เพราะท่านอยู่กับเนื้อกับตัวของเรา ถ้าเราเข้าถึงท่านยังไม่ได้ ชีวิตยังไม่อบอุ่น ยังไม่ปลอดภัย ถึงแม้จะมีพระนอกตัวให้เคารพกราบไหว้บูชา มันทราบแต่มันยังไม่ซึ้งถึงใจ แต่จะให้ซาบซึ้งถึงใจก็ต้องเข้าถึงพระภายในให้ได้
 
Phramongkoltepmuni.jpg
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
 
      พระเดชพระคุณหลวงปู่พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ได้กล่าวเสมอเลยว่า เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวได้เมื่อไร จะไปพิสูจน์เรื่องกฎแห่งกรรมได้ ท่านใช้คำว่า “ไปนรกก็ได้ ไปสวรรค์ก็ได้ ไปจับมือถือแขนพูดจาโต้ตอบกับสัตว์นรก หรือเทวดาบนสวรรค์ก็ได้ พ่อแม่ตายไปอยู่ที่ไหนไปช่วยได้ทั้งในนรกและในสุคติภพ” นี่ท่านพูดเสมอเลยตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็เลยทำให้เรามีกำลังใจแม้จะไม่ได้เจอองค์ท่าน แต่เราก็เจอคำสอนของท่าน สิ่งที่ท่านได้กล่าวเอาไว้เป็นเครื่องยืนยันในการบรรลุธรรมของท่าน และในยุคนั้นก็มีผู้บรรลุธรรมตามเยอะมาก เป็นพยานในคำสั่งสอนของท่านได้เป็นอย่างดีและสืบทอดกันเรื่อยมากระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ที่ไปนรกก็ได้ ไปสวรรค์ก็ได้ จับมือถือแขนพูดจาโต้ตอบสัตว์นรกกับเทวดาได้ พ่อแม่ตายแล้วไม่ว่าจะไปอยู่ในภพภูมิไหนก็ตามไปช่วยได้

     ตรงนี้แหละทำให้เรามีความมั่นใจที่จะทำตามคำสอนของท่าน ต้องการที่จะเข้าถึงสิ่งที่ท่านกล่าวเอาไว้ เพื่อเราจะได้มีที่พึ่งที่ระลึก และจะได้ไปพิสูจน์กฎแห่งกรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนเอาไว้ และจะได้มีโอกาสไปโปรดหมู่ญาติของเรา
 
560813-meditation-2.jpg
พรรษานี้เราก็ต้องเข้มงวดกวดขันตัวเองให้ดี ปฏิบัติธรรมกันทุกวันให้สม่ำเสมอ 
โดยไม่ให้สิ่งใดมาเป็นอุปสรรคในความตั้งใจจริงของเราในคราวนี้
 
 
     เพราะเหตุนี้ พรรษานี้เราก็ต้องเข้มงวดกวดขันตัวเองให้ดี ปฏิบัติธรรมกันทุกวันให้สม่ำเสมอ โดยไม่ให้สิ่งใดมาเป็นอุปสรรคในความตั้งใจจริงของเราในคราวนี้ ไม่ว่าจะเจ็บ ป่วย ไข้ จะปวดเมื่อย มีภารกิจการงานอะไร จะไม่ให้สิ่งนี้มาเป็นข้ออ้าง ข้อแม้ เงื่อนไขเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ที่นับกันไปเป็นวัน ๆ นี่ได้ 22 วัน เพื่อที่เราจะได้ทบทวนตัวเราว่าทำตามที่เราได้ตั้งใจกันแล้วหรือยัง
 
4 สิงหาคม พ.ศ. 2546 
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#22 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3279 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 14 August 2013 - 12:09 PM

นิ่งจนถึงที่สุดของภาพ
 
2013-meditation-dmctv-women.jpg
พรรษาแห่งการบรรลุธรรม คือ พระเห็นพระ เณรเห็นพระ
แล้วก็โยมเห็นพระ หมายถึงทุกคนจะต้องเห็นพระให้ได้

 

     วันนี้วันที่ 23 นับจากวันเข้าพรรษา พรรษานี้เราได้ให้ชื่อว่า พรรษาแห่งการบรรลุธรรม คือ พระเห็นพระ เณรเห็นพระ แล้วก็โยมเห็นพระ หมายถึงทุกคนจะต้องเห็นพระให้ได้ พระในที่นี้ก็คือพระรัตนตรัยซึ่งอยู่ภายในตัวของเราทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นพระ เป็นเณร เป็นโยม อุบาสก อุบาสิกา สาธุชนหรือคนชาติไหนก็ตามล้วนมีพระรัตนตรัยในตัวทั้งสิ้น ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอย่างแท้จริง สิ่งอื่นที่นอกจากนี้ไม่ใช่ที่พึ่งอันเกษม ไม่ว่าจะเป็นคน เป็นสัตว์เป็นสิ่งของอันใดก็ตามไม่ใช่ที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง ถ้าจะพึ่งพิงพึ่งพากันชั่วคราวก็คงจะได้ ที่พึ่งที่แท้จริงมีแต่พระรัตนตรัยเท่านั้นจะเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวได้ก็ด้วยการทำใจหยุดใจนิ่ง ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 หมายความว่า ปกติของใจเราไม่หยุดไม่นิ่งมักวิ่งไปในอารมณ์ต่างๆ ไปในเรื่องราวต่ๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเรื่องคน สัตว์ สิ่งของ ธุรกิจการงาน ครอบครัว การศึกษาเล่าเรียน หรือเรื่องอะไรที่นอกเหนือจากนี้ เราจึงไม่พบที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง ไม่พบความสุขที่แท้จริงทั้ง ๆ ที่เราแสวงหาเรามักเข้าใจว่าความสุขที่แท้จริงอยู่ที่คน ที่สัตว์ ที่สิ่งของ สถานที่ทรัพย์สิน เงินทอง เป็นต้น แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ มันอยู่ในตัว
 
2013-meditation-dmctv-national.jpg
เราต้องเอาใจกลับมาหยุดนิ่งอยู่ภายใน
 
      เพราะฉะนั้นเราต้องเอาใจกลับมาหยุดนิ่งอยู่ภายใน ให้ผ่านภาพต่างๆ อารมณ์ต่างๆ ที่เราเก็บสั่งสมเอาไว้อยู่ในใจ ผ่านไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปถึงที่สุดของภาพ ก็จะเข้าถึงภาพแรกภายในที่แท้จริง คือ ดวงปฐมมรรค เมื่อเราเห็นธรรมดวงแรกไม่ช้าก็จะเข้าถึงพระตถาคตภายใน ถึงพระรัตนตรัยในตัวภายในพรรษานี้ที่ผ่านมาได้ 23 วัน มีผู้ปฏิบัติธรรมที่เข้าถึงก็มีจวนจะเข้าถึงก็มี อยู่ในระดับที่ฝึกฝนแล้วก็มีประสบการณ์ที่ก้าวหน้าเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็มี มีหลากหลายประสบการณ์ ก็เป็นสิ่งที่น่าปีติยินดีที่เราใช้วันเวลาที่มีจำกัดในโลกมนุษย์ มาสร้างความดีที่ถูกหลักวิชชา มาทำงานที่แท้จริง คือ งานที่จะทำพระนิพพานให้แจ้ง และเป็นการแสวงหาบุญบารมีของเรา
5 สิงหาคม พ.ศ. 2546 
จากหนังสือบางสิ่งที่แสวงหา
โดย พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ