ผลการปฏิบัติธรรม

กัลยาณมิตรสาริน ตันติรัตน์ (ประเทศไทย)
 
กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพรักอย่างสูงสุดค่ะ
 
 
    ลูกชื่อ สาริน  ตันติรัตน์  สาวน้อยวัย...สองห้า...ห้าสองเองค่ะ (52ปี) ลูกมีพ่อที่ยังหนุ่มและหน้าก็ใส๊ใส ที่ใช้สปาภายใน “ห้าหลึง ตึงทั้งชาติ” แม้วิวัฒนาการเทคโนโลยีนาโนก็ยังอาย พ่อของลูก ก็คือ คุณครูไม่ใหญ่ (พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์) เจ้าค่ะ
 
    ย้อนไปเมื่อ 22ปีที่แล้ว มีฝนฟ้าคะนอง ทำให้ลูกเจอมรสุมชีวิตอย่างหนัก คือ ตกงาน ไม่มีเงิน ไม่มีใครเป็นที่พึ่งเลยสักคน จนกระทั่งคลื่นมรสุมซัดลูกมาเกยตื้นที่ วัดพระธรรมกาย ณ ศาลาดุสิต แล้ววันหนึ่งก็มีบุคคลสำคัญท่านหนึ่ง มาชวนให้ลูกเป็นเศรษฐี ซึ่งไม่ใช่เศรษฐีธรรมดาๆนะคะ แต่เป็นระดับเศรษฐีถาวร ซึ่งบุคคลท่านนั้น ก็คือ พระเดชพระคุณหลวงพ่อค่ะ ชวนให้ลูกทำบุญเศรษฐีถาวร คือ ทำบุญค่าข้าวสาร เลี้ยงทั้งพระทั้งคนทั้งวัด ทุกเดือน
 
    ตอนนั้น ลูกได้แต่คิดในใจว่า “อย่าว่าแต่เงินทำบุญเลย เงินจะกินก็ยังไม่มีเลยเจ้าค่ะ” แต่ไหนๆ พระเดชพระคุณหลวงพ่อชวนแล้ว ลูกก็ตัดใจค่ะ กระเบียดกระเสียรทำตัวเป็นเศรษฐีไม่เคยขาดจนถึงทุกวันนี้ ลูกทำบุญอย่างต่อเนื่องมา 19ปีแล้วค่ะ ซึ่งต้องกราบขอบพระคุณ พระเดชพระคุณหลวงพ่อมากๆ ถ้าไม่ได้พระเดชพระคุณหลวงพ่อชวนวันนั้น ลูกก็คงไม่มีบุญมากในวันนี้
 
    เพราะตั้งแต่ลูกเข้าใจเรื่องบุญ และตัดใจทำบุญ ชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆ คือ มีงานทำ มีเงินใช้ จนสามารถมีเงินตั๋งๆ ทำบุญได้ในระดับ S เป็นครั้งแรก คือ บุญเสาเข็มมหาธรรมกายเจดีย์ ลูกปลื้มสุดฤทธิ์เลยค่ะ เพราะเป็นบุญที่ทำด้วยตัวเอง และชวนคนอื่นทำได้สำเร็จ เกินความคาดหมาย ซึ่งลูกก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่า คนเคยจนอย่างเราจะมีวันนี้
 
    นับจากนั้น ลูกก็เริ่มขยับทำบุญได้มากขึ้นเรื่อยๆ คือ สร้างพระธรรมกายประจำตัวด้วยตัวเอง และทำหน้าที่ชวนคนสร้างพระได้ทั้งภายใน และภายนอก แกนกลาง บนโดม บูชาพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณยายอาจารย์ รวมๆแล้ว 100กว่าองค์
 
    นอกจากงานทางโลกแล้ว ลูกก็ยังแบ่งเวลาเพื่อไปทำงานทางธรรม คือ ไปนั่งสมาธิที่พนาวัฒน์ อย่างน้อยปีละครั้ง จนกระทั่งช่วง IMF ลูกถูกลดเงินเดือนถึง 40เปอร์เซ็นต์ ลูกก็เลยลาออก ซึ่งบริษัทฯเขาก็ให้เงินชดเชยมาก้อนหนึ่ง จากนั้นลูกก็ตัดสินใจมาเป็นอาสาสมัคร ช่วยงานวัดแทน
 
    เริ่มด้วยการต้อนรับชาวต่างประเทศ แปล Case Study และแปลงานพระศาสนาต่างๆ แปลจากไทยเป็นอังกฤษ จากอังกฤษเป็นไทย และต่อมาก็มาเป็นอาสาสมัครทานบดีแก้ว เตรียมภัตตาหารอุปัฏฐากพระ ถูหอฉันทุกบ่ายวันศุกร์ เป็นอาสาสมัครต้อนรับสาธุชนที่มหาวิหารพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ และล่าสุดมาเป็นอาสาสมัครอบรมการแสดงเอนิเมชั่น
 
    ซึ่งการที่ลูกออกจากงานมาเป็นอาสาสมัคร ทำให้ลูกมีเวลาปฏิบัติธรรมมากขึ้น แต่ก็มีประสบการณ์ระดับชิวๆ คือ แค่เบาสบาย เห็นแสงสว่าง มีบางครั้งที่องค์พระท่านมาแวบๆให้เห็นบ้าง จนกระทั่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อบอกว่า “พรรษาปีนี้...เป็นพรรษาแห่งการทะลุเป้าเข้าถึงธรรม”
 
    พอฟัง ก็เลยฟิต ถือศีลแปด นั่งสมาธิทุกวัน เช้าหนึ่งชั่วโมง บ่ายหนึ่งชั่วโมง และติดตามพระเดชพระคุณหลวงพ่อ อ่านผลการปฏิบัติธรรมทาง DMC ทุกวัน เพื่อนำมาปรับใช้กับตนเอง จนพบว่าผลการปฏิบัติธรรมดีขึ้นเรื่อยๆ โดยสังเกตจากเวลาลูกนั่งสมาธิ ใจรวมได้เร็วขึ้น แม้ตอนนี้ออกพรรษาแล้ว ลูกก็ยังนั่งสมาธิทุกวัน จนกระทั่งลูกได้ตัดสินใจไปปฏิบัติธรรมกับทีมงานอาสาสมัครที่สวนเพชรแก้ว
 
    วันแรก ลูกก็ทำใจสบายๆ ดื่มด่ำดำดิ่งกับธรรมชาติ แมกไม้และทิวสน ด้วยใจที่แช่มชื่นเบิกบาน เปี่ยมพลังที่จะเข้าถึงธรรม แต่พอวันที่สอง อากาศก็เริ่มไม่เป็นใจ คือ ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ตกจนกระทบเต็นท์เสียงดังถี่มากขึ้นทุกที แต่ถึงฝนจะตกหนักอย่างไร ลูกก็ไม่หวั่นค่ะ...
 
    เพราะลูกก็นอนนับองค์พระ โดยนึกว่าฝนตกหนึ่งแปะ ก็คือ องค์พระหนึ่งองค์ ตกลงมาที่ศูนย์กลางกาย ซึ่งลูกก็นับเพลินจนหลับไป จึงเป็นเหตุให้วันที่สาม ลูกตื่นขึ้นอย่างสดชื่น ก่อนระฆังปลุกเล็กน้อย พร้อมกับการนึกถึงองค์พระได้ชัด ทำให้ตลอดทั้งวัน มีความรู้สึกชุ่มเย็น เหมือนองค์พระอยู่กับเราตลอดเวลา
 
 
    จนวันที่สี่ เจ้าหน้าที่ให้ไปนั่งสมาธิใต้ต้นไทร ที่อยู่ท่ามกลางดงต้นสน บรรยากาศแบบนี้ ทำให้ลูกหวนนึก เมื่อปี พ.ศ.2538-39 ทางวัดมีการบอกบุญสร้างองค์พระภายนอกครั้งแรก และลูกก็สามารถบอกบุญได้ประมาณ 100องค์ ทางผู้ประสานงานก็ให้ลูกขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่สวนเพชรแก้ว แล้วพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็ได้เมตตามานำนั่งสมาธิให้กับผู้ปฏิบัติธรรมในรุ่นนั้น
 
    เมื่อนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อในครั้งนั้น ความรู้สึกของลูกก็เลยพาไป คือ ขณะที่ลูกหลับตาเบาๆ ลูกรู้สึกประหนึ่งว่า ลูกได้นั่งสมาธิอยู่ตรงหน้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อจริงๆ ตัวลูกโล่งโปร่งเบาสบาย จนเข้าสู่ความรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวในโลก จากนั้นลูกก็นึกถึงองค์พระ เท่าที่จะนึกได้ สักครู่ ก็เห็นแสงสว่างที่กลางกาย ดวงกลมเหมือน Spotlight
 
    พอมองลงไป ก็เห็นเกศขององค์พระผุดขึ้นมา มองต่อไปเรื่อยๆ ก็เห็นเป็นองค์พระแก้วใส เคลื่อนผุดขึ้นมาอย่างช้าๆ แล้วลูกคิดในใจว่า “จะใหญ่เท่าตัวเราไหม” ทันใดนั้น องค์พระก็ขยายใหญ่พรึบขึ้นมาแบบเร็วมาก ซ้อนกับตัวลูกเหมือนสวมเกราะแก้ว ตัวลูกยืดขึ้นเล็กน้อย อกผายไหล่ผึ่ง หลังตรงสง่า รู้สึกว่าตัวเรากับองค์พระเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
 
    จนกระทั่งฝนเริ่มลงเม็ดลงมาอีก แต่ลูกไม่ขยับไม่เปลี่ยนที่ และไม่ยอมลืมตา เพราะรู้สึกอยากเห็นองค์พระอยู่อย่างนั้น สักครู่ ก็มีองค์พระอีกองค์ผุดซ้อนขยายใหญ่ขึ้นมาอีก องค์พระท่านผุดขึ้นมาพร้อมกับความสุขที่ยากจะบรรยาย ลูกมีความสุขมาก สุขจนนั่งเพลินลืมสภาวะสิ่งแวดล้อมภายนอกจนหมดสิ้น เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่ทราบ จนกระทั่งได้ยินเสียงสาธุพร้อมกันตอนเลิก จึงได้ลืมตาขึ้นค่ะ
 
    ทุกวันนี้ ลูกรู้สึกตัวเองเป็นคนมีบุญมากเหลือเกิน ที่ได้เกิดมาเป็นหลานของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ลูกของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และได้พบความสุขภายใน ได้อยู่กับหมู่คณะช่วยงานพระพุทธศาสนา ลูกจะขอสมัครเป็นลูกของพระเดชพระคุณหลวงพ่อไปทุกชาติ จนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรมนะคะ
 
    พระเดชพระคุณหลวงพ่อคะ ลูกประทับใจกลอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อมากๆอยู่บทหนึ่ง ที่แต่งถามลูกๆว่า…
 
องค์พระชัด ใสสว่าง หรือยังลูก
พ่อพันผูก ห่วงเจ้า เข้าถึงไหน
กายที่หนึ่ง ถึงสิบแปดกาย หรือกายใด
ความชัดใส ของเจ้า พ่อเฝ้ารอ
 
    วันนี้ ลูกก็ขอตอบพระเดชพระคุณหลวงพ่อว่า...
 
องค์พระเริ่ม สว่างใส ได้แล้วค่ะ
แล้วยังจะ ขยายได้ ดังใจหวัง
สุขสดชื่น เป็นเยี่ยม เปี่ยมพลัง
ทุกคราครั้ง เป็นสุข ทุกวันวาร
 
    ขอกราบขอบพระคุณ ในความเมตตาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ที่ให้โอกาสลูกๆอาสาสมัคร ได้มาปฏิบัติธรรมและพบความสุขภายใน ลูกขอถวายบุญทั้งหมดให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ขอให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อ มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง และได้ทำงานที่แท้จริงตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อปรารถนา                                                              
 
กราบนมัสการด้วยความเคารพรักค่ะ
                                                                            
ลูก...สาริน ตันติรัตน์
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/world_meditation/Thailand_Sarin.html
เมื่อ 1 ตุลาคม 2557 23:17
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2557 http://www.dmc.tv