ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

ทุกคนมีห้องเก็บกรรม


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 2 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 sao-wanee

sao-wanee
  • Members
  • 100 โพสต์

โพสต์เมื่อ 12 June 2005 - 08:06 PM

กราบนมัสการคุณครูไม่ใหญ่ค่ะ
ลูก ได้ก๊อปข้อความนี่มาจากเว็ปพลังจิต
เห็นเป็นข้อความที่น่าอ่าน และน่าสนใจดีค่ะ
เพื่อคุณครูไม่ใหญ่ หรือหมู่คณะ ได้ใช้อ้างอิงค่ะ

สมเด็จพุฒาจารย์โต ท่าน ก็ได้บอกไว้อย่างชัดแจ้งแล้ว

ทุกคนมีห้องเก็บกรรม
------------------------------------------------------------------------------------
ทุกคนมีห้องเก็บกรรม
จากหนังสือ โอวาทจากดวงพระวิญญาณบริสุทธิ์
สมเด็จโต พรหมรังสี ทรงจากสำนักปู่สวรรค์ เคยพิมพ์ใน น.ส.พ.ไทยเดลี่ ฉบับประจำวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๔

สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

ผู้ถามคือ อาจารย์ชุบชีพ นกแก้ว :

กรรมใดที่ได้กระทำมาแล้ว ดีก็ตามชั่วก็ตาม ผู้ที่ได้กระทำไปแล้วย่อมได้เสวย ถ้าหากว่าได้กระทำกุศลกรรมก็ไปเสวยกุศลกรรม เหมือนกับว่าได้บันทึกเอาไว้ในจิตใจ เช่นเดียวกับเมื่อทำกรรมชั่วก็ต้องได้รับผลชั่วในเทวสูตร หรือไตรโลกวิจารณ์ บอกว่ามีท้าวจตุโลกบาล หรือท้าวธตรฐ ท้าวกุเวรท้าววิรูปักษ์ ท้าววิรุฬหก มาจดบาปบุญของมนุษย์ในโลกมนุษย์ ในวันพระ ๘ ค่ำหรือ ๑๕ ค่ำ ถามว่า ถ้าเทวดาทั้ง ๔ องค์ มาจดบาปบุญ แต่เฉพาะวันพระ อย่างนั้น ถ้าเป็นวันที่ไม่ใช่วันพระ คนที่ทำบาปก็ไม่ได้รับผล สมเด็จอาจารย์มีความเห็นอย่างไร ???


ผู้ตอบคือ สมเด็จโต :
เรื่องนี้อาตมาเคยเทศน์ไว้หลายครั้งแล้วว่า การที่มนุษย์เราประกอบกรรมนั้น จะเป็นกรรมอันใดก็แล้วแต่ กรรมอันนั้นจะสมบูรณ์ต่อเมื่อประกอบด้วย ๓ กรรม คือกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ทีนี้ในเรื่องการบันทึกของเทวดานั้น ท่านอย่าลืมว่า เทวโลกมีเทวดาเป็นล้านๆ โกฏิ ล้านๆจักรวาล ในด้านแห่งความจริงของมนุษย์ ถ้าจะเอาความจริงกันแล้วก็คือ ทุกคนมีห้องเก็บกรรมในโลกวิญญาณ

กรรมของวิญญาณใด ก็จะคอยติดตามสนองวิญญาณนั้นๆ ที่มาปฏิสนธิเป็นเทวดาก็ดี เป็นพระพรหมก็ดี เป็นมนุษย์ก็ดี หรือที่ปฏิสนธิลงสู่ยมโลกก็ดี เรื่องนี้ต้องศึกษาให้เข้าซึ้งถึงความจริงในโลกวิญญาณ และอาตมาก็เคยบอกแล้วว่า ในตำราทั้งหลายองค์สมณโคดม ไม่เคยสอนให้ยึดคำสอนของพระองค์เป็นสรณะ แต่ต้องการให้ท่านปฏิบัติจนถึงสภาพแห่งการ " รู้ " อันบริสุทธิ์ของพุทธะเป็นสรณะ เพื่อเป็นเรือ เป็นการช่วยตัวเองให้พ้นจากกฎแห่งวัฏฏะของทะเล ซึ่งมีแต่คลื่นของความบ้าคลั่งในกามตัณหา

ทีนี้เมื่อมาแยกแยะถึงการจดกรรมของเทวดาแล้วไซร้ ท่านพูดอะไร ท่านทำอะไร หรือแม้แต่คิดอย่างไร ขณะใดก็ถูกบันทึกไว้หมด เพราะเทวดามีทั่วทุกพิภพ ในเหล่าแห่งท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ นี้ มีหน้าที่พิทักษ์ทิศทั้ง ๔ แห่งจักรวาลของโลก หนึ่งในหมื่นจักรวาลนี้ เรียกได้ว่าท่านเป็นหัวหน้าหน่วยในการรับทราบถึงการบันทึกทั้งหลายนั้น

เพราะฉะนั้น การอ่านพระไตรปิฏก จึงอย่าอ่านเพียงเพื่อคุย ถ้าถามความจริง ขององค์สมณโคดมแล้ว องค์สมณโคดมจะบอกว่า "ท่านจงวางหมดทุกตำรา ท่านจงมาค้นจิตในจิต ท่านจงมาค้นกายในกาย เมื่อนั้นท่านจะรู้ว่าวิญญาณนั้นอยู่อย่างไร"

ในแนวแห่งพระสูตรดังกล่าวนั้น อรรถกถาจารย์ฎีกาจารย์ ในกาลต่อมา ไม่เข้าซึ้งถึงเรื่องวิญญาณ ไม่เข้าซึ้งถึงเรื่องกรรม จึงเขียนออกมาเช่นนั้น ตามหลักแห่งสัจธรรมแล้ว พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เชื่อ ตามหลักแห่งการปฏิบัติจิตเป็นสรณะ ให้ขัดเกลาอกุศลกรรมออกจากกาย นี่คือหลักความจริง ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องการ

พระไตรปิฏกเพียงแต่เป็นพื้นฐาน ให้อ่านแผนผัง ถ้าท่านยังยึด ท่านก็ยังไม่ถึงธรรม
ทุกคนมีห้องเก็บกรรมอยู่ในโลกวิญญาณ
ท่านพูดอะไร ท่านทำอะไร หรือแม้แต่คิดอะไร
ขณะใดก็ถูกจดบันทึกไว้หมด

เมื่อถึงวาระตายจากโลกมนุษย์
เขาจะรวบรวมสถิติแห่งกุศลกรรมและอกุศลกรรม
รวมพร้อมทั้ง มโนกรรม วจีกรรม กายกรรม
แล้วจึงวินิจฉัยสภาพการทำถูกผิดของบุคคลนั้น


#2 Jengiskhan

Jengiskhan
  • Members
  • 560 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:กุงเท่

โพสต์เมื่อ 16 August 2006 - 09:41 PM

ห้องเก็บกรรม ก็เหมือน ใจของเรานั่นเองแหละครับ
เห็น จำ คิด รู้ ทุกอย่างเก็บบันทึกในใจหมดแล้ว
ตื่นเช้าขึ้นมา คิด พูด ทำ ก็เป็น มโนกรรม วจีกรรม กายกรรม แล้วทั้งสิ้น
ใจของเราก็เป็นห้องเก็บกรรมนั่นเอง

#3 ปัจเจกชน บนทางสายกลาง

ปัจเจกชน บนทางสายกลาง
  • Members
  • 4109 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:จ. สงขลา

โพสต์เมื่อ 22 March 2007 - 04:56 PM

ห้องเก็บกรรม = 072 ใช่ไหมครับ สาธุ