ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

คำทำนายภัยพิบัติ จากฟอร์วาดเมล์ เอามาฝากกัน


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 7 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 ตาล

ตาล
  • Members
  • 69 โพสต์
  • Location:ดุสิตบุรีวงบุญพิเศษ เขตของบรมโพธิสัตว์

โพสต์เมื่อ 29 April 2006 - 10:42 AM

คำทำนายภัยพิบัติ จากฟอร์วาดเมล์ เอามาฝากกัน ( ตัวผมเองอ่านแล้วก็เฉยๆครับ แต่อยากรู้ว่าพี่ๆ คิดอย่างไรกัน กับเรื่องนี้ )

สิงหาคม หุ้นตกอย่างรุนแรง จะเกิดดีเปรสชันผ่านตอนเหนือของประเทศ
น้ำป่าเริ่มไหลบ่าจากทางภาคเหนือและอีสานลงมาทางใต้ต่อเลยมาถึงกรุงเทพฯ
เขื่อนทั้งเล็กและใหญ่จะพังทลาย เกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัดพืชพันธุ์ธัญญาหารเสียหายหนักยิ่งกว่าครั้งใด
กรุงเทพฯ ต้องจมอยู่ใต้บาดาลเป็นเวลายาวนาน
ปลายเดือน จะมีเรือชนกันเสียหายมากที่อ่าวไทย
เรือบรรทุกน้ำมันเสียหายที่สุด น้ำทะเลจะเต็มไปด้วยคราบน้ำมันลอยเป็นแพไปทั่ว
ปลายเดือน สนามบินแห่งใหม่ มีถูกก่อวินาศกรรม
ไม่เท่านั้น แม้แต่ ใน BIBLE CODE ก็ถูกถอดรหัส ออกมา
ซึ่งเกี่ยวกับประเทศไทยว่า "จะถูกทำลายล้าง ในวันที่ 28 AUGUST 2006
หลายท่านอาจจะดูเป็นเรื่องเหลวไหล แต่
คุณรู้มั๊ยว่า ทำไมพม่าจึงย้ายเมืองหลวงจากย่างกุ้ง ไป เมืองเปียงมะนา?
ถ้าคุณรู้..คุณก็จะตอบได้ว่า ทำไม พ.ต.ท. ##### และเครือญาติ จึงรีบเร่งขายหุ้นชินคอร์ป ทั้งที่เป็นเรื่อง sensitive ทางการเมือง
ที่รีบขายก็เพราะ...โหรพม่าตาบอด ที่ท่าน พ.ต.ท. #####และคุณหญิงพจมาน เชื่อเข้ากระดูกดำ ก็ทำนายได้เหมือนโหรโสรัจจะว่า "น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ
และพื้นที่ 13 จังหวัด โดยรอบอ่าวไทย แล้ว "ทำไม พวกท่าน นายกฯ จึงคิดเอาตัวรอด แต่พอตัว โดยไม่บอกความจริงกับประชาชน
เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่คำทำนายของโหรเท่านั้น. แต่เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ และหลายประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก
โดยเฉพาะ องค์การอวกาศ NASA และ ESA หรือ สถาบันlace>HYDERABADlace> ของอินเดียนั่นคือ ความจริงที่ว่า
โลกกำลังเผชิญกับสภาวะที่เรียกว่า ขั้วแม่เหล็กโลกพลิกตัว เนื่องจากถูกเหนี่ยวนำจาก การพลิกขั้วแม่เหล็กของดวงอาทิตย์
เรื่องดังกล่าว...ผมได้นำกราบเรียน ท่านยงยุทธ ติยะไพรัช รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว คำตอบที่ได้รับคือ>>
ถ้าเป็นอย่างที่น้องว่า พี่ก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้แล้ว จนกระทั่ง ผมได้นำเรื่องนี้ เข้าเสนอต่อ คณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติฯ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2548
ซึ่งมีทั้ง อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และผู้แทนกรมต่างๆ มาชี้แจงแต่คำตอบที่ได้ จาก อธิบดีทั้งหลาย คือ
เรื่องนี้ ไม่อยู่ในอำนาจที่จะเปิดเผย เพราะอาจทำให้เกิดการตื่นตระหนก เอวัง...ตัวใครก็ตัวมันครับ เพราะถ้าใครสังเกตให้ดีว่า หลังสึนามิ 26 ธ.ค. 2547 โลกของเรา ได้เผชิญเรื่องร้ายๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 20 ปี 30 ปี 50 ปี อย่างไรบ้าง ถี่แค่ไหนนั่นคือสัญญาณเตือนจากธรรมชาติ
และและล้วนเป็นผลข้างเคียงจาก ปรากฏการณ์ "ขั้วแม่เหล็กโลกพลิก" ทั้งสิ้น รัฐบาลทำอะไรอยู่? ท่านนายกฯ ทำอะไรอยู่
ประชาชนตาดำๆ ที่เสียภาษีให้ท่าน ต้องทำอย่างไร ตอบด่วน...ก่อนไม่มีเวลาตอบคำถาม
จากคุณ : ศรีวรุณะอิสโร - [ 4 มี.ค. 49 10:19:31 ]

มหิดลเผยผลสำรวจ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หวั่นน้ำท่วมรุนแรง

--------------------------------------------------------------------------------

มหิดลเผยปัญหาวิกฤติโลกร้อนเริ่มเห็นชัดขึ้น หลังพบก้อนน้ำแข็งขั้วโลกใต้ขนาดมหึมา 2 ก้อนเกิดการแยกตัวเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ด้านนักวิทยาศาสตร์ชี้มีความเป็นไปได้สูงเกิดน้ำท่วมรุนแรง

ดร.จิรพล สินธุนาวา อาจารย์คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าสาเหตุหลักของปัญหาภาวะโลกร้อน เกิดจากการใช้พลังงาน กิจกรรมทุกอย่างของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้น โดยส่งผลให้ในปีที่ผ่านมาอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้น 0.7 องศาเซลเซียส
ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก กำลังวิตกว่าหากอุณหภูมิสูงขึ้น 2-5 องศาเซลเซียสจะส่งผลให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ละลาย ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นจะมีปริมาตรน้ำเพิ่มถึง 3 ล้านล้านลูกบาศก์กิโลเมตร หมายความว่าระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้นอีกประมาณ 200 ฟุต ซึ่งผลกระทบที่ไทยจะได้รับเต็มๆ คือชายฝั่งทะเลของไทยจะถอยร่นไปอยู่แถวจ.ลำปาง จ.อุดรธานี บุรีรัมย์ ดร.จิรพล กล่าวว่า เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมามีธารน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้ขนาด 3,200 ตารางกิโลเมตรที่มีขนาดใหญ่กว่าเมืองลอนดอน 2 เท่าหลุดออกจากปลายแหลม และยังไม่รู้ว่าจะลอยลงทะเลหรือจะไปปิดบล็อกช่องทางที่มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ทำงานอยู่ นอกจากนี้เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมาก้อนน้ำแข็งขนาด 120 กิโลเมตรที่ชื่อ B15A ก็หลุดแตกออกมาอีก ขณะนี้ดาวเทียมทุกดวงกำลังจับตาก้อนน้ำแข็งมหึมาทั้ง 2 ก้อนนี้อย่างไม่คลาดสายตา
เพราะสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เคยวิตกกังวลกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า โดยเชื่อว่าอย่างช้าไม่เกิน 3 ปีจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ทั้งมีบางประเทศที่ได้รับผลกระทบแล้ว เช่น แถบยุโรป พบว่าธารน้ำแข็งเริ่มละลายและหดตัว เอเชียใต้มีภาวะน้ำท่วมรุนแรง เป็นต้น ในเวทีสิ่งแวดล้อม จะหยิบประเด็นปัญหานี้มาเปิดเผยและให้ประชาชนทั้งประเทศรับทราบ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องในบ้านเมืองจะได้รับรู้ถึงปัญหา เพื่อเตรียมหาแนวทางการป้องกัน ดร.จิรพล กล่าว


บทสัมภาษณ์ ดร.อาจอง ชุมสายฯ เรื่องอนาคตเมืองไทยอีก 10 ปีข้างหน้า

ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา - คือ นักคิด-นักวิทยาศาสตร์ ผู้คิดค้นระบบการลงจอดยานอวกาศบนดาวอังคาร ร่วมกับองค์การนาซา เพื่อทำการสำรวจโลกใหม่ของมนุษยชาติ.....และอีกด้านหนึ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก ดร.อาจองฯเท่าที่ควร ก็คือ การเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมาธิภาวนามาเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานประมาณ 30 ปี จนอาจกล่าวประเมินได้ว่า ท่านเข้าถึงธรรมขั้นสูงระดับหนึ่งไปแล้ว ท่านปฏิเสธองค์การนาซาที่เพิ่มเงินเดือนให้อีก 20 เท่า แล้วกลับเมืองไทย เพื่อมาสอนหนังสือเด็กๆในชนบท สร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมาจากอายุ 6 ขวบ เพื่อให้เป็นอนาคตของประเทศไทยต่อไป
ปัจจุบันท่านเป็นผู้บริหารโรงเรียนสัตยาไส ที่อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี พร้อมกับได้รับเชิญไปบรรยายสอนเรื่องการอบรมพัฒนาจิตของเยาวชนไปทั่วโลกขณะนี้ ชีวิตของท่านเต็มไปด้วยความเสียสละ สมถะ และบำเพ็ยตนเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน ประเทศชาติที่น่าสรรเสริญมาก ซึ่งเราขอปรบมือและร่วมอนุโมทนากับท่านด้วยความจริงใจ........

บทสัมภาษณ์ ดร.อาจองฯเมื่อ 16 ตุลาคม 2548 เกี่ยวกับอนาคตของเมืองไทยและโลกในอีก 12 ปีข้างหน้า จะพบกับเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ มีการสูญเสียไปบ้างพอสมควร แต่ก็ได้ความสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองในทางธรรมกลับคืนมา ดังนี้.-


เมื่อประมาณ 15 ปีก่อนหน้ามนุษย์เริ่มวางแผนที่จะไปสำรวจดาวอังคาร แล้วก็เริ่มส่งยานอวกาศ ออกไปสำรวจจนได้ข้อมูลเพียงพอ เพราะที่นั่น มันมีบรรยากาศใกล้เคียงกันกับโลก คือ มีอากาศเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ และคาร์บอนไดออกไซด์ ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาในทางร้ายกับร่างกายของมนุษย์ แล้วถ้ามีคาร์บอนไดออกไซด์ มีน้ำ มีแสงแดด ต้นไม้ก็จะโต เพราะต้นไม้จะเป็นตัวดูดเอาคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป เพื่อคายออกซิเจนออกมา ทำให้มีบรรยากาศใกล้เคียงกับโลก


ดูจากหลักฐานที่เราได้มา จากก้อนหิน หรือจากการสำรวจ ทำให้เราพบว่า ครั้งหนึ่งในอดีต ดาวอังคารเคยถูกน้ำท่วม ถูกน้ำซัดผ่านบริเวณผิวขอบของดาว ก็แสดงว่า ที่นั่นต้องมีน้ำเยอะ แม้ว่าแสงแดดจะน้อยกว่าโลก จนทำให้อุณหภูมิลดลงถึง -35 องศาเซลเซียส แต่ก็ถือว่า มันมีบรรยากาศใกล้เคียงกับโลกมากที่สุด.......แต่การที่มนุษย์ จะขึ้นไปอยู่บนดาวอังคารได้จริงๆ ก่อนอื่น คือ เราจะต้องสร้างเรือนกระจกครอบขึ้นมา เพื่อเข้าไปอยู่ในนั้น แล้วก็ต้องปลูกต้นไม้ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เกิดออกซิเจนหนาแน่นขึ้น มนุษย์ถึงจะอยู่ได้ เดินไปเดินมาได้ โดยไม่ต้องแบกถังออกซิเจน หรือสวมชุดมนุษย์อวกาศ ซึ่งต่างจากดาวดวงอื่น อย่างดวงจันทร์ ดาวเสาร์ หรือดาวพฤหัส เพราะบนนั้น ถึงจะมีน้ำอยู่บ้าง แต่ก็มีอุณหภูมิต่ำ จนอากาศหนาวมาก จนกลายเป็นเรื่องยากที่มนุษย์จะอพยพไปอยู่บนนั้นได้......แล้วความจริง แผนการสำรวจดาวอังคารของนาซาก็เริ่มต้นโครงการนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว เพราะเขาคิดว่า ต่อไปประชากรบนโลกเราก็คงเพิ่มขึ้น ซึ่งก็น่าจะเป็นการสร้างปัญหาให้กับโลกของเรา เพราะเมื่อจำนวนมนุษย์มากเกินไป อาหารการกินก็อาจจะไม่พอ น้ำก็ไม่พอ พลังงานก็ไม่พอ อะไรต่ออะไรอีกหลายอย่าง ก็จะไม่พอต่อความต้องการของมนุษย์ เพราะฉะนั้น การอพยพเอาพลเมืองโลกออกไปบ้าง มันก็น่าจะเป็นเรื่องที่ควรทำ และสามารถทำได้ ซึ่งการอพยพออกไปในครั้งนี้ เขาก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร ? หรือคนกลุ่มไหนโดยเฉพาะ ?


.....แต่แน่นอนว่า นอกจากการแสดงตัวในฐานะที่เป็นผู้นำแล้ว การขึ้นไปบนดาวอังคาร ยังหมายถึง การขยับขยายในเรื่องอุตสาหกรรมบนดาวอังคาร ซึ่งในหลายประเทศ ต่างก็มีความคิดวางแผนเกี่ยวกับตรงนี้เอาไว้แล้ว และก็อาจจะมีการตกลงแบ่งอาณาเขตกันเอาไว้ สำหรับประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้า และมีศักยภาพเพียงพอ อย่าง อเมริกา หรือญี่ปุ่น เพราะว่าต่างฝ่ายก็คิดกันไว้ว่า ถ้าตัวเองไปถึงตรงนั้นได้ก่อน ก็จะมีสิทธิในการครอบครองได้ก่อน.......


....แต่การที่เขาไปสำรวจดาวอังคาร หรือการที่เตรียมจะอพยพคนออกไปจากโลก- นั่นก็ไม่ใช่หมายความว่า โลกกำลังจะแตกจริงอย่างที่เขาทำนายกัน เพียงแต่ว่า ขณะนี้โลกของเรา อาจกำลังจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ ก็เป็นผลมาจากมนุษย์ด้วยกัน เพราะว่าเราทำลายป่าไม้ เผาผลาญพลังงานมากเกินไป มันทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เยอะ แล้วก็เกิดภาวะเรือนกระจก ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น จนน้ำแข็งขั้วโลกเริ่มละลาย ทำให้เกิดพายุใต้ฝุ่น พายุเฮอริเคน ซึ่งเกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อม.....

.....ผมดูจากสถานการณ์ จากเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น จากภาวะเรือนกระจก ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น วิกฤตอันนี้ มันเกิดจากภาวะความเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะเปลือกโลกมันลอยอยู่กับของเหลวข้างใน ซึ่งของเหลวข้างใน มันมีความร้อนสูง เปลือกของโลก มันก็เริ่มเคลื่อนไหวเพราะขาดสมดุล แล้วตัวน้ำทะเลที่มันสูงขึ้น ก็จะทำให้โลกข้างที่อยู่ทางมหาสมุทรแปซิฟิกมีน้ำหนักมากขึ้น จนโลกเริ่มจะแกว่ง....


.......และแน่นอนว่า ถ้าระดับน้ำทะเลมันสูงขึ้น มันก็จะเกิดน้ำท่วมในหลายๆจุด แล้วถ้าลองคิดว่า น้ำทะเลมันขึ้นแค่ 2 เมตร กรุงเทพฯของเราก็คงไม่มีแล้ว เพราะกรุงเทพฯเราอยู่เหนือน้ำทะเลไม่ถึง 1 เมตร แล้วถ้าน้ำมันสูงระดับนั้นจริงๆ มันต้องท่วมเข้ามาในภาคกลางของประเทศไทย และบางประเทศ ก็อาจต้องสูญหายไป อย่างน้อยก็ประมาณเศษหนึ่งส่วนสามของหมู่เกาะแถบอันดามัน ก็อาจจะหายไปเลย......


.......ผมคาดว่า อีก 12 ปี โลกของเราจะเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นโลกที่เต็มไปด้วยความสงบสุข ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่มีการทำสงครามกัน เพราะส่วนหนึ่ง คือ ธรรมชาติ เริ่มรู้ในความไม่รู้จักพอของมนุษย์.....ซึ่งแต่ละศาสนา ก็เคยมีการทำนายเอาไว้แล้วว่า โลกของเรา จะต้องเกิดวิกฤต แต่การที่จะไปถึงจุดนั้นได้ มนุษย์เรา คงต้องโดนกระตุ้นจากธรรมชาติเสียก่อน อย่างกรณีของการเกิดคลื่นสึนามิขึ้น คนทั่วโลก็เริ่มที่จะเข้าใจกัน ช่วยเหลือกัน เหมือนเป็นการอาศัยวิกฤต เพื่อเปลี่ยนแปลง แต่ผมคิดว่า มันก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่มนุษย์ จะต้องขอให้เกิดวิกฤตเสียก่อน ถึงจะเลิกทะเลาะกัน เลิกทำสงครามกัน.....เพราะตอนนี้ ผมคิดว่า เรามีเวลาอยู่บนโลกแค่เพียง 12 ปีเท่านั้น ก่อนที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลง.......


.....สัมภาษณ์เมื่อ 16 ตุลาคม 2548 จากวันโลกแตก วินาศภัยที่หลบไม่ได้ หนีไม่พ้น........



http://www.palungjit...ead.php?t=36335

#2 VCO

VCO
  • Members
  • 322 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 April 2006 - 01:06 PM

เรื่องเหล่านี้ไม่ขอเชื่อใคร เชื่อครูไม่ใหญ่คนเดียวเท่านั้นจ้า

#3 ประคองบุญ

ประคองบุญ
  • Members
  • 210 โพสต์

โพสต์เมื่อ 29 April 2006 - 02:49 PM

เชื่อครูไม่ใหญ่เหมือนกันค่ะ
พ่อว่าอย่างไร ลูกก็ทำตามพ่อว่า จ๊ะ

#4 CEO

CEO
  • Members
  • 577 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย

โพสต์เมื่อ 29 April 2006 - 04:43 PM

แม้เราจะเชียร์ใคร
แต่ถ้าหลวงพ่อบอก ผมก็จะทำตามนั้นครับ
เพราะผมถือคติ " คนมีบุญเชียร์คนมีบุญ เราก็ต้องเชียร์คนมีบุญด้วย "
แบบ ส.ว.ผมเลือกคนของวัดพระธรรมกายเบอร์ 41
เพราะ เราเลือกคนมีบุญคนของวัดมาทำงานให้ประเทศชาติดีกว่า
( แม้เขาจะไม่ได้ก็ตาม ?)

สร้างบารมีทุกวินาที
แม้ชีวิตนี้ก็ให้ได้

#5 Miss [email protected] 072

Miss [email protected] 072
  • Members
  • 84 โพสต์
  • Location:บ้านสีขาว
  • Interests:สนใจแต่ศูนย์กลางกายของเราค่ะ

โพสต์เมื่อ 29 April 2006 - 11:49 PM

...อ่า จะทำอะไรก็รีบๆทำกันนะคะ เวลามีค่า อย่ามัวลังเล NO COMMENT KA...happy.gif

#6 niwat

niwat
  • Members
  • 1420 โพสต์
  • Gender:Male

โพสต์เมื่อ 30 April 2006 - 12:18 AM

เรามาเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสก้นดีกว่าครับ

ต้องรีบเร่งขวนขวายสร้างบุญ สร้างบารมี
ทำความดีให้ได้ทับทวีกว่าที่ผ่านๆ มา

smile.gif

#7 wir

wir
  • Members
  • 290 โพสต์

โพสต์เมื่อ 01 May 2006 - 03:36 PM

เห็นด้วยกับคุณ ckb ค่ะ พ่อว่าอย่างไรลูกก็ทำอย่างนั้นค่ะ

ความเปลี่ยนแปลงของภัยธรรมชาติ และมีผลกระทบกับเรามันคงต้องมีวิบากกรรมพ่วงอยู่ด้วยแน่นอนค่ะ

#8 glouy

glouy
  • Members
  • 162 โพสต์

โพสต์เมื่อ 04 May 2006 - 07:58 AM

ดูพ่อเป็นตัวอย่าง