ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )
|
ความคิดเห็น
#1
|
|
|
QUOTE ถึงแม้อัลเบิร์ต ไอสไตล์ ได้จากโลกนี้ไปโดยที่เขายังไม่สามารถค้นพบตำตอบตามที่เขากำลังต้องการก็ตาม แต่ไอสไตล์ได้ทิ้งคำพูดที่เป็นปริศนาที่สำคัญมากให้กับมนุษยชาติ ในช่วงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของเขา อัลเบิร์ตได้เริ่มสงสัยแล้วว่า พระพุทธศาสนา อาจจะเป็นศาสนาที่ให้คำตอบต่อคำถามที่เขากำลังพยายามค้นหา ในช่วง 1 ปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิตนั้น มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน ได้ตีพิมพ์งานเขียนชิ้นหนึ่งของเขาชื่อเรื่อง " The Human Side " ซึ่งนักฟิสิกส์ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลผู้นี้ ได้กล่าวทิ้งท้ายให้เป็นปริศนาแห่งโลกอนาคตว่า The religion of the future will be a cosmic religion. It should transcend personal God and avoid dogma and theology. Covering both the natural and the spiritual, it should be based on a religious sense arising from the experience of all things natural and spiritual as a meaningful unity. Buddhism answers this description. If there is any religion that could cope with modern scientific needs it would be Buddhism. (Albert Einstein) "ศาสนาในอนาคต จะต้องเป็นศาสนาสากล ศาสนานั้นควรอยู่เหนือพระเจ้าที่มีตัวตน และควรจะเว้นคำสอนแบบสิทธันต์ (คือเป็นแบบสำเร็จรูปที่ให้เชื่อตามเพียงอย่างเดียว) และแบบเทววิทยา(คือพึ่งเทวดาเป็นหลักใหญ่) ศาสนานั้น เมื่อครอบคลุมทั้งธรรมชาติและจิตใจ จึงควรมีรากฐานอยู่บนสามัญสำนึกทางศาสนา ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ต่อสิ่งทั้งปวง คือ ทั้งธรรมชาติและจิตใจอย่างเป็นหน่วยรวมที่มีความหมาย พระพุทธศาสนาตอบข้อกำหนดนี้ได้....ถ้าจะมีศาสนาใดที่รับมือได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบัน ศาสนานั้นก็ควรเป็นพระพุทธศาสนา" อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ ชาวเยอรมัน ผู้เสนอทฤษฏีสัมพันธภาพ คำพูดของไอสไตล์นั้นมีความนัยที่สำคัญซ่อนอยู่และรอคอยการค้นพบ และทฤษฎีเอกภาพหรือทฤษฎีสรรพสิ่งที่ต้องการค้นหานั้น ที่จริงพระพุทธเจ้าได้ตอบให้เบ็ดเสร็จก่อนหน้านั้น 2500 ปี อ้างอิงจากเวป MThai 2/6/2006 10:29-------------------- สิ่งอัศจรรย์ ปรากฏ บนผืนหล้า มหาวิหาร จรัสฟ้า ค่ายิ่งใหญ่ รูปทอง ผ่องผุด ดุจยองใย สะท้อนถึง ห้วงดวงใจ สุดบูชา ********************* รักษ์ร่างพอสร่างร้าย ..... รอดตน ยอดเยี่ยม "ธรรมกาย" ผล ..... ผ่องแผ้ว เลอเลิศล่วงกุศล ..... ใดอื่น เชิญท่านถือเอาแก้ว ..... ก่องหล้าเรืองสกล คำสอนของเดชพระคุณหลวงพ่อ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย |
|
ความคิดเห็น
#2
|
|
|
อืม ได้อ่านมาบ้างเหมือนกัน
แต่ เอ... Einstien นับถือศาสนาอะไรเหรอคะ 2/6/2006 19:00-------------------- เมื่อไหร่หนอจะได้พบทหารหาญ รอตั้งนานผู้ชาญศึกหายไปไหน บอกจะพบกันครึ่งทางที่กลางใจ อีกนานไหมจะให้พบช่วยบอกที สุนทรพ่อ muralath2@hotmail |
|
ความคิดเห็น
#3
|
|
|
QUOTE Einstien นับถือศาสนาอะไรเหรอคะ เท่าที่รู้มาอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นชาวยิวครับ แต่อพยพหนีฮิตเลอร์ที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวไปที่ประเทศอเมริกา แล้วก็ทำการคิดค้นพลังงานปรมาณูที่นั้น จนพัฒนาการเป็นระเบิดปรมาณูไงครับ นอกไปจากนี้อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ก็เกิดร่วมยุคสมัยเดียวพระเดชพระคุณหลวงปู่ด้วยครับ 2/6/2006 20:28-------------------- สิ่งอัศจรรย์ ปรากฏ บนผืนหล้า มหาวิหาร จรัสฟ้า ค่ายิ่งใหญ่ รูปทอง ผ่องผุด ดุจยองใย สะท้อนถึง ห้วงดวงใจ สุดบูชา ********************* รักษ์ร่างพอสร่างร้าย ..... รอดตน ยอดเยี่ยม "ธรรมกาย" ผล ..... ผ่องแผ้ว เลอเลิศล่วงกุศล ..... ใดอื่น เชิญท่านถือเอาแก้ว ..... ก่องหล้าเรืองสกล คำสอนของเดชพระคุณหลวงพ่อ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย |
|
ความคิดเห็น
#4
|
|
|
สาธุ ครับ ไอนสไตน์ คงจะชอบศาสนาพุทธเพราะเป็นศาสนาที่ใกล้เคียงกับวิทยาศาสตร์
มากที่สุด 3/6/2006 9:31-------------------- หยุดคือตัวสำเร็จ |
|
ความคิดเห็น
#5
|
|
|
เสียดาย คุณไอน์ไตน์ เสียชีวิตเร็วไปหน่อย ถ้าอายุยืนๆกว่านี้ คงได้ฝึกสมาธิ แล้วอาจได้ช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยก็ได้นิคะ
เพราะคุณไอน์สไตน์เพิ่งมาค้นพบศาสนาพุทธว่าเป็นยังไง ก็ตอนอายุมากแล้ว ก็เพราะทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่คุณไอน์สไตน์คิดค้นขึ้นคิดแล้วคิดอีก นั้นเขาเองพบว่ามีแนวทางที่ไปกันได้กับหลักทางพระพุทธศาสนาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกล่าวไว้ โดยเฉพาะเรื่องดาราศาสตร์ เรื่องเอกภพ จักรวาล ซึ่งคุณไอน์สไตน์ amazing มากๆ ค่ะ คุณไอน์สไตน์ยังสนใจเรื่องความสามารถในการระลึกชาติในพระพุทธศาสนา ว่าต้องทำได้แน่นอน คือถ้าคนฝึกถูกวิธีก็คงทำตามได้ คุณไอน์สไตน์เขาคิดว่า ถ้าคนทำให้ตัวเองมีความเร็วสูงมากๆ จนมากพอ ข้ามขอบเขตนึง ก็จะสามารถเห็นภาพของอดีตได้ เหมือนดูวิดีโอของเก่า ได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มียานพาหนะเครื่องบินที่ไหนทำได้ ขนาดเจ็ต ยังทำไม่ได้เลย (แต่หนูอ่านแล้ว พอมาคิดว่า จะเห็นได้ไง ก็ปวดหัว คือคิดแล้วงง อย่าคิดเลยดีกว่า) เขาคิดว่า จิต ของมนุษย์ นี่แหละ เป็นสิ่งที่มีความสามารถมากมาย ซึ่งเขายังค้นไม่พบ และศาสนาพุทธนี่คือหนทางที่จะทำให้เขาค้นพบคำตอบได้ (ซึ่งการนั่งสมาธิ วางใจที่ถูกตำแหน่ง ทำถูกวิธี หยุดไปเรื่อยๆ เมื่อยิ่งละเอียด ก็ยิ่งหยุด ยิ่งเร็ว) แล้วเขาก็เขียนไว้เมื่อเป็นไม้ใกล้ฝั่ง ว่า "เสียดายจัง" ดุจดั่งเพชรล้ำค่าที่ตัวเองไม่สามารถมีเวลามาเจียระไน (เพราะคงต้องตายไปก่อน) แม้เกิดในตระกูลชาวยิว โตในยุโรป ย้ายไปอยู่อเมริกา แต่เมื่อเขาสัมผัสศาสนาพุทธ เขาเคยเขียนในหนังสือของเขาตอนหนึ่งว่า เขาเป็นชาวพุทธ(คงด้วยใจ) คือคงไม่ได้มาประกอบพิธีกรรมทางพุทธ วันนี้ เรายังมีชีวิตอยู่ ได้มีโอกาสนั่งสมาธิ นี่โอกาสดี๊ดี แสนดี ล้านดี มารีบนั่งสมาธิกันดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งนึกตอนอายุเยอะๆ ว่า "เสียดายจัง" 5/6/2006 1:28-------------------- ขออนุโมทนาบุญนะคะ สาธุ |
|
ความคิดเห็น
#6
|
|
|
QUOTE แต่ปัจจุบันยังไม่มียานพาหนะเครื่องบินที่ไหนทำได้ ขนาดเจ็ต ยังทำไม่ได้เลย (แต่หนูอ่านแล้ว พอมาคิดว่า จะเห็นได้ไง ก็ปวดหัว คือคิดแล้วงง อย่าคิดเลยดีกว่า) ม่เห็นยากเลยนะคะ ก็แค่ว่า เมื่อเราเดินทางได้เร็วกว่าแสง เราก็จะเดินทางผ่านแสงปัจจุบันไป ทำให้ตามทันแสงในอดีตได้ ให้เห็นภาพจากอดีตน่ะค่ะ 5/6/2006 21:46-------------------- เมื่อไหร่หนอจะได้พบทหารหาญ รอตั้งนานผู้ชาญศึกหายไปไหน บอกจะพบกันครึ่งทางที่กลางใจ อีกนานไหมจะให้พบช่วยบอกที สุนทรพ่อ muralath2@hotmail |
|
ความคิดเห็น
#7
|
|
|
QUOTE ทำให้ตามทันแสงในอดีตได้ ให้เห็นภาพจากอดีตน่ะค่ะ เอ ยัง งง งง อยู่ดีอะค่ะ 7/6/2006 21:10-------------------- อย่าทำตัวเหมือนเรือ ที่เก็บขยะในมหาสมุทร ใครเขาจะพูดอะไร จะว่าอะไรเราให้ใจขุ่น ก็อย่าไปสนใจ ปากก็ของเขา ความคิดก็ของเขา อย่าเอามาแบกไว้ เพราะสุดท้ายเรือจะล่มอยู่กลางมหาสมุทร ไปไม่รอด น้าจี้ |
|
ความคิดเห็น
#8
|
|
|
QUOTE อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ ชาวเยอรมัน ผู้เสนอทฤษฏีสัมพันธภาพ ขอแก้ไขเพื่อความถูกต้องหน่อยนะครับ ที่ถูกต้องเขียนว่า "สัมพัทธภาพ" (อ่านว่า สำ-พัด-ทะ-พาบ) ครับ ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษคำว่า "Relative Theory" คำว่า "Relative" ในทางฟิสิกส์ แปลเป็นไทยว่า "สัมพัทธ์" ครับ ไม่ได้แปลว่า "สัมพันธ์" ที่ถูกจึงต้องเขียนว่า "สัมพัทธภาพ" ไม่ใช่ "สัมพันธภาพ" QUOTE(นิ่งๆ นุ่มๆ) เอ ยัง งง งง อยู่ดีอะค่ะ ในทางฟิสิกส์ ทุกสิ่งที่เรามองเห็น เกิดจากแสงที่ไปตกกระทบสิ่งนั้น แล้วสะท้อนเข้าสู่ตาของเรา จึงเห็นเป็นภาพขึ้น และในทางฟิสิกส์ พลังงานทุกอย่างไม่มีการสูญหาย (แสงก็เป็นพลังงานชนิดหนึ่ง) ดังนั้น หากเราสามารถไปตามดูแสงในอดีตได้ เราก็จะสามารถเห็นภาพในอดีตได้ และการที่จะไปตามดูแสงในอดีตได้ ก็มีอยู่วิธีเดียว คือเราต้องเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าแสงในอดีตนั้น เพื่อไปดักหน้ารอดูแสงนั้น ซึ่งในทางปฏิบัติแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ในการที่จะทำให้วัตถุใดๆ เคลื่อนที่เร็วกว่าแสง แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งซึ่งสามารถเคลื่อนที่เร็วกว่าแสงได้ นั้นคือ จิตของเรานั่นเอง จิตของเราเป็นอะไรที่รวดเร็วมาก นึกถึงบ้าน จิตก็ไปอยู่ที่บ้านแล้ว นึกถึงดวงอาทิตย์ จิตก็ไปอยู่ที่ดวงอาทิตย์ นึกถึงดวงดาวต่างๆ จิตก็ไปอยู่ที่ดวงดาวต่างๆ ดังนั้น หากเร่งความเร็วจิตของเรา ให้เร็วกว่าความเร็วแสง ไปตามดูแสงในอดีต จิตของเราก็จะสามารถเห็นภาพในอดีตได้ นั่นเอง หมายเหตุ ความเร็วของแสง คือ สามแสนกิโลเมตรต่อวินาที หรือ ภายในหนึ่งวินาที แสงสามารถเดินทางรอบโลกได้ เจ็ดรอบครึ่ง QUOTE(light mint) คุณไอน์สไตน์เขาคิดว่า ถ้าคนทำให้ตัวเองมีความเร็วสูงมากๆ จนมากพอ ข้ามขอบเขตนึง ก็จะสามารถเห็นภาพของอดีตได้ เหมือนดูวิดีโอของเก่า ได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มียานพาหนะเครื่องบินที่ไหนทำได้ ขนาดเจ็ต ยังทำไม่ได้เลย (แต่หนูอ่านแล้ว พอมาคิดว่า จะเห็นได้ไง ก็ปวดหัว คือคิดแล้วงง อย่าคิดเลยดีกว่า) ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์นั้น บอกไว้ว่า ไม่มีวัตถุใดเคลื่อนที่เร็วกว่าแสงได้ครับ ได้มากที่สุดก็แค่เร็วเท่าแสงเท่านั้น ซึ่งเวลาในตัวของวัตถุที่มีความเร็วสูงมากๆนั้น จะเดินช้าลงเรื่อยๆ จนเวลาจะหยุดนิ่งเมื่อความเร็วเท่าแสง ในขณะที่เวลาของสิ่งอื่นๆ ก็เดินไปตามปกติ หากเวลาในตัวของเราถูกหยุด ในขณะที่เวลาของสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเรา ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ เมื่อเราเลิกหยุดเวลาในตัวเรา คือ ทำให้ความเร็วกลับมาเป็นปกติ เราก็จะพบว่า เรามาอยู่ในอนาคตซะแล้ว ทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไสต์ จึงกล่าวถึงการเดินทางไปสู่อนาคตเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงการไปเห็นภาพในอดีต ส่วนทฤษฎีที่ว่า เคลื่อนที่เร็วกว่าแสงจะสามารถเห็นอดีตได้นั้น เป็นทฤษฎีที่ต่อยอดเพิ่มเติมขึ้นมา จากทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ครับ และไอน์สไตน์ก็ไม่ได้เป็นคนคิดด้วยครับ 8/6/2006 10:23-------------------- I just gotta get out of this prison cell. Someday I'm gonna be free. |
|
ความคิดเห็น
#9
|
|
|
ฟิสิกส์เป็นวิชาหากฎของธรรมชาติ ไอนสไตน์ เป็นผู้ยืนยันกฏเกณท์ ที่พระพุทธเจ้า
กล่าวไว้แล้วกว่า2500ปี ว่าเวลาในแต่ละภพภูมิแตกต่างกัน เวลาจะช้ามากในภพที่ละเอียดกว่า ซึ่งตัวแปรสัมพันกับความรู้ของ คุณไอนสไตน์ ธาตุยิ่งละเอียด ย่อมไปได้เร็ว ไปเร็วๆนาฬิกาจะเดินช้าลง อายุจะยืนขึ้น เมื่อเทียบกับเวลามาตราฐานGMT 9/6/2006 9:34 |
|
ความคิดเห็น
#10
|
|
|
QUOTE เท่าที่รู้มาอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นชาวยิวครับ แต่อพยพหนีฮิตเลอร์ที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวไปที่ประเทศอเมริกา แล้วก็ทำการคิดค้นพลังงานปรมาณูที่นั้น จนพัฒนาการเป็นระเบิดปรมาณูไงครับ นอกไปจากนี้อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ก็เกิดร่วมยุคสมัยเดียวพระเดชพระคุณหลวงปู่ด้วยครับ ในเมื่อพูดแบบนี้ ทำไมไม่เปลี่ยนมาเป็นพุทธล่ะคะ 17/6/2006 13:31-------------------- เมื่อไหร่หนอจะได้พบทหารหาญ รอตั้งนานผู้ชาญศึกหายไปไหน บอกจะพบกันครึ่งทางที่กลางใจ อีกนานไหมจะให้พบช่วยบอกที สุนทรพ่อ muralath2@hotmail |
|
ความคิดเห็น
#11
|
|
|
QUOTE เท่าที่รู้มาอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นชาวยิวครับ แต่อพยพหนีฮิตเลอร์ที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวไปที่ประเทศอเมริกา แล้วก็ทำการคิดค้นพลังงานปรมาณูที่นั้น จนพัฒนาการเป็นระเบิดปรมาณูไงครับ ขอแก้ไขค่ะ ไอน์สไตน์ ไม่ใช่คนที่ค้นคิดหรือพัฒนาระเบิดปรมาณูค่ะ อันนี้ต้องระวังเพราะผู้อ่านอาจเข้าใจผิดได้คิดว่าไอน์สไตน์เป็นผู้คิดค้นและพัฒนาระเบิดได้จากคำพูดของคุณค่ะ ไอน์สไตน์เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่มีผู้อื่นนำทฤษฏีที่เขาค้นพบไปพัฒนาเป็นระเบิดปรมาณู หากไอน์สไตน์ได้ยินใครพูดว่าเขาเป็นคนคิดระเบิดปรมาณูเขาคงเสียใจมาก ๆ แน่ ๆ เพราะเขาไม่เคยทำ ไม่คิดที่จะทำ และไม่เห็นด้วยกับผู้ที่นำหลักวิทยาศาสตร์ใด ๆ ก็ตามไปใช้ในทางลบ โดยเฉพาะการล้างเผ่าพันธ์มนุษย์ เขาคิดอยู่เสมอว่าหลักวิทยาศาสตร์สมควรที่จะนำไปใช้ในทางบวกเท่านั้น 17/6/2006 14:15 |
|
ความคิดเห็น
#12
|
|
|
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ เสีย ดาย จัง เสีย ดาย แทน ..ที่ เค๊า เริ่ม จะ ค้น พบ เรื่อง ของ จิต เมื่อ สาย ไป และ เสีย ดาย ที่ เขา คิด ค้น ปรณู ได้ เพื่อ เอา มา ทำ ลาย มนุษย์ ด้วย กัน @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ 22/6/2006 20:00-------------------- แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่.. เ ป้ า ห ม า ย ไ ม่ เ ป ลี่ ย น แ ป ร |
|
ความคิดเห็น
#13
|
|
|
น่าเสียดายจริงๆ ที่ท่านคิดค้นหลักการทำระเบิดปรมาณู แล้วมีมนุษย์เอามาใช้ทำร้ายทำลายกันเอง
อย่างงี้ติดวิบากกรรมตามไปด้วยไหมคะนี่ น่ากลัวจริงๆถ้าสิ่งที่เราสร้างขึ้นเป็นดาบ 2 คม 24/6/2006 1:54-------------------- The Strongest is The Gentlest! ผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งที่สุด ย่อมเป็นผู้ที่สุภาพนุ่มนวลที่สุด |
|
ความคิดเห็น
#14
|
|
|
QUOTE เสีย ดาย ที่ เขา คิด ค้น ปรณู ได้ เพื่อ เอา มา ทำ ลาย มนุษย์ ด้วย กัน เอ่อ ขอย้ำค่ะ ไอนสไตน์ ......ไม่ได้....คิดค้นปรมาณูเพื่อทำลายล้าง เขาแค่ค้นพบหลักวิทยาศาสตร์ แล้ว มีคนอื่นเอาหลักวิทยาศาสตร์ที่เขาค้นพบไปทำเป็นระเบิดต่อโดยที่เขาไม่ยินดีค่ะ ไอนสไตน์ไม่ได้ทำระเบิด ต้องระวัง!!!!! (เดี๋ยวคนอื่นมาอ่านบอร์ดนี้แล้วพากันเข้าใจผิดไปด้วย) 24/6/2006 9:02 |
|
ความคิดเห็น
#15
|
|
|
QUOTE เอ่อ ขอย้ำค่ะ ไอนสไตน์ ......ไม่ได้....คิดค้นปรมาณูเพื่อทำลายล้าง เขาแค่ค้นพบหลักวิทยาศาสตร์ แล้ว มีคนอื่นเอาหลักวิทยาศาสตร์ที่เขาค้นพบไปทำเป็นระเบิดต่อโดยที่เขาไม่ยินดีค่ะ ไอนสไตน์ไม่ได้ทำระเบิด ต้องระวัง!!!!! (เดี๋ยวคนอื่นมาอ่านบอร์ดนี้แล้วพากันเข้าใจผิดไปด้วย) ค่ะ เขาแค่ค้นพบหลักวิทยาศาสตร์ และมีเอาหลักของเขาไปทำความชั่ว แต่ทุกคนที่มีส่วน ล้วนได้รับวิบากกรรมทั้งสิ้น...เฮ้อ 25/6/2006 6:45-------------------- thamma_072.p |
|
ความคิดเห็น
#16
|
|
|
QUOTE ม่เห็นยากเลยนะคะ ก็แค่ว่า เมื่อเราเดินทางได้เร็วกว่าแสง เราก็จะเดินทางผ่านแสงปัจจุบันไป ทำให้ตามทันแสงในอดีตได้ ให้เห็นภาพจากอดีตน่ะค่ะ ไม่เห็นยาก หมายถึง คุณ Omena ทำได้แล้วหรือคะ ที่ถามไม่ใช่อะไรนะคะ แค่อยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร ถึงจะทำได้ เท่านั้นเอง 27/7/2006 14:16-------------------- จึงยังคง เชื่อมั่นและศรัทธาใน "รัก" เหมือนอย่างที่เคย...เสมอมา...และจะตลอดไป แด่ เธอ...ผู้นำแสงสว่างสู่...กลางใจ |
|
ความคิดเห็น
#17
|
|
|
QUOTE ค่ะ เขาแค่ค้นพบหลักวิทยาศาสตร์ และมีเอาหลักของเขาไปทำความชั่ว แต่ทุกคนที่มีส่วน ล้วนได้รับวิบากกรรมทั้งสิ้น...เฮ้อ ถ้าเราคิดอะไรขึ้นมาได้ แล้วมีคนเอาสิ่งที่เราคิดไปทำสิ่งที่ไม่ดี เราก็ไม่บาปแย่หรอครับ ไม่ยุติธรรมนี่นา ใครทำใครก็ได้ไม่ใช่หรอ เกี่ยวอะไรกับไอนสไตน์ด้วยหล่ะครับ คนที่เอาไปทำชั่วนั่นแหล่ะบาป 28/7/2006 14:07-------------------- [indent]จริง จะทำงานให้สำเร็จต้องทำจริง |
|
ความคิดเห็น
#18
|
|
|
บาป คือ ความเสื่อมของใจ เกิดจาก คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว
กรรม เกิดจากเจตนาเป็นหลัก ถ้าไม่มีเจตนา จัดเป็น กกัตตากรรม สักแต่ว่าให้ผล ถ้านักวิทยาศาสตร์ ไม่ได้คิดทฤษฏีต่างๆ ด้วยเจตนาเบียดเบียน มุ่งร้าย เพ่งเล็งทรัพย์ หลงผิด ก็ไม่จัดว่าบาป แต่จะมีกกัตตากรรมติดตัวไป ทำให้เกิดภัยต่างๆ เช่น อุทกภัย วาตภัย ราชภัย เป็นต้น เป็นกรรมที่มีกำลังอ่อน สามารถตัดรอนได้ครับ ด้วยการทำกุศลกรรมให้หนาแน่นมากๆ 7/8/2006 15:10 |
|
ความคิดเห็น
#19
|
|
|
QUOTE ไม่เห็นยาก หมายถึง คุณ Omena ทำได้แล้วหรือคะ ที่ถามไม่ใช่อะไรนะคะ แค่อยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร ถึงจะทำได้ เท่านั้นเอง หมายถึงว่าไม่เห็นต้องคิดให้ปวดหัวเลยค่ะ 7/8/2006 21:25-------------------- เมื่อไหร่หนอจะได้พบทหารหาญ รอตั้งนานผู้ชาญศึกหายไปไหน บอกจะพบกันครึ่งทางที่กลางใจ อีกนานไหมจะให้พบช่วยบอกที สุนทรพ่อ muralath2@hotmail |
|
ความคิดเห็น
#20
|
|
|
072
17/8/2006 15:43 |
|
ความคิดเห็น
#21
|
|
|
ไความรู้เพิ่มมากเลยนะคะ
22/8/2006 16:25-------------------- เมื่อดวงตาปิดสนิมอย่างละมุน ไม่มีลุ้นเร่งจองมองที่หมาย ก็จะพบผู้รู้อยู่กลางกาย ธาตุอ่อนแก่มากมายถึงปลายทาง |
|
ความคิดเห็น
#22
|
|
|
ดีครับ...ความรู้ใหม่ ( ของผมนะ ... คนอื่นอาจจะรู้มานานแล้ว )
25/8/2006 10:36
รูปที่แนบมาด้วย
|
|
ความคิดเห็น
#23
|
|
|
ขอบคุณสำหรับกระทู้นี้ครับ เคยได้ยินมาว่า ไอสไตน์เคยเป็นหมู่คณะเรามาก่อนแล้วนะครับ แต่ไปเกิดผิดที่
26/8/2006 13:16-------------------- เราก็เหมือนเด็กคนหนึ่ง ที่เพิ่งคลาน |
|
ความคิดเห็น
#24
|
|
|
QUOTE เคยได้ยินมาว่า ไอสไตน์เคยเป็นหมู่คณะเรามาก่อนแล้วนะครับ แต่ไปเกิดผิดที่ เคยได้ยินเหมือนกันค่ะ และถ้าเป็นหมู่คณะเราจริงๆ และได้มีโอกาสช่วยพระเดชพระคุณหลวงปู่ขยายธรรมะ เราคงไปไกลกว่านี้นะคะ 26/8/2006 17:03-------------------- บุญเป็นพลังแห่งความบริสุทธิ์ ที่จะบันดาลให้เกิดความสุข ความสำเร็จในชีวิตในทุกๆระดับ |
|
ความคิดเห็น
#25
|
|
|
เคยอ่านเจอในหนังสือบางเล่มครับ นานมากเกือบ10ปีได้แล้วนะครับ มีเขียนไว้ว่า ครั้งหนึ่งอัลเบิร์ตไอน์สไตล์ได้กล่าวกับภรรยาเขาว่า "คำสอนของที่ไหนๆก็ไม่สามารถยืนยันหลักของวิทยาศาสตร์ได้ดีเท่าคำสอนในพุทธศาสนาแล้ว หากเป็นไปได้เขาอยากศึกษาพุทธศาสนาให้มากกว่านี้ " ผมยังสงสัยเลยครับว่าเพราะอะไร ทำไมไอน์สไตล์ถึงได้พูดเช่นนั้น เขาเคยศึกษาเกี่ยวกับพุทธศาสนามาก่อนอย่างนั้นหรือ แล้วเขาศึกษามาจากใคร นี่เป็นคำถามที่ค้างคาใจผมมานานแล้วครับ
31/8/2006 14:39-------------------- 1) พระปัญญาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 20 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 4 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ พระสมณโคมสัมมาสัมพุทธเจ้า (อย่างน้อยที่สุด) 2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย) 3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย |
|
ความคิดเห็น
#26
|
|
|
อัลเบิร์ตไอน์สไตล์ตายแล้วไปอยู่ไหน ครับ
11/9/2006 15:04-------------------- อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ โก หิ นาโถ ปโร สิยา อตฺตนา หิ สุทนฺเตน นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ . . . ฯ ๑๖๐ ฯ เราต้องพึ่งตัวเราเอง คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้ บุคคลผู้ฝึกตนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้แสนยาก Oneself indeed is master of oneself, Who else could other master be? With oneself perfectly trained, One obtains a refuge hard to gain |
|
ความคิดเห็น
#27
|
|
|
สุดยอดไปเลยครับท่านผู้รู้
17/9/2006 22:36-------------------- กายธรรมควรเทิดไว้ ในใจ เป็นสรณะภายใน เทียงแท้ กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้ น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี |
|
ความคิดเห็น
#28
|
|
|
ไอสไตน์ไม่มีเจตนานี่ครับ และสิ่งที่เขาคิดก็เป็นประโยชน์ในหลายเรื่อง
คนอื่นไปพัฒนาจนเป็นระเบิด คิดว่าไอสไตน์ไม่น่าจะมีส่วนในบาปนั้นครับ 12/10/2006 20:17 |
|
ความคิดเห็น
#29
|
|
|
แล้วมาเกิดเป็นมนุษย์หรือยังครับ?
12/10/2006 22:11-------------------- นำมอ ตี่ จ่าง อ้วง ผู่ สัก |
![]() ![]() |
มี 1 คน กำลังอ่านกระทู้นี้ (ผู้มาเยือน 1 คน และ 0 อุ๊บอิ๊บ)
สมาชิก 0 คน คือ


ตอบกระทู้
ตั้งกระทู้ใหม่
พิมพ์กระทู้
ส่งให้เพื่อน
2/6/2006 10:29

