ศีล..ทางมาแห่งรูปสมบัติ

ศีลเป็นบ่อเกิดแห่งความสงบ ความดีงาม เนื่องจากศีลเป็นคุณธรรมที่ช่วยรักษา กาย วาจาให้เป็นระเบียบเรียบร้อย การรักษาศีลให้บริสุทธิ์จะทำให้ใจสงบ ปลอดกังวล ช่วยให้สามารถบรรลุธรรมได้โดยง่าย https://dmc.tv/a8015

บทความธรรมะ Dhamma Articles > แก้กรรม-รู้ทันวิบากกรรม > แก้กรรม > ชีวิตออกแบบได้
[ 6 ก.ย. 2553 ] - [ ผู้อ่าน : 17562 ]
ศีล..ทางมาแห่งรูปสมบัติ
 
ความหมายและประเภทของศีล
 
        ศีล หมายถึง ความตั้งใจที่งดเว้นจากความชั่ว ความทุจริต และสิ่งที่ไม่ดีทุกประการ
ดังที่พระสารีบุตรได้กล่าวไว้ในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรคว่า “ศีล คือ เจตนา ความตั้งใจ ที่จะงดเว้นจากกายทุจริต 3 (ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม) และวจีทุจริต 4 (ไม่พูดเท็จ ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดเพ้อเจ้อ)”
 
 
        ศีลเป็นบ่อเกิดแห่งความสงบ ความดีงาม เนื่องจากศีลเป็นคุณธรรมที่ช่วยรักษา กาย วาจาให้เป็นระเบียบเรียบร้อย การรักษาศีลให้บริสุทธิ์จะทำให้ใจสงบ ปลอดกังวล ช่วยให้สามารถบรรลุธรรมได้โดยง่าย ศีลจึงเป็นคุณธรรมที่นำไปสู่กุศลธรรมเบื้องสูงคือสมาธิ(Meditation) และปัญญา
 
       
        ศีล มี 3 ประเภท คือศีล 5 (เบญจศีล) ศีล 8 (อุโบสถศีล) และปาริสุทธิศีล (มหาศีล) ในที่นี้จะขยายความเฉพาะศีล 5_ซึ่งเป็นศีลขั้นพื้นฐานที่ทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ
 
ศีล 5 คืออะไร ?
 
        ศีล 5 คือ มนุษยธรรม หรือธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์
        ศีล 5 เป็นสิ่งที่มนุษย์ช่วยกันบัญญัติขึ้นมา เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข จากสามัญสำนึกที่รู้ว่า เมื่อเรามีความรักตนเอง ต้องการความสุข ความปลอดภัยในชีวิต คนอื่นก็ย่อมมีความรู้สึกเช่นเดียวกับเรา ด้วยเหตุนี้แม้ในยุคที่ไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้น ศีล 5 ก็มีอยู่แล้ว
 
        มนุษย์ แปลว่า สัตว์ที่มีจิตใจสูง สัตว์ที่รู้จักใช้เหตุผล
        มนุษย์มีเหตุ  มีผลรู้จักยับยั้งชั่งใจ แต่สัตว์ไม่มีสิ่งนี้เมื่อใดที่มนุษย์มีศีล 5 ครบ ความเป็นมนุษย์ก็สมบูรณ์ กายก็เป็นปกติ วาจาก็ปกติ ใจก็ปกติ เมื่อไรศีล 5_ขาด ความเป็นมนุษย์ก็ลดลง ศีล 5_จึงเป็นเครื่องบ่งชี้ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ โดยแต่ละข้อสามารถแบ่งแยกความเป็นมนุษย์กับสัตว์ได้ดังนี้
 
        ข้อ 1  ตั้งใจงดเว้นจากการฆ่าสัตว์
 
        ตามปกติมนุษย์เราไม่ฆ่ากัน ต่างจากพวกสัตว์ เช่น เสือ สิงโต เวลาหิวก็ไล่ล่าสัตว์อื่นกินทันที ศีลข้อ 1 จึงแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างคนกับสัตว์ได้อย่างชัดเจน
 
 
        ข้อ 2 ตั้งใจงดเว้นจากการลักขโมย
 
        ธรรมชาติของมนุษย์จะไม่ลักขโมยทรัพย์สินของใครเพราะมนุษย์มีความรู้เรื่องกรรมสิทธิ์ ว่านี่ของเขา นี่ของเรา แต่สัตว์ไม่รู้ เช่นเวลาสุนัขเห็นแมวกินปลาอยู่  ถ้าอยากได้มันจะเข้าไปแย่งเลย ดังนั้นถ้าใครลักขโมย จี้ปล้นทรัพย์สินของคนอื่น ก็แสดงว่าขณะนั้นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขาสูญเสียไปแล้ว
 
 
        ข้อ 3 ตั้งใจงดเว้นจากการประพฤติในกาม
 
        ปกติมนุษย์รู้จักควบคุมความต้องการของตัวเอง รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ต่างจากสัตว์ เช่น สุนัขเมื่อถึงคราวฮอร์โมนเพศทำงาน มันจะกัดแย่งตัวเมีย แต่มนุษย์ปกติจะไม่เป็นเช่นนั้น
 
 
        ข้อ 4 ตั้งใจงดเว้นจากการพูดเท็จ  พูดคำหยาบ คำส่อเสียด เพ้อเจ้อ
 
        ปกติมนุษย์จะไม่หลอกลวงกันและไม่เบียดเบียนคนอื่น ด้วยคำพูด ต่างจากสัตว์ เช่น สุนัขที่อยู่ในบ้าน พอมีสุนัขตัวอื่นหรือมีคนเดินผ่านมา มันจะเห่าทันทีเลย แต่มนุษย์เราไม่เป็นเช่นนั้น อยู่ดีๆ เราจะไม่ว่ารึว่าด่าใคร
 
 
        ข้อ 5 ตั้งใจงดเว้นจากดื่มสุราเมรัย อันเป็นต้นเหตุแห่งความประมาท
 
        ปกติสัตว์ใหญ่มีกำลังมากกว่ามนุษย์ แต่บังคับทิศทางไม่ค่อยได้ เพราะไม่มีสติควบคุม ดังนั้นสัตว์จึงไม่สามารถเปลี่ยนกำลังกายให้เกิดเป็นคุณงามความดีอะไรได้แต่มนุษย์มีสติควบคุมการกระทำ ทำให้สามารถเปลี่ยนกำลังกายมาเป็นการกระทำความดีได้ แต่เมื่อใดที่มนุษย์ดื่มสุรา ของมึนเมา หรือยาเสพติดเข้าไป ก็จะขาดสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจทำให้สามารถทำเรื่องเลวร้ายได้ ศีลข้อ 5_นี้ จึงเป็นข้อที่สำคัญที่สุด เพราะคนที่ขาดสติสามารถทำความชั่วได้ทุกอย่างและผิดศีลข้ออื่นได้ทุกข้อ
 
 
------------------------------

http://goo.gl/DhaO5


พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      วิบากกรรมที่ทำให้ท้องเสียและท้องผูก
      วิบากกรรมที่ทำให้เป็นวัณโรค
      วิบากกรรมที่ทำให้ฆ่าตัวตาย
      วิบากกรรมที่ทำให้หน้าแก่เกินวัย
      กรรมที่ทำให้มีขางาม
      ทุกข์ในอัตภาพสัตว์เดรัจฉานและมนุษย์
      ฆ่าตัวตาย กรรมที่ส่งผลให้เกิดปัญหาการฆ่าตัวตาย
      กรรมที่ทำให้รูปงาม
      ทุกข์ของสัตว์นรก
      วิบากกรรมที่ทำให้เป็นโรคเก๊าท์และรูมาตอยด์
      ทุกข์ของสัตว์นรกในมหานรกขุม 3
      วิบากกรรมที่ทำให้ได้ลูกเกเร
      วิบากกรรมที่ทำให้ไฟใหม้บ้านและทรัพย์สิน