ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

การสวดพระปริตรกับราชประเพณีสยามในอดีต


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 2 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 Dd2683

Dd2683
  • Members
  • 2477 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:กรุงเทพ มหานคร
  • Interests:ความรู้ในพระพุทธศาสนา-วิชชาธรรมกาย<br />ผลแห่งการปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 02 February 2006 - 07:32 AM

คัดลอกมาจาก

ชุมนุมพระบรมราชาธิบาย ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภาคที่ ๒ หมวดราชประเพณีโบราณ ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๗๓ หน้า ๓๒-๓๕

พระบรมราชาธิบาย ใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เรื่อง ประเพณีพระสงฆ์รามัญสวดพระปริตทำน้ำพระพุทธมนต์ ในพระราชวังชั้นใน

ในพระราชนิเวศน์เวียงวังของพระเจ้าแผ่นดินสยาม ตามแบบแผนบุรพประเพณีสืบมา
พระสงฆ์รามัญได้สวดพระปริตตามแบบอย่างข้างรามัญ
ถวายน้ำพระพุทธมนต์แลน้ำสรงพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าแผ่นดิน แลเป็นน้ำสำหรับสรงพระพักตร์พระบรมเป็นทักษิณาวัฏรอบขอบในจังหวัดพระราชมหามณเฑียรนี้ทุกวัน
เป็นการพระราชพิธีสำหรับบรมราชตระกูลสืบมาแต่โบราณพระสงฆ์อื่นๆ แม้นมีฐานันดรยศ ปรากฏด้วยเกียรติคุณ

คือเรียนพระคัมภีร์ที่เป็นพระราชาคณะเปรียญ หรือที่เป็นอาจารย์บอกภาวนาวิธีหรือสงฆ์ที่รู้ประกอบวิทยาคม มนต์ดลเป็นที่นับถือของคนเป็นอันมากก็ดี
ก็ไม่มีราชบัญญัติที่จะได้รับวาระผลัดเปลี่ยนมาสวดพระปริตถวายน้ำพระพุทธมนต์เลย เหตุอันนี้ได้ทรงพระราชดำริว่า

ชรอยจะมีเหตุวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งแต่โบราณราชกาลเป็นมหัศจรรย์สำคัญอยู่อย่างไรเป็นแน่แท้
เพราะว่าปกติธรรมดาชาวภาษาใดประเทศใดก็ย่อมนับถือพระสงฆ์แลแพทย์หมอต่างๆ ตามประเทศ
ตามภาษาของตัวในการสวดและการบุญต่างๆ และการปริตรักษาตนรักษาไข้
แต่การซึ่งมีนิยมเฉพาะให้พระสงฆ์รามัญพวกเดียวประจำสวดปริตอย่างรามัญในพระราชวังนี้
จะมีความยืนยันมาในพระราชพงศาวดารหรือจดหมายเหตุ
การต่อมาเป็นแน่นอนก็ไม่มี มีแต่คำกล่าวเล่ากันต่อๆ มาว่าต่างๆ

บางพวกว่าเมื่อครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเจ้านั้น ทรงนับถือพระมหาเถระคันแอง
ว่าเป็นครูอาจารย์มาแต่เมืองหงส์สาวดี
แลได้มีความชอบมากจึงพระราชทานฐานันดรยศให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช
แล้วทรงนับถือพระสงฆ์รามัญมาก
แต่นั้นมาจึงได้เฉพาะให้อาราธนาแต่พระสงฆ์รามัญสวดปริตในพระราชวังดังนี้บ้าง

บางพวกกล่าวว่าพระสงฆ์รามัญรูปหนึ่งกับน้องหญิงมาด้วยกันในป่า ครั้นถึงเมืองสยามแล้ว
พระสงฆ์ทั้งปวงรังเกียจไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย พระสงฆ์รามัญรูปนั้นจึงบอกว่าตัวบริสุทธิ์อยู่
เมื่อเวลานอนในป่าได้วางพร้า ภาษารามัญเรียกว่า ปะแระตะรายเล่มหนึ่งไว้
ท่ามกลางมีแต่พร้าเป็นพยานจึงทำสัตยาธิฐาน
เฉพาะต่อความบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์แล้วขว้างพร้าลงไปในน้ำนั้นบันดาลลอยเห็นประจักษ์

พระเจ้าแผ่นดินทรงทราบความเรื่องนี้ จึงทรงพระราชศรัทราเลื่อมใสตั้งพระภิกษุนั้นเป็นที่
พระไตรสรณธัช แล้วทรงนับถือพระสงฆ์รามัญ ซึ่งเป็นศิษยานุศิษย์พระไตรสรณธัชนั้นสืบมา
จึงให้อาราธนาแต่พระสงฆ์รามัญมาสวดปริตในพระราชวังเป็นนิตย์นิรันดร์เป็นธรรมเนียมมาดังนี้

ก็มีบ้าง พวกหนึ่งว่าเมื่อครั้งพระเจ้าแผ่นดินพระองค์หนึ่งในกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุธยา
เกิดปีศาจคะนองหลอกหลอนยิ่งนักในพระราชวัง คนบางพวกกล่าวว่า
สายรุ้งตกลงในพระราชวังทุกวันไม่หายไป

ครั้งนั้นสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินมีพระราชโองการดำรัสให้นิมนต์พระสงฆ์ไทยที่มีชื่อเสียงเล่าลือต่างๆ
ว่าีมีอานุภาพมาสวดพระปริต แลให้แพทย์หมอผู้รู้วิทยาคมต่างๆ มาประกอบวิทยาการแก้ไข
เพื่อบำบัดอุปัทวโทษ
คือปีศาจที่คะนองหรือสายรุ้งลงนั้น การก็หาสงบอันตรธานหายไปไม่

ภายหลังจึงให้นิมนต์พระสงฆ์รามัญวัดตองปุ มาสวดพระปริต พระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานไทยธรรมต่างๆ
พระสงฆ์รามัญก็ไม่รับ แสดงลัทธิว่า ควรจะรับได้แต่อาหารบิณฑบาตในเวลาภิกขาจารอย่างเดียว
ถ้ารับไทยธรรมอื่นๆเป็นลาภเพราะทำพระปริตนั้นแล้ว ก็เป็นอันเห็นแก่อามิษไป
จะสวดพระปริตก็ไม่มีอำนาจไม่อาจบำบัดอุปัทวอันตรายได้

พระเจ้าแผ่นดินจึงได้พระราชทานแต่อาหารบิณฑบาตอย่างเดียวเท่านั้น ตามคำพระสงฆ์รามัญ
จึงเจริญพระปริตปีศาจที่คะนองหรือสายรุ้งที่ลงนั้นก็อันตรธานเสื่อมหาย

แต่นั้นมาพระสงฆ์รามัญจึงได้สวดพระปริตในพระราชวัง พระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแต่อาหารบิณฑบาต
เรียกว่า ทรงบาตร์พระปริต
พระราชทานก่อนเป็นปฐมในเวลาเช้าทุกวันมิได้ขาด
และมิได้ให้มีไทยธรรมสิ่งอื่นถวายพวกพระสงฆ์รามัญสวดพระปริต
เหมือนพวกพระสงฆ์สวดจตุเวทนั้นเลย เป็นธรรมเนียมสืบมาจนทุกวันนี้
ธรรมเนียมใช่ว่าพระเจ้าแผ่นดินจะไม่พระราชทานด้วยมัจฉริยเจตนา ในพระสงฆ์รามัญที่มีอุปการะนั้น

อนึ่งเมื่อมีการเสด็จพระราชดำเนินประทับแรมราตรี ณ ตำบลใดเป็นทางไกล
คือเสด็จไปการสงครามหรือแทรกโพนช้างในแผ่นดินก่อนๆ พระสงฆ์รามัญสวดพระปริตนี้
ก็ต้องตามเสด็จพระราชดำเนินด้วยทุกครั้ง

เมื่อครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเจ้า เสด็จไปประทับอยู่กรุงลพบุรี ๘ เดือนในฤดูแล้งทุกปี
ก็ได้อารธนาพระสงฆ์รามัญวัดตองปุ
ให้ตามเสด็จขึ้นไปตั้งอารามชื่อวัดตองปุอยู่สวดพระปริตถวายน้ำพระพุทธมนต์ทุกวัน
อารามนั้นก็ยังปรากฏจนทุกวันนี้และน้ำพระพุทธมนต์พระปริตนี้ย่อมเป็นที่เห็นว่ามีอำนาจป้องกันอันตรายต่างๆ ได้จริง

ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ดำรงสิริรัตนราไชศวริยาธิปัติเถลิงถวัลยราช
ณ กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์มหินทราอยุธยานี้
ก็ได้ทรงนับถือน้ำพระพุทธมนต์พระปริตที่พระสงฆ์รามัญสวดถวายนั้น
เป็นน้ำสรงพระพักตร์และน้ำสรงมาทุกพระองค์

ที่มา (จากชุมนุมพระบรมราชาธิบาย ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภาคที่ ๒ หมวดราชประเพณีโบราณ ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๗๓ หน้า ๓๒-๓๕)
ใจหยุดที่สุดแห่งบุญ มุ่งสู่ที่สุดแห่งธรรม

#2 นักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยว
  • Members
  • 2378 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:รู้สึกว่าจะไม่ค่อยได้อยู่กะที่อ่ะ มาดูอารายกานอ่ะ
  • Interests:มาสร้างบารมีตามติดหมู่คณะดีกว่า

โพสต์เมื่อ 26 September 2006 - 02:41 PM

ไปหามาจากใหนเนี้ย
กายธรรมควรเทิดไว้ ในใจ
เป็นสรณะภายใน เทียงแท้
กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้
น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ


เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี

#3 ปัจเจกชน บนทางสายกลาง

ปัจเจกชน บนทางสายกลาง
  • Members
  • 4109 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:จ. สงขลา

โพสต์เมื่อ 18 March 2007 - 01:15 PM

สาธุ