ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

เดินไปสู่ความสุข


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 31 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3411 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 January 2010 - 10:03 AM

nerd_smile.gif จากกระทู้ที่ท่านสมาชิกเสนอมา
http://www.dmc.tv/fo...showtopic=22103

เพื่อเป็นการสอดคล้องกับช่วงเวลา โครงการอุปสมบทหมู่ 1แสนรูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย

nerd_smile.gif จึงขอนำบทประพันธ์ของพระมหาเถระ ผู้เป็นบูรพาจารย์แห่งยุค ซึ่งขณะนั้นท่านดำรงเป็นพระนวกะ มาเป็นธรรมบรรณาการให้เพื่อนๆทุกท่าน

สู่เพศสมณะ



truehappiness.jpg



จอดรถ พ่อจะลงข้างหน้า คำพูดปนเสียงสะอื้นไห้ของโยมพ่อ ทำให้อาตมาตื่นจากภวังค์ จินตนาการที่ล่องลอยไปหยุดชงัก อาตมากำลังคิดถึงในสิ่งที่อาตมาเคยใฝ่ฝันและปรารถนามาตั้งแต่เด็ก ขณะนี้กำลังกลายเป็นความจริง ถ้าหากโยมพ่อยอมพาอาตมา ซึ่งขณะนี้ยังครองฆราวาสวิสัยมาฝากต่อท่านเจ้าคุณ องค์อุปัชฌาย์ตามประเพณี และถ้าทุกสิ่งมันเป็นไปดังคิด อีก 2-3วันข้างหน้า อาตมาก็จะได้หลุดพ้นจากภาวะของการครองเรือน เข้าสู่เพศบรรพชิต อุทิศต่อพระผู้มีพระภาคผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น แม้ปรินิพพานนานแล้วก็ตาม ประพฤติพรหมจรรย์ ในพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นผู้เพียบพร้อมแล้วด้วยสิกขา และแนวการเลี้ยงชีพ ตามวิสัยของภิกษุเพื่อกระทำให้ถึงที่สุดแห่งกองทุกข์

ทำไมท่านจึงหลั่งน้ำตาในการอุปสมบทของอาตมาครั้งนี้ ท่านปิติหรือ? อย่าเดาเลย อาตมากำลังจะบอกอยู่เดี๋ยวนี้ว่า ท่านไม่ยินดีในการที่จะให้อาตมาละฆราวาสวิสัย เพราะครั้งนี้มิใช่เป็นครั้งแรกที่อาตมาจำต้องขัดใจโยมพ่อ ทำไมอาตมาจึงต้องขัดใจโยมพ่อ ทำไมอาตมาจึงต้องขัดใจท่าน อาตมาไม่รักท่านหรือ หามิได้ ท่านเป็นผู้เดียวที่อาตมารัก และเคารพที่สุด แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นเตือนเร่งรัดให้อาตมามีความปรารถนายิ่งขึ้นไปกว่า นั่นคือ กระทำให้ถึงที่สุดแห่งกองทุกข์ โดยละจากฆราวาสวิสัยสู่เพศสมณะ เพื่อดำเนินการตามรอยบาทพระพุทธองค์

217_L.jpg
JP03.jpg

เพราะพระองค์ทรงรักการเป็นจอมศาสดาเอกของโลกมากกว่าเป็นจอมจักรพรรดิที่เกรียงไกร ทรงรักที่จะนั่งบนฟ่อนหญ้าคาใต้ควงไม้ศรีมหาโพธิ์มากว่ารัตนบัลลังก์ใต้เศวตฉัตร เพราะทรงเห็นแล้วว่าการเวียนว่ายตายเกิดเป็นทุกข์อย่างยิ่ง ในเมื่อพระองค์มีเครื่องบำรุงบำเรอพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง พระองค์ก็ยังตัดได้ ส่วนอาตมามีอะไรเล่า ก็เพียงแค่คนธรรมดา อาตมาตั้งใจมานานแล้วหากอาตมาได้บวช จะพยายามกระทำให้ถึงที่สุดแห่งธรรม จะไม่ขอสึกหาลาเพศครองฆราวาสวิสัยอีก นี่คือเหตุผลที่โยมพ่อหลั่งน้ำตาและกล่าวคำเช่นนั้น เพื่อให้อาตมาจอดรถกลางทางก่อนถึงวัดปากน้ำ

ชีวิตการครองเรือนเป็นชีวิตที่สุขน้อย ทุกข์มาก ไม่มีอิสระ เป็นชีวิตที่ต้องดิ้นรน เพื่อการกิน เกียรติ และกลัว พ่อแม่ 2คน สามารถเลี้ยงลูกได้หลายคน แต่ทว่าลูกหลายคนจะเลี้ยงพ่อแม่2คน ได้หรือเปล่ายังเป็นปัญหา จะมีก็แต่บุตรที่มีความกตัญญูกตเวที ซึ่งหาได้ยากในสมัยนี้ และนี่คือ มรดกตก-ทอด-กันมาหลายชั่วคนแล้ว เป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยของโลก ถ้าครอบครัวใดที่มีพ่อบ้าน แม่เรือนดี ก็อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ถ้าหากพ่อบ้าน แม่เรือนไม่ลงรอยกัน ผู้ที่ได้รับมรดกทุกข์ก็คือลูก สังคมปัจจุบันจะเป็นอย่างนี้โดยมาก อาตมาก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในประเภทหลัง ต้องระหดระเหเร่ร่อนไปตามกระแสกรรม ตั้งแต่เด็กต้องย้ายบ้านเสมอๆ เปลี่ยนผู้ปกครอง อยู่กับคนโน้นบ้าง คนนี้บ้าง เพราะบิดามารดาแยกทางกันตั้งแต่อาตมาอายุไม่ครบห้าขวบ สิ่งเหล่านี้ทำให้อาตมาเบื่อชีวิตครองเรือนเป็นที่สุด และเริ่มคิดว่าโตขึ้นเราจะทำอย่างไร ขณะนั้นความคิดของอาตมาแยกเป็น 2ทาง ทางโลกและทางธรรม อาตมาขอรับว่า เมื่อเด็กมีความทะเยอทะยานมาก มันมิใช่เป็นความมิใช่หรือ ที่เด็กๆจะมีความใฝ่ฝันสูงขนาดนั้น แม้แต่พระพุทธองค์ยังทรงเปล่งวาจาว่าจะเป็นศาสดาเอกของโลกเมื่อแรกประสูติ เชอร์ชิลปรารถนาที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อยังเด็ก ซูการ์โนใฝ่ฝันที่จะเป็นผู้นำของอินโดนีเซียเมื่อเล็ก และอาตมาก็เป็นเช่นนั้นปรารถนาแยกไป 2ทาง ถ้าไปทางโลกขอให้สูงสุดในทางโลก ถ้าไปธรรมขอให้ได้นำพระพุทธศาสนาไปเผยแพร่ทั่วทุกมุมโลก เมื่ออาตมาตั้งจุดหมายแห่งชีวิตแล้ว ก็เริ่มหัดบันทึกและศึกษาชีวประวัติบุคคลสำคัญของโลก อาตมาอ่านอย่างกระหาย อย่างลืมกินข้าว หนังสือประวัติบุคคลสำคัญของโลก ที่อยู่ในห้องสมุดของโรงเรียน อาตมาอ่านทุกเล่ม จนจำชื่อและประวัติของบุคคลสำคัญตลอดจนปฏิปทาของทุกท่านไว้หมด ส่วนทางธรรมก็เริ่มหาหนังสืออ่านเรื่อยมา กระทั่งมาติดใจหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีใครสนใจวางทิ้งอยู่ในห้องสมุดของโรงเรียน คือปรัชญาฝ่ายโยคะของท่านปตัญชลี ฤาษีแห่งเทือกเขาหิมาลัย ได้รจนาถึงแนวการฝึกสมาธิ อาตมาอ่านรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็อ่านถึง 3-4เที่ยว

e0d4dde22771f0412b6cbca522bf75ca_size3.jpg


สนามหลวงเป็นสถานที่ๆอาตมาชอบมากและมักไปบ่อยๆ เดินจากบ้านวัดเลียบ-ด้วยรองเท้าคู่เก่าๆ เสื้อยืดคอกลม กางเกงขาสั้น เงินติดระเป๋าแค่ดื่มโอเลี้ยงได้แก้วเดียว ไม่มีปัญญาที่จะซื้อหนังสือ แต่ความกระหายอยากรู้อยากเห็นในทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้อดทนเดินมา ยืนอ่านหนังสือตามแผงหนังสือข้างคลองหลอด อ่านจนกระทั่งเจ้าของร้านมองหน้า ก็วางเสียที ไปยืนอ่านอีกร้านถัดไป ซึ่งเป็นหนังสือชนิดเดียวกัน พอเจ้าของมองหน้าก็วางอีกวนเวียนอย่างนี้ ตั้งแต่แผงแรก พอมาถึงแผงสุดท้ายก็พอดีจบเล่ม ทำอย่างนี้เป็นปีแม้กระทั่งหนังสือเกี่ยวกับเรื่องปฏิบัติกรรมฐาน ที่มีแต่คนอายุมากบางคนเท่านั้นที่หยิบอ่าน แต่อาตมาหยิบอ่านอย่างใจจดใจจ่อ และทบทวนหลายเที่ยว ยิ่งอ่านยิ่งคล้อยตามเห็นกองทุกข์ทางโลก จิตแต่เดิมแท้เมื่อเด็กปรารถนามาทางธรรมอยู่แล้ว ก็ใคร่อยากปฏิบัติ แต่ใครเล่าจะเป็นอาจารย์ของอาตมา

(โปรดติดตามตอนต่อไป) nerd_smile.gif
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#2 *sky noi*

*sky noi*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 05 January 2010 - 10:06 AM

ตอนนี้เลย...อิอิ ๆ ๆ

#3 @--แสงตะวัน--@

@--แสงตะวัน--@
  • Members
  • 723 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:Thailand

โพสต์เมื่อ 05 January 2010 - 12:46 PM

โห ต่อๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
"ชีวิตนี้อุทิศเพื่อพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย"

#4 tnawut

tnawut
  • Moderators
  • 2398 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:Laksi
  • Interests:Internet, Computer, Electronic, Security, Merit, Meditation, อินเตอร์เน็ต, คอมพิวเตอร์, ทำบุญ, ปล่อยปลา, บูชาเจดีย์, ฝันในฝัน, DOU, หมู่บ้านปฏิบัติธรรม, บวช, บรรพชา, Web, CU, Chula

โพสต์เมื่อ 05 January 2010 - 02:20 PM

รออ่านครับ บทความดีๆ จากสมาชิก

#5 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3411 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 January 2010 - 02:32 PM

...ตอนนี้เลยเหรอ...อ้าว...จัดให้ nerd_smile.gif

สู่เพศสมณะ

ขณะนั้นอาตมายังเยาว์นัก การปฏิบัติกรรมฐาน อันไหนหนักไปกว่าจริตอัธยาศัย อาตมาก็ไม่สนใจ อันไหนมีเดี่ยวกับอิทธิปาฏิหาริย์แล้วละก็เป็นอ่านไม่วาง เมื่อความคิดหนักมาทางธรรมมากกว่าทางโลก อาตมาเริ่มหันมาค้นคว้าหาหนังสือทางธรรมอ่าน จนกระทั่งวันหนึ่งอาตมาเดินเข้าไปในวัดมหาธาตุ ในสมัยนั้นมีการปฏิบัติธรรมกันตามระเบียงวิหารคด อาตมาเข้าไปสักการะบูชาพระบรมธาตุในวิหาร ด้วยศรัทธาและเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาตมาเห็นพระภิกษุ สามเณร และฆราวาสที่ปฏิบัติธรรมกัน ด้วยคามสงบ ออกจะเป็นสิ่งใหม่สำหรับอาตมา แต่มีค่ายิ่ง อาตมามองอย่างสนใจ จิตใจเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูก ที่เห็นวัตรการปฏิบัติของสงฆ์เช่นนี้ ต่อมาทุกเสาร์ อาทิตย์ อาตมาจะมาหมกตัวอยู่ที่วัดมหาธาตุ ตั้งแต่เช้าจนเย็น ไปฟังธรรมตามลานอโศก ซึ่งสมัยนั้นน่าฟังและน่าเลื่อมใส ไม่จ้อกแจ้กจอแจเหมือนสมัยนี้ มีแต่ผู้ใหญ่ใฝ่ธรรมจริงๆ ใครจะคุยธรรมกันอาตมาเป็นต้องเร่เข้าไปเลียบเคียงเข้าไปฟัง แต่ไม่รู้เรื่องเสียเป็นส่วนมาก ฟังอย่างเดียวหนักเข้าทนไม่ไหว อยากลงมือปฏิบัติดูบ้าง อาตมาก็เข้าไปกราบท่านอาจารย์ขอเรียนกรรมฐาน และปฏิบัติสม่ำเสมอเรื่อยมา ทำให้จิตใจสงบเยือกเย็นเป็นสมาธิ แต่นั่นแหละอาจเป็นเพราะอดีตชาติ อาตมาคงไม่เคยปฏิบัติตามแบบวิธีนี้ จึงไม่ตรงกับจริตอัธยาศัย เลยคิดหาทางปฏิบัติวิธีใหม่ พุทธองค์ทรงทราบว่าจริตมนุษย์มีไม่เหมือนกัน จึงทรงวางแนวการปฏิบัติธรรมไว้ให้ผู้ที่ต้องการพ้นทุกข์ถึง 40วิธี วิธีของวัดมหาธาตุมีประโยชน์ต่ออาตมามาก ทำให้อาตมารู้จักปรารภความเพียรและมีสติในการพิจารณากองทุกข์

_1_175.jpg art_209374.jpg


จากวัดมหาธาตุ อาตมาได้หันมาปฏิบัติธรรมตามแบบอานาปานสติ ซึ่งพอจะถูกอัธยาศัยขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะเมื่อได้อ่านหนังสือเรื่องทิพย์อำนาจของท่านปุสโสเส็ง ตลอดจนแนวการปฏิบัติธรรมของท่านพ่อลี วัดอโศการาม ได้ศึกษาประวัติของท่านพ่อลี และพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้อาตมาดื่มด่ำ ในธรรมหนักยิ่งขึ้นอยากปฏิบัติให้ได้เหมือนท่าน แนวการปฏิบัติธรรมและวัตรการปฏิบัติตัวของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระอาตมาถูกใจยิ่งนัก แต่อาตมาบุญน้อย ท่านมรณภาพเสียตั้งแต่อาตมายังเล็ก ทิ้งไว้แต่ผลงานให้อาตมาชื่นชม แนวการเขียนที่กระตุ้นให้อาตมาฝักใฝ่ธรรมมากขึ้น คือ แนวการเขียนและประสบการณ์ของท่านฤาษีสันตจิต แต่เสียดายว่าท่านลาสิกขาบทไปแล้ว อาตมาเริ่มใช้วิธีปฏิบัติธรรมแบบอานาปานสติเรื่อยมา ทำให้อารมณ์กว้างขวางตามแบบของการฝึกสมาธิวิธีนี้ บางครั้งอาตมานั่งจนเห็นแสงสว่างวาบขึ้นในใจ สว่างหาที่เปรียบมิได้ รู้สึกสบายกายสบายใจเกิดปิติยินดี เหมือนอยู่คนเดียวในโลก กุศลกรรมแต่ปางก่อนคงยังมาไม่ถึงอาตมาเพราะไม่มีอาจารย์ช่วยควบคุม เพียงแต่ศึกษาจากตำรับตำราเท่านั้น นั่งไม่นานนัก ก็มาติดปัญหาตรงที่ว่าเห็นสว่างโล่ง แต่หาต้น กลาง ปลายไม่ถูก แม้ตัวเองก็ไม่ทราบว่าหายไปไหน จะหาผู้ให้คำแนะนำ ก็ไม่มีจึงจำเป็นต้องวางการปฏิบัติไปชั่วคราว

แม้ขณะนั้นอายุเพียง 15ปี อาตมาก็ชอบหาที่นั่งเงียบๆและปล่อยใจ มองไปบนท้องฟ้าอันเวิ้งว้าง ดูหมู่เมฆซับซ้อนเรียงราย พลางครุ่นคิดปัญหาว่า มนุษย์เราเกิดมาทำไม ตายแล้วจะไปไหน ทำไมเราจึงว่ามีกรรมเป็นของตัวเอง บาปบุญมีจริงไหม จากการได้ยินได้ฟังตลอดการอ่านหนังสือก็ยืนยันว่า บาปบุญมีจริง ทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมโดยกำเนิด และเป็นทายาทของกรรม ที่อาตมาต้องระหกระเหเร่ร่อน เนื่องจากโยมพ่อโยมแม่หย่าร้างกันแต่อาตมายังเยาว์ ก็เพราะกรรม แต่จะให้อาตมาเชื่อได้ 100เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ในเมื่ออาตมายังมองไม่เห็น เพียงแต่รู้เฉยๆ พุทธองค์เคยตรัสไว้ว่า ถ้ารู้อย่างเดียวโดยไม่เห็นใช้ไม่ได้ เพราะที่รู้อย่างเดียวโดยไม่เห็นนี้เปรียบเสมือนคนตาบอดคลำช้าง หรือเสมือนพระใบลานเปล่า เป็นพระธรรมกถึกศึกษาแต่ประโยชน์ จนบางครั้งตนเองก็สงสัยในคำสอนนั้น ถ้าเห็นอย่างเดียวโดยไม่รู้ก็ใช้ไม่ได้เสมือนเด็กกำถ่านไฟร้อนร้องไห้จ้า แต่ไม่ยอมปล่อยเพราะไม่รู้ว่าไฟร้อนแรง เข้าใจแต่เพียงว่าเป็นของน่าเล่น น่าจับ

Somphan_old.gif post_16230_1223892452.jpg


พระองค์ทรงยืนยันว่า ต้องทั้งรู้ทั้งเห็น จะได้แจ่มแจ้ง เหมือนเปิดของคว่ำให้หงายฉันนั้น ดังนี้แหละทำให้อาตมาฝังใจว่าจะทำอย่างไรจึงจะทั้งรู้ทั้งเห็น กระทั่งวันหนึ่งอาตมาได้มาอ่านหนังสือธรรมกาย เขียนตามแนวเทศนาของพระมงคลเทพมุนี วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ว่าถ้าจะเดินให้ถูกต้องร่องรอยของพระศาสนาต้องทั้งรู้ทั้งเห็น ที่สำคัญที่สุดมีคำใหม่เกิดขึ้นมาแปล่งหูอาตมา คือ ธรรมกายในหนังสือนั้นหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านบอกว่า ธรรมกายนั่นแหละคือตถาคต ไม่ใช่กายเนื้อพระสิทธัตถะ โดยอ้างบาลีว่า ธัมมะกาโย อะหังอิติปิ ตอนท้ายท่านยืนยันว่าวัดปากน้ำนี้เรียนได้ทั้งรู้ทั้งเห็น อาตมาดีใจยิ่งนักที่คลำเป้าหมายทางศาสนาถูก เหลืออยู่อย่างเดียวว่า ทำอย่างไร อาตมาจึงจะทั้งรู้ทั้งเห็น อาตมาเริ่มหาทางมาวัดปากน้ำ แต่ทว่า กรรมของอาตมายังไม่สิ้น จึงยังมาไม่ถึง ผู้ปกครองไม่อนุญาตให้มาหาว่าเป็นเรื่องเหลวไหล แต่ก็เริ่มนึกในใจว่า อาตมาได้พบแนวปฏิบัติธรรมที่ถูกจริตอัธยาศัยแล้ว...

(โปรดติดตามตอนต่อไป) nerd_smile.gif
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#6 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3411 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 January 2010 - 07:29 PM

สู่เพศสมณะ

IMG_9273.jpg IMG_7554.jpg

เป็นที่น่าเสียใจอย่างมากที่ 3ปีต่อมา อาตมาได้พยายามไปวัดปากน้ำจนได้ แต่ปรากฏว่า หลวงพ่อท่านมรณภาพเสียตั้งแต่อาตมายังเยาว์ “นี่! อาตมาหมดที่พึ่งทางปฏิบัติเสียแล้วหรือ ถ้ากระนั้นจุดหมายที่มุ่งมาเพื่อปฏิบัติธรรมให้ทั้งรู้ทั้งเห็น ก็มิต้องเป็นหมันไปเสียแล้วหรือ” อาตมาลอบถอนใจอย่างเบื่อหน่าย “ทำไม จึงเกิดมาไม่ทันผู้ที่ปฏิบัติธรรม ตามแนวโอษฐ์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โทษอย่างเดียว กรรมของเรายังไม่สิ้นสุด” ต่อมาอาตมาก็หยุดชงักการติดตามธรรมไปชั่วขณะ หันมาสนใจการเรียน จนกระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่จุดหมายของอาตมามิได้เลิกล้มเลย เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็หาเวลาว่างมาศึกษาประวัติของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ศึกษาปฏิปทาของท่าน ตลอดจนวัตรปฏิบัติตัวของท่าน การต่อสู้เพื่อที่จะเผยแผ่วิชาธรรมกายให้เข้าถึงจิตใจประชาชน ยิ่งอ่านยิ่งสนุกทำให้มองเห็นภาพพจน์ว่า หลวงพ่อกำลังสั่งสอนอบรม ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ให้ซาบซึ้งในสัจจะธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สิ่งที่ท่านกระทำในอดีตนั่น ดื่มด่ำและฝังใจอาตมาเหลือเกิน อีกทั้งเร่งเร้าให้กระหายใคร่จะดำเนินรอยตาม และนี่คือ จุดเริ่มต้นแห่งการตั้งปณิธานไว้ในใจว่า เมื่ออาตมาเห็นธรรมเมื่อไร อาตมาจะดำเนินรอยตามหลวงพ่อวัดปากน้ำทุกประการ

post_3112_1223881259_thumb.jpg


ขณะนั้นอาตมาอายุ 18ปี ก็เริ่มคิดวางแผนการณ์ไว้ในใจว่าจะเริ่มปฏิบัติธรรม ควบคู่กับการศึกษาทางโลก และเมื่อจบการศึกษาแล้วจะอุปสมบทครองเพศบรรพชิต ต่อจากนั้น ก็จะศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย และพระไตรปิฎกให้แตกฉาน เพื่อจะได้เผยแผ่วิชาธรรมกายดำเนินรอยตามหลวงพ่อวัดปากน้ำ ทั้งวัตรการปฏิบัติตัวตลอดจนการปกครองสงฆ์ให้สมกับที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ของพระพุทธศาสนาของโลก อาตมาวาดภาพวัดในมโนภาพไว้อย่างงดงาม วัดที่เป็นศูนย์กลางพุทธจักร ต้องเป็นวัดที่รวมคำว่า “ดีที่สุดในโลก” ทั้งในด้านถาวรวัตถุและวัตรการปฏิบัติของสงฆ์ อีกทั้งต้องสงบเงียบ ร่มเย็นสบาย และไม่ใกล้ไกลจากเมืองหลวงนัก

IMG_7558.jpg


ต่อมาอาตมาก็เริ่มเข้ามาปฏิบัติธรรม ณ วัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งพอดีตรงกับปิดภาคมหาวิทยาลัย ทำให้มีเวลาที่จะปฏิบัติธรรมได้เต็มที่ พระอาจารย์ท่านสอนให้อาตมาภาวนา สัมมาอะระหังและทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายเหนือสะดือ 2นิ้วกึ่งกลางตัว โดยกำหนดให้เห็นเครื่องหมายให้ใสเหมือนเพชรลูกที่เจียรนัยแล้วไม่มีขนแมวโตเท่ากับแก้วตา ให้ตรึกนึกถึงเครื่องหมายอยู่เรื่อยๆทำทุกอิริยาบถสี่ นั่ง นอน ยืน เดิน บริกรรมภาวนากับบริกรรมนิมิตไม่ให้พรากออกจากกัน อาตมาได้รับกรรมฐานเสร็จแล้ว ก็ไปปฏิบัติธรรมที่บ้านอยู่เรื่อยๆทุกอิริยาบถ ตั้งแต่เช้าจดกลางคืน เว้นเวลานอนเท่านั้น ตื่นขึ้นมาเป็นต้องกำหนด แรกๆไม่เห็นอะไรเลยมืดสนิท แต่ใจเป็นสมาธิเร็ว เวลาอุปกิเลสเกิดขึ้นก็อาศัยปัญญาพิจารณา จนกระทั่งจิตเป็นหนึ่งไม่ซัดส่าย แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สว่างนักมัวๆเหมือนฟ้าสางๆ ทำให้จิตคิดไปถึงตอนปฏิบัติธรรมแบบอานาปาณสติ เคยเห็นแสงสว่างโล่งทั้งตัว ก็พยายามกำหนดจิต ให้ตกสู่ระดับนั้น ต่างกันแต่ว่า แทนที่จะกำหนดจิตและเครื่องหมายให้ออกนอกตัว ก็กลับเอาเข้ามาไว้ในตัว ทำอย่างนั้นจนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง จิตใจของอาตมาสบายและปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก ก็อาศัยจิตใจขณะนั้นที่กำลังพรากจากอกุศล กำลังมีความอาจหาญร่าเริงในทางธรรม ปฏิบัติธรรมอยู่คนเดียวต่อหน้าที่ไว้ศพหลวงพ่อบนโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมชั้น3 ภาวนา “สัมมา อะระหัง”เรื่อยไป กำหนดเครื่องหมายหนักเข้านั่งอยู่นานเท่าไรก็ไม่ทราบพลันกายอาตมาก็เบาขึ้นเรื่อยๆจนลืมความปวดเมื่อย เครื่องหมายที่นึกกำหนดก็ค่อยๆชัดขึ้น ๆวิ่งวนไปรอบๆ และก็หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายเหนือสะดือ 2นิ้ว กึ่งกลางตัว

post_4008_1218800044.jpg

เป็นวงกลมขนาดลูกมะนาวเขื่องๆใสเหมือนเพชร ลอยนิ่ง ชัดยิ่งกว่าเวลาเรามองเห็นดวงจันทร์ลอยอยู่กลางท้องฟ้า ขณะที่ปราศจากหมู่เมฆในคืนวันเพ็ญ อาตมาก็มองเรื่อยไปในกลางดวงนั้นเพราะอาจารย์สั่งไว้ว่า เห็นอะไรก็มองเข้าไปตรงกลางเรื่อยไป นึกให้ใสหนักขึ้นไม่ต้องลังเลสงสัย ไม่ต้องตื่นเต้นดีใจ ให้ทำใจเป็นอุเบกขา อาตมาก็ทำตาม นานเท่าไรไม่รู้สึกตัว กระทั่งดวงนั้นขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆใสหนักเข้าและหายไป แต่มีสิ่งที่มาใหม่ลอยขึ้นมาจากศูนย์กลางกายลอยขึ้นมาแทนที่ มองเห็นสิ่งนั้นลอยขึ้นมาทีละน้อย อาตมาก็มองเรื่อยไป เป็นที่น่าประหลาดอัศจรรย์อะไรเช่นนี้ อาตมาเห็นสิ่งที่ลอยขึ้นมานั้น เป็นกายมนุษย์แต่ทว่าใสเป็นแก้ว และที่สำคัญที่สุดก็คือ หน้าตาเหมือนกับอาตมาไม่มีผิด นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงศูนย์กลางกาย ความรู้สึกของกายเนื้อหายไปไหนไม่ทราบ แต่กลับมีความรู้สึกในกายที่เกิดใหม่ขึ้น อาตมาระงับใจไม่ให้ตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ มีความรู้สึกหัวใจเต้นแรง ทำให้สิ่งที่อาตมาเห็นเมื่อครู่ลางเลือนไป จึงได้เข้าใจวันนั้นเองว่า ความปิติเป็นศัตรูของสมาธิอย่างไร อาตมาต้องพยายามทำใจระงับไว้ให้เป็นปกติ จนกระทั่งใสเหมือนเดิมและขยายใหญ่ขึ้นจนเท่ากายอาตมาใสเป็นแก้ว วันนั้นเห็นแค่นี้ อาตมาได้กราบเรียนถามพระอาจารย์ว่าที่เห็นนั้นถูกหรือไม่ พระอาจารย์ได้กรุณาอธิบายให้อาตมาทราบว่า ถูกแล้ว ไม่ต้องลังเลสงสัยหรอก สิ่งที่เห็นนั้นเรียกว่า กายมนุษย์ละเอียด หรือกายไปเกิดมาเกิด หรือกายฝันนั่นเอง เมื่อเรานอนหลับกายนี้จะทำหน้าที่ฝัน แล้วกลับมารายงานกายเนื้อซึ่งบางครั้งเราจำได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะไม่มีสติกำกับไว้ แต่เมื่อตื่นขึ้นมาเราไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน จนกว่าเราจะมาถึงธรรมเข้าไปกลางดวงสว่างกลมๆในศูนย์กลางกายเหนือสะดือ 2นิ้วนั้น ซึ่งพระอาจารย์ได้กรุณาอธิบายว่าดวงนั้นเรียกว่าดวงปฐมมรรค เป็นมรรคผลเบื้องต้นของนิพพาน พระอรหันต์ท่านจะเข้านิพพานต้องไปทางนี้ ผิดจากทางนี้ไปไม่ได้ และกายมนุษย์ละเอียดที่เห็นนั้น เมื่อเราตื่นขึ้นมาก็อยู่ที่ศูนย์กลางกายนั่นเอง ตรงศูนย์นั้นพระอาจารย์บอกว่าเป็นที่เกิดที่ดับที่หลับที่ตื่น และมนุษย์มาเกิดต้องมาที่ศูนย์นั้น เวลาจะตายก็ต้องไปหยุดที่ศูนย์นั้น เวลาจะหลับใจก็ต้องไปหยุดที่นั่น เวลาตื่นก็ตื่นตรงนั้น อันนี้ เป็นความรู้ใหม่ที่อาตมาไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจว่า เราเห็นของจริงแม้แต่เพียงน้อยนิดก็ยังดี จิตเกิดความตั้งมั่นหนักเข้า อยากจะค้นคว้าหนักขึ้นจึงเพียรไม่ลดละ แม่ไก่กกไข่ฉันใดก็ฉันนั้น ยิ่งเพียรยิ่งเห็น ยิ่งทำยิ่งรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้เห็นหนักเข้า (ซึ่งมีแนววิธีการปฏิบัติอยู่แล้ว ในหนังสือทางมรรคผลของพระมงคลเทพมุนี วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ)

191_L.jpg 165_L.jpg

จนกระทั่งเห็นพระธรรมกาย เป็นปฏิมากรเกศอกบัวตูม ลอยขึ้นมาแทนที่หน้าตักกว้าสัก 1ศอกเห็นจะได้ ใสเป็นแก้วจริงๆสวยงามประณีตที่สุดอย่างไม่เคยเห็นว่า จะมีพระพุทธรูปองค์ใดสมัยใด จะมาเปรียบเทียบได้ ความสว่างของท่าน สว่างทั้งองค์ และได้ส่วน ยิ่งมองยิ่งชัดติดตาหนักเข้า ใสหนักขึ้นยิ่งกว่าพระอาทิตย์ตอนเที่ยง ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆลืมตาพอนึกจะมองก็เห็น เป็นอย่างนี้ตลอดทั้งคืนทั้งวัน (ความจริงเมื่อสมัยที่อาตมายังฝึกแบบอานาปาณสติอยู่ เมื่อจิตเป็นสมาธิดีตรงศูนย์กลางก็เคยเห็นองค์พระ(ธรรมกาย) เกิดขึ้นมาแต่ลอยอยู่ข้างหน้าเป็นเวลานาน แต่อาตมาเกรงว่าจะเป็นนิมิตหลอกจึงละเสีย หันมากำหนดกองลมให้สว่างโล่ง องค์พระจะหายไปเกิดเป็นดวงกลม ขนาดหัวแม่มือขึ้นมาแทนที่ ลอยเข้ามาจดที่เพลาตาขวา)

(โปรดติดตามตอนต่อไป) nerd_smile.gif
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#7 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3411 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 January 2010 - 10:49 PM

สู่เพศสมณะ

yay03.jpg Khun_Yay_Chandra2.jpg

ต่อมาได้มีผู้แนะนำให้อาตมามาศึกษาต่อ กับอุบาสิกาท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติธรรมมานาน 25ปีเศษ และท่านผู้นี้เองที่ให้อะไรต่ออะไรหลายอย่างแก่อาตมา ตั้งแต่วิชาความรู้ทางธรรม ซึ่งยิ่งศึกษาจากท่านยิ่งลึกซึ้ง ตลอดจนกระทั่ง การอบรมนิสัยต่างๆให้เคร่งอยู่ในธรรมวินัย ท่านเป็นคนร่างเล็ก คล่องแคล่ว ว่องไว มีนิสัยเฉียบขาด เด็ดเดี่ยว มักน้อย สันโดษ จากบุคลิกลักษณะภายนอกถ้าดูตามสายตาของชาวโลก ท่านก็คือคนแก่คนหนึ่ง รูปร่างผอม พูดจาไม่เพราะขวานผ่าซาก และไม่รู้หนังสือ แต่ถ้าหากท่านมองเข้าไปในแก่นแท้แล้ว ท่านคือผู้ทรงคุณธรรมวิเศษที่หาไม่ได้อีกแล้วในยุคปัจจุบัน กระทั่งหลวงพ่อวัดปากน้ำเมื่อก่อนมรณภาพเปล่งวาจาออกมาว่า “เป็นหนึ่งไม่มีสอง” แต่ชีวประวัติส่วนตัวของท่านอาตมาจะไม่เล่าไว้ในที่นี้ เกรงว่าจะเป็นหนังสือเล่มโตเกินไป แล้วสักวันหนึ่งอาตมาจะเขียนประวัติของท่านมาตีแผ่ออกให้ฟัง เราคงจะพบอะไรดีๆจากท่าน ขณะนี้ขอแต่เพียงผู้อ่านได้ทราบแต่เพียงเลาๆว่า ท่านมาจากลุ่มน้ำนครไชยศรี เมืองส้มโอหวาน ผู้ออกมาจากบ้านโดยสละทองหยอง ทรัพย์สินไร่นาสาโท ต่อหน้ามารดาและญาติพี่น้อง มิใยที่จะมีเสียงสะอื้นไห้และเสียงร้องอย่างคร่ำครวญ คัดค้านวิงวอนมิให้มาจากญาติเหล่านั้น ท่านตัดใจมุ่งมาวัดปากน้ำตั้งแต่ยังสาว เพื่อ “ธรรมกาย” จากผู้ไม่รู้หนังสือ แม้กระทั่งอ่านตัวเลขไม่ออก มาเป็นผู้ทรงคุณธรรม ที่ผู้ทรงคุณวุฒิทางโลกต้องกราบกราน และขณะนี้อายุท่าน 60เศษแล้ว แต่ดูเหมือน 40ปีเศษ ท่านคืออุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และอาตมาเคารพเหมือนพ่อแม่ ปู่ย่า ตา ยาย อาตมาศึกษาธรรมกับท่านเรื่อยมา ยิ่งปฏิบัติยิ่งลึกซึ้ง ปัญหาธรรมต่างๆอาตมาขุดมาถามเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ทำให้คุณยาย (อุบาสิกาจันทร์) ผู้ไม่รู้หนังสืออับจน ทำให้อาตมาหายสงสัยในข้อปฏิบัติธรรม ตามแนวทางเทศนาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ(พระมงคลเทพมุนี) ซึ่งเมื่อปฏิบัติตอนแรกนึกว่าจะมีวิชาธรรมะแต่เพียง 18กาย ที่ปรากฏอยู่อย่างที่ในหนังสือแนวมรรคผลที่ชนส่วนมากเข้าใจเช่นนั้น จนกระทั่งเกิดข้อโต้แย้งว่า ที่นี่เป็นสมถะบ้าง ที่โน่นเป็นวิปัสสนาบ้าง โต้กันไปแย้งกันมาด้วยวาทะ โดยไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยและไม่มีใครยอมทดลองปฏิบัติดู หาได้เฉลียวใจว่า แต่ละวิธีย่อมไม่เหมือนกัน ต่างก็ถูกต้องทั้งนั้น เพราะเป็นแนวปฏิบัติธรรมของพระพุทธองค์ โดยมีจุดหมายปลายทางอันเดียวกัน คือพระนิพพาน

post_638_1152631674_thumb.jpg

พุทธองค์ทรงแยกแยะแนวปฏิบัติสมถกรรมฐานไว้ถึง 40วิธี วิปัสสนากรรมฐาน 6วิธี เพื่อให้ถูกกับจริตอัธยาศัยสัตว์โลกที่ไม่เหมือนกัน เช่น มนุษย์คนใดมีราคะจริต พระองค์ทรงให้เพ่งอสุภกรรมฐาน และนี่คือ พระปัญญาของพุทธองค์ที่เหนือกว่าศาสนาใดๆ ในการแยกแยะจริตของมนุษย์ จึงทำให้สมัยพุทธะกาล มีพระอรหันต์มากมาย แต่ละองค์ก็มีแนวทางปฏิบัติธรรมไม่เหมือนกัน บางองค์เป็นอรหันต์แบบสุกขวิปัสสนา บ้างสำเร็จวิชา3 บ้างสำเร็จจตุปฏิสัมภิธาญาน บ้างอภิญญาหก

(โปรดติดตามตอนต่อไป) nerd_smile.gif
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#8 Nee-Sansanee 2

Nee-Sansanee 2
  • Members
  • 882 โพสต์
  • Gender:Female

โพสต์เมื่อ 06 January 2010 - 08:32 AM

สาธุ สาธุ สาธุ กราบอนุโมทนาบุญค่ะ

#9 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3411 โพสต์

โพสต์เมื่อ 06 January 2010 - 09:04 AM

สู่เพศสมณะ

ต่อมาการศึกษาธรรมปฏิบัติของอาตมา ล่วงรู้ไปถึงหูโยมพ่อเข้า ไม่เป็นที่สบอารมณ์ของท่านนัก เพราะท่านเห็นว่าอาตมายังเด็กเกินไปกว่าที่จะเข้าวัด ทั้งที่อาตมาอายุเกือบครบบวชแล้วด้วยซ้ำ และประการสำคัญท่านเกรงว่าอาตมาจะบวชไม่สึก สำหรับเหตุผลส่วนตัวของท่านในข้อแรกนั้น อาตมาเห็นว่าไม่ถูก ถ้าเรามัวคอยให้อายุมากแล้วค่อยมาปฏิบัติธรรมกัน ก็ไม่ทันกิน เพราะเราไม่สามารถจะทราบได้เลยว่า ความตายจะมาเยือนเราเวลาไหน หากว่าเราไม่รีบกอบโกยบุญเสียแต่ตอนนี้ เวลาตายเราจะเอาอะไรติดตัวไป สมบัติทางโลกคือสิ่งที่เราสมมุติกันขึ้นมาใช้เป็นสื่อกลางในการดำรงชีวิตในปัจจุบันนี้ เวลาเราเกิดมาเรามามือเปล่า พร้อมกับกำมือแน่น เพื่อที่จะแสดงให้โลกเห็นว่า เราเกิดมาเพื่อยึดถือ แต่เวลาเราตายกลับแบมือ เพื่อจะแสดงให้คนข้างหลังรู้ว่า เรามิได้เอาอะไรติดตัวไปเลย เราเอาไปได้แต่อริยทรัพย์เท่านั้นที่ติดตัวเป็นเสบียงเลี้ยงตัวเรา และจะช่วยส่งเสริมให้เราเข้าสู่นิพพาน สำหรับเหตุผลข้อหลังนับว่า โยมพ่อของอาตมาสังหรณ์ใจได้ถูกที่เกรงว่าอาตมาจะบวชไม่สึก จึงคอยกีดกันอยู่เสมอ

kasan.jpg untitled.jpg

ระหว่างอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้น อาตมานั่งปฏิบัติธรรมมิได้ขาด ส่วนมากมักจะตื่นขึ้นมานั่งสมาธิตอนตี2บางครั้งเพื่อนที่นอนอยู่ห้องเดียวกัน ตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนดึก เห็นอาตมานั่งเอาผ้าห่มคลุมโปงก็ตกใจ มาทราบภายหลังว่าอาตมานั่งฝึกสมาธิก็ไม่ว่ากระไร แต่ดูออกจะประหลาดใจว่าจะได้ประโยชน์อะไรต่อการทำเช่นนั้น ดีอยู่หน่อยหนึ่งที่ไม่ล้อเลียน และในที่สุดก็ชินไปเอง ขณะที่ปฏิบัติธรรมนั้นมักพบสิ่งแปลกๆมหัศจรรย์อยู่บ่อยครั้งทั้งๆที่ลืมตา แต่เป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินกว่าจะเล่าในที่นี้ นอกจากจะเล่าให้ผู้ปฏิบัติที่ได้รับผลมาแล้วบางท่านด้วยกันฟังเป็นเครื่องเสริมพลังใจในการปฏิบัติ

(โปรดติดตามตอนต่อไป) nerd_smile.gif
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#10 *innerspot*

*innerspot*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 06 January 2010 - 09:55 PM

ขอด่วน..........................

#11 *sky noi*

*sky noi*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 06 January 2010 - 11:40 PM

อิ่มอก อิ่มใจ...
ตอนนี้เลยนะๆๆๆๆ อยากอ่าน..

อุ๊..โลโก้นี้

นึกถึงเพลง เกษตรนี้หล่อจริง ผู้หญิงเค้าอยากรู้จัก เกษตรนี้หล่อยิ่งนัก ถ้าใครรู้จักมาบวชฟรีๆๆ

#12 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3411 โพสต์

โพสต์เมื่อ 07 January 2010 - 12:08 AM

สู่เพศสมณะ

lpsod_stand_1.jpg
ความคิดเมื่ออายุ 18 ขณะนี้ยังหาได้เลือนหายไปไม่ ระหว่างอยู่ในมหาวิทยาลัย อาตมาได้พยายามมักชวนพวกนิสิต รุ่นพี่รุ่นน้องและเพื่อนๆ ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ อธิบายให้เขาเห็นความสำคัญของศาสนา ชี้ให้เห็นโทษของการห่างธรรมและชี้คุณประโยชน์ของการปฏิบัติธรรม ตลอดจนปฏิปทาของของอาตมาในอนาคต กระทั่งเขาเหล่านั้นมีดวงตาเห็นธรรม และเห็นด้วยในคำพูดของอาตมา เขาเหล่านั้นก็ร่วมใจกันตั้งสัตยาธิษฐานจะขออยู่เป็นโสด ประพฤติพรหมจรรย์ในเพศภิกษุและอุบาสิกาตราบจนหมดอายุขัย เพื่อจะชี้ทางสั่งสอนเวไนยสัตว์ให้เห็นธรรม ตามแนวเทศนาของพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ เพื่อทำให้ถึงที่สุดแห่งกองทุกข์ ขณะนี้เขาเหล่านั้นบางท่านกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย และหลายท่านจบมหาวิทยาลัยมาแล้ว กำลังมุ่งมั่นสร้างในสิ่งที่เขาใฝ่ฝัน นั่นคือ หาสถานที่ปฏิบัติธรรม ที่มีสถานที่สงบเงียบร่มรื่นเย็นสบาย ในที่สุดก่อนอาตมาจบมหาวิทยาลัย เราก็รวบรวมเงินก้อนได้ก้อนหนึ่ง ไปซื้อที่ๆ จังหวัดปทุมธานีเป็นจำนวน 19ไร่ ตอนนั้นเราเข้าใจว่าเพียงพอ เพราะกลุ่มของเราไม่มากเหมือนเดี๋ยวนี้

history_fig02.jpg

ต่อมามีผู้มาปฏิบัติธรรมมากขึ้น บ้านธรรมประสิทธิ์ซึ่งแต่เดิมรู้สึกว่าใหญ่กลายเป็นเล็กไปอีก ความคิดใหม่ๆเกิดขึ้นในหมู่พวกเราเหมือนกันทุกคน นั่นคือ หาสถานที่ใหม่ ที่ใหญ่พอ และเผื่อไว้การณ์อนาคต ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่เหมาะ เมื่อเป็นเช่นนั้นเราต่างก็ดิ้นรนเพื่อจะให้ได้ในสิ่งที่เราปรารถนา ส่วนการปฏิบัติธรรมเราก็ปฏิบัติเรื่อยไป ชี้ทางเรื่อยไป จากนิสิตกลายมาเป็นบัณฑิต จากบัณฑิตบ้างกลายมาเป็นข้าราชการ บ้างก็ทำงานตามบริษัทห้างร้าน บ้างก็ผ่านการดูงานจากต่างประเทศ

1hiiii.jpg

ขอย้อนเล่าสมัยตอนเป็นนิสิตอีกเล็กน้อย เมื่อเป็นนิสิตอาตมาได้ปฏิบัติธรรมอย่างนี้เสมอมา คือเช้าออกจากหอพักหาอะไรรับประทานเสร็จก็รีบมาวัด จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขนมาถึงวัดปากน้ำ กินเวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง ควรจะเบื่อหน่ายต่อการโหนรถเมล์ถ้าหากว่าอาตมาไม่เอาใจจดจ่อกับธรรมะ มองดูพระธรรมกายในตัวเรื่อยไป เมื่อใจมีที่ยึดสิ่งรอบข้างย่อมไม่มีความหมาย เหมือนกันท่านอ่านหนังสือ อ่านเล่นๆเพลินๆ กลางที่ชุมนุมชน และหนังสือเล่มนั้นเร้าใจให้อ่าน สิ่งที่อยู่รอบข้างนั้นก็หมดความหมาย ฉันใดก็ฉันนั้น ออกจากมหาวิทยาลัยเกษตร 6โมงเช้า กว่าจะถึงวัดเกือบ 8นาฬิกาจนคนในวัดนึกว่าอาตมาเป็นศิษย์วัด หลังจากนั้น ก็นั่งสมาธิฝึกธรรมภาคปฏิบัติกับคุณยาย พอ 2ทุ่มคุณยายก็ให้กลับ ถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เกือบสี่ทุ่มทุกวัน การเรียนก็ขาดบ้างเกินบ้าง ทำอย่างนี้เป็นปี แม้แต่เวลาสอบก็ไม่ยอมขาดปฏิบัติธรรม พอสอบเสร็จตอนเที่ยงหรือบ่ายก็รีบมาวัด นั่งธรรมะเสร็จก็กลับไปดูหนังสือ ทำอย่างนี้จนสิ้นฤดูการสอบ บ่อยครั้งที่อาตมาปรารภให้คุณยายอาจารย์ (อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง) ฟังว่าอยากบวชเพราะเบื่อทางโลก คุณยายไม่ยอม ให้เหตุผลว่า เราต้องเรียนทางโลกให้จบปริญญาเสียก่อน แสดงให้เขาเห็นว่าเราก็มีความสามารถ ชาวโลกจะไม่ตำหนิเราได้ว่าไม่มีปัญญาจะเรียนหมดความพยายามจึงหนีเข้าวัด

(โปรดติดตาม...ตอนนี้เลย) nerd_smile.gif
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#13 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3411 โพสต์

โพสต์เมื่อ 07 January 2010 - 12:18 AM

สู่เพศสมณะ

การบวชเป็นพระไม่ใช่ของง่าย หาใช่ครองผ้ากาสาวพักตร์แล้วจะเป็นพระได้ จะต้องปฏิบัติกิจวัตรของสงฆ์ซึ่งมีศีล 227 ให้ถูกต้องตามธรรมวินัย ประการที่สำคัญที่สุด ถ้าเราจบปริญญาแล้วสละชีวิตให้แก่พระศาสนาละจากการครองเรือนมาสู่เพศบรรพชิตนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่ควรแก่การยกย่อง เพราะเป็นทั้งนักปราชญ์บัณฑิต ทั้งทางโลกและทางธรรม ดีกว่าไม่จบอะไรมาเลย แล้วบวชอาศัยผ้าเหลือง เพื่อมุ่งกลับข้าไปสู่ทางโลกอีก การบวชนั้นถ้าจะให้ได้บุญได้กุศล ควรจะเป็นที่พึ่งของพระศาสนาได้ ไม่ใช่บวชเพื่อมาพึ่งพระศาสนา
monk5.jpg

เมื่อจบมหาวิทยาลัยนึกว่าจะบวชได้ดังใจปรารถนา ปัญหาต่างๆตามมาอีก สำหรับชาวบ้านก็ไม่เท่าไหร่ โยมพ่อเป็นปัญหาสำคัญมากท่านอ้างเมื่ออาตมาไปขอบวชว่า “จะบวชไปทำไมกัน เรียนมาจนจบปริญญา เสียเงินเสียทองมามาก ควรจะทำงานก่อน แล้วหาโอกาสไปต่างประเทศกลับมาจะได้มีเกียรติ พ่อแม่และน้องๆจะได้พึ่งแกได้ อีกอย่างหน้าตาแกก็ไม่ขี้เหร่นัก ควรจะมีเหย้ามีเรือนเสียก่อน พ่ออยากดูหลานเร็วๆ” นี่คือเหตุผลของโยมพ่อ ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ถ้าลองพินิจพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าในสิ่งที่โยมพ่อพูดออกมายังไม่ถูกต้องนัก การคิดจะแต่งงานหรือเลือกคู่นั้น ไม่ง่ายดังที่เข้าใจกัน เปรียบเสมือนการซื้อล็อตเตอรี่ ทุกคนต่างปรารถนารางวัลที่หนึ่ง แต่มักจะถูกรางวัลอื่น หรือเลขท้าย หรือไม่ถูกเลย รางวัลที่หนึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนา เช่นเดียวกับคู่ครองของเราเหมือนกัน เราก็ต้องการ รูปสวย รวยทรัพย์ นับวิชา มารยาท ชาติผู้ดี มีศีลธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ภายหลังการแต่งงานแทนที่จะเป็นที่พึ่งของพ่อแม่หรือน้องๆได้ กลับเป็นที่พึ่งของเมียและลูกๆไปเสีย เข้าทำนองที่กล่าวมาแล้วข้างต้นคือ ลูกหลายคนเลี้ยงพ่อแม่ 2คนไม่ได้ ถ้าต้องมีการหย่าร้างกันด้วยแล้ว ลูกๆคือผู้รับมรดกกรรม หากไม่หย่าร้างกัน เป็นธรรมดาลิ้นกับฟัน ต้องมีการกระทบกัน เมื่อมีการกระทบกันย่อมจะทำให้จิตใจเศร้าหมอง แทนที่จะเป็นคู่บุญกลับเป็นคู่กรรม ต้องเวียนว่าย ตาย เกิดพบกันอีกนับภพนับชาติไม่ถ้วน พุทธองค์ทรงเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นทุกข์ เป็นห่วงผูกคอ จึงทรงละเสีย หันเข้าสู่เพศบรรพชิต ซึ่งเป็นชีวิตที่อิสระเหมือนนกน้อยในอากาศ มีโอกาสช่วยตัวเองให้พ้นทุกข์ และสามารถทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้ โดยเราชี้ทางสวรรค์ให้ซึ่งนับว่าเป็นการทดแทนบุญคุณพ่อแม่ได้หมดสิ้น ยิ่งกว่าการทดแทนด้วยอย่างอื่น

(โปรดติดตามตอนต่อไป) nerd_smile.gif
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#14 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3411 โพสต์

โพสต์เมื่อ 07 January 2010 - 07:33 AM

สู่เพศสมณะ

ขณะนี้อาตมาได้ครองเพศบรรพชิตมาได้4เดือน พรรษาแรกผ่านไปอย่างมีประโยชน์ได้อบรมสั่งสอนธรรมปฏิบัติ แก่ผู้มาปฏิบัติธรรม จนได้ผลเป็นที่น่าอัศจรรย์ไปหลายคน ตั้งแต่เด็กเล็ก 7ขวบ กระทั่งผู้สูงอายุ เมื่อมีผู้เห็นธรรมมากขึ้น ความคิดเมื่ออาตมาอายุ 18ปี ที่ปรารถนาจะสร้างวัด ก็กระตุ้นเตือนให้อาตมารีบเร่งดำเนินการ เพราะเวลาไม่คอยท่า อายุ 25ปีของอาตมาเป็นวัยที่กำลังแข็งแรงต่อการเผชิญอุปสรรคทั้งมวล คิดได้เช่นนั้น จึงได้บอกพวกเราทุกคนให้รีบเร่ง หาทางที่จะสร้างวัดโดยเร็ว ไม่น้อยกว่า 50ไร่ ทุกคนทำงานตัวเป็นเกลียว ไหนจะพึงปฏิบัติธรรมเพื่อตัวเอง ไหนจะต้องศึกษาปริยัติธรรม ไหนจะต้องชี้ทางธรรมปฏิบัติแก่ผู้สนใจ ไหนจะต้องคิดต้องหาเงินสร้างวัด สิ่งเหล่านี้รุมมาหาอาตมาในขณะที่อาตมาครองผ้ากาสาวพักตร์ได้ไม่กี่วัน ไม่มีอะไรดีกว่าทำทุกด้านไปเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้งและอธิษฐานเรียกบุญทั้งของตัวอาตมาเองรวมกับของพุทธศาสนิกชนทั้งโลก โดยอ้างถึงความตั้งใจจริงของอาตมาที่มีมาหลายปี ความปรารถนาดีที่มีต่อสัตว์โลก ให้บังเกิดที่ดินสำหรับสร้างวัดด้วยเถิด จะโดยจากการซื้อขาย หรือจากท่านผู้ใจบุญที่ต้องการบริจาค เพื่อสร้างบารมีที่ยิ่งด้วยบารมีก็ตามของเพียง 50ไร่ก็พอ อาตมาอธิษฐานจิตอย่างนั้นทุกวัน กระทั่งในที่สุดด้วยอำนาจความจริงใจของอาตมา ว่าจะสู้ตายในพระศาสนา ประกอบกับจะเป็นวาสนาของพวกเราที่จะได้สร้างบุญใหญ่ร่วมกันอีก จึงได้ดลบันดาลให้โยมถวิล วัติรางกูล อาจารย์ใหญ่เอกโรงเรียนประถมนนทรี ผู้ปฏิบัติธรรมจนได้ผลแห่งธรรมนั้น และได้นำธรรมไปเผยแพร่ยังอาจารย์ที่โรงเรียน ตลอดจนเด็กนักเรียนได้ผลอย่างอัศจรรย์ได้เปล่งวาจาว่า “ดิฉันจะไปติดต่อขอซื้อที่พี่วรณี สุนทรเวชให้ได้ ถ้าไม่ขายก็จะขอเช่า ถ้าไม่ให้เช่าก็ต้องขอยืม” คืนนั้นอาตมานอนไม่หลับ คำพูดของโยมพี่ถวิล ยังก้องอยู่ในหูอาตมา ได้แต่นึกภาวนาว่าขอให้เขาหายให้เราเถอะ แพงแค่ไหนก็ต้องสู้ เพราะเราต้องการที่กว้างๆ50ไร่จริงๆ นอนอธิษฐานจิตขอให้สำเร็จกระทั่งหลับไป
post_2683_1205118343.jpg
history_fig04.jpg

26 ตุลาคม 2512 เวลา 3ทุ่มเศษ เป็นวันที่อาตมาเกิดปิติโสมนัสมากที่สุด ทำให้เกิดความกล้าหาญ องอาจ ร่าเริงในธรรมปฏิบัติมากขึ้น และเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ที่ได้ดลบันดาลในสิ่งที่อาตมาปรารถนามา ตั้งแต่อายุ 18 ขณะนี้ผ่านมาร่วม 8ปีสำเร็จลง แต่การเปล่งวาจาของโยมคุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดีและโยมพี่วรณี สุนทรเวชผู้บุตรี โดยได้รับถ่ายทอดคำบอกเล่าอย่างตะกุกตะกักด้วยความดีใจอย่างล้นเหลือ ของโยมพี่ถวิล, โยมพี่เผด็จ, โยมพี่อดิศักดิ์ ซึ่งแย่งกันกล่าวชนิดพูดไม่ใคร่ออกเพราะบุคคลทั้งสาม ได้ยินการเปล่งวาจาด้วยตนเองว่า ที่ๆพวกคุณจะมาขอซื้อนั้น ชั้น(ฉัน) ไม่ยอมขาย......แต่ชั้นจะยกให้หมดทั้งแปลงเลย เมื่อโยมคุณหญิงกล่าวจบแล้ว โยมพี่วรณีพูดต่อไปว่า ตัวท่านเองมีที่อยู่อีกแปลงหนึ่ง ประมาณ 3ไร่ 2งานเศษ ติดกับโรงพยาบาลกลางด้านหลัง ซึ่งได้ข่าวว่าทางราชการจะขอเวนคืน เพื่อนำไปต่อเติมโรงพยาบาลกลาง ค่าชดใช้ที่ทางราชการจะให้ ตัวท่านเองก็จะร่วมทำบุญ ในการสร้างวัดนี้ทั้งหมด พอจบคำบอกเล่าของโยมพี่ทั้งสาม อาตมาตลอดจนพวกเราทุกคน ยกมืออนุโมทนาสาธุการพร้อมกัน
history.jpg

ในบุญกุศลของคุณโยมทั้ง 2ท่าน ที่ยกที่ดินทั้ง 2ผืนถวายให้แก่พระศาสนา ในที่สุดอาตมาขออาศัยหนังสือเล่มนี้ประกาศไปยัง ชาวสวรรค์ทุกท่าน พรหมทุกท่าน อรูปพรหมทุกท่านและสัตว์โลกทั้งหลาย ตลอดแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล อันจะนับจะประมาณมิได้ อีกทั้งผู้อ่านทุกท่าน ขอได้โปรดยกมือพนม อนุโมทนา สาธุการในบุญกุศลของโยมทั้ง 2ท่านโดยทั่วถึงกัน และอาตมาของอ้างถึงคุณพระศรีรัตนตรัย อันมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงดลบันดาลให้โยมทั้ง2 เจริญรุ่งเรืองด้วย อายุ, วรรณะ, สุขะ, พละ, ปฏิภาณ, ธนสารสมบัติ ในบวรพุทธศาสนา ทั้งปัจจุบันนี้ ปัจจุบันหน้า ทุกภพทุกชาติ กระทั่งตราบเข้าสู่พระนิพพานจงทุกประการเทอญ
history_2.jpg

ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#15 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3411 โพสต์

โพสต์เมื่อ 07 January 2010 - 07:43 AM

สู่เพศสมณะ

IMG_6860.jpg

ขณะที่ท่านกำลังอ่านหนังสือนี้ เป็นเวลาที่พวกเราดำเนินการจะให้เป็นวัดที่เป็นวัดอย่างแท้จริง เกิดขึ้นแล้วในเนื้อที่เกือบ 200ไร่ รายละเอียดเกี่ยวกับวัดอยู่ในท้ายเล่มของหนังสือ ทุกคนต่างก็มีหน้าที่ อาตมาก็มีหน้าที่จะฝึกฝนตนเอง ทั้งในด้านปริยัติและปฏิบัติธรรม เพื่อที่จะได้ควรค่าต่อการปกครองวัดที่รวมคำว่า ที่สุดแม้ว่าดูจะไม่น่าเชื่อตามสายตาของชาวโลก เพราะอาตมาอายุยังน้อยเด็กเกินไปกว่าที่จะสร้างวัดที่ดีพร้อม แต่อาตมาฝังใจในคำกล่าวของพุทธองค์ที่ว่า อย่าดูหมิ่นกษัตริย์ว่ายังเยาว์ อย่าดูหมิ่นงูพิษว่าตัวเล็ก อย่าดูหมิ่นภิกษุว่ายังหนุ่ม และเพราะพุทธวจนะนี้ จึงทำให้อาตมาเกิดพลังใจ มั่นใจว่าอาตมาต้องสร้างวัดให้เป็นศูนย์พุทธจักรให้ได้ด้วยธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

อำนาจพุทธธรรมนั้นใหญ่ยิ่งลึกซึ้งนัก ปักแน่นลงในใจของอาตมาจนต้องเปล่งวาจาออกมาเป็นสัตยาธิษฐานว่า จะสละชีวิตนี้ให้พระศาสนา ครองกาสาวพัตร์อันเป็นเหมือนธงชัยของพระอรหันต์ไปจนชั่วอายุขัยลง ณ บัดนี้ และประกาศก้องไปทั้งในหมู่มนุษย์ เทวดา พรหม อรูปพรหมและพระธรรมกายของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ทั่วทุกจักรวาลได้ทราบแล้ว ขออำนาจพุทธธรรมนั้นจงได้ตรึงใจท่านผู้ล่วงรู้ข่าวการสร้างวัดที่เป็นวัดอันแท้จริงนี้ ให้เกิดศรัทธาเสียสละอะไรสักอย่างมาร่วมสร้างบารมีด้วยกันเถิด

post_5866_1192614930.jpg

ประพันธ์โดย ธมฺมชโย ภิกขุ

เรื่อง สู่เพศสมณะ
จากหนังสือ เดินไปสู่ความสุข หน้า 24-38
จัดทำโดย คณะผู้เริ่มดำเนินการ บ้านธรรมประสิทธิ์
จุดประสงค์ เพื่ออภินันทานาการ ในโอกาสขึ้นพุทธศักราชใหม่ 2513


nerd_smile.gif คัดลอก พิมพ์โดย...ผู้ดูแล www.dmc.tv. เนื่องในวาระอุปสมบทหมู่ 1แสนรูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย พ.ศ.2553
happy.gif เป็นธรรมบรรณาการแก่ สมาชิก dmc และสาธุชนผู้ใจบุญทุกท่าน

ท้ายนี้ขอเชิญผู้ได้โอกาส มารวมพลังฟื้นฟูศีลธรรมโลก ในโครงอุปสมบทหมู่ 1แสนรูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย
บวชเพื่อสั่งสมบุญ แทนคุณแผ่นดิน
น้อมถวายเป็นพุทธบูชา

ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#16 *sky noi*

*sky noi*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 07 January 2010 - 09:36 AM

อนุโมทนาบุญกับเจ้าของกระทู้ค่ะ สาธุๆ ๆ ๆ

#17 N-Heart

N-Heart
  • Members
  • 33 โพสต์

โพสต์เมื่อ 07 January 2010 - 02:00 PM

สาธุ ๆ ๆ ค่ะ.....ชอบมากกกค่ะ

#18 @--แสงตะวัน--@

@--แสงตะวัน--@
  • Members
  • 723 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:Thailand

โพสต์เมื่อ 07 January 2010 - 02:39 PM

สาธุ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ อ่านแล้วมีกำลังใจมากๆ เลยครับ "แล้วเราหละ ?" นี่คือคำถามที่เกิดในใจหลังจากอ่านจบครับ


"ชีวิตนี้อุทิศเพื่อพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย"

#19 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2477 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 07 January 2010 - 04:28 PM

SaDhu.gif SaDhu.gif SaDhu.gif
ใจหยุดที่สุดแห่งบุญ มุ่งสู่ที่สุดแห่งธรรม

#20 บ่าวอุบล

บ่าวอุบล
  • Members
  • 632 โพสต์

โพสต์เมื่อ 07 January 2010 - 10:13 PM

อนุโมทนากับธรรมทานครับ ผมอยากอ่านหนังสือ เดินไปสู่ความสุข เล่มนี้มาก ๆ แต่ไม่รู้จะไปหาอ่านได้ที่ไหน

#21 Daemusin

Daemusin
  • Members
  • 133 โพสต์

โพสต์เมื่อ 08 January 2010 - 01:58 PM

สาธุ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กับบทความดีๆ นะครับ ...
คนที่ไม่มีปัญหาคือคนที่ไม่ได้ทำ

#22 เด็กโรงเรียนวัด

เด็กโรงเรียนวัด
  • Members
  • 107 โพสต์

โพสต์เมื่อ 09 January 2010 - 07:43 PM

สาธุ ครับ


#23 Daemusin

Daemusin
  • Members
  • 133 โพสต์

โพสต์เมื่อ 10 January 2010 - 10:58 PM

มีต่อมั้ยครับเนี่ย อยากอ่านต่องะ
คนที่ไม่มีปัญหาคือคนที่ไม่ได้ทำ

#24 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3411 โพสต์

โพสต์เมื่อ 10 January 2010 - 11:52 PM

เรื่องสู่เพศสมณะ จบบริบูรณ์แล้ว...กะจะโพสต์อีกสักเรื่อง...โปรดติดตามกระทู้หน้า...เร็วๆนี้ ที่นี่ dmc
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#25 กัลฯ หมูน้อย

กัลฯ หมูน้อย
  • Members
  • 2 โพสต์

โพสต์เมื่อ 11 January 2010 - 12:37 AM

อนุโมทนาบุญเจ้าของกระทู้ด้วยค่ะ สาธุ
รออ่านเรื่องต่อไปอย่าใจจดใจจ่อนะคะ nerd_smile.gif

#26 Daemusin

Daemusin
  • Members
  • 133 โพสต์

โพสต์เมื่อ 11 January 2010 - 12:38 AM

โอเชจ้าาา .......... tongue.gif
คนที่ไม่มีปัญหาคือคนที่ไม่ได้ทำ

#27 จันทร์ยิ้ม

จันทร์ยิ้ม
  • Members
  • 205 โพสต์

โพสต์เมื่อ 12 January 2010 - 01:16 PM

สาธุ สาธุ สาธุ กราบอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

#28 บ่าวอุบล

บ่าวอุบล
  • Members
  • 632 โพสต์

โพสต์เมื่อ 14 January 2010 - 08:51 PM

เข้ามาติดตามตอนต่อไปแต่ยังไม่มี อนุโมทนาบุญล่วงหน้าครับ

#29 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3411 โพสต์

โพสต์เมื่อ 15 January 2010 - 06:21 AM

เรื่องสู่เพศสมณะจบบริบูรณ์แล้ว happy.gif

เรื่องที่โพสต์ก็มาแล้วครับ คือ เรื่อง พระของขวัญ ไง nerd_smile.gif

http://www.dmc.tv/fo...showtopic=22232

ส่วนเรื่องอื่นๆไม่จัดทำแล้วครับ...เพราะ ต้องเป็นหนึ่งในแสน...คงไม่ได้เข้าเว็บอีกนาน cry_smile.gif
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#30 Nee-Sansanee 2

Nee-Sansanee 2
  • Members
  • 882 โพสต์
  • Gender:Female

โพสต์เมื่อ 16 January 2010 - 06:47 AM

กราบอนุโมทนาบุญ สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะ

ทำอย่างไรถึงจะได้เป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้

ใครรู้บ้างคะ