พระพุทธคุณ ตอน พระผู้เสด็จไปดีแล้ว
 

 
     ขึ้นชื่อว่า มนุษย์ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ย่อมจะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง แต่ความหมายของสิ่งที่ดีที่สุดนั้น ไม่ได้หมายถึงเฉพาะวัตถุสิ่งของที่ต้องหามาเพื่อการดำรงชีวิตเท่านั้น แต่หมายถึง ใจ ของเราด้วย ถ้าเราไม่เคยฝึกฝนอบรมใจของตนเองแล้ว ชีวิตความเป็นมนุษย์ของเราก็เท่ากับว่างเปล่าจากสิ่งที่ดีงาม  เพราะฉะนั้น ต้องทำชีวิตของเราให้มีค่า สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ด้วยการเจริญสมาธิภาวนากันทุกวัน  หมั่นตรึกระลึกถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า ทำใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ ผ่องใส มีความเลื่อมใสในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
     บางทีเราจะได้ยินพระนามของพระองค์ว่า พระสุคต มาจากศัพท์บาลี คือ สุคโต แปลว่า เสด็จไปดี เสด็จไปงาม คือ พระองค์ทรงมีทางเสด็จที่ดีงามอันได้แก่ อริยมรรค และได้เสด็จไปสู่ที่ดีงาม คือ พระนิพพาน โดยทรงดำเนินรุดหน้าไป ไม่หวนกลับคืนมาสู่กิเลสที่ทรงละได้แล้ว
 
     สุคโต ไปสู่ที่ไหน ดีที่นั่น คือ ไปทำประโยชน์เกื้อกูลให้ความสุขแก่ที่นั่น * ดังเมื่อกรุงเวสาลีเกิดทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพง ผู้คนอดอาหารตายกันเป็นจำนวนมาก ซากศพถูกปล่อยทิ้งเกลื่อนกลาด กลิ่นก็ดึงดูดอมนุษย์มารังควาน มีคนตายมากขึ้น สิ่งปฏิกูลก็เพิ่มขึ้น เกิดอหิวาตกโรคระบาดไปทั่วเมือง จนชาวเมืองหวาดกลัวกันหมด
 
     กษัตริย์ลิจฉวี จึงกราบอาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้า ให้เสด็จมาขจัดทุกข์โศกโรคภัย พระพุทธองค์ทรงพิจารณาเห็นว่า ถ้าพระองค์เสด็จไปเมืองเวสาลีและแสดงรัตนสูตร ทั้งแสนโกฏิจักรวาลจะปลอดภัย สรรพสัตว์จะมีดวงตาเห็นธรรม จึงทรงรับอาราธนา
 
     พระเจ้าพิมพิสาร ทรงเตรียมหนทางเสด็จสำหรับพระผู้มีพระภาคเจ้า และเหล่าภิกษุ ๕๐๐ รูป จากกรุงราชคฤห์ถึงฝั่งแม่น้ำคงคาประมาณ ๕ โยชน์ มีการปรับพื้นที่ให้สม่ำเสมอ สร้างวิหารเป็นที่พักระหว่างทางทุก ๑ โยชน์ ตั้งหม้อน้ำ ประดับธงชัย โปรยดอกไม้ ๕ สี และตลอดระยะทางนั้นทรงให้กั้นเศวตฉัตร บูชาด้วยดอกไม้ และของหอมต่างๆ มากมาย เวลาล่วงไป ๕ วัน พระพุทธองค์ก็เสด็จถึงฝั่งแม่น้ำคงคา
 
     เมื่อพระบรมศาสดาเสด็จลงประทับบนเรือ ข้ามฝั่งแม่น้ำคงคา พระเจ้าพิมพิสารได้ตามส่งเสด็จลงในแม่น้ำ จนถึงที่น้ำลึกประมาณแค่พระศอ ฝ่ายกษัตริย์ลิจฉวีก็รับเสด็จที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาเช่นกัน โดยจัดการต้อนรับเป็น ๒ เท่าของพระเจ้าพิมพิสาร
 
     ทันทีที่พระบรมศาสดาก้าวพระบาทประทับชายฝั่งแคว้นลิจฉวี ฝนโบกขรพรรษก็ตกลงมา ใครต้องการให้เปียกก็เปียก ใครไม่ต้องการให้เปียกก็ไม่เปียก  น้ำฝนไหลไปชะล้างแผ่นดิน พัดพาเอาซากศพทั้งหมดลงไปในแม่น้ำคงคา ผืนแผ่นดินเมืองเวสาลีก็สะอาดหมดจด ครั้นเสด็จถึงเมืองเวสาลี พระองค์ให้พระอานนท์เรียนรัตนสูตร พระอานนท์เรียนแล้วก็เอาบาตรของพระพุทธองค์ตักน้ำทำน้ำพระพุทธมนต์ ประพรมทั่วเมือง ทำให้พวกอมนุษย์พากันหนีไป โรคภัยต่างๆ ก็สงบลง
 
     จากนั้นพระองค์ทรงแสดง รัตนสูตร ที่ใจกลางเมืองต่อเนื่องกันถึง ๗ วัน เมื่อจบพระธรรมเทศนา เทวดา และมนุษย์ทั้งหลายต่างได้บรรลุธรรมถึงวันละ ๘๔,๐๐๐ ทุกๆ วัน นี่คือสุคโต เสด็จไปที่ไหน ที่นั่นก็เจริญ
 
     พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่เมืองเวสาลีเป็นเวลาครึ่งเดือน ก็เสด็จกลับกรุงราชคฤห์ กษัตริย์ลิจฉวีได้นำส่งเสด็จไปยังฝั่งแม่น้ำคงคา พญานาคที่อยู่ในแม่น้ำคงคา ได้เนรมิตเรือที่สำเร็จด้วย ทอง เงิน และแก้วมณี มารับพระพุทธองค์และเหล่าภิกษุกลับไปยังกรุงราชคฤห์ ทั้งเหล่าเทวดาและพรหมทั้งหลายได้ทำการสักการบูชาอย่างเลิศ จนถึงภพของอกนิษฐพรหม แม้แต่พระเจ้าพิมพิสารซึ่งรอการเสด็จกลับของพระพุทธองค์ ก็ได้ทรงทำสักการะเป็นทวีคูณ เหนือกว่าที่กษัตริย์ลิจฉวีทั้งหลายทรงกระทำ
 
     เมื่อภิกษุทั้งหลายสนทนากัน ถึงเรื่องที่พระพุทธองค์ได้รับการบูชาอย่างเลิศทั้งจากมนุษย์ และเทวดา พระองค์ตรัสว่า “การบูชาอันวิเศษนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยพุทธานุภาพ หรือด้วยอานุภาพของนาค เทวดา หรือพรหม แต่เกิดขึ้นด้วยอานุภาพแห่งบุญที่ได้ทำเพียงเล็กน้อยแต่ถูกเนื้อนาบุญ” ทรงเล่าความเป็นมาว่า
 
     ในอดีต พระองค์ทรงเกิดเป็นพราหมณ์ชื่อ สังขะ มีลูกชายชื่อ สุสิมะ เมื่อลูกชายอายุได้ ๑๖ ปี ได้ไปเรียนศิลปวิทยาที่เมืองพาราณสี ปกติคนอื่นๆ จะใช้เวลาเรียนนานถึง ๑๒ ปี แต่สุสิมะเรียนเพียง ๒-๓ เดือน ก็สำเร็จการศึกษา แต่เห็นว่าศิลปวิทยานั้นยังไม่ใช่วิชาที่ดีที่สุด จึงลาอาจารย์ไปบวชกับพระปัจเจกพุทธเจ้า
 
     ครั้นบวชแล้ว ได้ศึกษาอภิสมาจาริกวัตร ไม่นานก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า เข้าถึงความเป็นเลิศ ด้วยลาภ ยศ มีบริวารพรั่งพร้อม แต่ไม่นานก็ปรินิพพาน เพราะเคยทำกรรมที่เป็นเหตุให้อายุสั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย และมหาชนจึงได้ทำฌาปนกิจ และนำพระธาตุไปประดิษฐานไว้ในพระสถูปเจดีย์ที่ประตูเมือง
 
     ฝ่ายสังขพราหมณ์ซึ่งเป็นพ่อคิดว่า “ลูกชายของเราจากไปนานแล้ว ไม่เห็นส่งข่าวมาเลย” ด้วยความคิดถึงลูกจึงออกตามหา แต่เมื่อได้รู้ความจริงทั้งหมดก็เสียใจ ร้องไห้ คร่ำครวญถึงลูกชาย พลางเดินไปยังลานเจดีย์ที่ประดิษฐานพระธาตุของพระปัจเจกพุทธเจ้าสุสิมะ ได้ถอนหญ้าบริเวณนั้น และใช้ผ้าห่มขนทรายมาเกลี่ยลงบนลานเจดีย์ ประพรมด้วยน้ำจากคนโท นำดอกไม้ป่ามาประดับบูชา ใช้ผ้าห่มทำเป็นธงประดับไว้ ผูกร่มของตนไว้บนสถูป แล้วก็กราบบูชาพระเจดีย์
 
     พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเล่าเรื่องในอดีต และทรงสรุปว่า สังขพราหมณ์ คือพระองค์นั่นเอง ด้วยอานิสงส์ที่พระองค์ได้ถอนหญ้าที่ลานเจดีย์ของพระปัจเจกพุทธเจ้าสุสิมะ มนุษย์ทั้งหลายจึงได้ถางทางให้พระองค์เสด็จ ด้วยอานิสงส์ที่ทรงเกลี่ยทรายปรับพื้นลานเจดีย์ มหาชนจึงได้เกลี่ยทรายปรับหนทางให้พระองค์ เพราะพระองค์ได้บูชาพระเจดีย์ด้วยดอกไม้ป่า  มหาชนจึงปูทางพระดำเนินด้วยดอกไม้นานาพรรณทั้งบนบก และในน้ำ เพราะพระองค์ได้ประพรมน้ำรอบพระเจดีย์ จึงทำให้ฝนโบกขรพรรษตกลงมาในเมืองเวสาลี และการที่พระองค์ได้ทำธง และผูกร่มบูชาพระเจดีย์ มนุษย์ และเทวดาทั้งหลายจึงได้ยกธง และซ้อนฉัตรบูชาพระองค์จนถึงอกนิษฐพรหมโลก การบูชาอันเลิศที่พระองค์ได้รับครั้งนี้ ก็เนื่องด้วยการบูชาเพียงเล็กน้อย ที่พระองค์กระทำในเนื้อนาบุญนั่นเอง จากนั้นพระองค์ได้ตรัสพระคาถาว่า
 
          “มตฺตาสุขปริจฺจาคา        ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ
           จเช มตฺตาสุขํ ธีโร        สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ
 
     ถ้าบุคคลพึงเห็นความสุขอันไพบูลย์ เพราะสละความสุขพอประมาณ นักปราชญ์เมื่อมองเห็นความสุขอันไพบูลย์ ก็พึงสละความสุขพอประมาณเสีย”
 
     จะเห็นได้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ว่าจะเสด็จไปที่ใดก็ตาม ย่อมทำให้ที่นั้นสะอาดหมดจด มีแต่ความสุข ความเจริญ มนุษย์และเทวดาทั้งหลายต่างเข้าถึงธรรม  มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด พระองค์จึงได้ชื่อว่า สุคโต คือ ไปสู่ที่ไหนดีที่นั่น
 
     ด้วยอานิสงส์ที่พระองค์ได้บูชาพระสถูปเจดีย์ ในภพชาติที่เกิดเป็นสังขพราหมณ์นั้น ไม่ว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ใดก็ตาม จะได้รับการต้อนรับอย่างดีเลิศ  เพราะฉะนั้นให้ทุกท่านตรึกระลึกนึกถึงบุญ ที่เราได้ช่วยกันสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระธรรมกายของพระพุทธเจ้านับล้านองค์ และหมั่นเจริญสมาธิภาวนาทุกวัน บุญจะได้หลั่งไหลมาสู่ศูนย์กลางกาย บันดาลความสุขความสำเร็จให้เกิดขึ้นแก่ชีวิตของเราทุกคน

พระธรรมเทศนาโดย: พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
 
* มก. รัตนสูตร เล่ม ๓๙ หน้า ๒๑๕
 
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/dhamma_for_people/พระพุทธคุณ_ตอน_พระผู้เสด็จไปดีแล้ว.html
เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2562 21:13
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2562 http://www.dmc.tv