ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
- - - - -

**ฤษี สุเมธ ดาบสพบพระพุทธเจ้าแล้วทำไมไม่ขอบวชพระ**


  • คุณไม่สามารถตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
มี 10 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 สาคร

สาคร
  • Members
  • 764 โพสต์

โพสต์เมื่อ 15 November 2006 - 10:51 AM

ในเมื่อท่านมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เมื่อได้พบพระพุทธองค์แล้ว ทำไมไม่ขอบวชในสำนักของพระพุทธองค์เลยล่ะครับ ทำไมยังไปเป็น ฤษีบำเพ็ญพรต ต่อไปอีก คือสงสัยนะครับ
ความรักความเมตตาและการให้อภัยเป็นสิ่งที่คนดีเขามีกัน


sa-kornt@hotmail.com

#2 บุญโต

บุญโต
  • Members
  • 2192 โพสต์
  • Gender:Female
  • Location:อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • Interests:ปฏิบัติธรรม

โพสต์เมื่อ 15 November 2006 - 11:17 AM

เพราะ....สุเมธดาบสปรารถนาที่จะบรรลุสัมโพธิญาณเหมือนพระทีปังกรทศพล ช่วยยกมหาชนขึ้นสู่ธรรมนาวาพาให้ข้ามจากสังสารสาครแล้วจึงจะปรินิพพานในภายหลัง

QUOTE
ในกาลนั้น สุเมธดาบสได้ผ่านมาพบเข้า ถามทราบความแล้ว จึงขอแบ่งที่ตกแต่งทางตอนหนึ่ง ไม่ยอมใช้ฤทธิ์ ลงมือขนดินถมทางด้วยตนเอง ครั้นพระพุทธเจ้าทีปังกรเสด็จผ่านมา ก็ทอดตนลงนอนถวายหลังให้เป็นทางเสด็จ และเมื่อได้พินิจพิจารณาเห็นพระพุทธสิริของพระพุทธเจ้าทีปังกร มีความเลื่อมใส จนถึงตั้งจิตปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ท่านแสดงว่า ถ้าแม้สุเมธดาบสขอบรรพชาอุปสมบทเป็นภิกษุพุทธสาวกของพระทีปังกรพุทธเจ้า ก็จะพึงบรรลุนิพพานได้ในชาตินั้น แต่สุเมธดาบสปรารถนาที่จะบรรลุสัมโพธิญาณเหมือนพระทีปังกรทศพล ช่วยยกมหาชนขึ้นสู่ธรรมนาวาพาให้ข้ามจากสังสารสาครแล้วจึงจะปรินิพพานในภายหลัง ฝ่ายทีปังกรทศพล เมื่อเสด็จถึงองค์สุเมธดาบส ประทับยืน ณ ที่เบื้องศีรษะ ก็ได้ตรัสพยากรณ์ว่า ดาบสนี้ทำอภินิหารปรารถนาเพื่อเป็นพระพุทธะ ความปรารถนาของดาบสนี้จักสำเร็จในอนาคตเบื้องหน้าโน้น สุเมธดาบสครั้นได้รับพุทธพยากรณ์ ก็ได้ชื่อว่าเป็น โพธิสัตว์ จำเดิมแต่นั้นมา.
laugh.gif

#3 panu

panu
  • Members
  • 530 โพสต์

โพสต์เมื่อ 15 November 2006 - 11:24 AM

คำถามนี้ขอตอบเป็นความเห็นจากข้อสันนิษฐานนะครับ

สุเมธ ดาบส ขณะพบพระพุทธเจ้าและได้รับพยากรณ์นั้น ท่านได้สำเร็จวิชา 5 ประการ มีฤทธิทางใจ แต่ประสงค์ต่อพุทธภูมิ จึงยังไม่กำจัดกิเลสอาสวะที่ละเอียดให้หมดสิ้น
ดังนั้น ภาระกิจท่านคงอยู่ที่จะต้องบ่มสร้างบารมีต่อไป ท่านยังไม่ประสงค์เป็นพระอรหันต์ในขณะนั้น ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลหนี่งที่ไม่ขอบวช


อ้อ ผมเพิ่งเห็นคำตอบของคุณบุญโต สาธุครับ

#4 ลีดเดอร์

ลีดเดอร์
  • Members
  • 416 โพสต์

โพสต์เมื่อ 15 November 2006 - 12:49 PM

ลีดเดอร์ว่า น่าจะเป็นกติกา ผู้ที่จะไปเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไปถึงแม้ฟังธรรม
จากพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็จะไม่น้อมนำใจเพื่อเข้าถึงธรรมอันประเสริฐ เพราะพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ถ้าฟังธรรมแล้วน้อมนำใจเข้าถึงธรรม
อันประเสริฐนั้นท่านก็จะกลายเป็นพระอรหันต์ความปรารถนาของท่านที่จะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า
ก็จะไม่สมปรารถนา นะนี่คือความเห็นส่วนตัวอาจจะถูกหรือผิด ถ้าใครมีข้อมูลดี ดี ก็ชี้แจงด้วยจ้ะ

#5 น้อมเศียรเกล้า

น้อมเศียรเกล้า
  • Members
  • 365 โพสต์
  • Location:ถ.ลาดพร้าว
  • Interests:พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย การรักษาโรคด้วยวิธีธรรมชาติ <br />รำนาฏศิลป์ เล่นดนตรีไทย เล่นดนตรีสากล

โพสต์เมื่อ 15 November 2006 - 12:54 PM

ก่อนที่จะเป็นสุเมธดาบส ทรงอธิษฐานตั้งจิตปรารถนาพุทธภูมิไว้อย่างแข้มแข็งจนเป็น " ผังสำเร็จไปแล้วน่ะค่ะ" จิตของท่านคุ้นเคยกับอย่างนั้นไปแล้ว พระสาวกสาวิกาเหมือนกัน ก่อนที่จะเป็นผู้เลิศในด้านต่างๆ ก็อธิษฐานซ้ำแล้วซ้ำเล่านับชาติไม่ถ้วน

เพราะฉะนั้น เราทำบุญอะไร อย่าลืมตั้งความปรารถนา อธิษฐานกันไว้ให้ดีนะคะ...ให้ครอบคลุมนะคะ

#6 Tanay007

Tanay007
  • Members
  • 616 โพสต์

โพสต์เมื่อ 15 November 2006 - 01:11 PM

ท่านได้อภิญญา 5 อย่างน้อยก็ระลึกชาติได้ 40 กัปป์ ใครก็ตามถ้าระลึกได้อย่างนี้แล้ว มีหรือที่จะไม่รู้ว่า ในอดีตที่ผ่านมาและปัจจุบัน ตนมีความปรารถนาอะไร
ในคัมภีร์สัมภารวิบาก ตอนที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติผู้หญิงและเป็นพระภคินีของพระพุทธเจ้าในยุคนั้น ก็ได้รับพยากรณ์ว่า ในยุคของพระพุทธเจ้าทีปังกร จะได้รับพุทธพยากรณ์อีกที และก็เป็นไปตามนั้นครับ

#7 เคยเข้าวัด

เคยเข้าวัด
  • Members
  • 1296 โพสต์
  • Interests:สร้างบุญบารมีอย่างยวดยิ่ง ตราบเท่าชีวีหมดอายุขัย

โพสต์เมื่อ 15 November 2006 - 02:21 PM

ที่จริงในชาติที่พระองค์เกิดเป็นสุเมธดาบสนั้น ท่านก็รู้ตัวของท่านนะครับว่า หากท่านได้รับฟังพระธรรมเทศนาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีปังกร เพียงแค่ประโยคเดียวท่านจะสามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้ทันที แต่ด้วยความที่ท่านมีใจใหญ่จึงได้คิด หากท่านเสด็จไปแต่เพียงผู้เดียวจะมีประโยชน์อันใด หากจะไปก็ขอพามหาชนไปพร้อมกับท่านด้วย ท่านจึงตั้งจิตอธิฐานไว้ว่า หากพระองค์จะได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญานเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตข้างหน้าแล้วล่ะก็ ขออย่าพึ่งให้พระพุทธเจ้าทีปังกรเทศนาสั่งสอนท่านเลย แต่ขอให้พระพุทธเจ้าทีปังกรเป็นเนื้อนาบุญส่งเสริมให้ท่านสมปราถนา ด้วยความที่ท่านมีใจใหญ่จึงทำให้พระพุทธเจ้าทีปังกรท่านรู้ถึงวาระจิตและความปราถนาของสุเมธดาบส จึงทรงระลึกชาติไปเบื้องหน้าและพยากรณ์แก่สุเมธดาบสครับ และด้วยสาเหตุนี้แหละครับ ที่ทำให้พระพุทธเจ้าทีปังกรยอมเดินบนร่างของสุเมธดาบส พร้อมพระอรหันต์อีกนับหมื่นรูป เพื่อเพิ่มบุญบารมีให้สุเมธดาบสไงครับ

ดังนั้นคำถามที่คุณสาครถามมาผมตอบแบบสรุปคำตอบของพี่ๆบัณฑิตทุกท่านรวมอยู่ในคำตอบนี้คำตอบเดียวเลยแล้วกันนะครับ ว่าเป็นเพราะ ความต้องการและความตั้งใจจริงของท่านสุเมธดาบสนั่นเองแหละครับ
1) พระปัญญาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 20 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 4 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ พระสมณโคมสัมมาสัมพุทธเจ้า (อย่างน้อยที่สุด)
2) พระศรัทธาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 40 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 8 อสงไขย กับ แสนมหากัป) (อย่างน้อย)
3) พระวิริยาธิกพุทธเจ้า สร้างบารมีรวม 80 อสงไขย กับอีก แสนมหากัป (รวมระยะเวลาสร้างบารมีหลังรับพุทธพยากรณ์ คือ 16 อสงไขย กับ แสนมหากัป) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า (เป้าหมาย

#8 เราคือใคร

เราคือใคร
  • Members
  • 137 โพสต์

โพสต์เมื่อ 15 November 2006 - 08:29 PM

คิดว่าถ้าบวชเป็นพระสาวก ก็คงต้องบรรลุธรรมน่ะครับ เพราะพระสาวกส่วนใหญ่เมื่อฟังเทศน์ก็จะบรรลุธรรมน่ะครับ

#9 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3455 โพสต์

โพสต์เมื่อ 15 November 2006 - 08:47 PM

เป็นพุทธวิสัยซึ่งเป็นหนึ่งในอจิณไตย

สุเมธดาบส ท่านได้อภิญญาสมาบัติ จึงอยู่ในการปกครองของรูปฌาน เมื่อละโลกจึงมีพรหมโลกเป็นอายาตนะดึงดูด
ถ้าท่านยังไม่บรรลุฌาน ท่านอาจปรารถนาออกบวชเป็นภิกษุ เข้าถึงโคตรภูจิต เมื่อละโลกจึงกลับดุสิต ในเขตนิยตโพธิสัตว์ก็เป็นได้

ใช่ว่านิยตโพธิสัตว์จะออกบวชเป็นภิกษุไม่ได้เพราะมีกรณีนิยตโพธิสัตว์ออกบวชเป็นพระภิกษุในขณะที่พระบรมศาสดายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ เช่น

- พระชาติที่พระสมณโคดมบังเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ได้รับการทำนายจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ก่อน แล้วท่านก็สละรัตนะทั้ง7 ออกผนวชเป็นพระภิกษุ

- พระอชิตะซึ่งได้รับพยากรณ์เป็นพระศรีอาริยะเมตไตย ก็ยังบวชอยู่ในสมัยพุทธกาลซึ่งพระสมณโคดมยังทรงพระชนม์ชีพ
ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#10 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4531 โพสต์
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

โพสต์เมื่อ 16 November 2006 - 12:35 PM

ใช่แล้วครับ ดังที่คุณ Wish กล่าวมา อาจเป็นเพราะ ชาติที่เป็นสุเมธดาบสนั้น เป็นการพยากรณ์ครั้งแรก ว่าท่านจะได้เป็น ซึ่งก่อนหน้านั้น มันคือ ทางเลือกว่า จะเป็นสาวก หรือ ศาสดา ดังนั้น เมื่อท่านเลือกว่า จะเป็นศาสดา ท่านจึงไม่บวช และได้รับพยากรณ์

แต่พอชาติหลังๆ จากนั้น ท่านมั่นคงแล้ว จะได้เป็นศาสดา ในอนาคต แน่นอน ดังนั้น เมื่อพบพระพุทธเจ้าองค์ต่อๆ มา ท่านก็ได้บวชครับ แม้ล่าสุด พุทธันดรก่อนหน้านั้น ท่านเกิดเป็นโชติปาละ ไปฟังธรรมจากพระกัสสัปปะสัมมาสัมพุทธเจ้า โชติปาละเลื่อมใส ยังออกบวชเลยล่ะครับ

กรณี พระอะชิตะ ที่จะได้เป็นพระศรีอาริย์เมตไตยก็เช่นเดียวกัน การพบเจอพระพุทธเจ้าของเราจะเป็นองค์สุดท้ายแล้ว หลังจากนั้น ท่านก็จะได้เป็นเสียเอง ดังนั้น เมื่อแน่นอนแล้ว จึงบวชได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าตนจะเปลี่ยนใจในภายหลังน่ะครับ
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#11 *sky noi*

*sky noi*
  • Guests

โพสต์เมื่อ 28 August 2010 - 07:35 PM

ตอนนี้หลวงพ่อเล่าเรื่องพระศรีอริยเมตไตรย์ แต่เกริ่นนำด้วยเรื่องของ สุเมธดาบส
พระชาติที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ค่ะ

ศึกษาได้จาก พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 1
ออกอากาศในโรงเรียนนฝันในฝัน วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2553