ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

-'๑'- สงสัยไหมครับว่าไหว้พระภูมิเจ้าที่ผิดหลักพระพุทธศาสนาไหมครับ -'๑'-


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 26 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 อดีตเด็กวัด

อดีตเด็กวัด
  • Members
  • 11 โพสต์

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 03:38 PM

กระผมสงสัยมานานแล้วครับว่าการที่เราไหว้พระภูมิเจ้าที่ผิดหลักการของพระพุทธศาสนาไหมครับ ผมว่าคำถามนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อหลายๆคนนะครับ ขอท่านผู้รู้ช่วยแนะแนวที่ถูกทีครับ ขออนุโมทนาความรู้ด้วยครับ สาธุ

รูปภาพแนบ

  • post_3745_1158854438.jpg


#2 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4511 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 03:56 PM

ผิดครับ เพราะหลักการของพระพุทธศาสนา เบื้องต้น คือ สัมมาทิฏฐิ คือ ต้องมีความเห็นที่ถูกต้องต่อโลกและชีวิตก่อนน่ะครับ สัมมาทิฏฐิ 10 ประกอบด้วยอะไรบ้าง ประกอบด้วย
1. เห็นว่า ทาน ดีจริง ถ้าใครเห็นอย่างนี้ เขาเห็นถูกต้อง แต่ถ้าใคร เห็นว่า ทานไม่ดี อย่างนี้เริ่มมีมิจฉาทิฐฐิน่ะครับ
2. เห็นว่า การสงเคราะห์ช่วยเหลือกัน ดีจริง ถ้าใครเห็นอย่างนี้ เขาเห็นถูกต้อง แต่ถ้าใครเห็นว่า ช่วยเหลือกันไม่ดี ทำให้คนไม่พัฒนา รอคอยความช่วยเหลืออยู่ร่ำไป จึงไม่ควรช่วยเหลือกัน ให้เขาช่วยตัวเองดีกว่า ใครที่เห็นอย่างนี้ ก็เริ่มเป็นมิจฉาทิฐฐิแล้วล่ะครับ
3. การบูชาคนที่ควรบูชา ดีจริง ซึ่งได้แก่พระรัตนตรัย ผู้มีพระคุณ แต่ถ้าใคร ไปเห็นว่า บูชากุมารทอง เจ้าที่เจ้าทาง ซึ่งก็คือ เทวดาตามพื้นดิน นั้นดี เขาย่อมมีเชื่อความเห็นผิดน่ะครับ
ข้อต่อๆ ไปก็ โลกนี้ โลกหน้ามีจริง บิดามารดา มีพระคุณจริง กฏแห่งกรรมมีจริง เทวดาสัตว์นรกมีจริง พระอรหันต์มีจริง ใครเห็นอย่างนี้ ถือว่า เห็นถูกในทางพระพุทธศาสนาน่ะครับ
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#3 เพียงพอ

เพียงพอ

    I |\|EE|) S()|\/|E |3()DY |_()\/E.

  • Members
  • 724 โพสต์
  • Location:ไม่มีข้อมูล
  • Interests:ไม่มีข้อมูล

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 04:06 PM

มงคลชีวิตข้อที่3ว่าไว้อย่างไร

ใครบ้างที่สมควรแก่การเคารพบูชา?

ถ้าศาลพระภูมิที่ เรากำลังกราบไหว้บูชาอยู่

มีคุณสมบัติไม่พอตามมงคลชีวิตข้อ3ว่าไว้ ก็ผิดหลัก

แต่ถ้าเจ้าที่ศาลพระภูมิมีคุณสมบัติพอ ตามมงคลชีวิตกล่าวไว้ ก็ไม่น่าจะผิดอะไร^^
--------------------------
เพียง. . .เพื่อดำรงชีวิตอยู่ให้มีคุณค่า
พอ. . .แล้วกับความรู้สึกที่ว่าอยากมีอยากเป็น
One word will suffice.

เพียงพอ


#4 พิมพ์บุญ

พิมพ์บุญ
  • Members
  • 73 โพสต์

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 04:35 PM

แล้วไหว้เจ้า ก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกันหรือเป่าค่ะ
¤นักเรียนใหม่***
รักบุญ เชื่อในบุญ
mata072 windowslive.com

#5 somchet

somchet
  • Members
  • 900 โพสต์

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 04:41 PM

ไหว้ ... ไม่ผิดครับ เพราะพระภูมิเจ้าที่ จริงๆ ก็คือ ภุมมเทวา คือเทวดาที่อยู่ระดับเดียวกับมนุษย์ แต่ก็ถือว่าเป็นสุคติภูมิ ซึ่งเป็นภูมิที่อยู่สูงกว่ามนุษย์ การไหว้ คือการแสดงความเคารพ เป็นการแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นวิสัยของชาวพุทธ การไหว้ แม้ไหว้ผู้ที่มีคุณธรรมน้อยกว่า วัยน้อยกว่า หรืออยู่ในฐานะที่ต่ำกว่า ก็ยังคือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ เหมือนคุณยายอาจารย์ที่ใครมาวัดคุณยายก็จะไหว้ก่อน แต่การไหว้สัตว์ที่อยู่ในภพภูมิที่ต่ำกว่าไม่ควร เช่นการไหว้ เต่า กระบือ งู ฯลฯ อันนี้ถือว่าขาดปัญญา

แต่ถ้าบูชาเป็นสรณะ อันนี้ไม่ควรครับ เพราะ สิ่งที่เป็นที่พึ่ง เป็นสรณะ มีแค่พระรัตนตรัยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น การบูชาพระภูมิเจ้าที่ในลัษณะเป็นสรณะนั้น เข้าข่ายศาสนาแบบเทวนิยม เช่นเดียวกับ พวกบูชานับถือผี เจ้าพ่อ เจ้าแม่ พระผู้เป็นเจ้า พระผู้สร้าง เป็นต้น แบบนี้ผิดหลักวิชาครับ เป็นการบูชาแบบขาดปัญญาเพราะมีกิเลสคือความหลง เข้าครอบงำจิต

#6 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1764 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 04:41 PM

การตั้งศาลพระภูมิ เป็นการแสดงความเคารพต่อเทวดาที่ปกปักรักษา บ้านเรือนเคหสถาน หรือตำบล หรือโซนนั้นๆ การตั้งศาล ก็เหมือนกับการตั้งขึ้นเพื่อเซ่นสรวงแสดงความเคารพ แต่ท่านเทวดา ผู้ปกครองทั้งหลาย ท่านอยู่ในภพภูมิที่ประเสริฐเกินกว่าจะมาสิงสถิตในศาลอันกระจิ๊ดริด อย่างมากผู้ที่เข้ามาสถิตในศาลได้ก็อาจเป็น สัมภเวสีเร่ร่อนธรรมดาๆ

ทางที่ดี เจ้าบ้านควรตั้งมั่นในทานศีลภาวนาเป็นประจำปรกติ เทวดาผู้ปกครอง ท่านจะชอบใจกว่าตั้งศาลให้ท่านครับ




#7 panu

panu
  • Members
  • 530 โพสต์

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 04:42 PM

พระพุทธศาสนา สอนเราให้ยึดถือพระรัตนตรัยว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก เนื่องจากเป็นสิ่งที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม และคำสอนก็ยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับเราอย่างที่เห็นอยู่

แต่ในส่วนอื่นที่ไม่ใช่พระรัตนตรัย ก็คงต้องดูว่า สิ่งนั้นมีบุญคุณมีพระคุณกับเราหรือไม่ มีคุณธรรมเพียงพอที่เราจะกราบไหว้หรือไม่ เป็นผู้ที่เราเคารพบูชาแล้วทำให้เกิดสติเกิด ปัญญา ในทางที่ชอบเพื่อจะได้นำไปสู่ความสุขหรือไม่

ถ้าเคารพบูชาในสิ่งนั้นแล้วเกิดประโยชน์ดังกล่าว ก็ควรเคารพบูชา

ดังนั้นการไหว้เสา ไหว้อะไรต่ออะไร แล้วเอาเป็นที่พึงโดยยังไม่เห็นคุณธรรมในสิ่งนั้นๆเลย ก็น่าจะเป็นเรื่องของความหลง ของโมหะ

ที่จริงผมว่า การที่คนไหว้อะไรต่างๆนะ ส่วนหนึ่งเพราะว่ากลัว กลัวว่าเขานะจะมาหักคอละมั้งครับ ซึ่งก็เป็นความหลงผิดอย่างหนึ่ง (เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ)

#8 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4511 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 04:55 PM

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนน่ะครับว่า ไหว้เจ้า ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ไหว้ผีฟ้า ไหว้ศาลพระภูมิ พวกนี้ไม่สามารถเป็นที่พึ่งอะไรให้กับเราได้น่ะครับ เพราะสรรพสัตว์(รวมทั้งพวกนี้ด้วย) ย่อมเป็นไปตามกรรมที่ทำมา แต่ถ้าไหว้บุคคลที่ควรบูชา ระลึกถึงพระคุณท่าน ยกย่องในคุณธรรมของท่าน อย่างนี้ถูกหลักวิชชา เพราะเราย่อมยึดถือคุณธรรมของท่านเหล่านั้นไปปฏิบัติตาม

ดังนั้น แม้จะไหว้บุคคลที่ควรบูชา เช่น พระพุทธเจ้า ก็ตาม ถ้าไหว้แบบไม่ได้รู้คุณท่านเลย ก็ไม่ถูกหลักวิชชา(พระพุทธศาสนา) อย่างสมบูรณ์เช่นกัน ดังที่หลวงพ่อทัตตะ ท่านเคยเทศน์ให้ฟังบ่อยว่า การกราบพระมี 3 แบบ คือ
1. ยิ่งกราบยิ่งเมื่อย คือ กราบไปโดยไม่รู้ว่า กราบไปทำไม เขาบอกให้กราบก็กราบ อย่างนี้เรียกว่า ยิ่งกราบยิ่งเมื่อย แม้ท่านจะเป็นบุคคลที่ควรบูชาก็ตาม ป่วยการจะไปพูดถึงบุคคลที่ไม่ควรบูชา แล้วเราไปไหว้แบบ ยิ่งไหว้ยิ่งเมื่อย ไหว้ไปโดยไม่รู้ความหมายอะไรเลย เขาให้ไหว้ก็ไหว้ ไม่พินิจพิจารณาอะไรทั้งสิ้น เป็นต้น

2. ยิ่งกราบยิ่งโง่ คือ กราบโดยหวังให้ท่านปกป้องคุ้มครอง โดยไม่คิดพัฒนาคุณธรรมตัวเองเลย เช่น โจรห้อยพระไว้ปกป้องคุ้มครองภัย แต่โจรนั้นก็ยังคงปล้นจี้คนอื่นต่อไป หรือ แม้ไม่ใช่โจร แต่ทาน ศีล ภาวนาไม่สนใจทำ ไหว้แต่พระอย่างเดียว อย่างนี้ก็จัดเข้าในข้อนี้เช่นกัน แม้ท่านจะเป็นบุคคลที่ควรบูชาก็ตาม ป่วยการไปใยจะไปพูดถึงบุคคลที่ไม่ควรบูชา แล้วเราไปไหว้ให้มีความศักดิ์สิทธิ์มาคุ้มครอง โดยที่เราไม่คิดทำความดีใดเลย

3. ยิ่งกราบยิ่งฉลาด คือ กราบโดยระลึกพระคุณของท่านว่า ท่านมีคุณธรรมอย่างใด คนเขาถึงกราบเขาถึงไหว้ แล้วไปฝึกฝนตนให้มีคุณธรรมอย่างท่าน อย่างนี้เรียกว่า ยิ่งกราบยิ่งฉลาด ดังนั้น บุคคลสำคัญในยุคโบราณ เราไม่รู้ว่า ท่านเหล่านั้น ไปเกิดเป็นอะไรบ้าง บางท่านอาจทำกรรมบางอย่าง ไปเกิดเป็นแค่ภุมเทวา แต่ก็มีคุณธรรมอย่างอื่นที่น่ายกย่อง เช่น เมตตา ฯลฯ หากเราไหว้รูปปั้นท่านเหล่านั้น ด้วยจิตระลึกถึงคุณธรรมของท่าน เหล่านี้ OK ครับ แต่ถ้าไหว้ใน 2 ข้อข้างต้น คือ ไม่รู้เหมือนกัน เขาให้ไหว้ ก็ไหว้ หรือ ไหว้เพราะอยากให้คุ้มครอง โดยที่เราไม่คิดสร้างบุญคุ้มครองตัวเองเลย อย่างนี้ผิดหลักพระพุทธศาสนาครับ
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#9 ฟ้ายังฟ้าอยู่

ฟ้ายังฟ้าอยู่
  • Members
  • 2511 โพสต์

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 05:20 PM

ศาลพระภูมิน่ะ เปรตชั้นดีไปอยู่นะคะ เทวดาดีๆ เขาไม่มาอยู่แถวนี้ ภุมมเทวา จะอยู่ต้นไม้ อากาศเทวาไม่ต้องพูดถึง เพราะเลยยอดไม้ไปแล้ว เขาไม่อยู่บนพื้นที่เดียวกับมนุษย์หรอก จะมีก็แต่พวกเปรตชั้นดี (จำชื่อเปรตไม่ได้) กับพวกสัมภเวสีเร่ร่อนมากกว่าค่ะ ไม่ต้องมีหรอก มีพระพุทธรูป กับหลวงปู่ พอแล้ว
"เกิดมาว่าจะมาหาแก้ว พบแล้วไม่กำจะเกิดมาทำไม
อ้ายที่อยากมันก็หลอก อ้ายที่หยอกมันก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย.."
พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร)


#10 ภสสรจิตโต

ภสสรจิตโต
  • Members
  • 140 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:บางบัวทอง นนทบุรี
  • Interests:ธรรมทายาท n21/590

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 05:29 PM

แสดงว่า ถ้าเราขับรถไปแถวๆทางโค้ง ที่มีศาลตั้งไว้เยอะๆ มีพวกมาลัย มากมาย เราก็ไม่จำเป็นต้อง บีบแตร ปิ้นๆ เหมือนกันอื่นๆใช่ไหมครับ?
แบบว่าปกติเคยทำ แต่ถ้าไม่ใช่สิ่งที่ควรเคารพ แล้วเลิกทำ มันเสียวๆยังไงพิกล เรียกว่าโง่ได้มั้ยครับแบบนี้ แหะ

คือ ผมมาใหม่ ไม่ค่อยรู้เรื่องครับ

#11 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1764 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 05:58 PM

QUOTE
แสดงว่า ถ้าเราขับรถไปแถวๆทางโค้ง ที่มีศาลตั้งไว้เยอะๆ มีพวกมาลัย มากมาย เราก็ไม่จำเป็นต้อง บีบแตร ปิ้นๆ เหมือนกันอื่นๆใช่ไหมครับ?


ประเพณีบีบแตร คงไม่ใช่การทำความเคารพนะครับ แต่กำเนิดมาจาก เวลาขับรถผ่านศาลเจ้าที่คนแวะการไหว้กันเยอะๆ รถราและผู้คนจะขวักไขว่มาก ผู้ที่ขับรถผ่านก็เลยบีบแตรส่งเสียงเตือน คนที่ไม่รู้ตามมาก็เหมาเอาว่าบีบแตร ไหว้ศาล ก็เลยบีบตาม เลยกลายเป็นประเพณีสืบต่อกันมาครับ





#12 น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

    เราคือ นักรบกล้าอาสาสมัคร กองทัพธรรม

  • Members
  • 1961 โพสต์
  • Gender:Female
  • Interests:ช่วยงานบุญที่วัด ให้ถึงที่สุดกำลัง ตราบวันที่ชีวิตจะสิ้นลมหายใจ

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 06:32 PM

เป็นเช่นนี้เองค่ะ
"ด้วยใจกล้าอาสา พัฒนาไม่หยุดยั้ง"

น้ำฝนลูกพระธัมฯ

#13 cheterk

cheterk
  • Members
  • 314 โพสต์
  • Interests:พระนิพพาน

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 06:35 PM

หลวงพ่อท่านเคยกล่าวนะครับ ว่าไม่จำเป็นก็ได้ ตามนี้ครับ

http://www.kalyanami...n/Jan47/c38.htm


ดูที่หัวข้อ ศาลพระภูมินะครับ

#14 น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

น้ำฝน มัชฌิมหญิงรุ่น14

    เราคือ นักรบกล้าอาสาสมัคร กองทัพธรรม

  • Members
  • 1961 โพสต์
  • Gender:Female
  • Interests:ช่วยงานบุญที่วัด ให้ถึงที่สุดกำลัง ตราบวันที่ชีวิตจะสิ้นลมหายใจ

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 06:36 PM

เห็นประจำเลยค่ะแบบแตร แต่หนุจะไหว้นะค่ะ
"ด้วยใจกล้าอาสา พัฒนาไม่หยุดยั้ง"

น้ำฝนลูกพระธัมฯ

#15 ธนกร สงขลา

ธนกร สงขลา
  • Members
  • 192 โพสต์

โพสต์เมื่อ 04 October 2006 - 08:21 PM

แต่ผมทราบมาว่า การไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่เป็นทำเนียมของศาสนาพราหมณ์ แต่ถึงอย่างไรบ้านของเราๆก็ตั้งศาลพระภูมิทั้งนั้นใช่ไหมครับ

#16 m-ss

m-ss
  • Members
  • 108 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:ใกล้บ้าน

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 12:10 AM

แต่ก่อนที่บ้านก็มีตั้งตามความเชื่อเดิมประเพณีนิยม แต่พอมาได้ฟังและรับรู้เรื่องราวที่ถูกต้องจาก DMC แล้ว ก็ไม่ได้ตั้งแล้วค่ะทั้งแบบไทยและแบบจีนเอาออกหมดเลยทุกบ้าน แบบว่ายึดถือแต่พระรัตนตรัยอย่างเดียวค่ะ เหตุผลก็ตามที่ท่านผู้มีความรู้ทั้งหลายกล่าวไว้ข้างบนค่ะ

#17 เคยเข้าวัด

เคยเข้าวัด
  • Members
  • 1296 โพสต์
  • Interests:สร้างบุญบารมีอย่างยวดยิ่ง ตราบเท่าชีวีหมดอายุขัย

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 12:33 AM

อืม ต่างคนต่างความคิดนะครับ แต่อย่าลืมนะครับ คุณครูไม่ใหญ่สอนไว้ ไม่ว่าจะเป็นสัมพเวสี ภุมมะเทวา อากาศเทวา หรือแม้แต่เทวดาทุกชั้น จะคอยช่วยปกปักรักษาผู้ที่ทำความดี หากมีใครทำความดี เทวดาเห็นก็อยากมาปกปักรักษาคุ้มครอง แม้แต่สัมพะเวสี ก็อยากได้บุญจากเรา สัมพเวสี หรือภุมเทวาก็เหมือนมนุษย์เรา มีอนาเขตในการปกครองของตน มีพื้นที่ๆต้องอยู่อาศัยเหมือนกับเรา และแน่นอนพวกเหล่านี้ย่อมต้องการที่จะได้บุญเพิ่มเติม ย่อมต้องคอยติดตามปกปักรักษาคนที่มีศีลมีธรรม ที่ได้มาอาศัยร่วมในพื้นที่เดียวกันกับเขา
ลองดูแบบผมดีไหมครับ ผมเองก็ไหว้เจ้าที่เจ้าทางเหมือนกัน แต่ไม่ได้ไหว้เพราะงมงายอย่างไร้สาระเหมือนที่เขาไหว้คนทรงเจ้าเข้าอะไรกัน แต่ผมไหว้เพราะเชื่อในคำสอนของคุณครูไม่ใหญ่ที่ว่า คนที่ดีมีศีลธรรมเทวดาย่อมคุ้มครองและร่วมอนุโมทนา เพราะฉนั้นการกราบไหว้ของผมจึงเป็นการไหว้เพื่อขอบคุณและแบ่งบุญให้พวกเขาที่พวกเขาเหล่านั้นตามคุ้มครองและช่วยเหลือผม ให้ผมได้สามารถสร้างบุญสร้างบารมีได้สะดวกสะบาย

เรื่องพวกนี้ถึงไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่นะครับขอบอกๆ
1) พระปัญญาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 20 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 4 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ พระสมณโคมสัมมาสัมพุทธเจ้า (อย่างน้อยที่สุด)
2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย)
3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย

#18 สาคร

สาคร
  • Members
  • 764 โพสต์

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 09:32 AM

ผมใหว้นะ คือให้ความเคารพ แต่ไม่ได้ใหว้เพราะยึดเอามาเป็น สรณะ หรือเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุด เพราะสิ่งที่ผมยึดถือและศรัทธาอย่างสุงสุด ไม่มีอะไรยิ่งกว่าก็คือ พระรัตนะตรัย ได้แก่ คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ เพราะฉะนั้น พระภูมิเจ้าที่ผมว่าน่าจะใหว้ได้ แต่ใหว้เหมือนกับการเคารพอ่อนน้อมต่อผู้หลักผู้ใหญ่เท่านั้น
ความรักความเมตตาและการให้อภัยเป็นสิ่งที่คนดีเขามีกัน


sa-kornt@hotmail.com

#19 นักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยว
  • Members
  • 2378 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:รู้สึกว่าจะไม่ค่อยได้อยู่กะที่อ่ะ มาดูอารายกานอ่ะ
  • Interests:มาสร้างบารมีตามติดหมู่คณะดีกว่า

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 09:44 AM

ด้วยประการฉะนั้นแล
กายธรรมควรเทิดไว้ ในใจ
เป็นสรณะภายใน เทียงแท้
กว่านี้ บ่ มีใด เทียบได้
น้อบนบท่านไว้แล ค่ำเช้าสุขเสมอ


เอาบุญมาฝากจ้า นั่งสมาธิเยี่ยมไปเลย แถมไปติดจานมาอีกด้วย เด็กชาวเขานี้น่ารักนะแม้คุยไม่รู้เรื่องก็ตามล่ะ สนุกดี

#20 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4511 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 10:26 AM

ส่วนผมไม่ได้ไหว้สิ่งเหล่านี้ แต่จะคอยนึกถึง ทำบุญแล้วก็จะนึกอุทิศส่วนกุศลผลบุญไปให้สรรพชีวิตสรรพดวงจิต ซึ่งก็รวมพวกนี้ด้วย นอกเหนือจากการอุทิศให้ญาติผมเอง ซึ่งคุณครูบอกแล้วน่ะครับว่า สิ่งเหล่านี้แท้จริงแล้วไม่ได้ต้องการการเคารพจากเรา แต่ต้องการบุญจากเราต่างหาก เวลาเราไหว้พวกนี้ ต่อให้เราไหว้ไปมากแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้รับบุญอะไรเกิดขึ้นกับเราทั้งสิ้น แต่ถ้าเราอุทิศบุญให้สิครับ สิ่งเหล่านี้มีสิทธิ์รับบุญเราได้ และจะชื่นชมขอบคุณเรา ดังเช่น เคสหนึ่งในอดีตที่

เจ้าของเคสกำลังนั่งสมาธิอยู่ตอนเช้ามืด อยู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งปรากฏกายขึ้น ไม่รู้เข้ามาในบ้านได้อย่างไร พุ่งเข้ามาเต็มที่ กอดตัวเจ้าของเคสไว้ เจ้าของเคสตกใจ แต่ใจก็นึกโดยสัญชาตญาณ "สัมมา อรหัง" สิ้นคำภาวนา ชายคนนั้นหายวับไป จึงไปสอบถามพระอาจารย์ ท่านก็ให้อุทิศบุญไปให้

พอส่งเคสไปหาคุณครู คุณครูบอกว่า ต้นไม้ในสวนที่อยู่มานานถูกคนงานในบ้านตัดไป รุกขเทวา ที่อยู่ในต้นไม้นี้รู้ตัวว่า จะจุติ(ตาย)แล้ว จึงมาขอความช่วยเหลือเจ้าของเคส ด้วยการอธิษฐาน เอาบุญทั้งหมดในตัวทีตนยังมีเหลือเป็นที่ตั้ง ขอให้ปฏิบัติการสำเร็จ แล้วก็อธิษฐานให้ปรากฏกายให้เจ้าของเคสเห็นข้างต้น เพื่อให้ช่วยด้วย ไม่ได้มีจิตจะทำร้ายใดๆ ที่นี้พอเจ้าของเคสทำบุญอุทิศบุญไปให้ ตามคำแนะนำของพระอาจารย์ ปรากฏว่า กลายเป็นบุญต่ออายุ ให้รุกขเทวา เหล่านั้นย้ายไปอยู่ต้นไม้ต้นใหม่อีกต้นหลังบ้าน

ดังนั้น สรุปแล้ว ผมเห็นว่า ถ้าไหว้เฉยๆ โดยไม่ได้รู้จัก ไม่ได้รู้ว่าเขามีคุณธรรมเรื่องใด ไม่ได้ไหว้เพราะระลึกนึกถึงคุณธรรมเรื่องนั้นๆ ของเขา แม้จะไหว้ด้วยใจเคารพก็ตาม(แต่ไม่รู้เคารพอะไรเขา) ถ้าไหว้แบบนี้ ไม่ควรไหว้ครับ แต่ควรทำบุญแล้วอุทิศบุญให้พวกเขามากกว่า แล้วพวกเขาจะขอบคุณเรา และยิ่งคุ้มครองเรา ยิ่งกว่าที่ผ่านๆ มาอีกครับ เพราะให้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างแท้จริง คือ บุญ
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#21 m-ss

m-ss
  • Members
  • 108 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:ใกล้บ้าน

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 08:22 PM

ตี่จู๋เอี๊ยะ และ ศาลพระภูมิ

นอกจากนี้ยังมีคำถามจากนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา เรื่องศาลพระภูมิ ตี่จู๋เอี๊ยะ และผีถ้วยแก้วว่ามีจริงหรือไม่

ศาลตี่จู๋เอี๊ยะ และศาลพระภูมิ บางคนตั้งตามประเพณี บางคนตั้งตามความเชื่อว่า มีผีบ้าน ผีเรือน บางคนเชื่อตามประเพณีว่ามี บางคนว่าไม่มี ส่วนที่มีก็จะเป็นภุมมเทวาหรือ พวกผีบ้าน ผีเรือน ส่วนใหญ่เป็นบรรพบุรุษหรือญาติของครอบครัวนั้นที่ยังไม่ไปเกิด วนเวียนอยู่ในบ้าน เพราะฉะนั้นบางศาลที่ตั้งไว้ก็ไม่มีพวกนี้อยู่ บางศาลก็ตั้งไปตามธรรมเนียม ไม่ตั้งเดี๋ยวโดนตำหนิ บางศาลก็ตั้งเผื่อเหนียว เพราะไม่มั่นใจว่ามีหรือไม่

ผีบ้าน ผีเรือน ก็เป็นภุมมเทวาประเภทหนึ่ง แต่ว่าชั้นล่าง ท่านไม่ได้อยู่ที่ตี่จู๋เอี๊ยะและศาลพระภูมิ ทั้งสองสิ่งนี้เป็นเพียงแค่สื่อเชื่อมถึงท่านเท่านั้น เพราะภพภูมิเขาอยู่ซ้อนกับมนุษย์ บางทีเขาก็นั่งหรือนอนอยู่กับเรา ถ้ามีบุญขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง ก็จะมีห้องเป็นส่วนตัวของเขา อยู่ในมุมหนึ่ง ของบ้าน ถ้าบ้านพัง หรือรื้อบ้าน ก็ต้องย้ายเพราะหมดบุญ หรือบางทีก็อยู่ตรงนั้น

ดังนั้น จะตั้งศาลพระภูมิหรือไม่ตั้งก็ไม่แตกต่างกัน เพราะผีบ้าน ผีเรือนไม่ได้อยู่ที่ศาลพระภูมิ หรือที่ตี่จู๋เอี๊ยะ แต่อยู่ในวิมานของตน ครูไม่ใหญ่เห็นว่า ไม่ควรตั้ง เพราะจะได้มีที่โล่งๆ และไม่เป็นที่หวาดกลัวของลูกหลาน ว่าเห็นนั่นเห็นนี่ หรือเป็นเครื่องกังวลว่าจะปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องก็กลัวจะมีโทษ เป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ใจได้ เพราะฉะนั้นที่จะติดต่อกับผีบ้าน ผีเรือนที่เป็นบรรพบุรุษ ก็ให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ซึ่งก็จะเป็นที่พึงพอใจของท่านเหล่านั้น

ส่วนท่านที่ตั้งไปแล้วก็อัญเชิญออกไป โดยการใช้คำพูดที่ไพเราะว่า สถานที่เหล่านี้ไม่เหมาะสมกับบารมีของท่าน ให้ไปอยู่ที่วิมานดีๆ ที่สวยงามกว่านี้ แล้วจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ พูดเสร็จก็อัญเชิญออกไปเลย จะได้ไม่เป็นภาระ พูดง่ายๆ ก็คือ รักต้องรื้อ





#22 m-ss

m-ss
  • Members
  • 108 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:ใกล้บ้าน

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 09:00 PM


!!!!!!พูดง่ายๆ ก็คือ รักต้องรื้อ!!!!!!

#23 บุญเย็น

บุญเย็น
  • Members
  • 812 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:thailand

โพสต์เมื่อ 05 October 2006 - 11:31 PM

ถ้าไหว้ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ด้วยความอ่อนน้อมจากใจ ไหว้ไปเถอะครับมีแต่ดีอย่างเดียว
นำมอ ตี่ จ่าง อ้วง ผู่ สัก

#24 ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

    "ความเพียรเครื่องเผากิเลสพึงกระทำเสียแต่วันนี้"

  • Members
  • 2171 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ราชอาณาจักรสยามประเทศ
  • Interests:ADVANCE MEDITATION

โพสต์เมื่อ 06 October 2006 - 03:56 AM

[attachmentid=8357]


สรณะอันเกษม คือ พระรัตนตรัย

พระพุทธภาษิต

พหุ เว สรณํ ยนฺติ ปพฺพตานิ วนานิ จ
อารามรุกขฺเจตฺยานิ มนุสฺสา ภยตชฺชิตา
เนตํ โข สรณํ เขมํ เนตํ สรณํมุตฺตมํ
เนตํ สรณมาคมฺม สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ
โย จ พุทธญฺจ ธมฺมญจ สงฺฆญฺจ สรณํ คโต
จตฺตาริ อริยสจฺจานิ สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสติ
ทุกฺขํ ทกฺขสมุปฺปาทํ ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ
อริยญฺจฏฐํคิกํ มคฺคํ ทุกฺขูปสมาคามินํ
เอตํ โข สรณํ เขมํ เอตํ สรณมุตฺตมํ
เอตํ สรณมาคมฺม สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ

คำแปล

มนุษย์เป็นอันมาก เมื่อถุกภัยคุกคามแล้ว
ย่อมยึดเอาภูเขาบ้าง ป่าบ้าง อารามบ้าง ต้นไม้ที่เป็นเจดีย์บ้าง
ว่าเป็นที่พึ่ง นั่นไม่ใช่สรณะอันเกษม นั่นไม่ใช่สรณะอันอุดม
เพราะบุคคลอาศัยสรณะนั้นแล้ว ไม่สามารถหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้
ส่วนผู้ใดยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่ง
เห็นอริยสัจ ๔ ด้วยปัญญาอันชอบของตน
คือ เห็นทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และมรรคมีองค์ ๘ อันประเสริฐ
ซึ่งยังบุคคลให้ถึงความสงบแห่งทุกข์
สรณะนั่นแลเกษม สรณะนั่นแลอุดม
เพราะบุคคลอาศัยสรณะนั่นแล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

***ท้ายที่สุดนี้ ขอให้ท่านทั้งหลายพึงอาศัยสรณะอันสูงสุดเกษมศานต์อย่างไม่มีอื่นใดยิ่งกว่า เป็นนิยยานิกธรรมนำพาตนเองและหมู่สัตว์ให้ล่วงพ้นจากบ่วงแห่งมาร อีกทั้งเครื่องร้อยรัดทั้งหลายในสังสาร และพึงเป็นผู้ถึงพร้อมบริบูรณ์ด้วยพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ญาณรัตนะ อันขึ้นตรงต่อธรรมภาคขาวที่บริสุทธิ์สะอาดปราศจากมลทินโดยส่วนเดียว ทั้งในภพนี้และตลอดไปทุกภพทุกชาติ ตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรมเทอญฯ

รูปภาพแนบ

  • post_552_1158285788_thumb.jpg

"ปญฺญา นรานํ รตนํ ปัญญาเป็นรัตนะของนรชน"
พระพุทธภาษิต


ตถาคตรู้วาจาใด ไม่จริง ไม่แท้ ไม่ประกอบไปด้วยประโยชน์
ทั้งวาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ ตถาคตไม่ตรัสวาจานั้น

ตถาคตรู้วาจาใด เป็นของจริง ของแท้ แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
ทั้งวาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ แม้วาจานั้นตถาคตก็ไม่ตรัส

อนึ่ง ตถาคตรู้วาจาใด เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์
แต่วาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ ตถาคตย่อมรู้กาลอันควรที่จะใช้วาจานั้น

ตถาคตรู้วาจาใด ไม่จริง ไม่แท้ ไม่ประกอบไปด้วยประโยชน์
แต่วาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ ตถาคตไม่ตรัสวาจานั้น

ตถาคตรู้วาจาใด แม้เป็นของจริง เป็นของแท้ และไม่ประกอบด้วยประโยชน์
แต่วาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ แม้วาจานั้นตถาคตก็ไม่ตรัส

อนึ่ง ตถาคตรู้วาจาใด เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์
ทั้งวาจานั้นเป็นที่รัก เป็นที่เจริญใจของคนอื่นๆ ตถาคตย่อมรู้กาลอันควรที่จะใช้วาจานั้น
พระอมตะวจนา แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


[/color]
"...พระพุทธศาสนา บริบูรณ์ด้วยสัจธรรมที่เป็นสาระ และเป็นประโยชน์ในทุกระดับ
แต่จะต้องศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติให้เหมาะสมแก่ภาวะปัจจุบัน
ด้วยศรัทธาและปัญญาที่ถูกต้อง จึงจะเกิดเป็นประโยชน์ขึ้นได้..."

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๒



"รู้ใดก็ไม่ประเสริฐ เท่ารู้แจ้งด้วยปัญญาธรรมอันเกิดมีในตน"

"อัศวินปฏิญาณตนเป็นคนกล้า
ดวงใจเปี่ยมคุณธรรม
ซื่อตรงยึดมั่นในวาจาสัตย์
อุทิศชีวิตพิชิตมาร"

[color="#990000"]ไชยานุภาพ ปราบหงสาวดี

#25 ชาร์ป

ชาร์ป
  • Members
  • 985 โพสต์
  • Gender:Male
  • Location:ปทุมธานี

โพสต์เมื่อ 09 October 2006 - 10:33 AM

. . . ศาลพระภูมิ ก็พวก ภุมม รุกข อ่ะแหละ . . .ไหว้ทำไมกัน

#26 *dnawa*

*dnawa*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 05 April 2011 - 10:12 AM

ไหว้พระธรรมกายของท่านเจ้าที่ค่ะครับ รู้สึกอบอุ่นใจดีและไม่ต้องกลัวโทษจากการลบหลู่สิ่งที่มองไม่เห็นด้วย...ตลอดจนการไหว้แบบนี้รู้ว่าใจไม่ห่างจากพระรัตนตรัยเลย....เพราะทุกจิตล้วนแต่มีพุทธะ จิตคือพุทธะ พุทธะมาแต่จิต จิตมาแต่พุทธะ พุทธะคือธรรมกาย ดังนั้นท่านเจ้าที่ท่านก็มีจิตญาณเหมือนกัน จิตเดิมแท้คือธรรมกาย....ดังนั้นเราไหว้พระธรรมกายในกลางท่านเจ้าที่ค่ะ....และไหว้พระธรรมกายในพระนิพพานทั่วธาตุทั่วธรรมในพระสัพพัญญุตาญาณในสรรพญาณทั่วภพสามโลกันตร์ในท่านเจ้าที่ในพระที่สุดแห่งธรรม.....เวลาเราไหว้เราอธิษฐานจิตถึงท่าน..จิตเราจะสื่อเชื่อมลิ้งค์เชื่อมโยงกันประมาณนี้.ผิดพลาดประการใดก็ขออโหสิกรรมด้วยนะคะ.

#27 *dnawa*

*dnawa*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 05 April 2011 - 10:24 AM

ไหว้พระธรรมกายของท่านเจ้าที่ค่ะครับ รู้สึกอบอุ่นใจดีและไม่ต้องกลัวโทษจากการลบหลู่สิ่งที่มองไม่เห็นด้วย...ตลอดจนการไหว้แบบนี้รู้ว่าใจไม่ห่างจากพระรัตนตรัยเลย...

.เพราะทุกจิตล้วนแต่มีพุทธะธาตุธรรม จิตคือพุทธะ พุทธะมาแต่จิต พุทธะคือธาตุธรรมกาย ดังนั้นท่านเจ้าที่ท่านก็มีจิตญาณเหมือนกัน จิตเดิมแท้มาแต่พระผู้เป็นเจ้าแห่งจิตญาณ จิตเดิมแท้ล้วนแต่คือพระธรรมกาย.


เหมือนพระพุทธเจ้าตรัสว่า ธรรมชาติของจิตล้วนประภัสสรผ่องใสบริสุทธิ์(เปรียบได้ประดุจธรรมกาย)...ดังนั้นเราไหว้พระธรรมกายในจิตของท่านเจ้าที่ค่ะ.(แม้ในความเป็นจริงท่านเจ้าที่นั้นอาจยังไม่ได้เข้าถึงพระธรรมกายแต่เราก็สามารถไหว้กายในกายฝ่ายสัมมาทิฐฐิของท่านได้ซึ่งต้นธาตุต้นธรรมแห่งจิตก็คือพระธรรมกายนั่นเอง)..


.ปกติถ้าเราไหว้เจ้าที่........จิตของเราที่ไหว้จะหมายถึงไหว้พระธรรมกายในพระนิพพานทั่วธาตุทั่วธรรมในพระสัพพัญญุตาญาณในสรรพญาณทั่วภพสามโลกันตร์ในท่านเจ้าที่ในพระที่สุดแห่งธรรม.....เวลาเราไหว้เราอธิษฐานจิตถึงท่าน..จิตเราจะสื่อเชื่อมลิ้งค์เชื่อมโยงกันประมาณนี้.ผิดพลาดประการใดก็ขออโหสิกรรมด้วยนะคะ. happy.gif