ผลการปฏิบัติธรรม

กัลยาณมิตร ปณิชา ต่อสุวรรณ (ประเทศไทย)
 
กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง
 
    จากแร่ทองคำธรรมชาติ ผ่านเข้าสู่เบ้าหลอม ออกมาเป็นทองคำบริสุทธิ์เลอค่าสุกปลั่งอร่ามตา...จากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ถูกหล่อหลอมจนเข้าถึงองค์พระภายใน ก็ด้วยเบ้าหลอมแห่งพระพุทธศาสนา เบ้าหลอมนี้ จึงเป็นดั่งยาวิเศษ แก้กองกิเลส หลอมคนให้เป็นคน
 
 
    ลูกชื่อ ปณิชา ต่อสุวรรณ ปัจจุบันอายุ 42ปี ตั้งแต่ลูกยังเด็กอายุเพียง 11ขวบ ซึ่งตรงกับ พ.ศ.2522 คุณแม่ก็ส่งลูกเข้าสู่เบ้าหลอมพระพุทธศาสนา ด้วยการพาลูกไปปฏิบัติธรรมที่วัดแถวบ้านแห่งหนึ่ง ทางวัดสอนให้ทำสมาธิโดยภาวนา คำว่า “พุทโธ” ส่วนเวลาอยู่ในอิริยาบถอื่น ทางวัดสอนให้กำหนดสติ เช่น ยืนหนอ เดินหนอ นั่งหนอ เป็นต้น
 
    ลูกไปปฏิบัติธรรมกับทางวัดหลายปี จิตใจก็ค่อยๆ ถูกหล่อหลอมให้สงบสบาย รู้จักปล่อยวางสิ่งต่างๆที่มากระทบใจ ครั้นเจริญวัยอายุได้ 21ปี ลูกก็ยิ่งนั่งสมาธิจริงจังต่อเนื่องทุกวัน และไปบวชเนกขัมมะ ถือศีลแปด ทานอาหารมื้อเดียวทุกๆ สุดสัปดาห์กับทางวัด ทั้งยังเป็นอาสาสมัครช่วยงานวัดตามแต่ท่านจะเรียกใช้ค่ะ
 
   กระทั่งอายุ 30ปี ก็ได้รับคัดเลือกเข้าไปนั่งในห้องเก็บอารมณ์ 7วัน ห้องเก็บอารมณ์นั้น ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า คอยเก็บหมดทุกอารมณ์ ลักษณะเป็นห้องเล็กๆที่ไม่มีอะไรเลย ผู้ที่เข้าไปจะต้องรับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำห้องท่า พักผ่อนนอนหลับ รวมทั้งปฏิบัติธรรม อยู่ภายในห้องเท่านั้น ไม่ต้องไปไหน ไม่มีกิจอย่างอื่นที่ต้องทำ (Nowhere to go Nothing to do) อีกทั้งต้องห้ามพูดห้ามคุยกับใครทั้งสิ้น ยกเว้นกับพระอาจารย์ที่วัด ในเวลาที่ท่านเข้ามาสอบถามผลการปฏิบัติธรรม
 
   ช่วงสามวันแรกที่ลูกเข้าไปอยู่ในห้อง ลูกก็ปฏิบัติคำสอนของทางวัดทุกอย่าง คือ กำหนดสติในทุกอิริยาบถ เป็นการผ่อนพัก แต่ก็ตระหนักรู้ อีกทั้งเจริญภาวนาด้วยการภาวนา “พุทโธ” ไปเรื่อยๆ ให้มีสติจ้องดูจิตชิดภายใน เพื่อล้อมความคิดและใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน นอนเพียงวันละ 4ชั่วโมงเท่านั้น และในวันที่4 นี้เอง ประสบการณ์ภายในที่สุดแสนอลังการก็ได้เกิดขึ้น...
 
 
    ขณะที่กำลังภาวนาไปอย่างสบายๆอยู่นั้น คำภาวนาเป็นเหมือนชนวนในใจ ให้ไปถึงพระธรรมกาย ครั้งแรกลูกก็เห็นองค์พระปรากฏขึ้นบนหน้าผากทั้งที่ยังหลับตาอยู่ ท่านอยู่ในอิริยาบถนั่งสมาธิ รูปร่างขาวขุ่น ขนาดเท่าองค์พระที่โต๊ะหมู่บูชา ท่านหมุนไปโดยรอบอย่างช้าๆ และค่อยๆขยาย ใหญ่ขึ้นๆ จนใหญ่เท่าตัวลูก พอหมุนครบรอบ ท่านก็ค่อยๆเลื่อนจากหน้าผากลงมาที่ระดับอก ระดับเอว...
 
    ขณะที่ลูกกำลังคิดว่า องค์พระกำลังจะลงมาทับตัวลูกแล้ว องค์พระก็เลื่อนลงมาสวมเข้ากับตัวลูกพอดี แต่ยังสวมได้ไม่สนิท เพราะแขนองค์พระยังไม่ตรงกับแขนของลูก แล้วองค์พระท่านก็หมุนหันเล็กน้อย จนแขนท่านตรงกับแขนลูกอย่างสนิทสมบูรณ์
 
    น่าแปลกที่ตั้งแต่ตอนที่ลูกเห็นองค์พระ จนกระทั่งขยายใหญ่ขึ้นแล้วเลื่อนมาสวมเข้ากับตัวลูกนั้น ลูกเพียงแค่ตื่นเต้น แต่ไม่ตกใจ นึกประคองใจให้วางเฉยๆ อย่างสบายๆ แม้ตอนคิดว่า องค์พระท่านจะทับตัวลูกแล้ว ใจก็ยังคงประคองอยู่ในความนิ่งเฉย ทำให้ยังคงเห็นองค์พระอยู่ตลอด นี่คงเป็นเพราะใจของลูกถูกฝึกให้สงบมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งองค์พระท่านได้สวมสนิทเข้ากับตัวลูกอย่างนี้ นานนับชั่วโมง
 
    วันต่อๆ มา ลูกก็นั่งธรรมะเห็นองค์พระ “เทคเดียวไม่มีคัท” (ศัพท์ทางการถ่ายทำภาพยนตร์) เช่นนี้จนกระทั่งครบ 7วัน จากห้องเก็บอารมณ์ได้กลายเป็นห้องแห่งการเรียนรู้ประสบการณ์ แม้ว่าเคร่งครัดในตอนแรก แต่ก็กลับคลี่คลายในภายหลัง ลูกจึงมาเล่าเหตุการณ์ให้พระอาจารย์ฟัง แล้วสอบถามประสบการณ์จากท่าน ท่านบอกว่า จิตลูกเป็นพระแล้ว ดีมากเลย แต่ลูกรู้สึกว่ายังไม่น่าจะใช่ หลังจากนั้น เมื่อลูกนั่งลงปฏิบัติธรรมคราใด ลูกก็เห็นองค์พระเลื่อนลงมาจากตรงหน้าผาก จนมาสวมแนบสนิทเข้ากับตัวเองเช่นนี้ตลอดแทบทุกครั้ง โดยที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะต้องทำอย่างไรต่อไป
 
    วันหนึ่ง ลูกได้มีโอกาสไปตัดเสื้อกับ คุณอธิมาศ เธอแนะนำให้รู้จักกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ชื่อ คุณเพ็ญสิริ...คุณเพ็ญสิริได้ชักชวนให้ลูก ไปช่วยต้อนรับสมาชิกอบท. ในงานประชุมสมาชิกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ที่วัดพระธรรมกาย ลูกไปวัดครั้งแรก รู้สึกประทับใจมาก
 
    ต่อมา คุณเพ็ญสิริได้พาลูกไปกราบ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครท่านอื่นๆ ที่มาช่วยงาน พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะฯ ท่านยิ้มมองมาทางพวกเราช้าๆ แล้วก็มาหยุดที่ลูก พร้อมกันนั้น ท่านก็กวักมือเรียกลูกเข้าไปใกล้ๆ พลางพูดว่า “เราน่ะ...หายไปไหนมา ทำไมเพิ่งมา” ลูกก็งงๆ เพราะเพิ่งมาครั้งแรก แล้วท่านก็พูดต่อว่า “จากนี้ไม่ต้องไปไหนแล้วนะ อยู่ร่วมบุญกับหลวงพ่อที่นี่แหละ” ถ้อยคำของท่านช่างแสนอบอุ่น ประทับใจลูกยิ่งนัก
 
    จากนั้น คุณเพ็ญสิริ ก็พาลูกไปกราบพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำฯ ที่สภาธรรมกายสากล เพียงลูกเห็นท่านเท่านั้น น้ำตาก็ไหลพรากๆ ไม่ยอมหยุด เป็นน้ำตาที่ไหลออกมาจากความปีติยินดีอย่างสุดซึ้ง ลูกรู้สึกเหมือนได้พบญาติผู้ใหญ่ที่จากกันไปนาน นับเป็นโมงยามแห่งความปลื้มปีติ ตื่นเต้นจนแทบระงับความดีใจไว้ไม่อยู่ ขณะที่น้ำตายังคงไหลอยู่นั้น องค์พระก็พลันผุดขึ้น โดยไม่ให้เวลาลูกตั้งตัวเลย ท่านนิ่งสงบในตัวลูกเป็นชั่วโมง
 
    จากวันนั้น ลูกก็เริ่มมาวัด ฝึกนั่งสมาธิกับคุณครูไม่ใหญ่ ตอนแรกลูกก็อึดอัดบ้าง เพราะคุ้นเคยกับการภาวนา “พุทโธ” แต่ไม่นาน ลูกก็สามารถปรับใจให้คุ้นกับการภาวนา “สัมมา อะระหัง” เมื่อใจลูกเริ่มสงบ ความอึดอัดทั้งหลายก็มลายไป ใจลูกเริ่มนิ่งและก็นิ่ง นิ่งจนใจเริ่มคืนสู่เหย้าแล้วก็เข้าสู่ใจ
 
    ทันใดนั้น องค์พระก็ผุดเข้ามาอีกครั้ง ครั้งนี้ องค์พระจะต่างจากองค์เดิมที่ปรากฏที่หน้าผาก ตรงที่ท่านทั้งใสกว่า และสว่างกว่า อีกทั้งยังผุดขึ้นมาจากกลางท้อง เมื่อองค์เก่าผ่านไป องค์ใหม่ก็ผุดขึ้นมา เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ลูกดื่มกินปีติที่เงินซื้อไม่ได้ มีความสุขมากๆ ขนาดที่เรียกได้ว่า หากมีใครบันดาลให้ลูกถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ได้รับเงินหลายๆล้านมากองตรงหน้า ก็ยังไม่สุขใจเท่านี้เลย
 
    เมื่อเห็นองค์พระที่กลางตัว ศรัทธาก็ท่วมทับทวี ลูกจึงมาวัดทุกอาทิตย์กับลูกสาว และอยู่ร่วมงานจนจบพิธี แรกๆสามีก็เฉยๆ แต่พอบ่อยเข้า สามีจึงเริ่มซักถาม เพราะโดยปกติทั่วไป เวลาไปวัดแถวบ้าน ร่วมพิธีถวายสังฆทาน ใช้เวลาแค่ครึ่งวันก็เสร็จพิธีแล้ว แต่ทำไมตัวลูกมาวัดพระธรรมกาย กว่าจะเสร็จพิธีก็ปาเข้าไปตอนเย็น ลูกจึงบอกเขาด้วยกุศโลบายว่า “ถ้าอยากทราบ ก็ลองมาวัดพิสูจน์ดูสิ” เขาจึงตามลูกมาวัด มาแล้วเขาก็ OK Say Yes อนุญาตให้ลูกมาวัดได้ตามใจปรารถนา อีกทั้งเขายังสมัครเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกองแอนนิเมชั่นร่วมกับตัวลูกด้วย ส่วนลูกสาวเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครต้อนรับพระเดชพระคุณหลวงพ่อค่ะ
 
    เวลานี้ลูกรู้แล้วว่า ไม่มีสิ่งใดจะเป็นที่พึ่งให้กับเราได้ นอกจากการปฏิบัติธรรม ยามใดที่ลูกเหนื่อยล้า ประสบปัญหาอุปสรรคต่างๆ เข้ามารุมเร้า ลูกจะปล่อยวางทุกสิ่ง แล้วลงมือนั่งสมาธิ จนกระทั่งใจนิ่งสงบ เห็นองค์พระผุดขึ้นทีละองค์ หลังจากนั้น เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะเลวร้ายเพียงใด หนักหน่วงเพียงไหน สุดท้ายก็จะค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีจนหมดสิ้นได้อย่างง่ายๆ โดยที่ลูกแทบไม่ต้องไปหมกมุ่นครุ่นคิด หาวิธีแก้ปัญหาให้ยุ่งยากวุ่นวายใดๆเลย
 
    ช่างเป็นดั่งที่ครูไม่ใหญ่สอนไว้ว่า “สุดยอดแห่งกลยุทธ์การแก้ปัญหาทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย ไปจนถึงกลยุทธ์การดับทุกข์ทั้งปวงนั้น ไม่ได้อยู่ภายนอกตัวที่ไหน แต่อยู่ภายในตัวตรงนี้ ตรงนี้เอง”
 
กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง
 
ลูก ปณิชา ต่อสุวรรณ
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/world_meditation/Thailand_Phanicha.html
เมื่อ 25 ตุลาคม 2557 18:11
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2557 http://www.dmc.tv