ผลการปฏิบัติธรรม

กัลยาณมิตร อารีย์ อาจน้อย (ประเทศไทย)
 
กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง
 
    จากแม่ค้าแบกะดินผู้ลำเค็ญ ซ้ำถูกมะเร็งขั้นสุดท้ายคุกคามชีวิต แต่อัศจรรย์เจ้าค่ะ ลูกอาศัยเพียง “บุญ” ก็พลิกชีวิตให้เป็นผู้นำบุญที่เวลานี้ กายพร้อม ใจพร้อม...Module พร้อม เจ้าค่ะ
 
ลูกชื่อ อารีย์ อาจน้อย ปัจจุบันอายุ 53ปี ลูกประสบวิกฤตชีวิตเมื่อปี พ.ศ.2530 เริ่มจากลูกแพ้ท้องมากจนต้องลาออกจากงาน ต่อมา สามีก็ตกงานอีก ลูกจึงไปรับของเล็กๆ น้อยๆ มาวางขายแบกะดินโดยใช้กระสอบปุ๋ยมาเย็บเป็นผืนวางริมฟุตบาท วันแรกขายได้เพียง 97บาท แต่ลูกยังภูมิใจว่า ไม่ว่าจะขายได้มากหรือขายไม่ได้ ลูกจะเจียดเงินถวายพระที่ออกบิณฑบาต 20 บาททุกวัน
 
ลูกขายของตั้งแต่ 6โมงเช้าถึง 4ทุ่ม ตกดึกยังรับร้อยมะลิ รับถักตุ๊กตา ลูกอดทนสู้ชีวิต ตากฝนตากแดดจนหลังไหม้ หัวแดง ต้องยกมือไหว้อ้อนวอนเทศกิจอย่ายึดของของลูกไป ต้องแบกข้าวของหนักๆ จนครั้งหนึ่งแผลที่เย็บตอนผ่าท้องคลอดลูกปริเลือดไหล เจ็บแสนสาหัส จิตใจถูกความทุกข์ยึดครองไว้หมด ท้อแท้ทนทุกข์ไม่ไหวจนคิดลาตาย ลูกจึงขึ้นไปบนดาดฟ้าตึก 5 ชั้นจะโดดลงมา แต่มองไปเห็นหลังคาวัดไกลๆ ก็ฉุกคิดได้ว่า “ถ้าโดดลงไปแล้วไม่ตายแต่พิการจะมิยิ่งแย่กว่าเดิมหรือ ญาติพี่น้องที่เราไม่กล้าไปเอ่ยปากให้ช่วยเหลือคงได้แต่ตำหนิ เราควรจะมีชีวิตอยู่อย่างหาญกล้ามากกว่าน่าสงสาร ถ้าท้อจะเป็นเพียงถ่านแต่ถ้าผ่านจึงจะเป็นเพชร”
 
    ลูกตัดสินใจสู้ชีวิตต่อ มีกำไรเล็กๆ น้อยๆ ลูกก็ฝากธนาคารทุกวัน ต่อมา ลูกก็ยกฐานะขึ้นสูงได้อีกนิด คือจากแบกะดินก็มาเช่าแคร่ไม้ไผ่วางของขาย ต่อๆมาก็ขยายเป็น 6แคร่ ใครเดือดร้อนเมื่อลูกพอมีบ้างลูกก็จะช่วยเหลือ ลูกกรำแดดกรำฝนอยู่ริมถนนถึง 6ปี เมื่อมีการเปิดให้เซ้งร้านตรงท่าช้าง ลูกจึงไปเซ้งขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ
 
    วันหนึ่ง ญาติที่เคยเอาแผ่นพับของวัดพระธรรมกายมาชวนทำบุญ ซึ่งลูกก็ทำบุญด้วยอย่างสม่ำเสมอทุกบุญ บางทีช่วยบอกบุญต่ออีก เขามาชวนสร้างพระธรรมกายประจำตัว ช่วงนั้นเศรษฐกิจไม่ดีขายของได้แค่วันละสองสามร้อย อาหารเช้าของลูกคือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลเพราะไม่เปลือง เขาบอกจะปิดยอดองค์พระแล้วให้ทำวันนี้เลย แต่ลูกยังไม่มีเงิน ลูกเดินไปอธิษฐานกลางแจ้งว่า “วัดพระธรรมกายอยู่ไหนลูกยังไม่รู้ แต่ลูกอยากสร้างพระมาก ขอให้ลูกมีเงินวันนี้เถิด” สักพัก ก็มีฝรั่งคนหนึ่งนั่งกินข้าวอยู่ที่ร้านฝั่งตรงข้ามเดินมาที่ร้าน หยิบนั่นซื้อนี่รวมเก้าพันกว่าบาท เขาบอกว่า “เหมือนมีใครเรียกให้มาซื้อของร้านนี้” วันนั้นลูกจึงได้สร้างพระอย่างอัศจรรย์
 
    ประมาณปีพ.ศ.2545 ลูกมีอาการปวดท้องมากคิดว่า คงเป็นโรคกระเพาะ ซื้อยามาทานเองก็ไม่หาย จึงไปหาหมอ ผลตรวจพบว่ามีเนื้องอกและแผลแตกในลำไส้ เลือดในลำไส้เป็นสีดำแล้ว หมอนัดผ่าตัด ลูกก็คิดว่าคงเป็นแค่แผลในลำไส้ธรรมดา
 
 
    ถึงวันนัด ระหว่างนั่งรอพบหมอ ลูกอ่านบอร์ดหน้าห้องตรวจ รู้สึกว่าที่เขียนไว้เหมือนอาการที่ลูกเป็นทุกอย่าง พอพบหมอจึงถามตรงๆว่า ลูกเป็นมะเร็งใช่หรือไม่ หมอตอบว่า“ใช่” ลูกแค่ถามแต่ไม่ได้ทำใจไว้ก่อน เพราะลูกแข็งแรงมาตลอด พอรู้ว่าเป็นมะเร็งรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า หมดเรี่ยวแรงทั้งกายทั้งใจ รางวัลความอดทนสู้ชีวิตของเราคือเป็นมะเร็งหรือ ลูกชายก็ยังเด็กนัก ถ้าเป็นอะไรไปลูกเราอยู่อย่างไร ลูกร้องไห้จนหมอเข้ามาจับมือปลอบ พอออกมาจากห้องหมอ สามีกำลังคุยโทรศัพท์ รีบรี่เข้ามาถาม ลูกบอกสามีว่า“ไม่เป็นอะไรมากหรอก เป็นแค่มะเร็ง” สามีถึงกับทำโทรศัพท์หลุดมือ
 
    ในวันผ่าตัด ขณะนอนในห้องเตรียมผ่าตัด ลูกนึกถึงบุญใหญ่สุดที่เคยทำ คือ บุญสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวหนึ่งหมื่นบาท ลูกปลื้มกับบุญนี้มาก และลูกยังนึกถึงเงินที่ขายของได้เก็บใส่ถุง ห่อหนังสือพิมพ์เก่าๆ ซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้าเก่าๆ ถ้าเราตายไปตอนนี้ก็เท่ากับศูนย์ คนอื่นต้องเก็บไปทิ้งแน่ๆ เพราะคิดว่าเป็นแค่กองขยะ เงินที่เราหามาได้ เสื้อผ้าสวยๆ ซื้อไว้ในยามนี้ก็ไม่ได้ใช้ ต้องใส่ชุดโรงพยาบาลเก่าๆ ถ้าเรารอดจะไปทำบุญให้มากกว่านี้
 
    หลังผ่าตัดลูกต้องฉายแสง ฉีดคีโม พอร่างกายเริ่มแข็งแรง ลูกตัดสินใจไปปฏิบัติธรรมที่พนาวัฒน์ ก่อนไปมะเร็งลามไปที่ตับแล้ว ทั้งที่ลูกรู้ว่ารักษาไม่หาย แต่ก็ไป นี่เป็นทางเลือกสุดท้ายของชีวิต
 
    ขณะนั่งสมาธิที่พนาวัฒน์ ลูกได้อธิษฐานกับรูปของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯในห้องปฏิบัติธรรม  ขอให้หายป่วย ให้ได้อยู่ดูแลลูก และคุณแม่ ลูกจะตั้งใจทำหน้าที่ผู้นำบุญไม่ทำงานหนักเช่นเดิมอีก จะตั้งใจบอกบุญจานดาวธรรม ใครไม่มีเงินก็จะให้ฟรี ตอนอธิษฐานไม่ได้คิดว่า จะได้หรือไม่ได้  รู้สึกแค่ว่านี่เป็นวาระสุดท้ายของเรา ชีวิตตอนนี้ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
 
    พอนั่งสมาธิ ก็ปล่อยวางทุกอย่าง ใจเบาสบาย ใจนิ่งสงบเสมือนแผ่นน้ำที่เรียบใสเป็นกระจกอยู่ในตัวเอง รู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวโล่งๆ นึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ สักพักรู้สึกเหมือนมีลำแสงสีขาวมาจากรูปของท่านเป็นทางยาวสว่างพุ่งเข้าท้อง วันต่อ มานั่งเห็นเป็นรูปพระ ในมุม Top view อยู่ในตัวขยายใหญ่เป็นตัวเรา สว่างเหมือนกลางวัน ทีแรกคิดว่า คิดไปเอง แต่ก็คิดต่อไปว่า “เราไม่ได้ลืมตานี่” บางทีตัวถูกดูดลงไป บางทีเหมือนนั่งอยู่บนเมฆ ไม่มีแขนไม่มีขา พอใจนิ่งก็มีองค์พระผุดขึ้นมา ครั้งแรกเป็นสีม่วงๆ ต่อมาก็ค่อยๆใส อยู่กลางท้อง มีความสุขมาก
 
    เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง ที่การทำสมาธิเป็นเหมือนการปลุกระดมภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ Alert ขึ้นมา หลังกลับจากพนาวัฒน์ หมอตรวจพบว่า มะเร็งที่ลามไปที่ตับหายไปแล้ว พอลูกได้ยินก็ดีใจสุดๆ หมอจะขอผ่าดูอีกทีให้แน่ใจ แต่ลูกขอไปนั่งสมาธิถือศีลก่อน คุณหมอก็ยิ้มๆ พอกลับไปตรวจอีก ปรากฏว่า มะเร็งหายไปหมดแล้ว ส่วนผลเลือดที่แสดงค่าของมะเร็งก็ค่อยๆ ลดลง จนอยู่ในระดับปกติ เป็นเรื่องมหัศจรรย์เกินคาด หมอถามว่า “ไปบนเจ้าแม่ที่ไหนมา” ลูกก็บอกว่า “ไปนั่งสมาธิตามแนวคำสอนของหลวงปู่วัดปากน้ำที่วัดพระธรรมกาย จึงช่วยฆ่าเชื้อร้ายขยายเชื้อดีได้”
 
    พยาบาลให้ลูกไปพูดให้คนไข้ที่เป็นมะเร็งระยะแรกๆ ฟังจะได้ไม่ต้องกลัว เพราะขนาดลูกเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้วยังหายได้เลย ลูกเป็นกรณีศึกษาของหมอและนักเรียนแพทย์ด้วยว่า การทำสมาธิสามารถช่วยให้โรคหายได้ ปัจจุบันผ่านมา 5ปีแล้ว คุณหมอยังโทรศัพท์มาคอยถามอาการ เพราะคนอื่นที่ป่วยแบบนี้ที่หมอรักษาอยู่หายจากโลกนี้กันไปหมดแล้ว
 
    แต่พอโรคร้ายทุเลา ลูกก็ประมาท กลับไปทำงานหนักละเลยการปฏิบัติธรรม พอไปตรวจผลเลือดค่ามะเร็งก็ขึ้น คุณหมอจะถามว่า “ไปกินเหล้า สูบบุหรี่ หรือเครียด หรือเปล่า” ลูกก็ตอบว่าถือศีลห้าไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้นั่งสมาธิ ลูกกลัวมะเร็งจะกลับมาอีก จึงตั้งใจแน่วแน่ขึ้นพนาวัฒน์นั่งสมาธิทุกเดือน รวมได้ 40ครั้งแล้ว ปัจจุบันลูกขยายร้านไปได้ 8 ร้าน แต่ลูกกลับมีเวลานั่งสมาธิทั้งเช้า เย็น ก่อนนอน เวลาไม่มีลูกค้าก็นั่งหลับตามีองค์พระผุดที่ศูนย์กลางกายและขยายคลุมตัว มีความสุขมาก มากกว่าสุขจากการไปเที่ยวหรือการมีเงิน ถ้ามีคนเอาเงินมากองให้สิบล้าน จ้างให้เลิกนั่งสมาธิ ลูกยืนยันเลือกการนั่งสมาธิ เราหาเงินเองดีกว่า ยิ่งกว่านั้นสามีของลูกก็ศรัทธาวัดมากขึ้นมาก ลูกชายได้บวชที่วัดพระธรรมกายทั้งคู่ เราเป็นครอบครัวธรรมกายเจ้าค่ะ และทุ่มเททำบุญทุกบุญ
 
    กว่าลูกจะได้ร้านมีหลังคาคุ้มแดดคุ้มฝน ก็เหนื่อยปางตาย นั่นคงเพราะลูกทำบุญวิหารทานพร้อมหลังคามาน้อยนัก เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้สร้างหลังคามหารัตนวิหารคด เพื่อรองรับสงฆ์ทุกนิกายทั่วโลก และสาธุชนนับล้านคน ลูกดีใจที่สุด หากมหาวิหารคดไม่มีหลังคา ลูกคิดว่าเหมือนนิมนต์พระมาบ้าน แต่ให้นั่งตากแดดตากฝนกันอยู่กลางสนาม ท่านก็ไม่สบาย เราก็ไม่สบาย บุญก็ได้น้อย พอยิ่งฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่ออธิบาย ลูกก็สรุปของลูกว่า การสร้างบุญใหญ่ครั้งนี้มิใช่เพียงเพื่อประโยชน์ของพระพุทธศาสนาเท่านั้น หากยังเพื่อชีวิตในสังสารวัฏของมวลมนุษยชาติ และเหล่าเทวาทั้งปวง
 
    หนึ่ง Module ที่ลูกตั้งใจไว้ ลูกต้องทำทะลุเป้าให้จงได้ ลูกปลื้มกับบุญนี้ตลอดเวลา ลูกชวนทุกคนทำบุญ Module อย่างมีความสุข พอกลับจากพนาวัฒน์ลูกจะโทรศัพท์หาเพื่อนๆบอกว่า “เอาบุญมาฝากนะ” และชวนทำบุญกฐิน ชวนขึ้นพนาวัฒน์ด้วยกัน บอกเขาว่า “เราจะเอาบุญใหญ่ต่ออายุ ร่วมบุญกันนะ” เป็นบุญใหญ่อย่างไรก็ได้โอกาสอธิบาย สำเร็จทุกทีค่ะ เพื่อนบางคนขึ้นไปปฏิบัติธรรมทั้งครอบครัว
 
    ลูกกราบขอบพระคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ที่มีเมตตามหาศาล สร้างหลังคามหารัตนวิหารคด พระเดชพระคุณหลวงพ่อต้องเหน็ดเหนื่อยเพิ่มอีกมาก ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเอง หากเพื่อพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายและเพื่อลูกๆอย่างแท้จริง
 
กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง
ลูก อารีย์  อาจน้อย
                                                               
ป.ล. นิสัยรักการทำบุญนี้ ลูกได้จากคุณแม่และคุณยายของลูก ท่านจะสอนลูกหลานให้เอาแต่ของดีๆ ถวายพระ ท่านจะคดข้าวปากหม้อ แล้วอธิษฐานว่า “ยกข้าวขึ้นเหนือหัว ข้าวขาวดั่งดอกบัว ถวายพระพุทธเจ้าในนิพพาน ขอให้ได้มรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1” แล้วใส่บาตร
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/world_meditation/Thailand_Are_Ree.html
เมื่อ 25 ตุลาคม 2557 12:36
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2557 http://www.dmc.tv