ลฏุกิกชาดก ชาดกว่าด้วยนางนกไส้ ตอนที่ 1

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากับพระเทวทัตนี้ ผูกเวรกันมาตั้งแต่อดีตชาติ แม้ในกาลก่อน เค้าก็มีพื้นฐานจิตใจโหดร้าย ไม่มีความเมตตาปราณี ผูกใจอาฆาตมาดร้ายมาจนถึงชาตินี้ เดี๋ยวเราจะเล่าให้พวกเธอทั้งหลายฟัง จะได้เข้าใจแล้วนำโอวาทเรานี้ไปน้อมนำจิตใจต่อไป” https://dmc.tv/a22410

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 13 พ.ค. 2560 ] - [ ผู้อ่าน : 2717 ]

ชาดก 500 ชาติ

ลฏุกิกชาดก-ชาดกว่าด้วยนางนกไส้ ตอนที่1

พุทธกาลสมัย ณ ดินแดนชมพูทวีป

พุทธกาลสมัย ณ ดินแดนชมพูทวีป
  
     ในพุทธกาลสมัย ณ ดินแดนชมพูทวีป ครั้งเมื่อพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณนั้น พระพุทธองค์ทรงเผยแผ่พระพุทธธรรม โปรดสรรพสัตว์
ทั้งหลายทั่วทั้งอนุทวีป สถาปนาพระพุทธศาสนาจนรุ่งเรืองสืบมา ในครานั้นแม้พระพุทธศาสนาจะเพิ่งสถาปนาได้ไม่นานนัก แต่ก็มีนักบวชชาวเมืองทุกชั้นวรรณะต่างเลื่อมใส
ศรัทธาถวายตัวเป็นพุทธสาวก บวชเป็นพระภิกษุมากมาย
 
พระเทวทัตผู้มีจิตใจโหดร้าย
 
พระเทวทัตผู้มีจิตใจโหดร้าย
 
     แต่ทว่ากลับมีภิกษุรูปหนึ่ง แม้เข้ามาบวชใต้ร่มทรงธรรมแห่งพระศาสดาแต่ยังมิวายอาคาดมาดร้าย กระทำตัวเป็นปัจจามิตรต่อองค์พระศาสดา ทั้งยังมีจิตใจโหดร้าย
ไม่มีความกรุณาปราณีต่อเหล่าสัตว์เล็กสัตว์น้อย ภิกษุผู้นี้มีนามโจทย์ขานว่า พระเทวทัต นั้นเอง พฤติกรรมของพระเทวทัตนี้ เหล่าภิกษุด้วยกันเองต่างรู้แจ้งดี
เฉกเช่นเดียวกับพระพุทธองค์ ที่ทรงปรารภถึงพระเทวทัตให้เหล่าภิกษุได้ฟังกันในโรงธรรมสภา
 
พระศาสดาทรงนำ ลฏุกกิชาดก มาสาทกแกเหล่าภิกษุ ณ ธรรมสภา
 
พระศาสดาทรงนำ ลฏุกกิชาดก มาสาทกแกเหล่าภิกษุ ณ ธรรมสภา
 
     “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ท่านมาประชุมกันด้วยเรื่องอันใด” “ข้าแต่องค์พระศาสดา พวกข้าพระองค์ กำลังสนทนาถึงพระเทวทัต ผู้มีจิตใจโหดร้ายไม่มีความปราณี
ต่อสรรพสัตว์ ทั้งที่ตนถือครองเพศสมณะแท้ๆ แต่หาได้ละอายต่อบาปที่ทำไม่” “ใช่แล้ว พระเทวทัตผู้นี้ แม่แต่กับพระศาสดายังคิดร้าย ช่างเป็นการไม่บังควร
เอาเสียเลยขอรับ” “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากับพระเทวทัตนี้ ผูกเวรกันมาตั้งแต่อดีตชาติ แม้ในกาลก่อน เค้าก็มีพื้นฐานจิตใจโหดร้าย ไม่มีความเมตตาปราณี
ผูกใจอาฆาตมาดร้ายมาจนถึงชาตินี้ เดี๋ยวเราจะเล่าให้พวกเธอทั้งหลายฟัง จะได้เข้าใจแล้วนำโอวาทเรานี้ไปน้อมนำจิตใจต่อไป”
แล้วพระพุทธองค์ก็ทรงระลึกชาติด้วยบุพเพนิวาสนุสติญาณ นำ ลฏุกิกชาดก มาสาทกดังนี้
 
<a href=http://www.dmc.tv/pages/buddha_biography/Lord-Buddha-History-00.html title='พระโพธิสัตว์' target=_blank><font color=#333333>พระโพธิสัตว์</font></a>เสวยพระชาติเป็นพญาช้างพราย
 
พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาช้างพราย
 
     ย้อนไปในอดีตกาลนานมา ณ ป่าหิมพานอันกว้างใหญ่ ในกาลนั้นพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็น พญาช้างพราย สูงใหญ่งามสง่า ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก โพธิสัตว์
พญาช้างเป็นจ่าโขลง นำช้างบริวารถึงแปดหมื่นตัวหากินในป่านี้อย่างสงบสุข “ วันนี้ท่านพญาช้างจะพาพวกเราไปหากินที่ไหนนะ ” “ เจ้านี่ห่วงแต่กิน ดูสิ เดินตาม
ท่านพญาช้างไม่ทันแล้ว เดี๋ยวก็หลงทางกันพอดี อ้าวรีบๆ เดินสิ ” “ ในป่านี้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ อ้าวๆ เดินระวังๆ นะ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวจะ
ไปเหยียบสัตว์เล็กสัตว์น้อยเข้า ”
 
พญาช้างได้นำบริวารออกหากินในป่าตามปกติ
 
พญาช้างได้นำบริวารออกหากินในป่าตามปกติ
 
     “ น่าภูมิใจจริงๆ จ่าโขลงเราแข็งแกร่ง บึกบึนสมเป็นชาติช้างจริงๆ ” “ ฮิๆ จ่าโขลงดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ไปไหนใครก็กลัว เพราะช้างตัวใหญ่ ฮ่าๆๆๆ ” อีกด้านหนึ่ง
ยังมีนางนกไส้ตัวหนึ่ง ทำรังบนพื้นดินกำลังกกฟองไข่ที่กำลังจะฟักออกมาเป็นตัว “ ลัน ลัน ลา ลันลา อีกไม่นาน ลูกน้อยของเราก็จะออกจากไข่แล้ว เราจะได้
เห็นหน้าลูกน้อยน่ารักของเราแล้ว ดีใจจังเลย แม่จะประคบประงมเจ้าอย่างดี มดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมเลยนะจ๊ะลูกจ๋า ออกมาไวๆ นะจ๊ะลูก ”
 
นางนกไส้กำลังกกไข่ของตนอย่างมีความสุข
 
นางนกไส้กำลังกกไข่ของตนอย่างมีความสุข
 
     ไม่นานช้า ไข่ก็ค่อยๆ เปล่งแตก ลูกนกไส้ก็โผล่หัวรับชีวิตใหม่ ทันที่ที่ฟักออกลูกนกไส้ต่างก็ส่งเสียงร้องทันที “ แม่จ๋าๆๆ แม่จ๋าแม่ ” “ แม่ แม่อยู่ไหน ” “ แม่จ๋าๆ ”
“ หนูหิวแล้ว แม่จ๋า แม่จ๋าแม่ ” “ ลูกแม่ ฟักเป็นตัวแล้ว แม่อยู่นี้จ๊ะลูก อุ๊ย น่าตาน่ารักทั้งนั้นเลย รอเวลานี้มานานแล้ว มีความสุขที่สุดเลย ” นางนกไส้ประคบประงม
เลี้ยงลูกเป็นอย่างดี ฝ่ายลูกนกนั้นมีจะมีขนขึ้นแล้ว แต่ปีกยังไม่แข็งพอที่จะพยุงตัวบินได้ ยังต้องพึ่งแม่ของตนต่อไป แต่แล้ววันหนึ่งเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นก็ดังขึ้น
สร้างความตื่นตระหนกให้กัลป์ลูกนกเป็นอย่างมาก
 
ลูกของนางนกไส้ได้ฟักตัวออกจากฟองไข่อย่างปลอดภัย
 
ลูกของนางนกไส้ได้ฟักตัวออกจากฟองไข่อย่างปลอดภัย
 
     “แม่จ๋า ทำไมพื้นดินสั่นอย่างนี้ละจ๊ะ ” “ จริงด้วยแม่ หนูจะล้มแล้วจ้า แม่จ่า หนูกลัว เสียงอะไรนะ ” “ ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะลูกจ๋า แม่อยู่ตรงนี้แล้ว มามะ มาร่วมกลุ่มกันนะจ๊ะลูก
เดี๋ยวแม่จะบินไปดูนะว่าเกิดอะไรขึ้น ” นางนกไส้บินไปสังเกตการณ์ เมื่อเห็นที่มาของเสียงนั้นก็ตกใจ เพราะรังของนางอยู่บนเส้นทางของช้างโขลงใหญ่พอดี “ ฮ้า โขลงช้างนี่นา
ทำไงดีละนี่ อีกนิดเดียวโขลงช้างก็จะเดินมาถึงรังของเรา ต้องเหยียบลูกของเราแบนแน่ๆ ลูกเราตัวยังเล็กบินไม่ได้เลย  
 
นางนกไส้เฝ้าดูแลลูกของนางเป็นอย่างดี
 
นางนกไส้เฝ้าดูแลลูกของนางเป็นอย่างดี
  
     โธ่ ลูกแม่ ไม่ได้เราจะยอมให้ลูกตายไม่ได้ เราต้องไปอ้อนวอนขอพญาช้าง ไม่ให้โขลงช้างเหยียบลูกๆ ของเรา ” นางนกไส้ไม่รอช้า ประคองปีกทั้งสองข้าง
เข้าด้วยกัน แล้วบินไปหยุดอยู่หน้าจ่าโขลงช้าง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนขอร้องว่า  “ หยุดก่อน ท่านพญาช้าง ” “ มีเหตุอันใดรึ นางนกไส้ ไฉนเจ้าถึงมาขวาง
ทางเรา ” “ ข้าขอไหว้ท่านพญาช้าง ผู้มีพละกำลังมหาศาล ผู้เป็นจ่าโขลงช้างนี้
 
นางนกไส้และลูกน้อยตื่นตกใจเพราะพื้นดินสั่นสะเทือน
 
นางนกไส้และลูกน้อยตื่นตกใจเพราะพื้นดินสั่นสะเทือน
 
     ข้าขอไหว้ท่านด้วยปีกอันน้อยนิดของข้า ขอให้ท่านโปรดเว้นทางที่จะผ่านไปนี้ เพื่อขอให้ท่านสงสารลูกน้อยๆ ของข้า ที่อยู่ในทางนั้นด้วยเถิด ” “ ลูกน้อย
ในรังเจ้า อยู่ในทางที่โขลงช้างของข้าจะผ่านงั้นรึ ” “ ใช่แล้วจ๊ะ ลูกน้อยของข้า ยังเล็กนัก ยังไม่สามารถขยายปีกบินได้ ท่านพญาช้างโปรดเมตตาด้วยเถิด ”
“ ดูก่อน แม่นางนกไส้เอ๋ย  เจ้าอย่าได้ร้องไห้คร่ำครวญไปเลย เราจักช่วยเจ้ารักษาลูกน้อยของเจ้าเอง
 
นางนกไส้ได้ขอร้องพญาช้างให้ปกป้องลูกน้อยของเธอ
 
นางนกไส้ได้ขอร้องพญาช้างให้ปกป้องลูกน้อยของเธอ
 
     โขลงช้างนี้จะไม่เป็นอันตรายแก่ลูกเจ้าเลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องห่วง ” “ ขอบพระคุณท่านพญาช้างมาก ข้ากับลูกจะไม่ลืมพระคุณนี้เลย ” พญาช้างเมื่อรับปาก
กับนางนกไส้แล้ว ก็เดินเข้าไปยืนคร่อมรังของนางนกไส้ จนโขลงช้างทั้งแปดหมื่นเชือกเดินผ่านไป ลูกนกทั้งหลายจึงปลอดภัยไม่โดนเหยียบ “ ท่านพญาช้าง
ตัวโตจังเลย อย่างนี้เราก็ไม่ต้องโดนเหยียบแล้ว ไชโย ” “ พวกเจ้าไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวเดียวพวกเจ้าก็จะปลอดภัย จะได้อยู่กับแม่ของเจ้าแล้วละ ”
 
พญาช้างได้รับปากที่จะปกป้องลูกน้อยของนางนกไส้
 
พญาช้างได้รับปากที่จะปกป้องลูกน้อยของนางนกไส้
  
     “ ขอบคุณท่านพญาช้างขอรับ โตขึ้นผมจะเอาอย่างท่านพญาช้าง ฮ่าๆๆๆ ” “ เจ้าเป็นลูกนกนะ โตขึ้นจะไปเป็นช้างได้ยังไง  โตขึ้นก็ต้องเป็นนกสิ ถึงจะถูก ”
เสียงลูกนกกู่ร้องด้วยความดีใจ นางนกไส้บินเข้าไปกอดลูกอย่างมีความสุข “ ขอบพระคุณท่านพญาช้างมาก เอาลูกๆ รีบขอบคุณท่านพญาช้างเร็ว ท่านช่วย
ชีวิตพวกเราเอาไว้ ” “ ขอบพระคุณท่านพญาช้าง ” “ เราต่างหากที่ต้องขอโทษเจ้า ที่โขลงช้างของเราเป็นภัยแก่เจ้าและลูก ” “ ถึงอย่างไรท่านพญาช้างก็มี
เมตตา ข้ากับลูกจะไม่ลืมเลย ”
 
พญาช้างยืนคร่อมรังนางนกไส้เพื่อป้องกันไม่ให้รังของนางถูกเหยียบจากบริวารของตน    

พญาช้างยืนคร่อมรังนางนกไส้เพื่อป้องกันไม่ให้รังของนางถูกเหยียบจากบริวารของตน
 
     “ ก่อนที่ข้าจะไป อยากให้เจ้าระวังลูกๆ เจ้าให้ดี เพราะใช่แต่โขลงช้างของเราเท่านั้นที่ผ่านมาทางนี้ แต่ยังมีช้างอีกเชือกหนึ่ง เที่ยวออกหากินเพียงลำพัง ช้างเชือกนี้
เป็นช้างเกเร ไม่ฟังคำผู้ใด เมื่อเค้ามาถึง เจ้าจงอ้อนวอนเค้าให้ให้เมตตาต่อเจ้าและลูกนะ ข้าไปแล้วละ ” “ ขอบคุณท่านพญาจ่าโขลงมาก แล้วฉันจะพูดขอร้องช้าง
เชือกนั้นเอง ” จริงอย่างที่พญาช้างว่า เพียงไม่นานนักก็มีช้างอีกเชือกเดินเที่ยวออกหากินตามป่าเชิงเขา ผ่านมาตามทางเพียงเชือกเดียว
 
นางนกไส้และลูกปลอดภัยรังไม่ถูกเหยียบจากบริวารของพญาช้าง
 
นางนกไส้และลูกปลอดภัยรังไม่ถูกเหยียบจากบริวารของพญาช้าง
  
      แม่นางนกไส้ก็ได้กระทำการต้อนรับช้างเชือกนั้น โดยเอาปีกทั้งสองข้างอัญชลีเหมือนที่กระทำกับพญาช้างจ่าโขลงที่ผ่านมา “ ช้าก่อน ท่านช้างพราย ” “ หนอยแนะ
นางนกไส้น้อยกล้าดียังไงมาขวางทางช้างอย่างข้า ไม่กลัวตายรึไง ” “ ข้าแต่ ท่านช้างพรายผู้มีพละกำลังเป็นเลิศ ตัวข้านี้เป็นเพียงนกไส้เพียงน้อยนิด ไม่อาจหาญกล้า
จะขวางทางท่านหรอก ” “ งั้นก็ดีแล้ว รีบๆ หลบไปอย่ามาขวางทางข้าให้เสียเวลา เดี๋ยวก็เหยียบซะหรอก ”
 
นางนกไส้ได้ขอร้องช้างเกเรไม่ให้ทำร้ายลูกของตน
 
นางนกไส้ได้ขอร้องช้างเกเรไม่ให้ทำร้ายลูกของตน
 
     “ ฟังข้าก่อน ท่านช้างพราย ข้าขอไหว้ท่านผู้มีกำลังมาก ด้วยปีกทั้งสองของข้า ลูกของข้า อยู่ในทางนี้ ขอท่านเมตตา อย่าได้ฆ่าลูกน้อยๆ ของข้าพเจ้า ซึ่งยังเล็ก
บินไปไหนไม่ได้ด้วยเถิด ” “ บังอาจมาสั่งข้างั้นเรอะ อย่ามาอ้อนวอนซะให้ยากเลย ข้าจะข้าลูกของเจ้าซะบัดนี้แหละ ฮ่าๆๆๆ ” “ ท่านอย่าทำอะไรลูกของข้าเลยนะ
พวกเค้ายังบินไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ข้าขอร้องละท่าน อย่าทำอะไรลูกของข้าเลย ” 
 
เจ้าช้างเกเรไม่สนใจคำขอร้องอ้อนวอนของนางนกไส้แม้แต่น้อย
 
เจ้าช้างเกเรไม่สนใจคำขอร้องอ้อนวอนของนางนกไส้แม้แต่น้อย
 
    “ นางนกไส้ตัวน้อยๆ เอ๋ย ตัวเจ้าก็แค่นี้ จะมีปัญญาอะไรมาทำอะไรข้า ซึ่งเป็นช้างตัวใหญ่ได้ ฮ่าๆๆ ทีนี้เราจะขยี้ลูกของเจ้าทีละตัวๆ ด้วยเท้าซ้ายของเรานี้แหละ
ฮ่าๆๆๆ นี่ๆๆ บี้ให้แหลกไปเลย ”เจ้าช้างเกเรใจหยาบช้า เดินตรงเข้าใช้เท้าบดขยี้ลูกน้อยของนางนกไส้ตายทีละตัวอย่างโหดเหี้ยมไร้ความปราณี ยิ่งเห็นเลือดของ
ลูกนกตัวน้อย มันก็ยิ่งส่งเสียงร้องด้วยความสะใจ แล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว

เจ้าช้างเกเรบุกเข้าเหยียบรังและฆ่าลูกของนางนกไส้อย่าบ้าคลั่ง
 
เจ้าช้างเกเรบุกเข้าเหยียบรังและฆ่าลูกของนางนกไส้อย่าบ้าคลั่ง
 
     “ ตายซะเถอะ เจ้านกไส้ตัวน้อย อยู่ไปก็เกะกะขวางทางข้า ฮ่าๆๆ ” “ ช่วยด้วยๆๆ ช่วยด้วยแม่จ๋าช่วยลูกด้วย ” “ อย่าทำอะไรพวกเราเลยนะท่านช้าง พวกเรากลัวแล้ว
อย่าๆๆๆ ” “ อย่านะ อย่าทำลูกข้า ฮือๆๆๆ อย่าๆๆ ”
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
 

รับชมคลิปวิดีโอลฏุกิกชาดก ตอนที่ 1 ชาดกว่าด้วย นางนกไส้
ชมวิดีโอลฏุกิกชาดก ตอนที่ 1 ชาดกว่าด้วย นางนกไส้   Download ธรรมะลฏุกิกชาดก ตอนที่ 1 ชาดกว่าด้วย นางนกไส้
 
 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      อัสสกชาดก ชาดกว่าด้วยพระเทวีอุพพรีเกิดเป็นด้วงขี้ควาย
      อารามทูสกชาดก ชาดกว่าด้วยความฉลาดอันไม่เป็นประโยชน์
      มสกชาดก ชาดกว่าด้วยมีศัตรูผู้มีปัญญาดีกว่ามีมิตรโง่
      สาเกตชาดก ชาดกว่าด้วยวางใจคนที่ชอบใจ
      โรมชาดก ชาดกว่าด้วยว่าด้วยอาชีวกเจ้าเล่ห์
      สาธุศีลชาดก ชาดกว่าด้วยตำราเลือกลูกเขย
      มหาโมรชาดก ชาดกว่าด้วยพญานกยูงพ้นจากบ่วง
      อนภิรติชาดก ชาดกว่าด้วยจิตขุ่นมัว ไม่ขุ่นมัว
      อกาลราวิชาดก ชาดกว่าด้วยไก่ขันไม่ถูกเวลา
      วีณาถูณชาดก ชาดกว่าด้วยเรื่องรักคนผิด
      กาฬยมุฏฐิชาดก ชาดกว่าด้วยโลภมาก
      ปุณณปาติกชาดก ชาดกว่าด้วยความฉลาดทันคน