นอนกรน

 
นอนกรน
โรคนอนกรนในเด็ก

เรียบเรียงจากรายการ สุขกายสบายใจ


      ช่วงนี้อากาศเริ่มจะหนาวกันแล้วนะคะ ตอนเช้าๆ เชื่อว่าน้องหลายๆคนคงจะไม่อยากตื่นไปโรงเรียนกันเลยใช่ไหมคะ อยากจะนอนต่อในผ้านวมอุ่นๆ กันอีกนานเลย


นอนกรน Sleepgroup

โรคนอนกรนในเด็ก
 

เราเป็นเด็กนอนกรนรีเปล่า??


      เมื่อพูดถึงเรื่องนอนกันนี้นะคะ มีใครรู้ตัวกันรึเปล่าคะว่าเราเป็นเด็กนอนกรน ถ้าใครนอนกรนแล้วละก็ควรจะไปปรึกษาคุณหมอเสียตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะ เพราะการนอนกรนมีผลต่อสุขภาพของเราเหมือนกัน
 
     สำหรับวันนี้ทางรายการของเรา ก็ได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์นายแพทย์ชัยรัตน์ นิรันรัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหู คอ จมูก จะมาคุยให้เราฟังเกี่ยวกับเรื่องการนอนกรน !! เดี๋ยวไปติดตามกันเลยนะคะ

     รองศาสตราจารย์นายแพทย์ชัยรัตน์ นิรันรัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหู คอ จมูก - สวัสดีครับ วันนี้จะมาคุยกันเรื่องเกี่ยวกับการนอนหลับ ปกติร่างกายที่แข็งแรงดูได้จากออกกำลังกายพอดีไหม รับประทานอาหารดีรึเปล่า ทำจิตใจให้สดใส ใสๆ นิ่งๆ รึเปล่า อีกสิ่งที่สำคัญนั่นก็คือ การนอนหลับ ถ้าเรานอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลูกๆ ของเรานอนหลับได้ดี ก็จะทำให้ร่างกาย สุขภาพแข็งแรงขึ้น แต่ถ้าเด็กนอนหลับ แล้วนอนกรน การนอนหลับของเขาจะดีหรือไม่??

นอนกรน Sleepgroup

นอนกรนส่งผลต่อสุขภาพของเด็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องคอนสังเกต
 
 

เด็กนอนกรน

  
     เราทราบกันอยู่แล้วว่าการนอนกรนในเด็นั้นเปนสิ่งที่ไม่ดี การนอนกรน หรือว่าโรคนอนกรน ส่วนใหญ่เราจะคุ้นเคยว่าพบในผู้ใหญ่ ตัวอ้วนๆ เพศผู้ชาย แต่ว่าในเด็กก็มีสิทธิที่จะนอนกรนได้ ครอบครัวบางครอบครัวคุณแม่ต้องทนทานเสียงกรนของคุณพ่อ และของคุณลูกด้วยจนทำให้นอนไม่หลับ แต่ตรงกันข้ามส่วนใหญ่คนที่นอนกรนจะหลับง่าย
 
     แต่จากการศึกษามาแล้วพบว่าการนอนกรนทำให้ประสิทธิภาพการนอนหลับในผู้ใหญ่และเด็กที่นอนกรนนั้นไม่ดี ซึ่งทำให้เด็กเจริญเติบโตไม่ดี ความสูงจะสู้เพื่อนไม่ได้ เวลาเข้าแถวเรียงตามชั้นต่างๆ จะเห็นว่าลูกเราที่นอนกรนจะตัวเตี้ยกว่าคนอื่น  เนื่องจากว่าเวลาที่การนอนหลับไม่ดี  ฮอร์โมนตัวหนึ่งที่อยู่ในร่างกายทำงานได้น้อยลง หรือสร้างได้น้อยลง ก็คือ ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตนั่นเอง

      มีการศึกษาเยอะทีเดียวว่า ลูกที่นอนกรนสู้คนทีไม่นอนกรนไม่ได้ การเรียนตกต่ำไป บางครั้งนึกไม่ถึงว่าการนอนเกี่ยวกับการเรียน และการเจริญเติบโตได้ทีเดียว



รายการพบหมอศิริราช

ตอน..นอนกรนในเด็ก ออกอากาศเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2554


 

นอนกรน วิธีแก้

      หมอจะแนะนำการดูแลรักษาลูกของเรา ที่นอนกรนให้เขาได้รับการนอนหลับที่ดีขึ้น การหายใจของเขาจะดีขึ้น เราพบว่าสาเหตุการนอนกรนในเด็กจะต่างจากในผู้ใหญ่เล็กน้อย ในผู้ใหญ่เราจะนึกถึง ผู้ชาย ตัวอ้วน ที่มีช่องคอแคบ เวลาเขานอนคอจะแคบมากขึ้น ทำให้ลมหายใจที่เข้าไปไม่ค่อยสะดวก ลมจะกระแทกช่องคอแรง ส่วนในเด็กเราจะพบว่าสาเหตุของการนอนกรนจะแตกต่างจากในผู้ใหญ่ที่นอนกรนบ้าง
 
 

อาการนอนกรน  

     นั่นก็คือว่า ลักษณะต่อมทอลซินของเด็กที่อยู่บริเวณข้างๆ คอ จะใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่มีคออักเสบอยู่บ่อยๆ จะมีอาการนอนกรนชัดเจน

      ต่อมทอลซินที่อยู่ข้างคอปกติจะเล็ก ถ้าอักเสบจะโตมากจนบ้างครั้งมาชนกันตรงกลาง ทำให้ช่องคอจะแคบลง แล้วก็นอนกรนมากยิ่งขึ้น เด็กอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ เด็กที่มีการแพ้อากาศอยู่เป็ประจำ ลมที่เข้ามาทางจมูกจะเข้ายาก เมื่อลมเข้ายาก ลมก็จะกระแทกแรง ทำให้เกิดการกรนขึ้น  ฉะนั้น โรคนอนกรน ก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะในผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กก็เป็นโรคนอนกรน
ได้ 

นอนกรน Sleepgroup


อาการกรนเกิดจากลมที่เข้ามาทางจมูกไม่สะดวก
เมื่อลมเข้ายาก ลมก็จะกระแทกแรงจนเกิดเสียง

วิธีแก้อาการนอนกรน

     วิธีแก้นอนกรน นอนกรนไม่ได้เลือกว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ บางบ้านเสียงกรนก็จะทำให้คนที่อยู่รอบข้างโดยเฉพาะคุณแม่มีความรำคาญมาก การรำคาญไม่ได้เกิดกับแม่เท่านั้น เด็กจะเสียสุขภาพที่ดีไปด้วย สุขภาพที่แย่ลง คือ เด็กจะอ้าปากหายใจ การรักษาโรคนอนกรนเริ่มได้ที่ตัวของผู้ปกครองเองก่อนที่จะมาพบแพทย์ 
 
     เด็กตัวอ้วนจะนอนกรนมาก  ดังนั้น ถ้าเราลดน้ำหนัก ให้เขาก็จะทำให้ช่องคอของเขากว้างขึ้น ทำให้ลมที่เข้าไปในคอสะดวกขึ้น โดยเฉพาะเวลานอนหลับเขาจะหายใจได้คล่องขึ้นและก็จะไม่กรนในเวลานอน การักษาภูมิแพ้ ให้ดื่มน้ำอุ่น ใส่ถุงเท้า นอน จะช่วยให้จมูกโล่งขึ้น รักษษภูมิแพ้ รักษาความสะอาดที่นอแน ตากแดดเป็นประจำ จะทำให้ไรฝุ่นที่อยู่บนที่นอนลดลง ภูมิแพ้ก็จะหาย เด็กก็จะหายใจได้คล่องขึ้น

      การดูแลสุขภาพทั่วๆ ไป คือ ไม่ให้เด็กดื่มน้ำเย็น หรือเวลาว่ายน้ำ ควรใส่เสื้อผ้าเร็วๆ ไม่ให้ถูกลมพัดโดนหน้าอก จะทำให้การเจ็บคอของคนไข้ลดลง ต่อมทอนซิลก็จะลดขนาดลง สามารถที่
จะทำให้เด็กนอนกรนลดลงได้ ถ้าคุณแม่ดูแลรักษาอาการเหล่านี้แล้วยังไม่ดีขึ้น สามารถที่จะมาพบแพทย์ได้ แพทย์ก็จะให้การรักษา ซึ่งก็จะมีหลักการคล้ายๆ กัน ก็คือจะรักษาอาการภูมิแพ้ รักษาเรื่องต่อมทอนซิล และดูแลสุขภาพทั่วๆ ไปให้เขามีอาการดีขึ้น ร่วมกับการใช้ยากิน ยาพ่น ก็จะช่วยให้เด็กนอนกรนลดลง 
 
     หลังจากรักษาเด็กนอนกรนลดลงแล้วผู้ปกครองจะสังเกตได้ว่าเด็กนอนหลับได้ดีขึ้น การเรียนดีขึ้น เขามีพัฒนาการที่ดี สามารถที่จะเรียนหนังสือได้ทันเพื่อนๆ

      ถ้าหมอได้ช่วยรักษาเด็กที่นอนกรนด้วยวิธีต่างๆ เหล่านั้น ใช้ยากิน ยาพ่นแล้ว ยังไม่ดีขึ้น  ก็๗ะมีการรักษาด้วยการผ่าตัด ก็คือการผ่าตัดต่อมทอนซิลก็จะทำให้เด็กหายกรนได้ และก็ได้ผลดี
มาก แต่วิธีการนี้ก็จะเป็นวิธีสุดท้ายที่จะมาช่วยบำบัดให้เด็กนอนกรนนั้นมีอาการดีขึ้น การนอนกรนนั้นไม่ได้เกิดในผู้ใหญ่เท่านั้น ในเด็กก็เป็นได้ ทำให้สุขภาพของเด็กเสียไป ทั้งการเรียน การเจริญเติบโต การนอนหลับ ซึ่งไม่ได้คุณภาพ ปัจจุบันนี้ผู้ปกครอง คุณพ่อคุึณแม่ไม่จำเป็นต้องทนต่อไป เรามีวิธีการรักษาให้อย่างที่ได้เรียนไว้ในตอนต้น
 
 

เด็กนอนกรน

รายการ "37 องศา"ตอน : เด็กนอนกรน อันตรายที่คาดไม่ถึง ศ.พญ. มณินทร วรรณรัตน์ โรงพยาบาลเวชธานี




   
   เด็กนอนกรนไม่ใช่ปัญหาธรรมดา ถ้าใครมีปัญหานี้ก็ควรที่จะรีบหาสาเหตุและแก้ไขนะคะ เพื่อการนอนหลับที่มีประสิทธิภาพของน้องๆ ทุกคนค่ะ


สาเหตุโรคนอนกรนในเด็ก 7 ประการ


     การกรน เกิดจากการสั่นของลิ้นไก่และเพดานอ่อนที่มากกว่าปกติขณะหลับ เนื่องจากมีการปิดกั้นเส้นทางการเดินหายใจ ทำให้ลมฝ่ายเข้าสู่หลอดลม และปอดไม่สะดวก ลมที่ถูกปิดกั้นจึงย้อนหลับไปทำให้ลิ้นไก่และเพดานอ่อนสั่นจนเกินเป็นเสียงกรนขึ้น ปัจจุบันมีคนนอนกรนเป็นจำนวนมาก ทั้งนอนกรนแบบธรรมดาและนอนกรนแบบหยุดหายใจ ทำให้มีคลีนิกที่เปิดขึ้นมาเพื่อรักษาอาการนอนกรนโดยเฉพาะเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เรายังสามารถดูแลตัวเอง ให้ลดอาการ "นอนกรน" ลงด้วยวิธีการที่ไม่ยาก ดังต่อไปนี้ 
 
1. เปลี่ยนท่านอน ถ้าหากนอนหงาย  ลิ้นและลิ้นไก่ของจะเอียงไปทางด้านหลังของลำคอ ซึ่งจะไปปิดกั้นทางเดินหายใจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดก็คือ การนอนตะแคง


นอนกรน Sleepgroup

เปลี่ยนเป็นท่านอนตะแคงบ้าง

 
2. ลดน้ำหนัก การลดน้ำหนัก  ช่วยได้ แต่ไม่ใช่ทุกคน จะสังเกตได้ว่า คนผอมบางคนก็ยังนอนกรน เพราะฉะนั้นถ้าหากเพิ่งมีอาการนอนกรนเมื่อน้ำหนักขึ้น การลดน้ำหนักก็จะช่วยได้ นั่นคือ ถ้าหากน้ำหนักของคุณเพิ่มขึ้น จะไปบีบระบบทางเดินหายใจบริเวณลำคออย่างเลี่้ยงไม่ได้ ซึ่งจะทำให้มีแนวโน้มที่จะนอนกรนมากขึ้น
 
3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้เพราะแอลกอฮอล์จะส่งผลโดยตรงต่อกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน 4-5 ชั่วโมง จึงทำให้การกรน รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม คนที่ไม่กรนก็อาจจะกรนได้ หากดื่มแอลกอฮอลล์
 
4. พักผ่อนให้เพียงพอ การมีนิสัยการนอนที่ไม่ปกติ เป็นการทำร้ายร่างกายที่ไม่แตกต่างจากการดื่มแอลกอฮอล์ การทำงานอย่างหนักโดยไม่พักผ่อนจะทำให้ร่างกายอ่อนล้ามากเกินไป เมื่อหลับก็จะหลับลึก เช่เดียวกับลิ้นไก่ที่ก็จะอ่อนล้า จนตกไปกีดขวางการหายใจได้เช่นกัน
 
5. ทำให้จมูกโล่ง การทำให้จมูกโล่งจะช่วยให้ลมผ่านเข้าไปยังหลอดลมและปอดได้สะดวกมากขึ้น จะช่วยลดการกรนลงได้ ซึ่งการอาบน้ำอุ่นก่อนนอนเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้จมูกโล่ง
 
6. ทำความสะอาดห้องนอนและเปลี่ยนหมอน สารก่อภูมิแพ้ในห้องนอนและหมอน อาจทำให้นอนกรนได้ จึงควรทำความสะอาดห้อง พัดลม เพดาน เปลี่ยนหมอน หลีกเลี่ยงการนำเอาสัตว์เลี้ยงเข้ามาในห้องนอน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะกรนลง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อหมอนราคาแพงที่มีการโฆษณาสรรพคุณว่าช่วยลดการกรน ควรพิจารณาให้ดีก่อนว่ามันเหมาะกับสรีระศรีษะของตัวเราเองหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะไม่เกิดประโยชน์ และอาจทำให้คุณปวดคอเพิ่มเข้าไปอีก
 
7. อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ จมูกและเพดานปากจะแห้งและเหนียวมากขึ้น ถ้าหากร่างกายขาดน้ำ ทำให้เกิดเสียงกรนได้ง่ายมากขึ้นตามไปด้วย


โรคนอนกรนในเด็ก
  รายการสุขกายสบายใจ


[[videodmc==15099]]

บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/สุขภาพนักสร้างบารมี/นอนกรน.html
เมื่อ 30 กรกฎาคม 2557 03:53
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2557 http://www.dmc.tv