ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ

ก่อนการเกิดของสรรพสิ่งคือสิ่งใด ?


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 12 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 Souriya

Souriya
  • Members
  • 53 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ส.ป.ป.ลาว
  • Interests:วิชชาธรรมกาย

โพสต์เมื่อ 18 October 2013 - 04:49 PM

สวัสดีครับ เพื้อนฯนักส้างบารมีทุกคน. ผมอยากชาบว่า *ก่อนการเกิดของสรรพสิ่งคือสิ่งใด* ถ้าไครมีข้อมูล ช่วยแนะนำผมด้วยนะครับ ขอบคุณ ครับ

สิ่งที่ต้องสะสมคือบุนกุสน สิ่งที่ต้องสะแหวงหาคือพระรัตนะไตรพายใน เป้าหมายชีวิดคือที่สุดแห่งทัม ที่พักละหว่างทางคือ ดุสิดบุรี วงบุนพิเสด เขดพระโพทิสัด.

ละชั่วทุกอย่าง ทำดีทุกรูบแบบ ทำใจให้พ่องใส อยากไปไหนก่อไปได้ทุกที่...


#2 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3579 โพสต์

โพสต์เมื่อ 18 October 2013 - 05:13 PM

ธรรมชาติ = ธรรม...ธาตุ + ชาติ...การเกิด ประกอบด้วย กุศลาธรรมา อกุศลาธรรมา อัพยากตาธรรมา

(ตามบทสวดพุทธมนต์พระอภิธรรม 7คัมภีร์)


ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#3 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3278 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 18 October 2013 - 08:13 PM

ไม่มีคำอธิบายใดๆ จะทำให้เข้าใจได้  ทั้งในทางพระพุทธศาสนา  และทางวิทยาศาสตร์  ต้องรู้เอง  เห็นเอง  เท่านั้น  

 

ประหนึ่ง  ความหวานของน้ำผึ้ง  กลิ่นหอมของดอกกุหลาบ  ของทั้งสองสิ่งมีอยู่จริง  แต่กับคนที่ไม่เคยลิ้มรสหวานของน้ำผึ้ง  หรือสูดกลิ่นหอมหวลของดอกกุหลาบ  ให้อธิบายเท่าไหร่  ก็จะไม่เข้าใจ  ไม่เห็นภาพ  ไม่รู้สึกตาม

 

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราเรียกว่า  ความรู้ลึกซึ้ง  คือ  รับรู้และเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ด้วยตนเอง  อย่ามัวถามหาความรู้  ความเข้าใจอยู่เลยครับ  ตำราเมื่อสองพันกว่าปี  ซึ่งเป็นตำราเดียวกับที่พระบรมพุทธเจ้าพระองค์แรกทรงค้นพบเมื่อนานแสนนานมาแล้ว  ได้บอกวิธีการเข้าถึงความรู้  ความเข้าใจนี้ไว้หมดแล้ว  

 

เพราะแค่การกระทำเดียวเท่านั้น  แค่  "หยุด"  ความรู้ทุกอย่างจะกระจ่างกับตัวเราเอง  ลองมา "หยุด"  กันดูไหมครับ  

 

การนั่งสมาธิ ด้วยการฝีกสมาธิเบื้องต้น

http://www.dmc.tv/pa...ditation06.html


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#4 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 19 October 2013 - 11:47 AM

พระพุทธเจ้าตรัสว่า "สรรพสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนมีเหตุเป็นแดนเกิดทั้งสิ้น" คือ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ทุกอย่างมีเหตุมีผลรองรับด้วยตัวมันเองทั้งสิ้นน่ะครับ แต่การจะไปรู้เหตุเหล่านั้น ต้องกำจัดกิเลส คือ อวิชชา (ความไม่รู้จริง) ภายในใจของมนุษย์ทั้งหลายก่อนน่ะครับ

 

หากยังมีอวิชชาอยู่ ก็จะมีความสงสัยไม่จบไม่สิ้นน่ะครับ ผมจะยกตัวอย่าง ความเชื่อของความเชื่อหนึ่งก็แล้วกันนะครับ (ไม่ได้ลบหลู่ใครนะ)

สมมุติ

นาย A ถามว่า "สรรพสิ่งทั้งหลาย เกิดขึ้นมาได้อย่างไร"

นาย B ตอบว่า "อ๋อ เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ สร้างสรรพสิ่งขึ้นมา

นาย A หายสงสัยหรือเปล่า ตอบว่า เปล่า นาย A ก็ยังคงถามต่อไปได้อีกว่า "แล้วใครสร้างเทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ขึ้นมา"

นาย B ชักเริ่มมึน ถ้ามั่วๆ ก็ตอบว่า "อ๋อ พ่อของเทพเจ้าผู้เป็นใหญ่สร้าง เทพเจ้าขึ้นมา

นาย A หายสงสัยหรือเปล่า ตอบว่า เปล่า นาย A ก็ยังคงถามต่อไปอีกว่า "แล้วใครสร้างพ่อ"

ครั้นจะไปตอบว่า "ปู่ ทวด" เดี๋ยวมันก็จะไม่สิ้นสุดน่ะครับ ไม่อาจคลายความสงสัยลงได้เลย


ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#5 ก้าน

ก้าน
  • Members
  • 16 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 19 October 2013 - 08:20 PM

สวัสดีครับ เพื้อนฯนักส้างบารมีทุกคน. ผมอยากชาบว่า *ก่อนการเกิดของสรรพสิ่งคือสิ่งใด* ถ้าไครมีข้อมูล ช่วยแนะนำผมด้วยนะครับ ขอบคุณ ครับ

ก่อนการเกิดของสรรพสิ่งก็น่าจะมี..จุดของธาตุของการเริ่มต้น เช่นดิน/น้ำ/ลม/ไฟ เป็นการก่อตัวของการเริ่มต้นครับ พูดตามหลักน้ะครับ



#6 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3278 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 20 October 2013 - 03:46 PM

ก่อนการเกิดของสรรพสิ่งก็น่าจะมี..จุดของธาตุของการเริ่มต้น เช่นดิน/น้ำ/ลม/ไฟ เป็นการก่อตัวของการเริ่มต้นครับ พูดตามหลักน้ะครับ

 ถ้าในทางพระพุทธศาสนาหล่ะก็ไม่ใช่แน่  เพราะดิน  น้ำ  ลม ไฟ   คือธาตุแล้ว  จัดเป็นสรรพสิ่งแล้วครับ   

 

เรื่องเหล่านี้  พระพุทธองค์ทรงจัดไว้ในหมวดหมู่  อจินไตย  คือ  สื่งที่ไม่ควรนำมาคิดพิจารณา  เนื่องจากจะหาที่สุดไม่ได้  เพราะยังไม่เข้าใจต้นเหตุ  ถ้าใส่ใจมากจะทำให้ขาดสติได้ครับ  

 

เอาเป็นว่าคุยกันเล่นๆ  พอสนุกๆ  ก็พอ  มาเร่งปฏิบัติธรรมกันจะดีกว่า  จะได้ไปรู้  ไปเห็น  จะได้เข้าใจถ่องแท้เสียทีจะดีกว่าครับ


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#7 สารัช ทัศนะเมธี

สารัช ทัศนะเมธี
  • Members
  • 20 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 21 October 2013 - 10:20 AM

ถ้าพิจารณษ เฉพาะก่อนการเกิดของสรรพสิ่งในจักรวาล  จักรวาลนั้นมีแต่ความว่างเปล่า

อ่านเพิ่มจากคำแปล อัคคัญญสูตร หรือลงเรียน DOU ก็ได้นะครับ 



#8 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 21 October 2013 - 11:54 AM

อ๋อ ถ้าในหลักสูตรที่เรียนกันใน DOU นั้น พระพุทธเจ้าท่านเทศน์เฉพาะในกัปนี้เท่านั้นน่ะครับ (กัปหนึ่งๆ คือ โลกเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป 1 ครั้ง)

 

นั่นคือ ถ้านับเฉพาะในกัปนี้ เมื่อจักรวาลก่อนหน้านั้นถูกทำลาย จนถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม กินเวลา 1 ใน 4 คือ อายุกัป จักรวาลใหม่ก็จะก่อกำเนิดขึ้น (ตามแรงกรรม) ซึ่งตรงนี้ ก็สามารถพูดได้เช่นกันว่า จักรวาล(ใหม่) เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า แต่ความจริง เกิดจากจักรวาลก่อนหน้าที่ถูกทำลาย ทีนี้ถ้าสาวความต่อไปอีกว่า แล้วจักรวาลของจักรวาลก่อหน้า เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ในที่สุดก็จะไปเจอคำถามว่า แล้วจักรวาลแรกสุดเกิดขึ้นมาได้อย่างไร มันก็เลยเป็นอจินไตย คิดไปก็ยิ่งสงสัยไม่สิ้นสุด ต้องปฏิบัติธรรมให้กำจัด อวิชชา ให้ได้ก่อนน่ะครับ

 

 

ส่วนมนุษย์เกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าในกัปนี้ ก็พรหม (ซึ่งภพของพรหมจะไม่ถูกทำลาย) จะลงมากินง้วนดิน ทำให้ระบบขับถ่ายเกิดขึ้นกลายเป็นมนุษย์ นั่นคือ มนุษย์ในจักรวาลใหม่ เกิดจากพรหม ของจักรวาลก่อนหน้านั้น แต่ถ้าใครคิดจะถามสาวความต่อๆไปว่า แล้วพรหมของจักรวาลก่อนหน้าไปเรื่อยๆ เกิดมาจากอะไร คำตอบก็คือ เกิดมาจากมนุษย์ของจักรวาลก่อนหน้ายิ่งๆ ขึ้นไปอีก ที่ทำกรรมดี จนไปเกิดเป็นพรหม ทีนี้ถ้าสาวไปเรื่อยๆ มันก็จะไปสิ้นสุดที่ว่า แล้วมนุษย์คนแรก เกิดมาได้อย่างไร มันจึงเป็นอจินไตย ดังที่คุณทัพพีบอกมานั่นแหละครับ


อ้อ ยังไม่พอนะครับ หากไปมีใครตอบว่า ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ สร้างจักรวาล สร้างมนุษย์ ก็ไม่อาจทำให้หายสงสัยไปได้ เพราะก็จะมีคำถามต่อไปว่า แล้วใครสร้างฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ทำนองเดียวกับ เทพเจ้าสร้างโลกนั่นแหละครับ


ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#9 ดินสอแห่งธรรม

ดินสอแห่งธรรม

    สร้างบารมีเป็นหมู่คณะ = ฝึกตนให้เป็นผู้ใจกว้าง

  • Members
  • 1478 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ดุสิตบุรี
  • Interests:สร้างบารมีแบบเต็มกำลัง

โพสต์เมื่อ 21 October 2013 - 07:32 PM

...ถ้าเป็นตามสารคดีวิทยาศาสตร์ หรือเรื่องราวที่เป็นภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ ก็เป็นเพียงสมมุติฐานนะครับ เพราะวิทยาศาสตร์ก็เกิดไม่ทันในยุคนั้นอย่างแน่นอน แม้เรื่องราวที่เป็นหลักฐานต่างๆ ในยุคเมื่อ 3000พันกว่าปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์ก็ยังเพิ่งค้นพบหรือเพิ่งจะตื่นเต้นกันอยู่เลย นี่แค่สามพันกว่าปีเองนะครับ ยังเป็นเรื่องใหม่ๆให้ค้นคว้าอยู่เลย

 

...ดังนั้น ให้ลืมเรื่องการกำเนิดโลก หรือจักรวาลในเชิงวิทยาศาสตร์ไปบ้าง เพราะแม้ผู้ค้นคว้าก็ยังบอกเลยว่า "นี้เป็นเพียงสมมุติฐาน"  ก็คือ ดูจากหลักฐานที่ยังเหลืออยู่เท่านั้น ซึ่งมีทั้งเป็นจริง และไม่เป็นจริงผสมกันอยู่  แม้เรื่อง ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ วิทยาศาสตร์ก็ยังสรุปอะไรไม่ได้ ว่าให้กำเนิดสิ่งใดแน่นอน หรือ ไม่ให้กำเนิดอะไรแน่นอน ....


..อันมือของฉันสองมือนี้ ดูเล็กนิดเดียวและไม่มั่นใจว่าฉันจะสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดแก่โลกใบนี้ได้.. แต่ฉันมั่นใจว่า ...หัวใจของฉันนี้ มอบไว้ให้แด่พระพุทธศาสน์....

#10 Hutch_siam

Hutch_siam
  • Member_Facebook
  • 9 โพสต์

โพสต์เมื่อ 23 October 2013 - 12:09 AM

ว่างเปล่า



#11 InnerDot

InnerDot
  • Members
  • 79 โพสต์

โพสต์เมื่อ 11 December 2013 - 03:16 PM

ไม่แน่หรอกนะครับ ความรู้เรื่องนี้อาจยังไม่มีใครสามารถหาคำตอบที่แท้จริงได้ แม้แต่เรื่องของการปราบพญามาร พระเดชพระคุณหลวงปู่ยังเคยกล่าวไว้ทำนองที่ว่า เรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้เลย  "ทุกจักรวาลทั้งนิพพานถอดกาย ไม่มีผู้ใดรู้เรื่องการปราบมาร... " (ตัดข้อความจากเนื้อเพลงฯครับ) ดังนั้นคิดแบบอจินไตยนะครับแม้บรรลุอรหัตผล ผมก็เชื่อว่า ยังรู้ไม่หมดในเรื่องนี้ ตอบไม่ได้ในคำถามนี้ แต่อย่างไรก็ตามหากสมมติว่าท่านทราบ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะนำมาบอกนำมาแสดง เพราะท่านอาจพิจารณาเห็นว่า แม้เป็นเรื่องจริง แต่ไม่เกิดประโยชน์ต่อการแสวงหาทางดับทุกข์ท่านก็ไม่พูด...  ดังนั้น ครูบาอาจารย์สมัยก่อนเก่าเวลาถูกลูกศิษย์ถามปัญหาบางอย่าง... ท่านจะไม่ตอบทันที โดยทีเดียว แต่ท่านมักจะถามย้อนกลับเสียก่อนว่า ...

     "เธอเห็นประโยชน์อะไรหรือจึงถามออกมา"...



#12 ทัพพีในหม้อ

ทัพพีในหม้อ
  • Moderators
  • 3278 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 11 December 2013 - 06:56 PM

ในทางวิทยาศาสตร์มีทฤษฎีขึ้นมาแล้วครับ  เขาว่าสิ่งที่เริ่มแรกสุดในการก่อเอกภพนี้  (โลก-ระบบสุริยะ-กลุ่มดาวฤกษ์-กระจุกดาวฤกษ์-กาแลกซี่-กระจุกกาแลกซี่-เอกภพ)   คือ  เวลาที่หยุดนิ่งสัมบูรณ์ครับ  ถ้าเวลานั้นหยุดนิ่งต่อไปเรื่อยๆ  ก็จะไม่เกิดสรรพสิ่ง  ก็นิ่งไปแยู่อย่างนั้น

 

ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังเพียรหาให้ได้ว่า  อะไรเป็นตัวไปกระตุ้นให้เวลาเดินขึ้นเท่านั้น  ถ้าหาตรงนี้เจอ  นักวิทยาศาสตร์เขาคุยเอาไว้ว่า  ถึงขั้นเป็นผู้สร้างได้เลย  ก็รอดูกันต่อไป

 

ส่วนสรรพสิ่งนั้น  เขาบอกว่า  เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามขั้นตอน  เหมือนกับ  น้ำจะกลายเป็นไอน้ำ  น้ำนั้นก็ต้องถึงจุดเดือดก่อน  น้ำถึงจะกลายเป็นไอน้ำได้  การเกิดจักรวาลก็เหมือนกัน  เมื่อเวลาเคลื่อนไปเท่านั้  สิ่งนี้ก็จะเกิดขึ้นมาเอง  ตามลำดับ  เป็นเหมือนระบบอัตโนมัติ  แต่เราจะใช้คำว่า  ธรรมชาติ  คือ  มันเป็นไปอย่างนั้นเอง

 

ไม่รู้ลอกทฤษฎีทางพระพุทธศาสนาไปหรือเปล่านะ  แต่อ่านแล้วคลับคล้าย  คลับคลาจริงๆ


สมาชิกเว็บไซต์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ สามารถร่สมกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกจากทางทีมงานได้ฟรีๆ ทำตามนี้เลยครับ ..... ทุกๆ กระทู้ที่สมาชิกตั้งขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 3 คะแนน ..... ทุกๆ การตอบกระทู้ที่เป็นการตอบแบบมีสาระทางธรรม จะได้รับคะแนนสะสมทันที่ 1 คะแนน และ 0.1 คะแนนสำหรับการเข้ามาอนุโมทนาบุญ ..... อย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันนะครับ

#13 cheterkk

cheterkk
  • Members
  • 270 โพสต์

โพสต์เมื่อ 13 December 2013 - 03:26 PM

คงต้องนั่งสมาธิไปถามมนุษย์คนแรกละครับ ถ้ามนุษย์คนแรกไม่รู้ก็ต้องไปถาม พรหมที่เกิดมาเป็นคนคนแรกนั่นแหละครับ  ถ้าพรหมไม่รู้พรหมก็ต้องไปถามว่าก่อนมาเป็นพรหม มีมนุษย์คนแรกหรือยัง (ก่อนที่พรหมตายจากมนุษย์มาเป็นพรหม) มันก็ย้อนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไปถาม อีกนั่นแหละครับ เฮ่อเหนื่อยเนาะ นานนนนนนมากกกกกทีเดียว  สรุป ไม่มีคำตอบครับ

 

พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบปัญหาเหล่านี้เลย (เพราะเป็นอจินไตย)


 "อัพยากตปัญหา หมายถึง ปัญหาที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงพยากรณ์ คือไม่ทรงตอบ เป็นชื่อเรียกปัญหาเกี่ยวกับความจริง 10 อย่าง (ส่วนในพุทธศาสนามหายานเพิ่มมาอีก 4 อย่าง) "

 

 อัพยากตปัญหา มี 10 ข้อ ดังนี้

1. โลกเที่ยงหรือ

2. โลกไม่เที่ยงหรือ

3. โลกมีที่สุดหรือ

4.โลกไม่มีที่สุดหรือ

5.ชีวะกับสรีระเป็นอย่างเดียวกันหรือ

6. ชีวะกับสรีระเป็นคนละอย่างกันหรือ

7. หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกหรือ

8. หลังจากตายแล้ว ตถาคตไม่เกิดอีกหรือ

9. หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีกหรือ

10. หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่หรือ

 

 ตัวอย่าง

 "ภาวะหลังการตายของตถาคต ... พระอรหันต์ที่สิ้นชีวิตแล้ว หมายถึง ผู้ที่ได้บรรลุอนุปาทิเสสนิพพาน ใน นิพพานธาตุสูตร ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงสภาวะของผู้ที่ได้บรรลุอนุปาทิเสสนิพพาน...ไว้ว่า ...เวทนาทั้งปวงในอัตภาพนี้นั่นแลของภิกษุนั้น อันตัณหาเป็นต้น ให้เพลิดเพลินไม่ได้ต่อไปแล้ว จักระงับดับสนิท ภิกษุทั้งหลาย สภาวะดังกล่าวนี้เราเรียกว่า อนุปาทิเสสนิพพาน...ใน อุปสีวมาณวกปัญหา ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เมื่ออุปสีวมาณพทูลถามว่า วิญญาณของพระอรหันต์จะจุติอีกหรือไม่ พระพุทธองค์ได้ตรัสตอบว่า

 

 เปลวไฟถูกกำลังลมพัดไป

ย่อมดับ กำหนดไม่ได้ ฉันใด

มุนีพ้นแล้วจากนามกาย ย่อมดับไป

กำหนดไม่ได้ ฉันนั้น"

 

 น่าสนใจใช่ไหมครับ นี่คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องให้ความสนใจบ้างล่ะ อย่างน้อยในชีวิตเราก็ต้องเคยถามตัวเองถึงข้อใดข้อหนึ่งในสิ่งเหล่านี้ แต่พระพุทธองค์ไม่ทรงตอบครับ แต่เราก็อยากรู้ 555 แต่ที่พระองค์ไม่ทรงตอบปัญหาเหล่านี้ นักวิเคาระห์ต่างให้เหตุผลไปต่างๆกัน แต่ผมว่าพระพุทธองค์ทรงให้เหตุผลที่ไม่ตอบไว้ดีและชัดเจนอย่างที่สุดแล้ว คือ

 

  ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งบุคคลไม่ควรหมกมุ่นครุ่นคิด แต่ควรใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดในการแก้ปัญหาเรื่องความทุกข์ อันเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของชีวิตจะดีกว่า โดยทรงเปรียบเทียบผู้ที่ต้องการทราบเรื่องเหล่านี้กับบุรุษผู้ถูกยิงด้วยลูกศร แทนที่จะรีบหาแพทย์มาเยียวยารักษา กลับต้องการทราบว่าผู้ยิงเป็นใคร ลูกศรที่ใช้ยิงเป็นประเภทไหน ซึ่งในกรณีเช่นนี้ บุรุษผู้ถูกยิงจะไม่มีโอกาสได้ทราบรายละเอียดที่กล่าวนั้นเลย เพราะจะตายเสียก่อนที่จะได้รับการเยียวยา

 

 ครับ...ชัดเจนอย่างยิ่ง ขอบอกว่าอ่านสนุกมาก เป็นแนววิชาการ มีเหตุผล อ้างอิงพุทธพจน์และพระไตรปิฎก ไม่อ้างอิงมั่วครับ พิมพ์ครั้งแรกเล่มละ 180 บาท ถึงพระพุทธเจ้าจะไม่ทรงตอบ แต่สิ่งที่พระองค์สั่งสอนและบอกไว้นั้นนั่นแหละที่จะช่วยให้เราพ้นทุกข์ได้ หากเราปฏิบัติตามอย่างจริงจัง ผมว่าพระเถระมากมายที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านได้รับคำตอบแล้วครับ