ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

ศิลปะการใช้ชีวิต


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 6 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 หยุดอะตอมใจ

หยุดอะตอมใจ
  • Members
  • 729 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 04:40 AM

ศิลปะของการใช้ชีวิต


การปฏิบัติธรรม ถือว่าเป็นการเว้นวรรคให้แก่ชีวิต ชีวิตต้องมีการเว้นวรรคบ้างเช่นเดียวกับลมหายใจของเรา มีหายใจเข้าแล้วก็ต้องมีหายใจออก เราไม่สามารถที่จะหายใจเข้าได้ตลอด ต้องเว้นจังหวะแล้วจึงหายใจออกเราไม่สามารถหายใจออกหายใจเข้า อย่างใดอย่างหนึ่งไปได้ตลอด จะต้องมีการเปลี่ยนสลับกันไป

[attachmentid=1067]


การทำงานก็เช่นเดียวกัน ทำงานแล้วก็ต้องรู้จักหยุดบ้างธรรมชาติให้เวลากลางวันคู่กับกลางคืน กลางวันทำงานเต็มที่ พอถึงตอนกลางคืนก็ต้องพักผ่อน ขอให้สังเกตดู อะไรก็ตามเป็นไปได้ดีก็เพราะมีการเว้นจังหวะหรือมีช่องว่างที่เหมาะสม หนังสือที่อ่านง่าย ก็เพราะแต่ละประโยคมีการเว้นวรรคอย่างถูกจังหวะ ถ้าตัวหนังสือติดกันเป็นพรืด ไม่มีเว้นวรรคเลย จะน่าอ่านไหม ใครอ่านก็ต้องรู้สึกงงงวย ไม่อยากอ่าน

[attachmentid=1068]


ศิลปะอย่างหนึ่งของเขียนหนังสือให้น่าอ่านก็คือรู้จักเว้นช่องว่างระหว่างคำ ระหว่างประโยค และระหว่างย่อหน้า ทำนองเดียวกันดนตรีที่ไพเราะ ไม่ใช่เพราะมีเสียงดังเท่านั้น แต่เพราะมีช่วงที่เงียบแฝงอยู่ด้วย ถ้ากลอง กีต้า ไวโอลินส่งเสียงไม่หยุด ไม่รู้จักเว้นจังหวะเสียบ้าง เพลงนั้นก็คงไม่เพราะ

[attachmentid=1069]


พูดมาถึงตรงนี้ทำให้นึกถึงเรื่องของชายคนหนึ่งที่เลื่อยไม้อย่างเอาเป็นเอาตาย มีเพื่อนคนหนึ่งมาเห็นเข้าก็เลยถามว่าเลื่อยมานานหรือยัง เขาบอกว่าเลื่อยมาตั้งแต่เช้าจนนี่ก็ค่ำแล้ว เพื่อนถามว่าเหนื่อยไหม เขาตอบว่าเหนื่อยสิ เพื่อนถามต่อไปว่าทำไมไม่พักล่ะ เขาก็บอกว่ากำลังวุ่น อยู่กับการเลื่อยไม้ เพื่อนเป็นห่วง ก็เลยพูดว่า

[attachmentid=1070]


ไม่ลองหยุดพักซักหน่อยเหรอ หายเหนื่อยแล้วค่อยมาทำงานต่ออย่างน้อยก็จะได้เอาตะไบมาลับคมเลื่อยให้มันคมขึ้น จะช่วยให้เลื่อยได้เร็วขึ้น

ชายคนนั้นก็ตอบว่า ไม่เห็นหรือไงว่า กำลังวุ่นอยู่ ตอนนี้ยังทำอย่างอื่นไม่ได้ทั้งนั้น ว่าแล้วก็เลื่อยหน้าดำคร่ำเครียดต่อไป

[attachmentid=1071]


บางครั้งคนเราก็เหมือนกับชายคนนี้ คือเอาแต่เลื่อยอย่างเดียวไม่ยอมหยุด ทั้ง ๆ ที่การหยุดพักจะทำให้มีกำลังดีขึ้น และถ้ารู้จักหยุดเพื่อลับคมเลื่อยให้คมขึ้น ก็จะทำให้เลื่อยได้เร็วขึ้น ทุ่นทั้งแรงทุ่นทั้งเวลา แต่เขาก็ยังไม่ยอมเลย เหตุผลที่เขาให้ก็คือกำลังวุ่นอยู่กับการเลื่อย เลยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ไม่สนใจแม้กระทั่งการทำให้เลื่อยคมขึ้นเขาหาได้เฉลียวใจไม่ว่าเพียงแค่เสียเวลานิดหน่อยก็จะทำให้การเลื่อยนั้นเร็วขึ้นดีขึ้นและเหนื่อยน้อยลง

เขาไม่ยอมหยุดเพราะคิดว่าจะทำให้เสียเวลา เพราะคิดว่าทำอะไรมาก แล้วมันจะดี แต่ที่จริงแล้วทำน้อยลง แต่อาจได้ผลดีกว่าก็ได้ ในประสบการณ์ของเรา เราพบบ่อยไปว่า อยากจะให้งานออกมาดี ประสบความสำเร็จเต็มที่ แต่ว่าไม่ได้เอาใจใส่ต้นทุนคือร่างกายและจิตใจ ร่างกายและจิตใจเป็นต้นทุนสำคัญหรือปัจจัยพื้นฐานที่จะนำไปสู่งานที่ดีได้ ถ้าร่างกายอ่อนแอ จิตใจห่อเหี่ยว ท้อแท้อารมณ์ไม่ดี ความสำเร็จก็เกิดขึ้นได้ยาก

[attachmentid=1072]


ชีวิตของเราซึ่งมีขอบเขตจำกัดในการทำงาน วันหนึ่งร่างกายของเราทำงานได้อย่างมากก็ ๑๘ ชั่วโมงถ้าไปเร่งหรือบังคับทำงานมากกว่านั้น เช่น กินกาแฟหรือยาบ้าจะได้ไม่ต้องหลับ ไม่นานก็ต้องล้มพับ โรครุมเร้า เท่ากับเป็นการทำร้ายร่างกายของเรา ซึ่งมีข้อจำกัด นานวันร่างกายก็เสื่อมโทรม หากพ้นจุดหนึ่งไปแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะทำให้ดีขึ้นได้ ทำได้อย่างมากเพียงแค่ประคับประคองเอาไว้ ไม่ให้มัน ทรุดเร็วเกินไป กล้ามเนื้อมีแต่จะเสื่อมลงไป ๆ ส่วนเซลต่างๆ ก็มีแต่จะตายลง สร้างขึ้นใหม่ก็ไม่เท่าของเก่า

[attachmentid=1073]


การปฏิบัติธรรม เป็นการฝึกสติและสมาธิ ถ้าเราทำอยู่บ่อย ๆ หมั่นประคองสติ ให้คลอเคลีย นัวเนียอยู่ ที่ศูนย์กลางกาย และสมาธิก็จะว่องไว และเข้มแข็งมั่นคงขึ้น การมาปฏิบัติของเราจะว่าไปมันจึงไม่ได้เป็นแค่การพักใจแต่ยังเป็นการพัฒนาคุณภาพและความสามารถของจิตอีกด้วย เป็นการพัฒนาโดยไม่ทำให้เหนื่อยจิต

[attachmentid=1069]


ฉะนั้นเวลาที่เราโหมงานหรือทำงานอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ก็ขอให้นึกถึงคนเลื่อยไม้ที่ตะบี้ตะบันเลื่อยโดยไม่ยอมหยุดพัก ไม่ยอมแม้กระทั่งหยุดพักลับคมเลื่อย เราอยากจะเป็นอย่างนั้นไหม ถ้าเราเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่เกิดผลดีทั้งแก่ตัวเลื่อย ตัวงานและตัวเราเอง ขอให้ระลึกว่า คนที่เอาแต่เดินจ้ำเอา ๆ เพราะอยากถึงไว ๆ นั้น มักจะถึงช้ากว่า เพราะเหนื่อยเสียก่อนหรือขาแพลงเสียก่อน แต่คนที่ค่อย ๆ เดิน เดินไปเรื่อย ๆ ใจไม่เร่งรีบ ถือว่าพักทุกก้าวที่เดิน หรือถ้าเหนื่อยก็รู้จักพักเอาแรง เอาใจกลับไปไว้ในกลางกาย ในที่สุดกลับถึงที่หมายได้เร็วกว่า อย่างที่เขาว่า ไปช้ากลับถึงเร็ว ดีกว่าไปเร็วกลับถึงช้า ขอให้เรามาเรียนรู้วิธีไปช้า แต่ถึงเร็วกันดีกว่า

นี้ไม่ใช่แค่ศิลปะของการเดินทางเท่านั้น แต่เป็นศิลปะของการดำเนินชีวิตเลยทีเดียว.


ขอบพระคุณเว็บไซต์ Microsoft Clip Art และ http://www.dhammakaya.or.th ที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบ

ไฟล์แนบ



#2 Omena

Omena
  • Members
  • 1409 โพสต์
  • Location:44/5 หมู่ 10 ตำบลหนองอ้อ ถนนเพชรเกษม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี 70110

โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 11:32 AM

สาธุ
สาธุ
สาธุ
เมื่อไหร่หนอจะได้พบทหารหาญ
รอตั้งนานผู้ชาญศึกหายไปไหน
บอกจะพบกันครึ่งทางที่กลางใจ
อีกนานไหมจะให้พบช่วยบอกที

สุนทรพ่อ





#3 xlmen

xlmen
  • Members
  • 978 โพสต์

โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 05:47 PM

QUOTE
เขาไม่ยอมหยุดเพราะคิดว่าจะทำให้เสียเวลา

โมทนาสาธุการคร๊าบบบบบบบ

หยุดเหมือนรถเบรค นิ่งเหมือนน้ำในโอ่งที่ปราศจากลม แน่นเหมือนหลักที่ปักลงในเลน
ไม่สั่นคลอน ใสเหมือนน้ำที่ปราศจากตะกอน

#4 ฟ้ายังฟ้าอยู่

ฟ้ายังฟ้าอยู่
  • Members
  • 2511 โพสต์

โพสต์เมื่อ 10 January 2006 - 06:02 PM

นั่นสิ แค่หยุดใจ 1 นาที ใน 1 ชม. ทุกๆชม.ยังไม่ค่อยหยุดกันเลยเนอะ
"เกิดมาว่าจะมาหาแก้ว พบแล้วไม่กำจะเกิดมาทำไม
อ้ายที่อยากมันก็หลอก อ้ายที่หยอกมันก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย.."
พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร)


#5 *ผู้มาเยือน*

*ผู้มาเยือน*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 11 January 2006 - 02:59 PM

อนุโมทนาด้วย ครับ สาธุ

#6 *ผู้มาเยือน*

*ผู้มาเยือน*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 13 January 2006 - 10:32 PM

สาธุ ensure

#7 Pro

Pro
  • Members
  • 134 โพสต์

โพสต์เมื่อ 14 January 2006 - 10:06 AM

สาธุครับ เวลามีค่า
ยิ้มแล้วรวย อ่านกระทู้อยู่ก็ยิ้มได้ครับ