ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

ต้องการทราบข้อมูลประวัติของ พระมหาสิริราชธาตุ และมหาสุวรรณนิธิสิริมังคลาธิษฐานครับ เข้าไปศึกษาได้ที่ลิ้งค์ไหนครับ


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 22 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 cheterkk

cheterkk
  • Members
  • 270 โพสต์

โพสต์เมื่อ 24 July 2013 - 01:58 PM

072



#2 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3260 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 24 July 2013 - 02:35 PM

1.ต้องการทราบข้อมูลประวัติของ พระมหาสิริราชธาตุ และมหาสุวรรณนิธิสิริมังคลาธิษฐานครับ เพราะเคยแต่ได้ยินว่าเป็นธาตุกายสิทธิ์แต่ผมไม่เคยศึกษาลงในประวัติของทั้งสองสิ่งนี้นะครับว่ามีที่ไปที่มาอย่างไร มีความสำคัญอย่างไร

มหาสุวรรณนิธิ

เป็นวัสดุชนิดเดียวกับที่ใช้หล่อองค์พระธรรมกายประจำตัว  มีลักษณะทรงกลมสีทอง  ทางวัดพระธรรมกายจะมอบให้กับผู้ที่ได้สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวในวาระต่างๆ เพื่อนำกลับบ้านอธิษฐานจิต  จากนั้นก็นำมาร่วมในพิธีหล่อองค์พระธรรมกายประจำตัวครับ

 

พระมหาสิริราชธาตุ

เป็นของที่ระลึกไว้ตรึกระลึกถึงบุญสร้างมหาธรรมกายเจดีย์และหล่อองค์พระธรรมกายประจำตัวครับ

 

ส่วนเรื่องการเป็นธาตุกายสิทธิ์หรือไม่นั้น  เป็นเรื่องอจินไตย  ไม่ขอกล่าวถึง

 

2.จากข้อ4 ทั้งสองสิ่งเป็นธาตุกายสิทธิ์ชนิดหนึ่งใช่ไหมครับ และธาตุทั้งสองสิ่งนี้เป็นของพระเจ้าจักรพรรดิหรือไม่

เป็นเรื่องที่จะสร้างคำถามไม่รู้จบ  ขอผ่านไปไม่ตอบแล้วกันครับ  แต่ให้ศึกษาเฉพาะเท่านี้

 

โอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์ 
(หลวงพ่อธัมมชโย)


พระมหาสิริราชธาตุ

spacer.gifหลวงพ่อมีของสิ่งหนึ่งเป็นของขวัญที่ศักดิ์สิทธิ์มากคือ มหาสิริราชธาตุ แกะเป็นรูปพระธรรมกาย สวยงามมากทีเดียว เป็นสิ่งที่หาได้ยาก
spacer.gifของสิ่งเดียวแต่มีธาตุทั้งสามรวมประชุมกันอยู่คือ พญาเหล็กเพชรดำ ที่หลวงพ่อเรียกพญาเหล็กเพชรดำ ก็เพราะว่ามีธาตุเหล็กอันบริสุทธิ์ที่แปลกอยู่ น่าอัศจรรย์ เคยเอาไปแช่น้ำทะเลแล้วไม่เป็นสนิม ใสเป็นเงาทีเดียว หลวงพ่อเคยเห็นเพชรดำแล้วเคยนำมาเทียบกัน สีเหมือนเพชรดำเลย เพชรดำเป็นเพชรที่เขาว่าแข็งกว่าเพชรสีขาว คือถ้าเอามากระทบกันแล้ว เพชรดำจะกินเพชรขาว ผู้รู้เขาว่าอย่างนั้น 
spacer.gifพญาเหล็กเพชรดำนี้ ใสเป็นเงาสวยทีเดียว แม่เหล็กดูดติดได้ อีกธาตุหนึ่งคือ คำแก้วมณี มีสีเหมือนทอง เคยมีท่านหนึ่งเอาไปให้กรมทรัพยากรธรณีเอาไปพิสูจน์ ปรากฏว่าเฉพาะชิ้นส่วนนั้น มีแร่ทองคำอยู่ แต่ก็ไม่ยืนยันว่ามีทุกชิ้น แต่ชิ้นนั้นมีก็เป็นสิ่งที่แปลก ที่เรียกว่าคำแก้วมณี เพราะว่าสีเหมือนทองคำที่สุกใสมองทะลุได้ ปกติทองคำแม้เราจะตีให้บาง ยิ่งกว่ากระดาษทิชชู่ ลอกออก ๑๖ ชั้นเป็นทองเปลว เรายังมองไม่ผ่าน แสงไม่ทะลุ แต่ว่าคำแก้วมณีนี่ แสงทะลุ มองตามแสงเข้าไปถึงข้างในได้ ธาตุที่ ๓ เป็น สิทธิธาตุ สีออกแดงเรื่อๆ เหมือนอาทิตย์อัสดงหรือเหมือนตอนอรุโณทัยอาทิตย์ขึ้น สีนั้นออกสีแดงเรื่อๆ สวยงามมากทีเดียว

spacer.gifธาตุทั้ง ๓ นั้นเมื่อมาประชุมรวมกัน
spacer.gifธาตุพญาเหล็กเพชรดำ ให้ความแข็งแกร่ง เอาชนะอุปสรรค ทั้งหลายทั้งมวลได้ 
spacer.gifธาตุทองนั้น ให้เกี่ยวกับทรัพย์ ดึงดูดทรัพย์ ให้ความสง่าผ่าเผย ความบริสุทธิ์แห่งการประพฤติธรรม เพราะสีทองเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และดึงดูดมหาสมบัติทั้งหลาย
spacer.gifส่วน สิทธิธาตุ สีแดงเรื่อๆ เหมือนอาทิตย์อัสดงนั้น ให้ความสำเร็จในสิ่งที่พึงปรารถนา จะปรารถนาอะไรก็สำเร็จในสิ่งนั้น
spacer.gifสามธาตุมารวมกันเป็นมหาสิริราชธาตุ เป็นอัศจรรย์อย่างยิ่ง มหาสิริราชธาตุ ก็แปลว่า ราชาแห่งธาตุ เป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ อันมหาศาล หมายถึงว่าทรัพย์ทั้งหลายจะเป็นโลกียทรัพย์ก็ดี อริยทรัพย์ก็ดี เมื่อมาแล้วจะมาอยู่นิ่งไม่ผ่านเลยไป
spacer.gifเมื่อได้มหาสิริราชธาตุมาแล้ว ก็นำมาแกะเป็นพระธรรมกาย จำลองแบบมาจากข้างใน สวยงามมากทีเดียว มหาสิริราชธาตุนี้ มีอายุยาวนานหลายล้านปีทีเดียว อย่างน้อยก็ ๒๐๐ ล้านปีขึ้นไป เทวดาเก็บรักษาเอาไว้ เมื่อถึงขีดถึงคราวผู้มีบุญได้สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ จึงได้สิ่งนี้มา แล้วก็อัญเชิญมา
spacer.gifเมื่อประกอบเป็นพระธรรมกายประจำตัวแล้ว ก็ได้ไปอาราธนาพระธรรมกาย พระพุทธเจ้า ส่งผังสำเร็จดลบันดาลให้ผู้ที่ได้สร้างมหาธรรมกายเจดีย์เป็นผู้มีสมบัติจักรพรรดิติดไปในภพเบื้องหน้า ความอดอยาก ยากจน ทุกข์ยากลำบาก เป็นหนี้เป็นสิน จะได้หมดสิ้นกันไป จะมีแต่เหลือกิน เหลือใช้ เหลือสร้างบารมี ไปทุกภพทุกชาติ จนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม
spacer.gifเพราะฉะนั้น พระมหาสิริราชธาตุจึงแตกต่างจากการสร้างพระทั้งหลายทั่วๆไป เพราะสร้างโดยธรรม ประกอบไปด้วยธรรมล้วนๆ ประกอบไปด้วยความบริสุทธิ์ล้วนๆ แล้วก็ความบริสุทธิ์ล้วนๆ นี่เองทำให้มีอานุภาพ อานุภาพที่ไม่มีประมาณ อานุภาพจึงปรากฏเกิดขึ้นแก่ผู้ที่เป็นเจ้าของ กับผู้ที่มีความเคารพเลื่อมใสในพระมหาสิริราชธาตุ ยิ่งนึกถึงท่านให้ได้ตลอดเวลา ตั้งความปรารถนาเอาไว้เรื่อยๆ บ่อยๆ ซ้ำๆ ด้วยความมั่นใจ มีศรัทธาเลื่อมใส ยิ่งผูกสมัครรักใคร่ท่านหนักเข้า เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับท่าน หนักเข้าก็ยิ่งมีอานุภาพเพิ่มขึ้น ยิ่งเราตั้งความปรารถนาถี่ๆ บ่อยๆ ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคนเจ็บ คนป่วย คนไข้ ทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ ก็จะได้เห็นผลเป็นอัศจรรย์ ทรัพย์สมบัติต่างๆ ก็จะถูกดึงดูดทรัพย์เข้ามา เพราะฉะนั้นต้องยิ่งผูกสมัครรักใคร่ท่านให้หนักเข้าไปเรื่อยๆ ความอัศจรรย์ก็จะบังเกิดขึ้นแก่เรา

 

4.ทำบุญกับบุคคลใดถึงจะได้บุญมากที่สุดครับ (ที่ผมเคยทราบคือทำบุญกับพระพุทธเจ้าได้บุญมากที่สุด)

ศึกษาได้จากที่นี่ครับ (ค่อนข้างยาว)  http://book.dou.us/doku.php?id=sb101:3

 

5. มีหลายคนสงสัยว่าบุญไม่มีตัวตน บุญไม่มีเพราะมองไม่เห็น แต่ในคำเทศน์ของหลวงปู่ทำไมท่านจึงสามารถบอกขนาดบุญได้ว่า ใครทำบุญอะไรได้บุญสว่างใหญ่เท่าไหน เช่น มีตอนหนึ่งที่แจกพระของขวัญท่านจะบอกว่าคนที่ทำบุญสร้างอาคารเรียนพระเณรได้บุญขนาดนี้เท่านั้นเท่านี้วัดได้ ดังนั้นสรุปได้ว่าบุญมีตัวตนเองและวัดขนาดได้จริง

ทุกสิ่งทุกอย่างในภพสามมีสภาวะเป็นของตัวเอง  ถ้าเราอยากเห็นอะไร  เราก็ต้องทำตัวเราให้ใกล้เคียงกับสภาวะนั้น  เราก็จะรู้จะเห็น   การที่เราเอาสภาวะหนึ่ง  ไปตัดสินอีกสภาวะหนึ่งว่าไม่มีจริงนั้น  เป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้  

แม้แต่ในโลกวิทยาศาสตร์ก็เหมือนกัน    เราสัมผัสความสว่างไม่ได้ด้วยผิวหนัง  เราจะบอกว่าที่นี่ไม่มีแสงได้หรือไม่  เราก็บอกไม่ได้  เพราะผิวหนังเป็นคนละสภาวะกับความสว่าง  แต่ดวงตามีอวัยวะที่ใกล้เคียงกับสภาวะของความสว่าง  ทำให้สามารถรับรู้ความสว่างได้

บุญ  วิญญาณ  เทวดาก็เหมือนกัน  ต่างคนต่างมีสภาวะเป็นของตัวเอง  อยากเห็นดวงบุญ ก็ต้องทำจิตให้ละเอียดเท่ากับความละเอียดของดวงบุญก่อน  เมื่อเท่ากันแล้วก็จะมองเห็นได้เอง  พิสูจน์ได้เอง

 

บอกแล้วว่าให้ลงเรียน DOU  เพราะคำตอบพวกนี้  ผมก็ลอกมาจาก DOU ทั้งนั้น


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#3 cheterkk

cheterkk
  • Members
  • 270 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 12:09 PM

072



#4 Nida49

Nida49
  • Members
  • 456 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 12:55 PM

ขอบคุณค่ะ ได้รับความรู้กระจ่างมากขึ้นอีกเยอะเลย



#5 dhammarama

dhammarama
  • Members
  • 11 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 01:30 PM

คุณยายอุบาสิกา ปุก มุ้ยประเสริฐ อายุ 100 ปี ได้บวชชีทำวิชชาธรรมกายขั้นสูงควบคู่กับหลวงพ่อตลอดมา
และเคยเป็นครู เป็นหัวหน้าสอนวิชาคุมวิชชาธรรมกายเบื้องสูงในสถานที่ทำวิชชา (โรงงาน) ของวัดปากน้ำ
ในสมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่ คุณยายปุกปฏิบัติธรรมเจริญวิชชาชั้นสูง มีสติมั่นคงสงบหนักแน่น มีญาณละเอียดอ่อน เข้าถึง
วิชชาธรรมกายที่แก่กล้าขั้นสูง ขั้นละเอียดยิ่งในขั้นฝ่ายบุญภาคปราบอันหาศิษย์อื่น ๆ ทัดเทียมได้ยากท่านหนึ่งทีเดียว
คุณยายปุก เคยบอกเล่าเรื่องจักรพรรดิ, กายสิทธิ์ แก่เหล่าศิษย์ใกล้ชิดว่า............

ในปี พ.ศ. 2482 วัดปากน้ำนั้นเคยมีป่าช้าในวัดปากน้ำตรงบริเวณตึกคณะเนกขัมม์ในปัจจุบัน ซึ่งในสมัย
นั้น........ วันดีคืนดีก็มีดวงสว่าง ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นดิน บรรดาศิษย์หลวงพ่อ มีแม่ชีต่างก็คอยแอบจ้อง
เพื่อจะจับดวงแก้วที่ลอยขึ้นมานั้นให้ได้
แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะมีพวกเทวดามาคอยขัดขวาง แต่หลวงพ่อ
ท่านประสงค์ที่จะเอาแก้วจักรพรรดิ (บรมจักร) ดวงนี้ขึ้นมาเพื่อนำมาช่วยทำวิชชา ช่วยเหลือวัดปากน้ำต่อไป
ในการเลี้ยงพระสงฆ์ สามเณร แม่ชี ผู้ปฏิบัติธรรม เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติธรรมให้เจริญรุ่งเรือง วัฒนาถาวรต่อไป

หลวงพ่อท่านจึงสั่งให้แม่ชีต่าง ๆ ที่มีวิชชาสูง นั่งเข้าที่ทำวิชาเพื่ออัญเชิญแก้วบรมจักรขึ้นมา โดยเอาเข่งครอบพื้น
ดินตรงบริเวณที่บรมจักรอยู่ และเอาผ้าขาวคลุมเข่งไว้คณะแม่ชีผู้ได้วิชชาธรรมกายก็นั่งสมาธิเข้าที่ทำวิชชา นั่งล้อม
รอบเข่งนั้น ทำวิชชาเพื่ออัญเชิญบรมจักรที่มีฤทธิ์มีอานุภาพให้แทรกแผ่นดินขึ้นมา แต่ในครั้งนั้นคุณยายบอกว่า .....ของหยาบ
ไม่ขึ้นมา แต่บรมจักรได้แผ่รัศมีขึ้นมาจนจับผ้าขาวออกแสงสว่างจ้าทีเดียว
ตามสำนวนภาษาคนเก่า ๆ พูดว่า

     “แสงสว่างจ้าจนแสงเขียวเชียว”คือแสงสว่างจ้าเย็นตาเย็นใจมากนั่นเอง

ดังนั้นเมื่อของหยาบไม่ขึ้นมา ขึ้นมาแต่ของละเอียดคณะศิษย์จึงขุด เมื่อขุดพบแล้วก็เอาผ้าขาวหุ้มห่อบรมจักร
นั้น แล้วพระภิกษุรูปหนึ่งก็อุ้มออกจากหลุมนำมาไว้ที่วิหารขาว หลวงพ่อวัดปากน้ำบอกว่าต้องทำวิชชา 3 เดือนจึง
จะเปิดผ้าขาวได้ และเอาดอกมะลิบูชาไว้

    
แต่ในระหว่างกลางพรรษา มีวันหนึ่งฝนตกหนักชนิดเรียกว่าเหมือนฟ้ารั่วตกแทบแผ่นดินจะถล่มทะลาย ตามสำนวนคน
เก่า ๆ พูด ฟ้าก็คำราม คำรน สะเทือน เลื่อนลั่น ฟ้าร้อง ฟ้าผ่าเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งฝนทั้งฟ้า เหมือนดังจะถล่มทลายที
เดียว เมื่อเหตุการณ์สงบดีแล้วปรากฏว่า แก้วบรมจักรก้อนนั้นได้อันตรธานหายไปทั้ง ๆ ที่ห่อผ้าขาวไว้ ผ้าก็ยังห่ออยู่โดย
ไม่มีรอยแก้วแต่ประการใด

 



#6 cheterkk

cheterkk
  • Members
  • 270 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 03:00 PM

072



#7 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 05:28 PM

ไม่แน่ใจว่า มีการค้นต่อหรือไม่นะครับว่า ดวงแก้วไปไหน แต่ผมสามารถอธิบายธรรมชาติของดวงแก้ว(กายสิทธิ์)ได้ว่า ไม่ได้อยู่นิ่งๆ เฉยๆ นะครับ

แต่ดวงแก้วสามารถเคลื่อนที่ได้ ทั้งจากทางใต้ดิน หรือ ลอยไปบนฟ้า

 

หากคุณ Cheterkk ได้ติดตามข้อมูลของปู่ยาตายายสืบทอดต่อกันมา คุณย่อมต้องได้ยินชื่อของ "เขาแก้วเสด็จ"

ทำไมถึงชื่อเช่นนี้ ทั้งนี้เป็นเพราะ ปู่ย่าตายาย ท่านเห็น ดวงแก้วลอยไปมาในวันพระใหญ่ เขานี้เลยได้ชื่อว่า เขาแก้วเสด็จ เป็นต้น

 

ดังนั้น แม้เมื่อหลายสิบปีก่อน จะมีใครค้นว่าดวงแก้วไปที่ไหน หรือไม่ก็ตาม ปัจจุบันนี้ ผ่านมาหลายสิบปี เรามั่นใจได้อย่างไรว่า ดวงแก้วจะอยู่ที่เดิม นั่นแหละครับ


ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#8 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3260 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 07:29 PM

๑. มหาปนาทจักรพรรดิ                   

๒. มหาสังขจักรพรรดิ

                ในกาลนั้นจะมีแก้ว ๗ ประการ ปรากฏขึ้นเป็นของคู่พระบารมี ดังนี้ มหาปนาทจักรพรรดิ นั้น เป็นเนรมิตนาม ของพระจักรพรรดิราชาธิราช ทุกพระองค์ที่ทรงมี สัตตรัตนสมบัติ ๗ ประการ กับมี คทาใหญ่ อันเป็นนิมิตสมบัติจักรพรรดิชุดบก หรือชุดแผ่นดิน เช่นเดียวกัน มหาสังขจักรพรรดิ ก็ทรงมี สัตตรัตนสมบัติ ๗ ประการ กับมี สังข์ใหญ่ หรือมหาสังข์ อันเป็นนิรมิตสมบัติจักรพรรดิชุดน้ำ หรือชุดทะเล สัตตรัตนสมบัติ ๗ ประการนั้น คือ ๑) จักรรัตนะ จักรแก้ว ๒) หัตถีรัตนะ ช้างแก้ว ๓) อัสสรัตนะ ม้าแก้ว ๔) มณีรัตนะ มณีแก้ว แก้วทับทิม ๕) อิตถีรัตนะ นางแก้ว ๖) คหบดีรัตนะ ขุนคลังแก้ว ๗) ปรินายกรัตนะ ขุนพลแก้ว นอกจากนี้ทั้ง ๒ ชุด ยังมีปราสาทแก้ว ปราสาททอง หรือ รัตนะปราสาท สุวรรณปราสาท พร้อมกับ มีแก้ว ทอง เงิน แร่ธาตุต่าง ๆ ประดับพร้อมทุกประการ

 

ไปเอามาจากไหนอีกหล่ะเนี้ย  ไม่เห็นเคยได้ยิน  ช่วยอ้างอิงจากพระไตรปิฎกด้วย   แต่ถ้าแจ้งว่าไปคัดลอกคนอื่นมา  ก็กรุณาดูด้วยว่าต้นฉบับอ้างอิงมาจากที่ไหน  ถ้าไม่มีการอ้างอิง  เราไม่ควรนำมานำเสนอ  เพราะการนำเสนอพระพุทธศาสนาที่ถูกบิดเบือนนั้นมีวิบากกรรมมาก  ยิ่งถ้ามีคน "หลงเชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง" นำไปเผยแพร่ต่อ  เราก็จะยังมีส่วนในวิบากกรรมนั้นด้วยแบบไม่รู้จบ


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#9 cheterkk

cheterkk
  • Members
  • 270 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 08:12 PM

072



#10 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3579 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 08:15 PM

เท่าที่ระลึกได้ พระเจ้ามหาปนาทะ(อดีตชาติของพระภัททชิในพุทธกาล) ไม่ใช่พระเจ้าจักรพรรดิ มีเพียงปราสาทแก้วที่เป็นทิพย์ เมื่อพระเจ้ามหาปนาทะสวรรคตปราสาทก็จมหายมีเทวดารักษา จนกระทั่งพุทธกาลนี้กลับเกิดเป็นพระภัททชิบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ได้แสดงฤทธิ์ตามพุทธานุญาตดึงปราสาทแก้วขึ้นมาจากน้ำให้พุทธสาวกอื่นๆเห็นอานุภาพเป็นที่ประจักษ์ด้วยสายตา หลังจากนั้นก็ปล่อยปราสาทแก้วนี้จมลงใต้น้ำเพื่อรอพระเจ้าสังขจักรมาบังเกิดขึ้นในพุทธันดรหน้า ซึ่งจะจุติลงมาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ออกบวชเป็นสาวกภูมิของพระศรีอริยเมตไตรย์

 

ทั้งสองพระองค์เคยมีบุพกรรมร่วมกันมาในอดีต คือ เป็นพ่อลูกกัน เคยอุปัฏฐากพระปัจเจกพุทธเจ้า ๗พระองค์


ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#11 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3579 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 08:24 PM

เรื่องดวงแก้วบรมจักร ดวงที่ถูกฟ้าผ่า หายไป มีบันทึกในหนังสือบุคคลต้นวิชชา พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯกล่าวไว้ว่า ไม่ต้องไปตาม...เมื่อถึงเวลาบรมจักรก็จะขึ้นมาเอง แต่ก็รู้ว่าหากสงครามเกิดในเวลานี้ จะมีทุกขภิกขภัย คือ ข้าวยากหมากแพง เพราะขาดผู้เลี้ยง และพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯรำพึงว่า"เราแพ้มาร" จึงเป็นเหตุให้จัดเวรทำวิชชาเป็นกะ ตลอดเวลาขึ้นมา

 

ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ถ้าสนใจแนะนำซื้อหนังสือฯอ่านได้นะ เรื่องใบไม้ในป่าถามในนี้ดูไม่เหมาะ


ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#12 cheterkk

cheterkk
  • Members
  • 270 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 08:28 PM

072



#13 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3579 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 08:51 PM

อ่านแล้วเพื่อนสมาชิกขอให้ท่าน จขกท ยืนยันข้อมูลแหล่งอ้างอิงมากกว่า ที่จะไปตีความว่าเพื่อนๆตำหนิท่านว่าถูกผิด

 

เพียงบางสิ่งที่ถามนั้น ไม่เอื้อเฟื้อการเข้าถึงธรรมในพรรษานี้ ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักที่จะร่วมปฏิบัติบูชาถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ

 

อนึ่ง เรื่องใบไม้นอกกำมือเหมาะที่จะสนทนาในที่อสาธารณะมากกว่า ไม่เหมาะจะเสวนา เพราะไม่เป็นไปเพื่อแก่นสาร ยิ่งผู้มาใหม่เข้ามายิ่งทำความเข้าใจยาก จึงเน้นปูพื้นฐานทางพระพุทธศาสนามากกว่า

 

อย่าให้ความ"น้อยใจ"ครอบงำ"มิตรภาพ"เลยนะ เข้าใจดีว่าท่านเป็นผู้ใฝ่รู้


ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#14 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3260 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 08:57 PM

อย่าเพิ่งวิตกเกินเหตุครับ  ผมถามแค่ว่า  เอามาจากไหน  อ้างอิงจากที่ไหน  เพราะผมไม่เคยเห็น  หรือได้ยินมา ต้องการทราบที่มาที่ไป  เพื่อจะเทียบกับพระไตรปิฎก  ถ้ามีปรากฏจริงก็จะได้ศึกษาต่อเพื่อเป็นหลักฐานทางพระพุทธศาสนา  แต่ถ้าไม่มีที่มาที่ไป  จะได้ทำการชี้แจงให้กับทุกคนได้ทราบว่า  บทความนี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้ตั้งกระทู้(อย่างที่เคยทำ)

 

และแนะนำต่อด้วยว่า  ให้พิจารณาให้ดีในการนำเสนอ  เท่านั้น  เพราะการนำเรื่องราวทางพระพุทธศาสนานั้น  ครูบาอาจารย์ท่านก็กล่าวแล้วว่าเหมือนเล่นกับไฟ  ให้ทั้งความสว่าง  ความอบอุ่น  ในขณะเดียวกันก็ให้ภัยวิบัติจากความร้อนแรงด้วยเหมือนกัน 

 

ยังไม่มีใครว่าใครว่าผิดหรือถูกนะครับ  แต่สุดท้ายถึงจะได้รับการพิสูจน์ว่า "ผิด"  แล้วยังไงหรือครับ  เป็นสิ่งดีๆ แท้ๆ ที่เราร่วมกันช่วยพิสูจน์ความจริง  ไม่ว่าผลจะออกมาผิดหรือถูก

 

ใครได้ประโยชน์หรือไม่  ใครวิตกเกินเหตุหรือไม่  ผมไม่ทราบ  แต่ตอนนี้ผมถือว่าผมได้ประโยชน์  เพราะก่อนที่จะเข้ามาตอบนั้น  ผมได้ทำการเปิดตำรา(เท่าที่มี)ค้นคว้าจนมั่นใจแล้วว่า  ไม่ปรากฏเรื่องนี้ในพระพุทธศาสนาเถรวาท(เน้นนะครับ  เฉพาะเถรวาท)**** อย่างแน่นอน  ถึงได้ย้อนกลับมาถามที่มาที่ไปเพื่อจะได้ศึกษาต่อในสิ่งที่เรายังค้นคว้าไม่เจอ  ก็แค่นั้นครับ

 

****  มีปรากฏในนิทานพื้นบ้าน  เรื่องเล่าทางพระพุทธศาสนา ปนกับชาดกลังกาที่แต่งในสมัยหลังพระเจ้าอโศกมหาราช  แต่หาหลักฐานการปรากฏของเรื่องไม่ได้  จึงไม่สามารถยกมาอ้างอิงให้ได้ครับ


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#15 dhammarama

dhammarama
  • Members
  • 11 โพสต์

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 09:34 PM

     อีกประการหนึ่ง มหาสมุทรมีรัตนะมากมายหลายชนิด ในมหาสมุทรมีรัตนะเหล่านี้ คือ แก้วมุกดา แก้วมณี แก้วไพฑูรย์ สังข์ ศิลา แก้วประพาฬ
เงิน ทอง ทับทิม มรก
ต ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อที่มหาสมุทรมีรัตนะมากมายหลายชนิด ในมหาสมุทรนั้นมีรัตนะ คือ แก้วมุกดา แก้วมณี แก้ว
ไพฑูรย์ สังข์ ศิลา แก้วประพาฬ เงิน ทอง ทับทิม มรกต นี้เป็นธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมาประการที่ ๗ ในมหาสมุทร ที่พวกอสูรเห็นแล้วๆ จึง
อภิรมย์อยู่ ฯ

 

 

 

 

ครั้นพระปัจเจกโพธิได้รับนิมนต์แล้ว สองคนพ่อลูกตั้งปฏิธานความปรารถนา ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากทุกข์ยากไร้เข็ญใจ และขอให้ข้าพเจ้าทั้งสองนี้ได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพผู้ประเสริฐองค์หนึ่งเถิด พระปัจเจกโพธิก็รับอนุโมทนาซึ่งบุญ นายช่างสองคนพ่อลูกอยู่จนสิ้นอายุขัยแล้วก็ทำกาลกริริยาตายไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีวิมานทองเป็นที่รองรับ และเทพอัปสรแวดล้อมเป็นบริวาร เสวยทิพย์สมบัติอยู่ในสวรรค์สิ้นกาลช้านานจุติจากสวรรค์นั้นแล้วก็ไปบังเกิดเป็นราชบุตรของ
พระเจ้าสุโรธิบรมกษัตริย์ในเมืองมิถิลามหานคร ทรงพระนามว่ามหาปนาทกุมาร ๆ เจริญวัยขึ้นได้เสวยราชสมบัติ เป็นพระยาจักรพรรดิราช ด้วยอานิสงส์ที่ได้สร้างกุฎีวิหารถวายเป็นทานแก่พระปัจเจกโพธิ ครั้นตายจากชาติเป็นพระยามหาปนาทแล้ว ก็เวียนว่ายตายเกิดในมนุษย์สมบัติสวรรค์สมบัติ แล้วก็มาเกิดเป็นเศรษฐีมีทรัพย์ ๘๐ โกฎิอยู่ในภัททิยนคร ชื่อว่า ภัททชิ ก็ได้ปราสาท ๓ หลัง อยู่ใน ๓ ฤดู ครั้นเจริญวัยได้บวชในศาสนาสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ในศาสนาของตถาคตดังนี้แล ส่วน
เทพบุตรองค์พ่อนั้น ยังเสวยทิพย์สมบัติอยู่ในสวรรค์ช้านานจนถึงศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย์ลงมาตรัสสัพพัญญู เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในมนุษย์โลก ได้จุติลงมาปฏิสนธิในครรภ์ พระอัครมเหสีสมเด็จพระเจ้ากรุงเกตุมวดี ทรงพระนามว่าสังขกุมาร ครั้นเจริญวัยแล้วก็ขึ้นครองราชย์สมบัติ ทรงพระนาม
ว่าสมเด็จพระเจ้าสังขจักรบรมกษัตริย์ มีทวีปน้อยใหญ่เป็นบริวาร พระองค์จึงได้สละราชสมบัติบ้านเมืองออกไปบรรพชา ในสำนักพระศรีอริยเมตไตรย์ กับทั้งบริวาร ๑ โกฎิ ก็ได้ถึงอรหันต์ได้เป็นอัครสาวกเบื้องขวา ทรงพระนามอโสกเถระ ก็ด้วยอานิสงส์ได้สร้างกุฎีให้เป็นทานนั้นแล อันเป็นบุญให้ถึงความสุข ๓ ประการ คือ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ



#16 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3260 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 25 July 2013 - 10:29 PM

ตรงนี้ไม่ติดใจครับ  เพราะมีปรากฏในพระไตรปิฎกและอรรถกถา

 

แต่ที่ติดใจคือ  คทาใหญ่  กับ  สังข์ใหญ่  ครับ  ว่ามาจากที่ไหน  จะได้เก็บเป็นข้อมูลอ้างอิง


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#17 cheterkk

cheterkk
  • Members
  • 270 โพสต์

โพสต์เมื่อ 09 February 2015 - 11:54 AM

ผมจะหาบูชา  พระมหาสิริราชธาตุ และมหาสุวรรณนิธิ  ได้ที่ไหนครับ  ไปวันอาทิตย์จะมีให้เช่าบูชาไหมครับ 



#18 cheterkk

cheterkk
  • Members
  • 270 โพสต์

โพสต์เมื่อ 09 February 2015 - 12:40 PM

อยากได้ประวัติของ พระมหาสิริราชธาตุ และมหาสุวรรณนิธิ  ต้องไปโหลดเอกสารที่ไหนครับ มีหนังสือออกจำหน่ายไหมครับ อยากทราบแบบละเอียดถึงที่มาที่ไปอย่างไร รวมทั้งอนุภาพด้วย



#19 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3260 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 09 February 2015 - 01:42 PM

ของที่ระลึกของที่วัดพระธรรมกายโดยตรง  ไม่มีให้เช่าบูชาครับ  เราจะได้รับต่อเมื่อทำบุญตามกติกาที่วางไว้เท่านั้น  บางรุ่นก้เพียงมาร่วมกิจกรรมงานบุญก็จะได้รับ  บางรุ่นก้เข้าอบรมปฏิบัติธรรมก็จะได้รับ  บางรุ่นก็จะต้องเข้าบรรพชาอุปสมบท  และบางรุ่นก็จะเป็นยอดสะสมจากการทำบุญด้วยปัจจัยครับ   เพราะทั้งหมดเป็นเพียงของที่ระลึกเพื่อตรึกระลึกถึงบุญที่ได้กระทำดีแล้ว  ไม่ใช่เครื่องรางของขลัง

 

ส่วนเรื่องประวัติก็มีเพียงตามข้างต้นนั่นแหละครับ  


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#20 cheterkk

cheterkk
  • Members
  • 270 โพสต์

โพสต์เมื่อ 09 February 2015 - 03:35 PM

สาธุครับ 



#21 cheterkk

cheterkk
  • Members
  • 270 โพสต์

โพสต์เมื่อ 09 February 2015 - 04:23 PM

พระผงวัดปากน้ำ (พระของขวัญ) รุ่น 1 - 3 จากที่ศึกษามามีอนุภาพมาก ผู้ใดมีให้เช่าบูชาหรือไม่  อย่างไร 

 

 

http://www.dhammakay...log/2013/05/01/พระผงวัดปากน้ำ



#22 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3260 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 09 February 2015 - 06:20 PM

พระผงวัดปากน้ำ (พระของขวัญ) รุ่น 1 - 3 จากที่ศึกษามามีอนุภาพมาก ผู้ใดมีให้เช่าบูชาหรือไม่  อย่างไร 

 

 

http://www.dhammakay...log/2013/05/01/พระผงวัดปากน้ำ

กรุณาติดต่อกันเป็นการส่วนตัวนะครับ   ถ้ามีการลงรายละเอียดการติดต่อซื้อขายกันที่นี่  ทางเราขออนุญาติลบออกนะครับ  เพราะเราไม่สนับสนุนการซื้อขายพระครับ


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#23 kotchapornda

kotchapornda
  • Members
  • 649 โพสต์
  • Gender:Female

โพสต์เมื่อ 13 February 2015 - 06:54 PM

สาธุค่ะ อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ  ^_^