ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

โทรคุยกับพระเรื่องสนุกๆ


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 34 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 บุญโต

บุญโต
  • Members
  • 2192 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • Interests:ปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 01:00 PM

น้องที่ออฟฟิศฝากถามค่ะ

น้องที่ออฟฟิศเป็นผู้หญิงและมีเพื่อนรัก(เพื่อนสนิท)เป็นผู้ชายซึ่งเพิ่งจะบวช (กำลังบวชอยู่ที่อุดรฯ...ตั้งใจบวช 1 พรรษา) เพิ่งบวชใหม่ ๆ รู้สึกเหงา กลัวผี ...ก็เลยโทรมาหาคุยกับน้องผู้หญิงที่ออฟฟิศทุกวันเลย แล้วบอกว่าให้น้องผู้หญิงโทรไปหาให้ทุกวัน เพราะไม่รู้จะคุยกับใคร น้องก็เลยมาปรึกษาว่าได้หรือปล่าว ตอนแรกเราบอกว่าไม่น่าจะได้นะ ... แต่คิดอีกทีว่าเผื่อเรื่องจำเป็น

ก็เลยถามน้องเค้าว่าคุยกันเรื่องอะไร น้องบอกว่าเรื่องสนุก ๆ มัน ๆ ... ohmy.gif เราก็เลยบอกว่าไม่ได้นะ น้องผู้หญิงนี่แหล๊ะจะบาปนะ แต่ก็ไม่รู้จะตอบอะไรให้มากกว่านั้น ก็เลยมาหาข้อมูลในนี้ค่ะ จะได้เอาข้อมูลให้น้อง ว่าไม่ได้อย่างไร บาปอย่างไร rolleyes.gif ขอบคุณค่ะ

#2 Mai D na

Mai D na
  • Members
  • 282 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 01:36 PM



...................................................................

อั น ส ต รี เ ป็ น ม ล ทิ น ข อ ง พ ร ห ม จ ร ร ย์

........................................................................

ให้ ไกล กัน เป็น ดี ที่ สุด จ้า..





แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป
แต่..
เ ป้ า ห ม า ย ไ ม่ เ ป ลี่ ย น แ ป ร




#3 ป่าน072

ป่าน072
  • Members
  • 371 โพสต์
  • Location:โคราช
  • Interests:การศึกษาต่อในวิชา วิทยาศาสตร์<br />วิศวะปิโตรเคมี

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 01:37 PM

อืม
ตอบไม่ถูกนะคะ
เมื่อดวงตาปิดสนิมอย่างละมุน
ไม่มีลุ้นเร่งจองมองที่หมาย
ก็จะพบผู้รู้อยู่กลางกาย
ธาตุอ่อนแก่มากมายถึงปลายทาง

#4 light mint

light mint

    ขออนุโมทนาบุญค่ะ

  • Members
  • 1423 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:THAILAND
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 01:50 PM

ปกติแล้ว การบวชในช่วงแรกๆเป็นระยะปรับตัว
จะมีพระอุปัชฌาย์ หรือพระพี่เลี้ยงคอยดูแลใกล้ชิด เพราะกำลังอยู่ในช่วงปรับตัวกับสภาวะพระภิกษุ
โยมผู้หญิงก็ไม่ควรไปหาท่านบ่อยๆ แค่ไปกราบครั้งนึงตอนบวชก็พอ (ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปหาซ้ำในช่วงนี้)

เรื่องโยมใช้โทรศัพท์คุยเรื่องต่างๆ กับพระที่เพิ่งบวช
โดยเฉพาะเป็นโยมผู้หญิงโทรคุย อาจไปดึงใจให้ท่านนึกถึงตอนยังเป็นฆราวาสได้ ซึ่งเป็นการไม่สมควร
เพราะขณะนี้ท่านเป็นพระภิกษุแล้ว แม้เมื่อก่อนจะสนิทกันขนาดไหน แต่ตอนนี้เปลี่ยนสถานะแล้ว เป็นของสูง
การพูดเล่นพูดเรื่องเรื่อยเปื่อย ก็ทำให้ขาดความระมัดระวัง ก็จะพลั้งเผลอพูดจาล่วงเกินพระสงฆ์ได้ง่าย ซึ่งมีบาปแก่ตัวผู้พูดเอง

หรือแม้การโทรศัพท์สนทนาเรื่องงานกับพระที่บวชนานแค่ไหนก็ตาม โยมควรพูดแค่ได้เนื้อหา กระชับ
รู้เรื่องแล้วจบ โยมพูดไม่ควรเยิ่นเย้อ ไม่ต้องแถม ไม่ควรหยอด ไม่ควรพูดเล่นหรือแซว เพราะไม่ควร
ขออนุโมทนาบุญนะคะ สาธุ


#5 น้อมเศียรเกล้า

น้อมเศียรเกล้า
  • Members
  • 365 โพสต์
  • Location:ถ.ลาดพร้าว
  • Interests:พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย การรักษาโรคด้วยวิธีธรรมชาติ <br />รำนาฏศิลป์ เล่นดนตรีไทย เล่นดนตรีสากล

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 01:50 PM

น้องที่ออฟฟิศไม่ควรคุยกับพระค่ะ พระบวชใหม่น่าจะอยู่กับองค์ภาวนา เรียนรู้พระธรรมวินัยมากๆค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นจะเสียเวลาเปล่าๆค่ะ อุตส่าห์ได้บวชทั้งทีน่าจะมีโอกาสเรียนรู้มากๆค่ะ จะได้ๆบุญมากๆ อยู่ในวัดถ้าทำบุญก็ได้บุญมาก ถ้าทำบาปก็บาปมากด้วยเช่นกันค่ะ

#6 ฟ้ายังฟ้าอยู่

ฟ้ายังฟ้าอยู่
  • Members
  • 2511 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 01:51 PM

ให้พระบวชใหม่ มีมือถือได้อย่างไรคะ ?? ที่วัดพระธรรมกาย ห้ามพระที่เข้ามาอบรม มีโทรศัพท์มือถือเลยนะคะ
ปิดเครื่องไปเลย บำเพ็ญสมณะธรรม อย่างเดียวนะ กว่าจะหาโอกาสมาบวชได้ ไม่ง่ายนะคะ
น้องผู้หญิง ห้ามโทรไปเด็ดขาดเลยค่ะ อย่าไปขัดขวางหนทางพระนิพพานของท่านเลย ให้โอกาสท่านประพฤติพรหมจรรย์ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย สบายใจ หายห่วงดีกว่านะคะ
"เกิดมาว่าจะมาหาแก้ว พบแล้วไม่กำจะเกิดมาทำไม
อ้ายที่อยากมันก็หลอก อ้ายที่หยอกมันก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย.."
พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร)


#7 นับดาว

นับดาว
  • Members
  • 422 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 02:15 PM

คุย..สนุกๆ..ไม่ควรมั๊งคะ ? happy.gif

ยิ่งวบวชใหม่ๆก็ต้องช่วยระวังให้ท่าน

เพราะท่านอาจจะยังไม่คุ้นกับเพศภาวะใหม่

ถ้าจำเป็นต้องคุยก็คุยเท่าที่จำเป็น

ไม่คุยเลยยิ่งดี..ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าค่ะ happy.gif
ถ้าใจใส

เรื่องดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

#8 บุญโต

บุญโต
  • Members
  • 2192 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • Interests:ปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 02:27 PM

ขอบคุณคำตอบของทุกท่านค่ะ ส่งกระทู้นี้ให้น้องดูแล้วค่ะ

QUOTE
ให้พระบวชใหม่ มีมือถือได้อย่างไรคะ ??

ทราบว่า คุณแม่ท่านห้ามแล้ว แต่ไม่ยอมค่ะ dont_tell_anyone_smile.gif

#9 SmilingCat

SmilingCat
  • Members
  • 1209 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 02:33 PM

ไม่ควรครับ อาจจะเกิดจิตกำหนัดยินดีได้ ตรงนี้ศ๊ลขาดเรียบร้อยแล้ว
แต่ผมยังไม่ทราบว่าการคุยโทรศัพท์มือถือนั้นผิดพระวินัยหรือเปล่า เพราะ
เป้นการคุยกันสองต่อสอง กับเพศสตรี
หยุดคือตัวสำเร็จ

#10 มองอย่างแมว

มองอย่างแมว
  • Members
  • 722 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:NYC

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 02:33 PM

พระพูดจาเกี้ยวพาราสีกับผู้หญิงนี่อาบัติสังฆาทิเสสนะครับ (รุนแรงรองจากอาบัติปาราชิก)
"ฉุดมันเอาไว้ หยุดมันเอาไว้ ไม่ให้มันรวนเร ต้องหยุดนิ่งสุดใจ หยุดมันเอาไว้ ฉุดมันเอาไว้ ไม่ให้มันซวนเซ ต้องฉุดให้ใจหยุด"
- ไมโคร (เพลง หยุดมันเอาไว้)
"แค่หลับตา... (ลบเลือนทุกสิ่ง เหลือเพียงหนึ่งเดียว) เธอจะเห็นยามเธอหลับตา... (ใช้ใจสัมผัสและมองสิ่งนั้น) เธอจะเห็นตัวฉันเป็นอย่างที่เป็น"
- อุ๊ หฤทัย (เพลง แค่หลับตา)

#11 เถลิงเกียรติ

เถลิงเกียรติ
  • Members
  • 760 โพสต์
  • Interests:N/A

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 02:36 PM

อะไรเอ่ย? บ้านใกล้ท่าน้ำไม่มีน้ำกิน
ช่างปั้นดินไม่มีหม้อใช้ เลี้ยงไก่ไม่มีเสียงขัน
อยากไปสวรรค์ให้ไปแก้ผ้าซิ่นที่วัด
...........................................................
คำตอบ..ของกระทู้นี้ คือ คำเฉลยของคำถามของกระผมข้างบน นั้น ครับ

QUOTE
พระพูดจาเกี้ยวพาราสีกับผู้หญิงนี่อาบัติสังฆาทิเสสนะครับ (รุนแรงรองจากอาบัติปาราชิก)

................................
อาบัติ มาจากภาษาบาลีว่า อาปตติ หมายถึง "การทำผิดทางวินัยของพระสงฆ์"

พระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติวินัยแก่พระภิกษุสงฆ์ไว้เป็นสิกขาบท ๑๕๐ ข้อ
ให้พระภิกษุปฏิบัติเพื่อควบคุมความประพฤติของภิกษุทั้งทางกาย วาจา และใจ


เพื่อการปฏิบัติธรรม ขจัดอาสวะกิเลสตามที่พระพุทธเจ้าเทศนาไว้
หากภิกษุละเมิดวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ก็เรียกว่า
อาบัติ หรือต้องอาบัติ เมื่อวินัยมีจำนวนมากดังนี้ ในบางครั้งพระภิกษุจึงอาจเผอเรอ
กระทำผิดไปโดยเจตนาบ้าง ไม่เจตนาบ้าง จึงได้ทรงบัญญัติวิธีแก้ความผิดนั้น
คนทำผิดต้องรับโทษตามความผิดเพื่อจะได้รู้สำนึกและไม่กระทำผิดอีกต่อไป
เมื่อความผิดมีความหนักเบาต่างกัน โทษก็ต้องหนักเบาต่างกันไปด้วย
..........................................................................................................

ในฐานะที่ข้าพเจ้าเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ กระทู้ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าแสดงความเห็นใน DMC.tv นี้
อาจเป็นเรื่องที่แตกต่างหรือเกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้นเรื่องที่ข้าพเจ้าเขียนถ้าไม่ตรงกับความคิดเห็นของท่านใด ขออย่าได้มีอคติก่อน
แต่ถ้าตรงกับความคิดเห็นของท่านผู้ใด ขออย่าได้เชื่อไปก่อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรื่องที่แสดงความเห็นเป็นแนวคิดของข้าพเจ้า
และข้อมูลที่ค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่นคง
ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลหนึ่ง กับท่านที่ศึกษาทางพุทธศาสตร์
ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า แต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราเป็นทายาทแห่งกรรม
ทำดีตามครูไม่ใหญ่ ต้องได้ดีแน่นอน
และสรุปได้ว่า การเอาธรรมในพุทธศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่เคยล้าสมัย สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

ถึงจะเป็นตะเกียงดวงน้อยด้อยแสง แต่ไฟแรงจุดติดดวงอื่นได้
ไม่เสียดายให้แสงสว่างกับผู้ใด ชักนำใจให้สว่างเพียงแต่ธรรม



#12 MiraclE...DrEaM

MiraclE...DrEaM
  • Members
  • 1368 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 02:54 PM

ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง และ รีบเตือนให้เพื่อนผู้หญิงเลิกการกระทำนั้นทันทีนะครับ หรือจะเอาข้อความของผมไปให้ทั้งเพื่อนผู้หญิงและพระภิกษุท่านนั้นอ่านก็ได้นะครับ...ระวังจะพากันตกนรกแบบไม่รู้ตัวเลยแหละ เพราะอะไรผมถึงว่าเช่นนั้น

สิ่งที่พระบวชใหม่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง คือ ครุอาบัติ หรือ แปลว่า อาบัติที่รุนแรง ประกอบด้วย 2 กอง ได้แก่ หมวดปาราชิก 4 และ หมวดสังฆาทิเสส 13

โดยปกติแล้วพระอุปัชฌาย์จะบอกอาบัติทั้ง 2 กองนี้ทันทีที่เสร็จสิ้นพิธีกรรมอุปสมบท เพื่อป้องกันภิกษุผู้บวชใหม่ไปล่วงเข้า แต่อย่างไรก็ดีก็อาจจะเป็นไปได้ว่าภิกษุผู้บวชใหม่นั้น ไม่ได้ศึกษาศาสนามาลึกซึ้งพอ จึงดูเบา หรือ หลงลืมในคำสอนของพระอุปัชฌาย์ และยิ่งถ้าเป็นการบวชแบบไม่มีพระอาจารย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิดก็ยิ่งอันตรายมาก เพราะพระบวชใหม่อาจจะไปผิดเข้าโดยไม่รู้ตัว และปราศจากผู้ใดตักเตือน ถ้าไปพลาดเช่นนั้นเข้า ผู้บวชเอง และ ผู้ที่มีส่วนในกรรมนั้น ย่อมได้รับบาปที่หนักมากทีเดียว เป็นการบวชที่เป็นหนี้พระศาสนา ข้าวปลาอาหารที่ฉันลงไปก็เป็นหนี้ญาติโยม เกิดภพชาติเบื้องหน้า ก็ต้องไปใช้หนี้ เช่นไปเกิดเป็นวัวเป็นควาย คอยไถนาข้าว เป็นต้น

หมวดปาราชิก 4 คือ อาบัติหัวขาด ถ้าพระรูปใดไปล่วงเข้า ถือว่าขาดจากความเป็นพระทันที และไม่สามารถกลับมาบวชได้ใหม่อีกเลยตลอดชีวิต คือ

1) ภิกษุเสพเมถุน หรือ ก็คือ เสพสังวาส
2) ภิกษุถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการแห่งขโมยได้ราคา 5 มาสก (ถ้าจำไม่ผิด เท่ากับ ราคามะม่วง 1 ผล...รอผู้รู้ท่านอื่นมายืนยันอีกทีครับ)
3) ภิกษุฆ่ามนุษย์ให้ตาย หรือ แสวงหาอาวุธให้ผู้อื่นฆ่า หรือ พรรณาคุณแห่งความตาย หรือ ชักชวนให้คนไปตาย ได้สำเร็จ
4) ภิกษุอวดอุตริมนุสสธรรม ที่ตนเองไม่ได้มี ไม่ได้บรรลุ

หมวดสังฆาทิเสส 13 คือ อาบัติหนักรองลงมาจากปาราชิก แม้ไม่ถึงขั้นขาดจากความเป็นพระ แต่ถ้าไปอยู่ในหมู่สงฆ์หมู่ใด จะทำให้หมู่สงฆ์นั้นไม่บริสุทธิ์ มีมลทิน และการปลงอาบัติแบบสารภาพธรรมดา ก็ไม่สามารถทำให้อาบัติเหล่านี้หลุดได้ ต้องไปถูกกักบริเวณ (อยู่ปริวาส) และ คอยประจานความผิดที่ตนเองทำ แก่พระภิกษุที่อยู่ใกล้หรืออยู่ร่วมปริวาส ทราบตลอดสิ้นเวลา 7 วัน อาบัตินี้ถึงจะหลุดได้

1) ภิกษุแกล้งทำน้ำอสุจิให้เคลื่อนโดยเจตนา
2) ภิกษุมีความกำหนัด จับต้องการหญิง
3) ภิกษุมีความกำหนัด พูดเกี้ยวหญิง
4) ภิกษุมีความกำหนัด พูดล่อให้หญิงยอมตกลงมีเพศสัมพันธ์กับตน (ถ้าแค่หญิงตกลงก็เป็นอาบัติทันที และ ถ้าภิกษุไปร่วมเสพเมถุนจริงๆ ก็ 2 เด้ง คือ โดนทั้ง สังฆาทิเสส และ ปาราชิก)
5) ภิกษุทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักให้ ชายหญิงเป็นผัวเมียกัน

*สำหรับข้อ 6 ถึง 13 ไม่เกี่ยวกับสตรีเพศ จึงไม่ขอกล่าวในที่นี้

ที่น่าเป็นห่วงสำหรับพระบวชใหม่ที่เจ้าของกระทู้พูดถึง ก็คงเป็นอาบัติดังที่ผมบอกไว้ข้างต้น ทางที่ดี แนะนำท่านว่า เพื่อให้การบวชนั้นบริสุทธิ์และได้บุญกุศลอย่างแท้จริง ซึ่ง บิดามารดา ก็จะได้บุญใหญ่ไปด้วย ก็ให้ เลิกการกระทำนั้นซะ เพราะ การกระทำนั้น เสี่ยงต่อการล่วงครุอาบัติเป็นอย่างยิ่ง

ถ้าท่านเหงา หรือ กลัวผี ก็ให้หาหนังสือธรรมะมาอ่าน หัดสวดมนต์ หรือ หัดเจริญภาวนา จะเป็นการดีที่สุด ตอนนี้ท่านเป็นเพศสมณะแล้ว ไม่ควรทำตัวแบบสมัยเป็นเพศคฤหัสถ์ แม้จะเป็นการบวชระยะสั้นก็ตามที ถ้าท่านไม่สามารถทำได้ ก็คงต้องให้โยมพ่อโยมแม่ของพระเป็นคนจัดการ เช่น ริบโทรศัพท์มือถือคืน แม้ท่านจะไม่ยินยอม ก็ต้องทำ มิฉะนั้น จะพาลกันตกนรกทั้งขบวนได้เลยครับ
สิ่งอัศจรรย์ ปรากฏ บนผืนหล้า
มหาวิหาร จรัสฟ้า ค่ายิ่งใหญ่
รูปทอง ผ่องผุด ดุจยองใย
สะท้อนถึง ห้วงดวงใจ สุดบูชา

*********************

รักษ์ร่างพอสร่างร้าย ..... รอดตน
ยอดเยี่ยม "ธรรมกาย" ผล ..... ผ่องแผ้ว

เลอเลิศล่วงกุศล ..... ใดอื่น
เชิญท่านถือเอาแก้ว ..... ก่องหล้าเรืองสกล


คำสอนของเดชพระคุณหลวงพ่อ
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย

#13 บุญโต

บุญโต
  • Members
  • 2192 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • Interests:ปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 03:12 PM

โอ!!..ขอบคุณค่ะ รีบส่งข้อมูลให้น้องเค้าอ่านแล้วค่ะ...เค้าจะไม่โทรไป จะไม่รับสายจนกว่าท่านจะสึกค่ะ (แต่น้องผู้หญิงนี่เฮ้อ...ด้วยความเป็นเพื่อนสนิท ท่านบวชแล้ว ก็ยังชินกับคำพูดเดิม ๆ เรียก มัน มึง ข้า มั่วไปหมด...(ขอโทษนะคะใช้คำพูดตรงตามที่น้องพูด)

#14 Tanay007

Tanay007
  • Members
  • 616 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 03:23 PM

ควรไปบอกน้องเค้าว่า ถ้าทำอย่างนี้จะทำให้ท่านบวชแบบเป็นหนี้ ดีไม่ดีสึกหาลาเพศออกไป ก็ยังมีอาบัติติดตัว (อาบัติสังฆาทิเสส แม้สึกออกไปแล้วกลับมาบวชใหม่ ก็ยังถือว่ามีอาบัติติดตัว) 1 เดือนของท่านควรจะเป็น 1 เดือนที่ได้ประโยชน์ที่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป ทนอีกหน่อยเถิด

"ฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญตบะ" ตบะเป็นเครื่องมือฝึกใจของสมณะเอาไว้แผดเผากิเลสนะ อย่าปล่อยให้กิเลสเอาตบะมาเป็นเครื่องแผดเผาใจเราครับ

#15 น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

    เราคือ นักรบกล้าอาสาสมัคร กองทัพธรรม

  • Members
  • 1961 โพสต์
  • Gender:Female
  • Interests:ช่วยงานบุญที่วัด ให้ถึงที่สุดกำลัง ตราบวันที่ชีวิตจะสิ้นลมหายใจ

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 05:00 PM

ไม่สมควรอย่างยิ่งค่ะ ถ้าสนทนาก็ควรอยุ่ในธรรม ในบุญ ไม่งั้นเราอาจจะได้บาปไปด้วย
"ด้วยใจกล้าอาสา พัฒนาไม่หยุดยั้ง"

น้ำฝนลูกพระธัมฯ

#16 r_olygold

r_olygold
  • Members
  • 55 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 06:17 PM

อย่าดีกว่าครับ

#17 เพียงพอ

เพียงพอ

    I |\|EE|) S()|\/|E |3()DY |_()\/E.

  • Members
  • 724 โพสต์
  • Location:ไม่มีข้อมูล
  • Interests:ไม่มีข้อมูล

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 06:33 PM

อื้มได้ความรู้ใหม่ ขอบคุณครับ
-----------
เพียง. . .เพื่อดำรงชีวิตอยู่ให้มีคุณค่า
พอ. . .แล้วกับความรู้สึกที่ว่าอยากมีอยากเป็น
One word will suffice.

เพียงพอ


#18 พบพาน ผ่านภพ

พบพาน ผ่านภพ
  • Members
  • 236 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 06:34 PM

แล้วใครจ่ายค่ามือถือให้ท่านน่ะครับ

happy.gif
" พบพาน _ผ่านภพ "
เ พี ย ง พ บ พ า น . . . _ เ พื่ อ ผ่ า น ภ พ
Passing by to meet you.

#19 น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

    เราคือ นักรบกล้าอาสาสมัคร กองทัพธรรม

  • Members
  • 1961 โพสต์
  • Gender:Female
  • Interests:ช่วยงานบุญที่วัด ให้ถึงที่สุดกำลัง ตราบวันที่ชีวิตจะสิ้นลมหายใจ

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 08:39 PM

QUOTE
น้องผู้หญิงนี่เฮ้อ...ด้วยความเป็นเพื่อนสนิท ท่านบวชแล้ว ก็ยังชินกับคำพูดเดิม ๆ เรียก มัน มึง ข้า มั่วไปหมด.

โอโห้ ขนาดท่านบวชแล้วยังพูดกับท่านแบบนี้เลยหรอคะ โอ้ แม่เจ้า
"ด้วยใจกล้าอาสา พัฒนาไม่หยุดยั้ง"

น้ำฝนลูกพระธัมฯ

#20 เด็กน้อยคอย(หา)บุญ ^^

เด็กน้อยคอย(หา)บุญ ^^
  • Members
  • 92 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 08:57 PM

กลัวท่านจะมีวิบากกรรมนะคะ ไม่สมควรอย่างยิ่งค่ะ
อาภรณ์ ชุดสุดท้าย        กาสายะ<br />  ชีพสุดท้ายคือพระ         ผ่องแผ้ว<br /> วิชชาสุดคือธรรมะ        พุทธเจ้า<br />จารจดไว้ลูกแก้ว          จักแคล้วบ่วงมาร<!--sizec--></span><!--/sizec--><!--colorc--></span><!--/colorc-->

#21 niwat

niwat
  • Members
  • 1420 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 09:02 PM

ตั้งใจบวช 1 พรรษา....วันเวลาล่วงไปเดี๋ยววันเดี๋ยวคืน
ให้ท่านได้ปฏิบัติสมณะธรรมในช่วงเข้าพรรษาอย่างเต็มที่ดีกว่าครับ smile.gif


#22 ชาร์ป

ชาร์ป
  • Members
  • 985 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ปทุมธานี

โพสต์เมื่อ 25 August 2006 - 09:21 PM

ทำความเข้าใจอย่างหนึ่งนะ
คือบวชปุ้บแล้วจะให้มีความเป็นพระครบ 100%เลย นี่ยากนะ มันจะยังมีนิสัยของโยมๆอยู่มั้งแล้วมันจะค่อยๆปรับๆกันไป
(ดูแต่พระธรรมาทายาทที่บวชภาคฤดูร้อนก็ได้)
แล้วยิ่งเป้าหมายไม่แน่ไม่นอนแล้ว ใจมันจะอยู่ทางโลกซะมากกว่า สงสัยว่าท่านคงไม่มีพระอาจารย์คอยควบคุมมั้ง
ทางเดียวที่ทำได้คือ ห้ามอย่าให้ผู้หญิงคุยด้วยจะดีกว่า ปลอดภัยกว่า
พระท่านบวชแล้วถึงจะทำแบบนี้ก็ศีล 227ข้อ วิบากที่เราได้ที่ไปวิจารณ์ท่านมันไม่คุ้ม กัน
หลวงพ่อธัมมะท่านก็คือพูดเรื่องเกี่ยวกับพระไว้เยอะแล้วนะ

#23 บีบีน้อย

บีบีน้อย
  • Members
  • 116 โพสต์

โพสต์เมื่อ 26 August 2006 - 01:32 AM

QUOTE
ถ้าท่านเหงา หรือ กลัวผี ก็ให้หาหนังสือธรรมะมาอ่าน หัดสวดมนต์ หรือ หัดเจริญภาวนา จะเป็นการดีที่สุด


เห็นด้วยอย่างมากเลยค่ะ ลองให้ท่านฝึกสมาธิเจริญภาวนาสิคะ รับรองไม่เหงา เบาสบาย ไม่กลัวผีด้วย เพราะจิตใจจะไม่คิดฟุ้งซ่าน (ถ้าพิจารณาให้ดี ผีน่ากลัวจริงหรือ?)

#24 JK564

JK564
  • Members
  • 121 โพสต์

โพสต์เมื่อ 26 August 2006 - 12:51 PM

สัญญาเก่ายังอยู่ อย่าเลยครับ เรื่องพวกนี้ละเอียดอ่อนมาก

#25 นักรบทิศตะวันตก

นักรบทิศตะวันตก
  • Members
  • 354 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:Bangkok Thailand
  • Interests:...หยุด...

โพสต์เมื่อ 26 August 2006 - 02:33 PM

ผู้สำรวมมือ สำรวมเท้า สำรวมวาจา
สำรวมกาย ยินดีในการบำเพ็ญวิปัสสนา
มีใจเป็นสมาธิ สันโดษอยู่เดียวดาย
ได้สมญาว่า ภิกษุ

พุทธพจน์


หญิงใดทำให้ภิกษุไม่สำรวมวาจา อันเป็นเหตุให้อาบัตินั้น หญิงผู้นั้นทำการไม่สมควรอย่างยิ่ง
(กรณีนี้เข้าข่าย ละบังอรมาห่มจีวร บังอรห้ามเข้าไปยุ่งเด็ดขาด)
ผู้มีความกล้า....ย่อมมีความหวัง...

.
ฟังเรื่องราวดีๆได้ที่นี่ครับ

#26 จริยคุณกุลภัทร์

จริยคุณกุลภัทร์
  • Members
  • 368 โพสต์

โพสต์เมื่อ 26 August 2006 - 10:30 PM

ไม่เหมาะสม ด้วยประการทั้งปวงค่ะ
072

#27 marissa

marissa
  • Members
  • 82 โพสต์

โพสต์เมื่อ 27 August 2006 - 10:45 AM

-*-

#28 huy072

huy072
  • Members
  • 168 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:เชียงใหม่

โพสต์เมื่อ 27 August 2006 - 10:10 PM

เราเองก็คุยเหมือนกันนะ แต่ไม่ใช่เพิ่งบวช เพราะพราอาจารย์สอนนั่งสมาธิ

#29 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 27 August 2006 - 11:32 PM

QUOTE
สิ่งที่พระบวชใหม่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง คือ ครุอาบัติ

nerd_smile.gif ขออนุญาตแก้ไขตัวสะกดนะครับ ที่ถูกต้องคือ "ครุกาบัติ" ครับ

อธิบายว่า สำหรับพระภิกษุนั้น มีอาบัติหลักสำคัญในพระวินัยอยู่ด้วยกัน ๗ กอง ได้แก่ ปาราชิก สังฆาทิเสส
ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ นิสสัคคียปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ-ทุพภาสิต ซึ่งอาบัติอันเป็นครุกาบัติ (อาบัติหนัก) คือ อาบัติปาราชิกและสังฆาทิเสส ส่วนอาบัติที่เหลืออีก ๕ กองนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นลหุกาบัติ (อาบัติเบา) ทั้งสิ้น happy.gif
"ปญฺญา นรานํ รตนํ ปัญญาเป็นรัตนะของนรชน"
พระพุทธภาษิต


ตถาคตรู้วาจาใด ไม่จริง ไม่แท้ ไม่ประกอบไปด้วยประโยชน์
ทั้งวาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ ตถาคตไม่ตรัสวาจานั้น

ตถาคตรู้วาจาใด เป็นของจริง ของแท้ แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
ทั้งวาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ แม้วาจานั้นตถาคตก็ไม่ตรัส

อนึ่ง ตถาคตรู้วาจาใด เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์
แต่วาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ ตถาคตย่อมรู้กาลอันควรที่จะใช้วาจานั้น

ตถาคตรู้วาจาใด ไม่จริง ไม่แท้ ไม่ประกอบไปด้วยประโยชน์
แต่วาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ ตถาคตไม่ตรัสวาจานั้น

ตถาคตรู้วาจาใด แม้เป็นของจริง เป็นของแท้ และไม่ประกอบด้วยประโยชน์
แต่วาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ แม้วาจานั้นตถาคตก็ไม่ตรัส

อนึ่ง ตถาคตรู้วาจาใด เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์
ทั้งวาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ ตถาคตย่อมรู้กาลอันควรที่จะใช้วาจานั้น
พระอมตะวจนา แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


[/color]
"...พระพุทธศาสนา บริบูรณ์ด้วยสัจธรรมที่เป็นสาระ และเป็นประโยชน์ในทุกระดับ
แต่จะต้องศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติให้เหมาะสมแก่ภาวะปัจจุบัน
ด้วยศรัทธาและปัญญาที่ถูกต้อง จึงจะเกิดเป็นประโยชน์ขึ้นได้..."

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๒



"รู้ใดก็ไม่ประเสริฐ เท่ารู้แจ้งด้วยปัญญาธรรมอันเกิดมีในตน"

"อัศวินปฏิญาณตนเป็นคนกล้า
ดวงใจเปี่ยมคุณธรรม
ซื่อตรงยึดมั่นในวาจาสัตย์
อุทิศชีวิตพิชิตมาร"

[color="#990000"]ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

#30 บุญโต

บุญโต
  • Members
  • 2192 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • Interests:ปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 28 August 2006 - 09:22 AM

สาธุ...ขอบคุณคำตอบของทุก ๆ ท่านมากค่ะ...ส่งคำตอบให้น้องแอมไปแล้วค่ะ น้องรับทราบ เข้าใจและปฏิบัติ และจะบอกข้อมูลไปสู่พระท่านด้วยค่ะ...คงเพราะบวชที่ต่างจังหวัด ไม่มีใครแนะนำ ไม่มีใครดูแลท่านจริง ๆ แต่ตั้งใจบวช