ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )
|
ความคิดเห็น
#1
|
|
|
วันนี้ผมจับได้ว่าภรรยามีชายอื่นซึ่งเค้าคือเพื่อนรักของผมและคิดว่าเพื่อนคนนี้คือญาติพี่น้อง ผมปล่อยให้เพื่อนกับภรรยาสนิทกันนานถึง 3 ปีเพราะก่อนหน้าผมได้พูดอย่างชัดเจนไปว่า เป็นไปไม่ได้ที่เพื่อนรักจะทำกันแบบนี้ ตรงนี้ทำให้ผมชะล่าใจและ เพิ่งจะมารู้ว่าเค้ามีใจให้แก่กัน ก่อนหน้านั้นคิดว่าเพื่อนผมคนนี้คงไม่ทำผม เพราะเป็นผู้ชายมีเกียรติ มีชาติกระกูล คงไม่ทำกับผมแบบนี้แน่ ขณะนี้ผมกับภรรยามีลูกเล็กๆด้วยกันสองคน ผมจะรับมือกับการสูญเสียนี้อย่างไร จึงให้ใจของผมและคนที่มีความหมายกับชีวิตผมจริงๆคือลูกๆนั้นไม่เป็นทุกข์ เพราะผมยังโง่อยู่เช่น ไปทำงานไม่ได้ กินก็ไม่ได้ ทุกอย่างเหมือนดับลงตรงหน้า คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรกับลูก ปล่อยเค้าไปดีไหม ? เค้ารู้ตัวแล้วว่าผมรู้ เค้าก็สารภาพกับผมแล้ว (อันนี้เค้าก็ดีกับผมที่เค้าไม่โกหกและยังให้เกียรติผม) และที่โชคดีคือไม่มีอะไรมากไปกว่ากลายเป็นคนรู้ใจกันคนหนึ่งเท่านั้นมันเรียกอะไรกันครับ (กิ๊กหรือชู้) อะไรกันนะที่ดลจิตใจผมให้แอบฟังโทรศัพย์ของเค้าทั้งสองคนในวันนั้นจนทำให้เรารู้ว่าเค้าพัฒนากันมาเป็นปีแล้ว การให้อภัยต้องทำอย่างไรครับ และต้องเริ่มอย่างไร[color="#0000FF"][/color]
1/9/2007 14:06 |
|
ความคิดเห็น
#2
|
|
|
เข้าใจความรู้สึกของจขกท นะคะ คงต้องใช้เวลาค่ะ ตอนนี้ รีบหมั่นสั่งสมบุญทุกบุญนะคะ รับเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอย่างแน่นเหนี่ยว สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำร้ายตัวเองให้แย่ไปกว่าที่รู้สึกอยู่ตอนนี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ย่อมมีสาเหตุและปัจจัยค่ะ มีที่มาที่ไปแน่นอน เป็นด้วยวิบากกรรมของเราเอง ที่ทำให้เราต้องมา ทุกข์ทรมานเช่นนี้ค่ะ ให้อภัยตัวเองนะคะ อาจจะงง ว่าทำไม ต้องให้อภัยตนเอง แต่ เราต้องให้อภัยตนเองที่เคยก่อทุกข์ ให้ผู้อื่นอย่างแสนสาหัสมาก่อน ถ้าเราให้อภัยตนเองได้เร็วแค่ไหน เราจะยิ่งให้อภัยผู้อื่นได้เร็วเท่านั้นค่ะ จำไว้นะคะว่ากฏแห่งกรรมเที่ยงธรรมเสมอค่ะ ขอแนะนำให้จขกท ปลีกวิเวกนะคะ ไปหาที่สงบๆ เพื่อนทำใจและยอมรับ ความจริงสักพักนึงคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ อย่าท้อแท้ ฟ้าย่อมงดงามหลังฝนค่ะ ยังมีความสุขดีดี ในชีวิตรอ จขกท อีก มากมายนักค่ะ 1/9/2007 14:40 |
|
ความคิดเห็น
#3
|
|
|
เรื่องมันเกิดไปถึงขนาดนี้แล้วนี่ครับ แน่นอนครับว่า เราทุกคนยอมรับว่า วิธีการแก้ไขที่ดีที่สุดที่เป็นสุดยอดแห่งการแก้ไข คือ การนั่งยานย้อนเวลาไปแก้ไข ไม่ให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น แต่นั่นมันมีอยู่ในเฉพาะนิยายโดราเอมอน แต่ความเป็นจริง คนเราทุกคน ย่อมต้องเผชิญกันสภาวะ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีสรรเสริญ มีนินทา มีสุข และก็มีทุกข์ เป็นธรรมประจำโลก 8 ประการ ที่เรียกว่า โลกธรรม 8
วิธีการแก้ไขนั้น ผมเห็นด้วยกับผู้ตอบท่านแรกนะครับ ว่า สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่สุดที่ต้องแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรก คือ ใจของเราเอง เพราะใจของเราเอง สูญเสีย พลังใจ ไปหลายช่วงตัวแล้ว หากปล่อยไว้ พลังใจ อาจเหือดแห้งไปได้ และสิ่งที่จะมาเสริมสร้างกำลังใจเราให้ดีที่สุด ไม่มีอะไรเกิน ธรรมโอสถ รักษาใจ ครับ ผมว่า ลองปล่อยวาง เรื่องอื่นๆ ไว้ชั่วครู่ แล้วขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่พนาวัตน์ หรือ ที่สวนป่าหิมวันต์ สัก 7 วัน ให้ใจของคุณ กลับเข้าสู่สภาวะพักใจ เสริมสร้างพลังใหม่สู้ชีวิตต่อไป เมื่อลงมาแล้ว ให้ลองชวนภรรยาขึ้นไปปฏิบัติธรรมบ้าง เดี๋ยวอะไรดีๆ ที่คาดไม่ถึง จะกลับคืนมา 1/9/2007 16:13-------------------- ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร |
|
ความคิดเห็น
#4
|
|
|
ขอขอบคุณกัลยานมิตรทุกท่าน กรุณาบอกรายละเอียดการติดต่อของ ธรรมที่พนาวัตน์ หรือ ที่สวนป่าหิมวันต์
1/9/2007 17:46 |
|
ความคิดเห็น
#5
|
|
|
ก่อนอื่นผมต้องแสดงความเสียใจกับคุณด้วยนะครับตอนนี้สิ่งสำคัญคือลูกของคุณผมว่าปล่อยให้เขาไปเสียเถิด
ผู้หญิงคนนั้นเขาไมค่าพอสำหรับคุณหรอกครับ คนที่ทำแบบนี้ได้คือคนที่ไม่มีปัญญาคนที่มีปัญญาไม่ทำแบบนี้หรอกแสดงว่าเขาเม่ได้คิดถึงใครเลยนอกจากตัวเขาเอง ถ้าเขาอยู่คูณก็คงไม่สบายใจหรอกมันเหมือนมีอะไรคาใจเราอยู่ตลอดเวลา สู้เราปล่อยให้เขาไปกระทำในสิ่งที่เขาต้องการดีกว่าแต่ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะยอมรับความสูญเสียที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มันเหมือนกับว่าสิ่งที่คุณได้ทำมาทั้งชีวิตมันหายไปกับตาและอนาคตสำหรับคุณมันก็มืดสนิทมันเหมือนกับคุณอยู่ตัวคนเดียวในโลก ผมอยากไห้คุณมองกว้างๆเข้าไว้อย่ามองไนวงจำกัดแค่คุณ เมียและลูกคุณต้องมองภาพรวมเข้าไว้โลกเรากว้างและตัวคุณเองต้องทำอะไรอีกตั้งมากมายรับผิดชอบอะไรอีกเยอะแยะมีคนที่ประสบเคราะห์กรรมแบบคุณเป้นล้านคนผมก็หนึ่งไนนั้นผมเหมือนจะตายไห้ได้แต่ผมก็ยังอยู่มาได้ถึงวันนี้ อดทนครับเดี๋ยวอะไรๆมันก็ดีขึ้นเอง ตัดสินใจตอนนี้ดีกว่าเสียใจตลอดชีวิตเดี๋ยวเขาก็ไปรับกรรมของเขาเองแหละครับหนีไม่พ้นหรอก 1/9/2007 18:26 |
|
ความคิดเห็น
#6
|
|
|
I was one of those fortunated one. My wife cheated on me. I was so divestated that I planned to cleanse all lives i.e. the ex-wife, her lover, my two kids, and myself.
I was so lucky that my best friend pushed me to the meditation retreat at Panawat 5 years ago. My paradigm started to shift since that day September 22, 2002. I was so ardent that I commuted everyday to attend Dream-In-Dream Kindergarten. From then on, a light hit me! As our beloved luangpor Dhammachaiyo asks us to recite everyday, we were born to "ทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี" Forgive her and her lover, and forget the old paradigm. Set up the new paradigm through Dhamma. If you think I can be of more help, you may call me. DMC makes the shift---the paradigm shift. 1/9/2007 20:54 |
|
ความคิดเห็น
#7
|
|
|
ขอตอบตรงประเด็น "ตัดใจจากผู้หญิงคนนี้ไปเลย ให้เด็ดขาด" เพราะอย่าหวังว่าเค้าจะไม่ทำอีก จริงๆเขาอาจมีชู้คนอื่นอีกที่คุณยังไม่ทราบ และอนาคตเขาก็มีอีกก็ได้" "ตัดใจแล้วทำอย่างไร" "คบกันเป็นเพียงเพื่อน" "ลูกตกลงว่าใครจะดูแลอย่างไร" ตัวคุณ "อาจหาเวลาไปบวชระยหนึ่ง" หรือ"บวชตลอดไป" ชีวิตทางโลกมีกิเลสอย่างนี้ มีทุกข์อย่างนี้ คุณอาจพบอย่างนี้มาเป็นร้อยชาติแล้วก็ได้ อยากให้"เข็ด" และ"พอ" ในชาตินี้ ไปสู่เส้นทางธรรมดีที่สุด
1/9/2007 21:06 |
|
ความคิดเห็น
#8
|
|
|
ผลนั้นเกิดแต่เหตุ.....
ตอนนี้คุณทุกข์อยู่กับผลของเหตุนั้นๆ เหตุอาจเกิดจากที่คุณว่าไว้...ไว้วางใจจนเกินไป ทำให้มีเหตุอันไม่บังควรตามมา หรือเหตุเกิดจากผลแห่งกรรม....ที่เราเองได้ประกอบไว้ เราอาจเคยประกอบเหตุที่ทำให้คู่ครองของเราต้องเศร้า ผิดหวังเช่นนี้มารึเปล่า ทั้งเมื่ืื่อชาตินี้ และชาติก่อนๆ มา กรรม...และผลของกรรมเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้น กรรมที่ได้กระทำจะเป็นบุญรึบาป...ไม่หายไปไหน ยังเป็นดวงที่ติดฝังอยู่กลางกายของเรา...ตามไปเกิดตามมาเกิดส่งผลได้ข้ามภพข้ามชาติ และหลายภพหลายชาติ ถ้าจะตัดรอน...ก็ต้องอโหสิกรรม ทำให้มันไม่มีผล เท่าที่อ่าน...ผมว่าคุณควบคุมและฝึกฝนตนเองมาได้ถึงระดับหนึ่งทีเดียว การยอมรับ การกล้าที่จะเขียนโพสต์ลงบนบอร์ดนี้ เอาเป็นว่าผมเป็นกำลังใจให้คุณอีกคนหนึ่ง เอาชนะวิกฤติของชีวิตครั้งนี้ อยากแนะให้ใช้วิธี......อโหสิกรรม..... เพื่อมันจะได้จบไปเลย.....แล้วตั้งหน้า "ทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี" อฐิษฐานให้แต่นี้ต่อไปได้พบเจอแต่สิ่งดีอันเป็นกุศล บาปกรรมทุกชนิดอย่าได้กล้ำกราย ใจเย็นๆ แล้วมองหาสมดุลใหม่แห่งชีวิตนะครับ ...เป็นกำลังใจ โชคดีครับ 1/9/2007 23:04-------------------- อัตตาหิ อัตตโนนาโถ = กายเป็นที่พึ่งแห่งกาย |
|
ความคิดเห็น
#9
|
|
|
It's no guarantee that your cheating wife is not going to cheat you again, especially when the husband is a good person who's always forgiving!. Can you take it if you have to forgive her again and again? I believe your wife is not a Dhammakaya person because she doesn't understand the 5 Precepts (5 Silas). Your wife is committing Adultery (the 3rd Sila) and she has been cheating on you with your best friend(actually is your enemy)for years. Does she care for her husband's feeling??? Anyway, she is the one who has to serve her own caused of severely punishment in the Hell-Ralm by climbing the thorns tree and suffering by the stabbing thorns and eaten up by the vultures while climbing the thorns tree and the bunch of mean & angry dogs ready to attack her at the feet of the tree. This is her own khamma, nobody can help except herself.
Please be her Kalayanamitr by take her to Panawat for meditation. Your wife need to learn to meditate for her own good. Meditation is the only solution for your wife's problem. Good luck Mr. User18971. 1/9/2007 23:06 |
|
ความคิดเห็น
#10
|
|
|
เห็นด้วยกับความเห็น ที่จะแนะนำไปปฏิบัติธรรมครับ
เพราะชีวิตเราหากไม่เคยปฏิบัติธรรม จิตก็จะไปผูกพัน กับสิ่งรอบตัว ครอบครัว การงาน คน สัตว์ สิ่งของ และไม่รู้ว่าอะไรเป็นเป้าหมายแท้จริงของชีวิต อะไร คือความสุขแท้จริงของชีวิต เมื่อไม่รู้ ใจก็เลยไปเกาะเกี่ยวกับสิ่งนอกตัว ผมว่าถ้าไปปฏิบัติธรรม ให้รางวัลกับชีวิต ให้โอกาสกับชีวิตตัวเอง เราทำเพื่อคนอื่นมาตลอดชีวิต ใจจะสบายขึ้น มีสมาธิในการเข้าใจ และแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้นครับ ทั้งสองที่คือสวนป่าหิมวัน กับสวนพนาวัฒน์ สามารถติดต่อได้ที่ www.dokmaiban.com ขอเอาใจช่วยครับ 2/9/2007 9:08 |
|
ความคิดเห็น
#11
|
|
|
ควรทำใจให้สงบ (ด้วยการไปปฏิบัติธรรม) แล้วจะพบทางออก(ที่ดี ๆ) ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ
2/9/2007 19:40 |
|
ความคิดเห็น
#12
|
|
|
ปล่อยวางครับ
3/9/2007 8:53 |
|
ความคิดเห็น
#13
|
|
|
ตัดใจเหมือนตายจาก...แล้วมาอยู่ในบรรยากาศของบุญคือ..แวดล้อมด้วยกัลยาณมิตร จะได้ข้อคิดในชีวิตมากมาย...เข้า ร.ร.อนุบาลฝันในฝันทุกวันด้วยค่ะ...เห็นคุณครูไม่ใหญ่..ก็หายทุกข์แล้วค่ะ...
3/9/2007 9:29 |
|
ความคิดเห็น
#14
|
|
|
เข้าไปดูที่เว็บนี้นะคะ รายละเอียดของการปฏิบัติธรรมกับโครงการดอกไม้บาน
พนาวัฒน์, สวนป่าหิมวันต์ค่ะ http://www.dokmaiban.com/main/index.php?op...ge&Itemid=1 ส่วนลิ้งค์นี้เป็นหมู่บ้านปฏิบัติธรรมนะคะ ที่นี่ก็ดีมากเช่นกันค่ะ การันตี เมื่อก่อนตอนฟ้าร้างทำงานอยู่ ฟ้าร้างจะมาที่นี่ทุกศุกร์-อาทิตย์เลยค่ะ มีความสุขมาก ลืมโลกภายนอกไปเลย กลับไปก็มีกำลังใจใช้ชีวิตค่ะ http://www.meditation-village.net/ 3/9/2007 9:42-------------------- "เกิดมาว่าจะมาหาแก้ว พบแล้วไม่กำจะเกิดมาทำไม อ้ายที่อยากมันก็หลอก อ้ายที่หยอกมันก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย.." พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) |
|
ความคิดเห็น
#15
|
|
|
นั่งธรรมมะ ดู DMC อ่านหนังสือธรรมมะเยอะๆ จะช่วยได้มากๆ เลยค่ะ เมื่อไรที่ใจจะฟุ้งไปคิดเรื่องนั้นอีกก็เอา MP3 file เสียงของหลวงปู่ คำสอนยาย หลวงพ่อ มาฟัง ใจจะได้ไม่ฟุ้งซ่านค่ะ (คิดอย่างไร ใจก็จะเป็นยังงั้น คิดเรื่องทุกข์ใจเราก็ทุกข์ไม่จบสิ้น คิดเรื่องบุญ ใจเราก็สบาย) อย่าอยู่เงียบๆ คนเดียวนะ อย่างน้อยให้มีธรรมมะเป็นเพื่อน แต่ก่อนเราจะฟังธรรมแบบ ผ่านๆ ไม่เข้าไอยู่ในใจ แต่พอเรามีทุกข์แล้วเอามานั่งฟังอย่างตั้งใจ เราจะเข้าใจอะไรมากขึ้น ยิ่งฟังซ้ำยิ่งแจ่มแจ้งว่า เป้าหมายชีวิตที่แท้จริงของเราคืออะไร งานที่แท้จริงคืออะไร ... เพราะงานการมีครอบครัวมันเป็นงานของพญามารทั้งสิ้น ... ต้องตัดใจให้ได้ค่ะ แรกๆ อาจจะยากหน่อย แต่ไม่นานเราก็จะทำได้ค่ะ ให้เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสนะคะ คิดซะว่าเราจะได้มี่เวลาให้กับตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องคอยห่วงใยดูแลใคร และจะค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตนเองค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ ลองฟังไฟล์เสียงของหลวงปู่ เรื่อง ฝันในฝัน ดีมากๆ เลยค่ะ ฟังเพลง ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ ของคุณเจินเจินด้วยนะคะ จะช่วยได้ดีทีเดียว http://www.kalyanamitra.org/sermon/index_d...ing.asp?catid=1 3/9/2007 10:40 |
|
ความคิดเห็น
#16
|
|
|
อันดับแรกเลยอยากให้คุณเจ้าของกระทู้คิดไว้เสมอว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในภพ3 ล้วนไม่เที่ยง มีเกิดย่อมมีดับ มีพบต้องมีพราก มีสมหวังย่อมต้องมีผิดหวัง และที่สำคัญ มีรักย่อมต้องมีทุกข์ อย่างที่เราสวดมนต์กันอยู่ทุกวันว่า "เราจักต้องผลัดพรากจากของรักของชอบใจด้วยกันหมดทั้งสิ้น"
ถ้าเป็นผมนะคุณเจ้าของกระทู้ ถ้าผมมีแฟน แล้วแฟนผมมีคนอื่น ผมจะคิดเสียว่า(และทุกวันนี้ผมก็คิดเช่นนั้นหลังจากที่ผมสูญเสียแฟนผมไป) เรากับเขาไม่ใช่คู่กัน เขามาแค่ขอพึ่งพิงเราเท่านั้น แม้จะแต่งงานกัน เราก็ไม่ใช่เจ้าของเขา ตัวก็ยังเป็นของเขา ชีวิตก็ยังเป็นของเขา จิตใจก็ยังเป็นของเขา ไม่มีอะไรที่เป็นของเรา เราตายไปเขาก็ไม่ได้ตายไปกับเราด้วย หากเราเป็นเจ้าของเขาจริง เราคิดอยากให้เขาทำอะไรเขาก็ต้องทำตามที่ใจเราคิดใช่ป่ะ แต่นี้เราคิดอีกอย่างบางทีเขากลับทำอีกอย่าง แล้วแบบนี้จะเรียกว่าเราเป็นเจ้าของเขาได้ยังไงจริงไหมครับ เพราะฉนั้นในเมื่อเราไม่ใช่เจ้าของเขา เขาก็ไม่ใช่เจ้าของเรา เราก็อย่าไปโกรธไปเกลียดเขาเลย เขาอยากทำอะไรก็ปล่อยให้เขาทำไป แต่บอกกับเขาว่าอย่าให้เดือดร้อนมาถึงเราก็แล้วกัน และที่สำคัญ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า มนุษย์เราทุกคน เกิดมานับชาติไม่ถ้วนแล้ว บางชาติเกิดเป็นผู้ชาย บางชาติเกิดเป็นผู้หญิง บางชาติเกิดเป็นเพื่อนเรา บางชาติเกิดเป็นศัตรูกับเรา บางชาติเกิดเป็นพ่อแม่เรา บางชาติเกิดเป็นพี่น้องเรา บางชาติเกิดเป็นสัตว์ เป็นหมาบ้างเป็นแมวบ้าง เป็นไส้เดือนเป็นกิ้งกือบ้าง ดังนั้นอย่าไปถือโทษหรือคิดมากกันเลยครับ หากลองเอาสิ่งที่พระองค์ตรัสไว้นี้ไปคิดจะช่วยรักษาแผลในใจของคุณเจ้าของกระทู้ได้เยอะนะครับ รู้ป่ะว่าตอนผมอกหักผมคิดยังไง ผมจะใช้คำสอนข้อนี้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาพิจารณา คิดว่าต้องมีสักชาติที่เขาเกิดมาเป็นผู้ชายแล้วผมก็จะคิดได้ว่า อ้าว นี่ตูมาชอบคนที่เคยเกิดเป็นผู้ชายในอดีตชาติเหรอเนี่ย - -" บางทีถ้าเป็นหนักผมก็จะคิดว่าต้องมีสักชาติเขาคงเกิดมาเป็นพ่อหรือแม่เรา ก็จะทำให้ผมคิดได้อีกว่า อ้าว นี่ตูมารักพ่อแม่ตัวเองในอดีตชาติเหรอเนี่ย - -" ไม่ใช่แค่เรื่องความรักนะครับ แม้แต่ตอนทะเลาะกับใครสักคนหรือไม่พอใจใครสักคน ผมก็จะคิดเช่นนี้ เอานะ เราเคยอาศัยท้องเขามาเกิดในอดีตชาติ ยอมๆมันไปทดแทนพระคุณในชาติที่เราอาศัยเขาเกิด นี่ถ้าเจ้าของกระทู้คิดได้เช่นนี้ จะช่วยจิตใจเจ้าของกระทู้ได้เยอะเลยครับ เชื่อโผ๊มเต๊อะ ลองดูสิครับ 3/9/2007 18:36-------------------- 1) พระปัญญาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 20 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 4 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ พระสมณโคมสัมมาสัมพุทธเจ้า (อย่างน้อยที่สุด) 2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย) 3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย |
|
ความคิดเห็น
#17
|
|
|
ก่อนอื่นเป็นกำลังใจ ให้ก่อนนะค่ะ แต่ที่สำคัญที่สุด ตัดใจค่ะ ตัดให้ได้ อาจจะยากสักนิด แต่ไม่เกินความสามารถหรอกค่ะ ปล่อยใจเบาๆ สบายๆ พอหายมึน ก็ปรับใจได้ แล้วเราจะพบหนทางสว่างค่ะ เคยมีประสบการณ์แบบท่านเจ้าของกระทู้ หากแต่ฝ่ายตรงกันข้าม มองย้อนกลับไป ก็คิดได้ว่า ต้องรีบ นะค่ะ ต้องรีบ ตัดใจ ใจเป็นของเรา ทำได้ เมื่อเราได้ทำ สิ่งที่เกื้อหนุนให้เราทำได้ ดียิ่งขึ้น ก็เหมือนกับที่ หลายๆ ท่านแสดงความคิดเห็นมาก่อนหน้านี้ เลือกวิธีได้ตามจริต อัธยาศัย เลยค่ะ เราทำได้ คุณก็ทำได้........ 4/9/2007 9:21 |
|
ความคิดเห็น
#18
|
|
|
QUOTE การให้อภัยต้องทำอย่างไรครับ http://www.dmc.tv./forum/index.php?showtopic=13575 QUOTE และต้องเริ่มอย่างไร - เริ่มจากใจ"เรา"เอง ว่าพร้อมที่จะประหาร"โทสะ"หรือยัง- ถามใจเราว่า...พร้อมที่จะพลัดพรากจากของรักหรือยัง - บางเรื่องเป็นเหตุปัจจุบัน บางอย่างเป็นเหตุจากความประมาทไว้เนื้อเชื่อใจ บางอย่างก็เป็นเหตุจากวิบากกรรมกาเม - อาจต้องเปิดโอกาสพูดคุย...ในเชิงเสวนากับภรรยา...โดยพิจารณาตนเองว่าเราบกพร่อง"เรา"ตรงไหน...แล้วค่อยตัดสินใจ - ประคองรักษาใจบุตร...จนกว่าเขาโตพอ ที่จะเข้าใจและพร้อมรับฟังในเหตุผล 4/9/2007 16:00-------------------- ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC |
|
ความคิดเห็น
#19
|
|
|
อ่านทุก ๆ คำแนะนำแล้ว อนุโมทนาสาธุ กับทุก ๆ คนด้วยนะครับ คุณเจ้าของกระทู้คงคลายความผูกพันได้บ้างแล้ว ยังไงก็อย่าลืมตอกย้ำเป้าหมายชีวิตของการเกิดมาภพหนึ่งชาติหนึ่งนะครับว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร และเรายังขาดตกบกพร่องอะไรอยู่ สิ่งที่เราทุกข์ใจอยู่ตอนนี้ เราเสียเวลาให้มันพอหรือยัง วันพรุ่งนี้ยังไม่แน่ว่าชีวิตเรา จะยังคงอยู่หรือไม่ ทำใจสบาย ๆ นะครับ ชีวิตคู่มันก็เป็นอย่างนี้ ในเมื่อตัวเราเองเป็นคนเลือกเอง ก็ต้องรับสภาพให้ได้ ตัวผมเองก็เคยทุกเช่นนี้มาก่อน ตอนนี้เฉย ๆ แล้วครับ ของแบบนี้ต้องคลายย่างเดียว ไม่งั้นทุกแย่เลย
5/9/2007 0:15 |
|
ความคิดเห็น
#20
|
|
|
ดิฉันคิดว่าคงไม่มีใครอยากจะทำผิดขั้นร้ายแรงโดยเฉพาะทำร้ายสามีของตนเองเช่นนี้ บางครั้งคนเราเลี่ยงวิบากกรรมไม่ได้ ถึงแม้รู้ว่าอะไรผิดถูกก็ตาม การตัดใจก็ต้องให้อภัยเขาแล้วมองให้เห็นกรรมของเขา คุณจะรู้สึกสงสารที่เขามีกรรมเช่นนี้เพราะเขาจะต้องตกนรกในใจแล้ว ยังต้องนรกเมื่อสิ้นชีวิตซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเขาทั้งสองจะต้องรับกรรมนานเท่าไหร่ ดิฉันเชื่อว่าเมื่อคุณรักใครโดยไม่คาดหวังความรักตอบแทน คุณจะไม่รู้สึกโกรธหรือเสียไจ คุณจะเป็นห่วงเขาเท่านั้น. การตัดใจไม่มีใครทำได้ในหนึ่งวัน แต่ไม่ใช่จะทำไม่ได้ถ้าได้ทำ ถ้าคุณไม่เอาใจไปไว้ที่เธอ ไม่คิดเกี่ยวกับเธอคุณก็จะไม่รู้สึกถึงความทุกข์ พระท่านว่า การที่เราเป็นทุกข์เพราะเราเอาใจเราไปยึดเหนี่ยวสิ่งนั้น. ดิฉันขอให้บุญของคุณ หนุนให้คุณได้มีความสุขกายสบายใจไร้ความทุกข์ในเร็ววันคะ.
ด้วยความปรารถนาดี... 5/9/2007 6:22 |
|
ความคิดเห็น
#21
|
|
|
ใดใด...ล้วนอนิจ้ง...กายเราย้งไม่ไช่ของเรา.....กายเขาจะเป็นของเราได้อย่างไร...
คิดดูให้ดื....แล้วจะปลงตก....วางอุเบกขาได้... ให้อภัยได้เอง...สงสารเขาเถอะ.....ตกนรกทั้งเป็น..... ทางแก้ปัญหาทางโลก.................. ...เป็นเรื่องของครอบครัว....ต้องคุยก้น..ให้อภัยกัน...อย่าจองเวร...จะตามไปภพหน้า... เขายอมรับว่าผิด..เขาต้องหยุด...และเลีอก....ต้องทำในสิ่งทื่ถูกต้อง...... จะอยู่ก้บเพี่อน...ก็จบ... จะอยู่กับคุณ.....คุณอภัยให้ได้ไหม....คุยกันให้จบ..แล้วเลิกพูดถึงอีก... หลายคนบอกทำยาก...แต่เพี่อลูก ให้อภัย...อโหสิ 5/9/2007 16:12-------------------- ...โปรดพิจารณา...นี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว... ถ้าผิดพลาดประการใด...วอนผู้รู้ หรือ คิดแตกต่างช่วยแก้ไขให้ด้วย _/I\_ ขอบคุณครับ |
|
ความคิดเห็น
#22
|
|
|
ไม่ต้องไแคร์ครับ นึกถึงลูกมากๆ ครอบครัวจะสุขต้อง ไม่ต้องอาศัย ปัจจัยองค์ประกอบให้ครบบริบูรณ์ เราเดินไปข้างหน้าต่อครับ สงสารลูกน้อยของเราสักวันหนึ่ง ผู้หญิงที่ดีสำหรับคุณจะผ่านเข้ามาเอง
16/2/2012 3:52 |
![]() ![]() |
มี 2 คน กำลังอ่านกระทู้นี้ (ผู้มาเยือน 2 คน และ 0 อุ๊บอิ๊บ)
สมาชิก 0 คน คือ


ตอบกระทู้
ตั้งกระทู้ใหม่
พิมพ์กระทู้
ส่งให้เพื่อน
1/9/2007 14:06

