เวินพระสุกกับปริศนาของพระสุกใต้ลำน้ำโขง
เรื่องจริงที่ออกอากาศในรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ในช่วง Case Study ทางช่อง DMC
เวินพระสุก กับปริศนาพญานาคใต้ลำน้ำโขง 

กระผมชื่อ พระสุทธิพันธ์ วิสุทฺธิโก พื้นเพครอบครัวของหมู่ญาติล้วน เป็นคน อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย โยมตาของกระผมเป็นคนหมู่บ้านหนองกุ้ง โยมตากับโยมยายมีลูกด้วยกันทั้งหมด ๗ คน ซึ่งโยมแม่ของกระผมเป็นลูก คนที่ ๕ มีเหตุการณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับพี่ๆ ของโยมแม่ คือ โยมป้าซึ่งเป็น ลูกสาวคนโต และเป็นนางงามประจำอำเภอโพนพิสัย โยมป้าคนโตอยู่ดีๆ ก็หลับตายไปเฉยๆ และต่อมาไม่นานนักโยมป้าคนที่ ๓ ก็หลับตายไปเฉยๆ อีกเช่นกัน ทำให้ต่อมาโยมตา ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางในย่านนั้น ได้หันมาทำบุญกุศลให้กับตนเองและครอบครัว ด้วยการบูรณะวัดมัชฌิมาวาส แต่สร้างยังไม่ทันเสร็จ โยมตาก็มาเสียชีวิตกลางแม่น้ำโขง โยมยายจึงรับหน้าที่บูรณะวัดต่อจนเสร็จ


อีก ๑๐ กว่าปีให้หลัง ลูกชายทั้งสองคนของโยมตาและโยมยายก็ นอนหลับเสียชีวิตไปเฉยๆ อีกเช่นกัน โดยไม่มีร่องรอยบาดแผลอะไรเลย คนหนึ่งไปเสียชีวิตที่อเมริกา อีกคนหนึ่งมาเสียชีวิตที่บ้านดงบัง รวมแล้ว พี่ๆ ของโยมแม่เสียชีวิตเพราะหลับตายทั้งหมด ๔ คน เป็นหญิง ๒ คน ชาย ๒ คน

สำหรับครอบครัวของกระผมนั้น เมื่อโยมแม่แต่งงานกับโยมพ่อ ก็ ให้กำเนิดพี่ชายของกระผม แต่พี่ชายเสียชีวิตตอนอายุเพียงแค่ขวบเดียว หลังจากนั้นไม่นาน โยมแม่ก็ตั้งครรภ์อีก และได้คลอดกระผมออกมา แต่ ในขณะที่ตั้งครรภ์ท่านก็ฝันว่า พี่ชายที่เสียชีวิตไปแล้วมาขอเกิดเป็นลูกอีก ครั้งหนึ่ง พอกระผมคลอดออกมาได้ไม่กี่วัน โยมแม่กลัวว่าอายุจะสั้น จึงนำ กระผมไปถวายเป็นลูกของพระครูสุวรรณคุณาวสัย ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัด หนองกุ้งใต้ หลวงพ่อพระครูก็บอกโยมแม่ให้เป็นแม่นม ต้องพูดจาเพราะๆ ไม่ดุด่า แล้วก็ให้นำดอกไม้ธูปเทียนมาบูชาในวันพระทั้ง ๘ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ กระผมจึงมีคนมากราบไหว้ตั้งแต่ยังแบเบาะทุกๆ วันพระ

พออายุได้ ๑๐ ขวบ กระผมก็ได้บวชเป็นสามเณรที่วัดมัชฌิมาวาส ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ซึ่งโยมตาและโยมยายของกระผมได้บูรณะ เอาไว้ กระผมบวชตอน ๒ ทุ่ม พอวันรุ่งขึ้น ๘ โมงเช้า ก็ขึ้นธรรมาสเทศน์ มหาชาติเลย โดยมีหลวงพ่อเจ้าอาวาส คือ หลวงพ่อกุ ปริปุณฺโณ เป็นผู้ฝึก ให้เทศน์ (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว อายุรวมได้ ๑๑๓ ปี) พอขึ้นเทศน์ครั้งนั้นแล้ว ผมก็กลายเป็นสามเณรที่คนทั้งอำเภอรู้จัก ในนามสามเณรนักเทศน์ ต่อมาก็มีโยมมานิมนต์ไปเทศน์เรื่อยๆ และก็ได้นำปัจจัยทั้งหมดมารวมสร้างโบสถ์ที่วัดมัชฌิมาวาส หลังจากนั้น ๑ ปี กระผมก็ได้ลาสิกขาออกมาเรียนหนังสือต่อ และรับราชการที่กรมแพทย์ทหารเรือ และภายหลังได้มาบวชเป็นพระตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๓๙ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้

ต่อมาหลวงพ่อกุ ได้นิมนต์กระผมให้ไปพบกับหม่อมราชวงศ์ ๒ ท่าน (ขอสงวนนามจริง) ในฐานะที่กระผมเป็นลูกหลานของผู้บูรณะวัดมัชฌิมาวาส เมื่อได้มีโอกาสสนทนากับท่านทั้ง ๒ ทำให้รู้สึกอัศจรรย์ใจในเรื่องราวความ ฝันของหม่อมทั้งสองที่เล่าให้ฟังว่า ทั้งคู่เป็นพระราชธิดาของกษัตริย์ที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำโขง ชื่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ซึ่งเจ้าเชษฐ์ได้มาเข้าฝัน แล้วบอกในความฝันว่า ให้ไปสร้างศาลาการเปรียญกับวัดทางฝั่งไทย ที่อยู่เยื้องกับปากแม่น้ำงึม (แม่น้ำงึมเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศลาวที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง) ที่วัดนั้นจะพบกับพระสูงอายุมากรูปหนึ่ง และท่านจะอยู่ลำพัง รูปเดียวเท่านั้น

หม่อมทั้งสองท่านก็มาตามหาวัดในฝันที่หมู่บ้านหนองกุ้ง ปรากฏว่า พอได้มาเห็นวัดมัชฌิมาวาสแล้ว ก็บอกว่านี่แหละคือวัดที่อยู่ในความฝัน และทั้งสองท่านก็ได้เป็นต้นบุญสร้างศาลาการเปรียญจนเสร็จ และยังอุปถัมภ์ วัดมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่น่าอัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งก็คือ บ้านหนองกุ้งที่กระผมเกิดนี้ มีจุดที่พบพระพุทธรูปองค์หนึ่งชื่อ�พระสุกž ซึ่ง จมอยู่ใต้ลำน้ำโขง บริเวณนั้นเรียกกันว่าเวินพระสุก คำว่า "เวิน" หมายถึง คุ้งน้ำวน ซึ่งพระสุกนี้เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐา ธิราช ซึ่งสร้างขึ้นพร้อมกัน ๓ องค์คือ ๑.พระสุก ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ใต้ลำ น้ำโขง บริเวณเวินพระสุก ๒.พระใส ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย ๓.พระเสริม ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดปทุมนาราม กรุงเทพฯ


พระครูสุวรรณคุณาวสัย ที่โยมแม่นำกระผมไปฝากเป็นลูกท่าน ได้ เคยทำพิธีอัญเชิญพระสุกขึ้นจากน้ำ โดยมีชาวบ้านและตัวกระผมก็ได้เห็น เหตุการณ์นี้ด้วยตาของตนเอง จำได้ว่าขณะที่กำลังอัญเชิญพระสุกที่ค่อยๆ ลอยโผล่พ้นน้ำขึ้นมาเองได้ประมาณหน้าอกขององค์พระ แต่แล้วทันใดนั้น ท่านก็กลับจมลงไปอีก ไม่สามารถอัญเชิญขึ้นมาได้ แม้ต่อมามีความพยายามทำพิธีอัญเชิญ อีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ปัจจุบันคิดว่า พระสุกยังคงจมอยู่ ณ บริเวณนั้น ท่านเจ้าคณะอำเภอโพนพิสัยองค์ปัจจุบัน คือ พระครูพิสัยกิจจาธร มีความตั้งใจที่จะอัญเชิญพระสุกขึ้นมา และอยากจะสร้างวัดพระสุกคู่กับพิพิธภัณฑŒเจ้าเชษฐ์ฯ ที่ท่านสร้างไว้ เพื่อเป็นสถานที่ให้คนได้มา สักการะบูชาต่อไป แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สามารถทำได้

 

คำถาม
 

๑. เพราะเหตุใดพี่ๆ ของโยมแม่ ถึง นอนหลับตายไปเฉยๆ เหมือนกัน ทั้ง ๔ คน
๒. กระผมมีบุพกรรมอะไรจึงถูกยก ให้เป็นลูกพระครู และมีคนมากราบ ไหว้ทุกวันพระตั้งแต่ยังแบเบาะ
๓. หม่อมทั้งสองเกี่ยวข้องกับเจ้า เชษฐ์อย่างไร ทำไมถึงมาอุปถัมภ์ และสร้างศาลาการเปรียญที่วัด มัชฌิมาวาส
๔.ทำไมการอัญเชิญพระสุกขึ้นมา จึงทำไม่สำเร็จ แม้ขึ้นมาได้แค่อก แต่ท่านก็จมลงอีก แล้วจะมีโอกาส อัญเชิญท่านขึ้นมาได้อีกหรือไม่


 
 
ฝันในฝัน


เหตุที่พี่น้องทั้ง ๔ คน นอนหลับ ตายไปนั้นก็เพราะว่า ทั้ง ๔ คน เคย เกิดเป็นพญานาค ซึ่งเป็นบริวาร ของผู้ปกครองพญานาคตรงสะดือ แม่น้ำโขงคือ ส่วนที่ลึกและกว้างที่สุด ของลำน้ำโขง เมื่อหมดอายุขัยของ การเป็นนาคก็มาเกิดเป็นมนุษย์ และก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์ก็ได้สัญญาว่า จะกลับไปอยู่กับเจ้านายอีก เพราะว่ารับใช้เจ้านายมานาน จนเกิดความผูกพันและอธิษฐานจิตว่าจะอยู่ในโลกมนุษย์ไม่นาน ก็จะกลับมารับใช้ เจ้านายอีก ดังนั้นการที่พี่น้องของโยมแม่ทั้ง ๔ คนละโลกก็เพราะหมดอายุ ขัย ตามความปรารถนาของตัว และตอนนี้ก็กลับไปเป็นพญานาคบริวารอยู่ กับเจ้านายของตัวเองเหมือนเดิม

ส่วนลูกที่เป็นเจ้าของเรื่องนั้น ในอดีตชาติเคยเกิดเป็นทหารและ ออกรบกับกองทัพของพระราชา ได้ฆ่าข้าศึกตายเป“นจำนวนมาก ต่อมาภายหลังได้ออกบวชพร้อมพระราชา และเป็นกำลังเผยแผ่ธรรมะจนตลอดชีวิต ด้วยกรรมที่เคยฆ่าคนเอาไว้ ชาตินี้จึงทำให้อายุสั้นและตายตั้งแต่ตอน หนึ่งขวบ ลูกก็คือพี่ชายที่ตายไปและกลับมาเกิดใหม่นั่นเอง

ด้วยบุญที่เคยออกบวชในอดีตชาติและปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงธรรม ก็อธิษฐานจิตว่า ขอให้ได้บวชตั้งแต่เยาว์วัย จึงทำให้ได้มาบวชเป็นสามเณร และถูกยกให้เป็นลูกของพระครู ส่วนที่ได้รับการกราบไหว้จากผู้คนตั้งแต่ยังแบเบาะ ก็เพราะบุญที่ตอนบวชในชาตินั้น ได้ชวนญาติโยมเป็นจำนวนมากให้มารักษาอุโบสถศีลทุกวันพระ บุญนี้ก็เลยส่งผลให้มีคนมากราบไหว้ในวันพระตั้งแต่ยังแบเบาะ

ส่วนหม่อมราชวงศ์ทั้งสองท่าน ชาติในอดีตได้เกิดเป็นพระราชธิดา ของเจ้าเชษฐ์จริงๆ โดยมีพี่น้องเป็นพระราชธิดารวมกันสามพระองค์ ทั้งสามได้ขอสร้างพระประจำตัวจากเจ้าเชษฐ์ คือ พระเสริมซึ่ง ประดิษฐานอยู่ที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ เป็นของพระราชธิดาองค์โต ส่วนพระสุกที่ยังจมอยู่ใต้ลำน้ำโขงที่บริเวณเวินพระสุกนั้น เป็นของราชธิดา องค์กลาง และพระใสซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย เป็นของพระราชธิดาองค์เล็ก

ภายหลังจากพระราชธิดาทั้งสามสิ้นพระชนม์แล้ว องค์โตกับองค์เล็ก ก็ได้มาเกิดเป็นหม่อมสองท่าน ส่วนองค์กลางที่ได้สร้างพระสุกไปเกิดเป็นพระมเหสีของพญานาคที่มีศรัทธาต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ พญานาคที่พ่นบั้งไฟเป็นพุทธบูชาในวันออกพรรษานั่นเอง แต่ก่อนนั้นพระพุทธรูปสามองค์อยู่ที่เมืองลาว ต่อมาถูกอัญเชิญมาอยู่ในเมืองไทย แต่พระสุกนั้น พระมเหสีของพญานาคมีความปรารถนาว่า จะดูแลเองเพราะเป็นพระประจำตัวของท่าน จึงได้ใช้ฤทธิ์บันดาลให้เกิดพายุฝน จนทำให้เรือแพที่ อัญเชิญมาล่มลง และก็นำพระสุกไปดูแลเองที่เมืองนาคบาดาลใต้ลำน้ำโขง


เจ้าเชษฐ์ได้ไปเข้าฝันหม่อมทั้งสองจริงๆ เพราะท่านมีศรัทธาใน หลวงปู่กุ ปริปุณฺโณ ที่ท่านมีศีลาจารวัตรที่งดงาม และอยู่ในสายตาของ เจ้าเชษฐ์ตลอด จึงอยากได้บุญ ไปเข้าฝันอดีตราชธิดาทั้งสอง ให้มาอุปถัมภ์สร้างศาลาการเปรียญที่วัดมัชฌิมาวาสนั่นเอง ส่วนสาเหตุที่ อัญเชิญพระสุกขึ้นมาจากลำน้ำโขงไม่สำเร็จก็เพราะมเหสีพญานาค ที่เป็นอดีตราชธิดาองค์กลางของเจ้าเชษฐ์ และเป็นเจ้าของพระสุกไม่อนุญาต จึงทำให้อัญเชิญขึ้นมาไม่สำเร็จ แต่ถ้าเมื่อใดท่านอนุญาตก็จะสามารถ อัญเชิญได้สำเร็จ
 
 
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/scoop/bangfai_payanaka4.html
เมื่อ 1 ตุลาคม 2557 23:16
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2557 http://www.dmc.tv