ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

***นึกถึงความตายแล้วจิตหดหู่ แก้ไขยังไงครับ***


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 4 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 สาคร

สาคร
  • Members
  • 764 โพสต์

โพสต์เมื่อ 11 October 2009 - 03:19 PM

เพื่อนๆมีวิธีคิดอย่างไรบ้างครับ คิดแล้วยังทำให้ ใจผ่องใส แบบไม่กลัวตายนะครับ

เพราะโดยส่วนมาก จะกลัวตายกัน

บางคน นึกถึงความตาย ก็คิดว่าจะเป็นลางที่ไม่ดี

เพื่อนๆช่วย แชร์วิธีคิดกันหน่อยครับ
ความรักความเมตตาและการให้อภัยเป็นสิ่งที่คนดีเขามีกัน


sa-kornt@hotmail.com

#2 ตะกร้าอีกใบ

ตะกร้าอีกใบ
  • Members
  • 1296 โพสต์

โพสต์เมื่อ 11 October 2009 - 03:28 PM

ต้องสร้างบุญทุกบุญ นั่งสมาธิ รักษาศีล เป็นปกติสุขในทุกๆวัน
เท่านี้เราก็จะไม่หวั่นไหวต่อมรณภัยใดๆครับ

สาธุ
อย่าขาดการปฏิบัติธรรมแม้แต่เพียงวันเดียว
เพราะขาดแม้เพียงวันเดียว ใจเราจะหยาบ ทำให้ผังวิตกกังวลได้ช่อง

7 ส.ค. 48



#3 SatChu

SatChu
  • Members
  • 106 โพสต์

โพสต์เมื่อ 11 October 2009 - 05:07 PM

ตามเรปบนบอกเลยครับ smile.gif

นอกจากทำทาน รักษาศีล ภาวนาให้บ่อยๆแล้ว

หมั่นนึกถึง " ความตาย " อย่างน้อยวันละครั้งนะครับ smile.gif

นี่ยังน้อยนะครับ ที่จริงเราควรนึกถึงความตายทุกอนุวินาทีเลยครับ

" เราโชคดีที่รอดมาอีก ๑ วัน อันตัวเรานั้น ตายแน่ ตายแน่ ตายแน่ " ครับ smile.gif

และถ้ายังหดหู่อยู่ ผมแนะนำให้ทำใจครับ และเราก็ต้องทำบุญ สร้างบารมีจนทุ่มสุดชีวิตไปเลยครับ

เมื่อนึกถึงความตายจะได้ " ไม่เสียใจ " ไงครับ เพราะเราคิดว่า " เราทำความดีมามาก ทำจนสุดชีวิต สุดกำลัง " แล้ว

เพราะฉะนั้น กระผมอยากฝากให้ทุกๆท่านทำความดี อย่าแค่ตามกำลังนะครับ ทำจนสุดชีวิต

นึกถึงบุญเท่าไหร่ก็ปลื้มจนน้ำหูน้ำตาไหล นั่นล่ะครับ " สุคติ " รอคุณอยู่

ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ รอทุกๆคนอยู่นะครับ happy.gif

อย่าลืมล่ะครับ " ใจใส + ทบทวนบุญบ่อยๆเสมอๆ + นึกถึงความตายอย่างน้อยวันละครั้ง + หมั่นสั่งสมบุญสร้างบารมีนะครับ "

ทั้งทานศีลภาวนาครับผม นั่งสมาธิให้เข้าถึงธรรมกาย ใสๆเลยนะครับ สาธุ สาธุ สาธุ smile.gif

  " ปราบมาร " 


#4 ณ ๐๗๒

ณ ๐๗๒
  • Members
  • 1340 โพสต์
  • Location:Ladkrabang

โพสต์เมื่อ 12 October 2009 - 01:40 AM

รู้สึกกลัว ค่ะ อย่างเช่นตอนป่วยหนัก ฟังเคสแล้วกลัวโรคภัยไข้เจ็บ แล้วก็คิดต่อ ต้องเร่งสร้างบุญแล้ว รอช้าไม่ได้แล้ว

ถ้านึกถึงความตายแล้วหดหู่ แสดงว่าทำไม่ถูกต้องตามหลักวิชา ที่หลวงพ่อครูไม่ใหญ่สอน

เคยลองนึกถึงความตาย ตามการบ้านสิบข้อ ที่ว่า วันนี้โชคดีที่รอดตายมาอีกหนึ่งวัน อันตัวเรานี้ตายแน่ ตายแน่ เป็นวิธีเตรียมตัวตายอย่างดีเยี่ยม ให้คุ้นเคยเวลาตายจะได้นึกถึงบุญได้ จะได้ไม่ต้องตื่นเต้น จะได้ไม่ต้องตกใจ

แล้วคุณสาครคิดว่า ถ้าลองเราได้ลองซ้อมตายมาเป็นสิบๆ ปี เวลาจะตายมันจะกลัวไม๊

หากเราใช้ชีวิตมาอย่างคุ้มค่า สมกับที่ได้เกิดมาได้ร่างกายเป็นมนุษย์ ได้ดูแลพ่อแม่ พี่น้อง ได้สร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวม ได้พัฒนาตัวเอง...ได้ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา มาอย่างดี ตอนจะตาย...มีแต่จะภาคภูมิใจ ปลื้มใจ...กับสิ่งที่เราทำมาทั้งชีวิต

ถ้านึกถึงความตายแล้วหดหู่ แสดงว่าเราไม่ได้ใช้ชีวิตที่ผ่านมาอย่างคุ้มค่า ไม่เหลือทิ้งความภาคภูมิใจไว้เบื้องหลัง

ความพร้อมเกิดขึ้น เมื่อเริ่มต้นลงมือทำ (โอวาทหลวงพ่อ 27/4/51)

ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจบุรุษให้หลงใหลได้มากเท่ากับสตรี  ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจสตรีให้หลงใหลได้มากเท่ากับบุรุษ
แท้จริงแล้วความรักก็เปรียบดั่งเครื่องพันธนาการ  ที่มัดตรึงเหนียวแน่น ให้ลุ่มหลงอยู่ ย่อมจะต้องเวียนว่ายตายเกิดและจมอยู่ในกองทุกข์ร่ำไป


#5 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 12 October 2009 - 06:43 PM

ก็ต้องหมั่นฟังเพลง

คุณรู้ไหม คุณนั้นเคยตาย
คุณเคยตาย เคยตายแต่ลืมไป
คุณเคยตาย เคยตายมามากมาย
พอใกล้ตาย ใกล้ตายไม่คุ้นสักที
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร