สมิทธิชาดก ชาดกว่าด้วยการไม่รู้เวลาตาย

ท่านภิกษุท่านยังเด็กเยาว์วัยหนุ่มแน่น มีผมดำ ประกอบด้วยความหนุ่ม ทั้งยังเจริญ มีรูปงามน่าดู น่าเลื่อมใส ท่านเป็นเช่นนี้ ไม่บริโภคกาม ประโยชน์อะไรด้วยการบรรพชา จงบริโคกามเสียก่อนเถิด ภายหลังจึงค่อยบวชบำเพ็ญสมณะธรรม ” “ แน่ะ เทพธิดา เราไม่รู้ความตายของเราว่า เราจักตายเมื่ออยู่ในวันโน้น เรากำหนดเวลาไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราจักบำเพ็ญสมณะธรรม ในตอนยังเป็นหนุ่ม แล้วจักทำที่สุดแห่งทุกข์ ” “ ถ้าอย่างนั้น ก็แล้วแต่ท่านเถิด ข้าขอลาก่อน ” https://dmc.tv/a24672

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 22 มี.ค. 2562 ] - [ ผู้อ่าน : 1192 ]

ชาดก 500 ชาติ

สมิทธิชาดก-ชาดกว่าด้วยการไม่รู้เวลาตาย

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระวิหารตโปทาราม ในกรุงราชคฤห์

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระวิหารตโปทาราม ในกรุงราชคฤห์
  
     พระศาสดาเมื่อเสด็จเข้าไปอาศัยกรุงราชคฤห์ ประทับอยู่ ณ พระวิหารตโปทาราม ทรงปรารภพระเถระชื่อสมิทธิ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ดังนี้ ความนั้นเกิดขึ้นจากพระเถระองค์หนึ่ง
นามสมิทธิ ภิกษุรูปนี้มีผิวกายผุดผ่องงดงามดุจทองคำ
 
พระเถระสมิทธิผู้มีผิวพรรณงดงามประดุจทองคำ
 
พระเถระสมิทธิผู้มีผิวพรรณงดงามประดุจทองคำ
 
     แม้รูปหน้ารูปกายก็สมส่วนงามพร้อมกัน พระเถระรูปนี้แม้จะงามพร้อมด้วยรูปโฉม แต่ก็ไม่ได้ยินดีในความงามนี้เลย ท่านหมายมั่นจะศึกษาพระธรรม ละจากกามกิเลสทั้งปวง
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หญิงสาวหลายคนที่เฝ้าหมายปองอยู่ล้วนเกิดความเสียดายและเสียใจเป็นอย่างมาก
 
ผู้คนต่างกล่าวขานชื่นชมในความงดงามแห่งสรีระของพระเถระสมิทธิ
 
ผู้คนต่างกล่าวขานชื่นชมในความงดงามแห่งสรีระของพระเถระสมิทธิ
 
      “ โธ่ ดูสิ รูปงามออกอย่างนั้น ไม่น่าออกบวชเลย ” เมื่อออกบวชเป็นเพศบรรพชิตแล้ว เถระภิกษุสมิทธิก็ตั้งใจปฏิบัติธรรม ตั้งจิตอธิษฐานให้บรรลุซึ่งพระธรรมอย่างที่ได้ตั้งใจไว้
ได้บำเพ็ญอุเบกขาบารมีอย่างยิ่งยวด

พระเถระสมิทธิตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างยิ่งยวด
 
พระเถระสมิทธิตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างยิ่งยวด
 
     “ ความสุขอื่นใด ก็ไม่เทียบเท่าสุขจากใจได้ พระธรรมนั้นเล่า จะบันดาลให้เกิดสุขได้ ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ของเรานี้ ขอให้ได้บรรลุธรรมอย่างที่ตั้งใจด้วยเถิด พุทโธ พุทโธ ”
เมื่อถึงคราวต้องปฏิบัติกิจสงฆ์ พระเถระรูปนี้ก็ปฏิบัติได้อย่างดีไม่เคยขาด
 
พระเถระสมิทธิปฏิบัติกิจของสงฆ์เป็นอย่างดีไม่มีสิ่งใดบกพร่อง
 
พระเถระสมิทธิปฏิบัติกิจของสงฆ์เป็นอย่างดีไม่มีสิ่งใดบกพร่อง
 
     แม้กิจที่ทำบางครั้ง ทำให้ต้องพานพบกับอุปสรรคของการบรรลุธรรม องค์พระเถระก็สามารถผ่านพ้นมันไปได้ด้วยใจอันสงบ “ อุ๊ย ภิกษุรูปนี้ช่างงามนัก หน้าตาดีกว่าชายคนไหน
ในหมู่บ้านเราสะอีกนะนี้ แหมน่าเสียดายจังไม่น่าออกบวชเลย อย่างนี้ต้องหมั่นมาใส่บาตรสะแล้วสิ ”
 
<a href=http://www.dmc.tv/search/สาธุชน title='สาธุชน' target=_blank><font color=#333333>สาธุชน</font></a>ทั้งหลายต่างชื่นชมและชื่นชอบที่ได้ฟังพระ<a href=http://www.dmc.tv/search/ธรรมเทศนา title='ธรรมเทศนา' target=_blank><font color=#333333>ธรรมเทศนา</font></a>จากพระเถระสมิทธิ
 
สาธุชนทั้งหลายต่างชื่นชมและชื่นชอบที่ได้ฟังพระธรรมเทศนาจากพระเถระสมิทธิ
 
     “ เฮ้อ นี่แหละกามของมนุษย์ ละจากกามเหล่านี้ได้ จิตใจของคนเราย่อมมีความสุขที่สงบกว่า พุทโธ พุทโธ ” แม้หญิงสาวหลายคนจะรู้สึกหวั่นไหวกับรูปโฉมและผิวพรรณ
อันงดงามของพระสมิทธิเถระ แต่ด้วยยังศรัทธาในพระพุทธศาสนาและข้อปฏิบัติที่ดีของพุทธศาสนิกชน 
 
พระเถระสมิทธิตั้งใจนั่ง<a href=https://www.dmc.tv/pages/meditation/meditation01.html target=_blank title='สมาธิ'><font color=#333333>สมาธิ</font></a>(Meditation)ปรารภความเพียรตลอดทั้งคืน
 
พระเถระสมิทธิตั้งใจนั่งสมาธิปรารภความเพียรตลอดทั้งคืน
 
     จึงทำให้ไม่มีหญิงคนใดเลย ที่จะก้าวล่วงเกินให้องค์พระต้องหม่นหมอง “ ภิกษุรูปนี้นอกจากรูปงามแล้ว ยังเทศนาธรรมให้ไพเราะอีกด้วย ความสุขที่ได้ฟังธรรมจากท่าน
มันสุขยิ่งกว่าการที่ได้หมายปองเป็นคนรักอีกนะนี่ ” 
 
เช้าวันใหม่พระเถระสมิทธิก็ได้ออกจากสมาธิ
 
เช้าวันใหม่พระเถระสมิทธิก็ได้ออกจากสมาธิ
     
     วันหนึ่งท่านสมิทธิเถระตั้งความเพียรตลอดคืนยันรุ่ง พอถึงรุ่งเช้าสว่างแล้วก็คิดจะชำระกายให้สดชื่น ปลดเปลื้องจากความเพียรเมื่อยล้า “ เช้าแล้วหรือนี่ อาบน้ำชำระล้างร่างกาย
ก่อนออกบินฑบาตรน่าจะดี ”
 
พระเถระสมิทธิอาบน้ำชำระร่างกายเพื่อเตรียมตัวที่จะออก<a href=http://www.dmc.tv/search/บิณฑบาต title='บิณฑบาต' target=_blank><font color=#333333>บิณฑบาต</font></a>ร
 
พระเถระสมิทธิอาบน้ำชำระร่างกายเพื่อเตรียมตัวที่จะออกบิณฑบาตร
 
     เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วท่านก็ผึ่งกายอันมีสีดุจทองคำให้แห้ง อัตภาพอันสมบูรณ์คล้ายรูปทองอันนายช่างหล่อหลอมไว้อย่างงดงาม เมื่อผิวกายแห้งแล้วขณะที่กำลังนุ่งผ้า
มือหนึ่งถือผ้าห่มยืนอยู่ ก็มีเทพธิดาปรากฎกายขึ้น
 
เทพธิดานางหนึ่งปรากฎกายขึ้นเพราะมีใจปฏิพัทธ์พระเถระสมิทธิ
 
เทพธิดานางหนึ่งปรากฎกายขึ้นเพราะมีใจปฏิพัทธ์พระเถระสมิทธิ
 
     ครั้งนั้นเทพธิดานางนี้ เมื่อได้เห็นส่วนแห่งความงามในร่างกายของพระเถระ ก็มีจิตปฏิพัทธ์ ปรากฎกายเย้ายวนให้พระเถระสมิทธิออกจากธรรมแล้วมาร่วมสุขกับนาง
“ ท่านภิกษุท่านยังเด็กเยาว์วัยหนุ่มแน่น มีผมดำ ประกอบด้วยความหนุ่ม
 
เทพธิดาได้เชิญชวนให้พระเถระออกจากธรรมแล้วมาบริโภคกามกับตน
 
เทพธิดาได้เชิญชวนให้พระเถระออกจากธรรมแล้วมาบริโภคกามกับตน
  
     ทั้งยังเจริญ มีรูปงามน่าดู น่าเลื่อมใส ท่านเป็นเช่นนี้ ไม่บริโภคกาม ประโยชน์อะไรด้วยการบรรพชา จงบริโคกามเสียก่อนเถิด ภายหลังจึงค่อยบวชบำเพ็ญสมณะธรรม ” “ แน่ะ เทพธิดา
เราไม่รู้ความตายของเราว่า เราจักตายเมื่ออยู่ในวันโน้น
 
เทพธิดาได้กล่าวลาพระเถระสมิทธิหลังจากที่ไม่ได้รับการต้อนรับ    

เทพธิดาได้กล่าวลาพระเถระสมิทธิหลังจากที่ไม่ได้รับการต้อนรับ
 
     เรากำหนดเวลาไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราจักบำเพ็ญสมณะธรรม ในตอนยังเป็นหนุ่ม แล้วจักทำที่สุดแห่งทุกข์ ” “ ถ้าอย่างนั้น ก็แล้วแต่ท่านเถิด ข้าขอลาก่อน ” เทพธิดาครั้นไม่ได้การต้อนรับ
จากพระเถระก็หายไป ณ ที่นั้นเอง
 
พระเถระได้กราบทูลเรื่องเทพธิดาต่อองค์พระศาสดา
 
พระเถระได้กราบทูลเรื่องเทพธิดาต่อองค์พระศาสดา
  
     พระเถระเข้าไปเฝ้าพระศาสดา แล้วกราบทูลเรื่องนั้นให้ทรงทราบ “ เรื่องราวก็เป็นอย่างนี้แหละ พระพุทธเจ้าข้า เทพธิดาองค์นั้น เมื่อรู้ว่ากระหม่อมหมายมั่นที่จะศึกษาพระธรรม
และหวังได้ความสุขกับพระธรรมเท่านั้น นางก็เลือนหายไปโดยพลัน ”
 
กรุงพาราณสี
 
กรุงพาราณสี
 
      “ ดูก่อนสมิทธิ ก็เทพธิดาเล้าโลมเธอมิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้แต่ก่อนเทพธิดาทั้งหลาย ก็เล้าโลมนักบวชบัณฑิตเหมือนกัน ” ครั้นเมื่อทูลอาราธนา พระศาสดาจึงทรงนำ
เรื่องอดีตมาตรัสเล่าดังนี้ ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี
 
<a href=http://www.dmc.tv/pages/buddha_biography/Lord-Buddha-History-00.html title='พระโพธิสัตว์' target=_blank><font color=#333333>พระโพธิสัตว์</font></a>ทรงบังเกิดในตระกูลพราหมณ์มีผิวพรรณงดงามดั่งทอง
 
พระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดในตระกูลพราหมณ์มีผิวพรรณงดงามดั่งทอง
 
     พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ในกาสิคามตำบลหนึ่ง เมื่อแรกเกิดทารกน้อยผู้นี้ก็เปล่งรัศมีความงดงาม ผิวพรรณผุดผ่องดั่งทองคำ หน้าตางามดั่งขีดเขียนไว้
ครั้นเติบโตเป็นเด็กก็งดงามเกินกว่าเด็กคนใด จึงทำให้เขาเป็นที่รักใคร่ของผู้ที่เห็นอยู่เสมอ
 
พระโพธิสัตว์เมื่อเติบโตก็มีความงดงามเกินกว่าเด็กธรรมดาทั่วไป
 
พระโพธิสัตว์เมื่อเติบโตก็มีความงดงามเกินกว่าเด็กธรรมดาทั่วไป
 
     “อุ๊ย ดูสิ เด็กคนนี้น่ารักจัง โตขึ้นมาต้องหล่อเหลาเอาการแน่ ว่าไงจ๊ะเด็กน้อย ไปเที่ยวกับพี่ไหม ” “ นี่เธอ กะจะหลอกเด็กเชียวรึ ” “ เด็กน้อยคนนี้น่ารักจริงๆ อย่างที่เธอว่าเลยนะนี่ ”
เมื่อเด็กน้อยคนนี้เติบโตเข้าสู่วัยหนุ่ม ได้เล่าเรียนศิลปศาสตร์ทุกชนิด ครบพร้อมด้วยความรู้ ฐานะและรูปร่าง
 
พระโพธิสัตว์เป็นบัณฑิตหนุ่มที่งามพร้อมและเป็นที่หมายปองของหญิงสาวมากมาย
 
พระโพธิสัตว์เป็นบัณฑิตหนุ่มที่งามพร้อมและเป็นที่หมายปองของหญิงสาวมากมาย
 
       จึงทำให้เขาเป็นที่หมายปองของหญิงสาวที่ได้พบเห็นและรู้จัก “ ชายหนุ่มคนนั้น ช่างน่าตาหล่อเหลานัก หากหญิงคนใดได้ใกล้ชิดก็คงจะมีความสุขมิใช่น้อย ” มิแต่เหล่าบรรดา
หญิงสาวเท่านั้นที่หมายปองบัณฑิตหนุ่มผู้นี้
 
ผู้ใหญ่ทั้งหลายต่างก็ต้องการตัวบัณฑิตหนุ่มไปเป็นลูกเขยของตน
 
ผู้ใหญ่ทั้งหลายต่างก็ต้องการตัวบัณฑิตหนุ่มไปเป็นลูกเขยของตน
 
      แม้แต่ผู้เป็นพ่อกับแม่ของหญิงสาวเหล่านั้นเอง ก็หวังที่จะได้บัณฑิตผู้นี้มาเป็นลูกเขยด้วย “ สหายเอ๋ย เออ บัดนี้ลูกเราทั้งสองก็ถึงวัยที่จะมีครอบครัวแล้ว ท่านกับเราก็เป็นเพื่อนรัก
กันมานาน หากลูกของเราได้ครองรักกัน ก็คงจะดีไม่น้อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”

พราหมณ์พ่อและแม่บัณฑิตหนุ่มได้สอบถามถึงเรื่องหญิงคนรักของลูกชายตน
 
พราหมณ์พ่อและแม่บัณฑิตหนุ่มได้สอบถามถึงเรื่องหญิงคนรักของลูกชายตน
 
     “ ลูกเอ๋ย เจ้าจะว่าอย่างไรกันละ มีหญิงสาวมากมายที่หมายปองในตัวเจ้า และตอนนี้เจ้าก็ถึงวัยที่จะมีครอบครัวได้แล้ว เจ้าได้มองใครที่จะมาเป็นคู่ครองบ้างหรือยังละ หากยัง
เจ้าจะมีใจคิดชอบลูกสาวสหายรักของพ่อได้หรือไม่ละ ”
 
บัณฑิตหนุ่มได้บอกถึงเหตุผลที่ไม่อยากจะออกเรือนให้พ่อและแม่ของตนได้ฟับัณฑิตหนุ่มได้บอกถึงเหตุผลที่ไม่อยากจะออกเรือนให้พ่อและแม่ของตนได้ฟัง
 
บัณฑิตหนุ่มได้บอกถึงเหตุผลที่ไม่อยากจะออกเรือนให้พ่อและแม่ของตนได้ฟัง
 
     “ น้องเขาเป็นคนดีนะลูก หากแม่ได้มาเป็นลูกสะใภ้ก็คงจะดีละสิ ” “ ท่านพ่อท่านแม่ ลูกต้องกราบขออภัยที่ไม่อาจครองรักกับหญิงสาวที่หมายหมั้นไว้ให้ได้ ลูกไม่ได้รักนางเลย
และลูกก็ไม่สามารถที่จะฝืนใจให้ครองคู่กับนางได้ โปรดให้อภัยลูกเถิด ที่ไม่สามารถทำตามที่ท่านทั้งสองขอร้องได้ ”
 
บัณฑิตหนุ่มได้ออกบวชเป็นฤาษีแล้วก็ออกเดินทางเข้าป่าเพื่อบำเพ็ญสมณะธรรม
 
บัณฑิตหนุ่มได้ออกบวชเป็นฤาษีแล้วก็ออกเดินทางเข้าป่าเพื่อบำเพ็ญสมณะธรรม
 
      “ เพราะเหตุใดรึ หรือว่าเจ้ามีหญิงสาวคนอื่นอยู่ในดวงใจเสียแล้ว ” “ ไม่เป็นไรหรอกลูกเอ๋ย ไม่ต้องเป็นหญิงสาวที่พ่อกับแม่เลือกให้ก็ได้ ไม่ว่าเจ้าจะมีใจคิดชอบกับหญิงใด
พ่อกับแม่ก็จะรักหญิงนั้นเหมือนกับเจ้านั้นแหละ ” “ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ที่ลูกไม่สามารถครองรักกับหญิงสาวผู้นั้น

ฤาษีหนุ่มได้บำเพ็ญธรรมอยู่ในป่าอย่างสงบไม่มีสิ่งใดมารบกวน
 
ฤาษีหนุ่มได้บำเพ็ญธรรมอยู่ในป่าอย่างสงบไม่มีสิ่งใดมารบกวน
 
      ไม่ได้เป็นเพราะลูกมีใครในหัวใจ แต่เป็นเพราะว่า ลูกอยากจะละจากกิเลสทั้งปวง แล้วออกบวช เพื่อแสวงหาความสุขในเพศบรรพชิตมากกว่า ” เมื่อรู้ถึงความตั้งใจของบุตรชาย พราหมณ์พ่อ
เห็นการออกบวชเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ จึงมิได้ห้ามปราม บัณฑิตหนุ่มละจากเพศฆราวาส ออกบวชเป็นฤาษีนับแต่บัดนั้น 
 
ฤาษีหนุ่มนั่งสมาธิตั้งแต่ค่ำจนถึงเช้าวันใหม่
 
ฤาษีหนุ่มนั่งสมาธิตั้งแต่ค่ำจนถึงเช้าวันใหม่
 
     เมื่อบวชเป็นฤาษียังอภิญญาและสมาบัติให้เกิด อาศัยสระแห่งหนึ่งอยู่ใกล้หิมวันตประเทศ มุ่งศึกษาธรรม ตั้งจิตอธิษฐานประพฤติตนอยู่ในศีล “ พุทโธ พุทโธ ด้วยบุญต่างๆ ที่ทำมา
ขอให้การนั่งสมาธิในครั้งนี้ ได้บรรลุแจ้งในธรรมด้วยเถิด ” ด้วยอารยประเทศที่เป็นป่าเขา ฤาษีอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์นี้อย่างสันโดษ จึงทำให้เกิดสมาธิ ได้ตั้งจิตศึกษาพระธรรมได้ดี
อย่างที่ตั้งใจไว้
 
เทพธิดานางหนึ่งได้เห็นความงดงามของฤาษีก็เกิดมีใจปฏิพัทธ์
 
เทพธิดานางหนึ่งได้เห็นความงดงามของฤาษีก็เกิดมีใจปฏิพัทธ์
 
     ท่ามกลางป่าเขาและลำธารนี้ ไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติธรรมได้เลย จนอยู่มาวันหนึ่งก็เกิดเหตุอันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรมของดาบสตนนี้เข้า คืนนั้นดาบศได้บำเพ็ญเพียรอยู่
ตลอดคืนยันรุ่ง พอเวลาฟ้าสว่างจึงเลิกจากการนั่งสมาธิ แล้วออกมาอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สดชื่น หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายแล้ว ขณะที่ฤาษีกำลังนุ่งผ้าเปลือกไม้ผืนหนึ่ง
แล้วจับอีกผืนหนึ่งไว้ ผึ่งสรีระให้แห้ง
 
เทพธิดาได้ปรากฎกายต่อหน้าดาบสแล้วเชิญชวนให้ร่วมอภิรมย์กับตน
 
เทพธิดาได้ปรากฎกายต่อหน้าดาบสแล้วเชิญชวนให้ร่วมอภิรมย์กับตน
 
     ขณะนั้นเทพธิดานางหนึ่ง มองดูอัตภาพอันรูปโฉมงดงามของพระดาบส มีจิตปฏิพัทธ์จึงปรากฏกายขึ้น “ ดูก่อน ท่านผู้ทรงศีล ท่านยังไม่ทันได้บริโภคกามเลย มาเที่ยวภิกษาเสีย
ท่านจงบริโภคกามเสียก่อน แล้วจึงเที่ยวภิกษาเถิด เวลาบริโภคกามอย่าล่วงเลยท่านไปเสีย ” แม้เทพธิดานี้จะมีรูปร่างงดงามเกินหญิงใด ก็ไม่อาจทำลายศีลของฤาษีนี้ทะลายลงได้
 
ดาบสไม่ได้สนใจไยดีต่อความงดงดงามของเทพธิดานางก็เลยลาจากไปแต่โดยดี
 
ดาบสไม่ได้สนใจไยดีต่อความงดงดงามของเทพธิดานางก็เลยลาจากไปแต่โดยดี
 
     พระดาบสมิได้สนใจใยดีกับคำเชิญชวนของเทพธิดานั้น ยังตั้งมั่นอยู่ในจิตเป็นสงบ “ มาสิท่านดาบส เราจะทำให้ท่านมีความสุข จนลืมธรรมะเหล่านี้ไปเสียสิ้น มากับเราเถอะ ” “ เราไม่รู้เวลาตาย
ไม่ได้โดยแท้ เวลาตายยังปกปิดอยู่ หาปรากกฎไม่ เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่บริโภคกามแล้วเที่ยวภิกษา เวลากระทำสมณะธรรมอย่าล่วงเลยเราไปเสีย ”
เทพธิดาเมื่อสดับคำของผู้ทรงศีลแล้ว ก็หายไป ณ ที่นั้นเอง พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดง แล้วทรงประชุมชาดกว่า

 

เทพธิดาในครั้งนั้น ได้เป็น เทพธิดาในครั้งนี้
ฤาษีผู้ทรงศีล เสวยพระชาติเป็น พระพุทธเจ้า

รับชมคลิปวิดีโอสมิทธิชาดก ชาดกว่าด้วย การไม่รู้เวลาตาย
ชมวิดีโอสมิทธิชาดก ชาดกว่าด้วย การไม่รู้เวลาตาย   Download ธรรมะสมิทธิชาดก ชาดกว่าด้วย การไม่รู้เวลาตาย
 
 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      กฏาหกชาดก ชาดกว่าด้วยคนขี้โอ่
      ปัณณิกชาดก ชาดกว่าด้วยที่พึงให้โทษ
      บุปผรัตตชาดก ชาดกว่าด้วยเป็นทุกข์เพราะภรรยาไม่ได้ผ้าย้อมดอกคำ
      อัตถัสสทวารชาดก ชาดกว่าด้วยประตูแห่งประโยชน์
      ทุพภิยมักกฏชาดก ชาดกว่าด้วยการคบคนชั่ว
      มหธัมมปาลชาดก ชาดกว่าด้วยตระกูลที่ไม่ตายวัยหนุ่ม
      จุลลโพธิชาดก ชาดกว่าด้วยความโกรธ
      ฉวชาดก ชาดกว่าด้วยการนั่งที่ไม่สมควร
      กักกรชาดก ชาดกว่าด้วยผู้ฉลาดเอาตัวรอดได้
      ครหิตชาดก ชาดกว่าด้วยลิงติเตียนมนุษย์
      ปัญจภีรุกชาดก ชาดกว่าด้วยความสวัสดี
      ทุราชานชาดก ชาดกว่าด้วยภาวะของหญิงรู้ได้ยาก