พระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้า ตอนที่ 21 ยุคศิวิไลซ์อันน่าอัศจรรย์

โลกในยุคนั้น มีแต่สันติสุขและจะไม่มีการรบราฆ่าฟันกันเลย เพราะผู้คนในยุคนั้น จะมีศีลธรรมประจำใจ https://dmc.tv/a8641

บทความธรรมะ Dhamma Articles > ช่วงเด่นฝันในฝัน > ปกิณกธรรม > พระศรีอริยเมตไตรย์
[ 19 ต.ค. 2553 ] - [ ผู้อ่าน : 27726 ]
ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2553
พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 21 ยุคศิวิไลซ์อันน่าอัศจรรย์
 
 
พระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้า
ตอนที่ 21 "ยุคศิวิไลซ์อันน่าอัศจรรย์"
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
 
 
        ความเดิมจากตอนที่แล้ว... ครั้นท่านอชิตภิกษุละอัตภาพจากภพชาตินั้นไปแล้ว ท่านก็ได้ไปบังเกิดเป็นเทพบุตรอยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต ซึ่งในขณะนี้ ท่านเทพบุตรบรมโพธิสัตว์ก็กำลังรอคอยเวลาที่จะลงมาตรัสรู้ธรรมเป็นพระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้า ในอนาคตกาลภายภาคเบื้องหน้าสืบไป
 
 
        กล่าวกันว่า ในยุคสมัยของพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือในยุคของพวกเรานั้น พระพุทธศาสนาจะยืนยาว และยังประโยชน์อันไพบูลย์ให้เกิดแก่โลกและจักรวาล ได้ยาวนานอย่างน้อย 5,000-ปี หลังจากนั้น พระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาแห่งปัญญาและเหตุผล ก็จะค่อยๆเลือนหายไปจากโลก เพราะคนจะเริ่มเสื่อมจากศีลธรรมลงไปเรื่อยๆ
 
 
        เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์ถูกกิเลสครอบงำอย่างแรงกล้า จนทำให้มีปัญญาหยาบและไม่ตั้งอยู่ในกรอบแห่งศีลธรรม เมื่อนั้นพระพุทธศาสนาและคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็จะสูญสิ้นไปจากโลกใบนี้ในที่สุด และด้วยเหตุที่คนเสื่อมจากศีลธรรมนี้เอง จึงส่งผลทำให้อายุขัยของมนุษย์ในช่วงนั้น สั้นลงไปเรื่อยๆ จนอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ลดเหลือเพียงแค่ 10-ปี (ปัจจุบันอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์อยู่ที่ 75 ปี)
 
 
        เมื่อใดที่อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ลดลงจนเหลือเพียงแค่ 10-ปี เมื่อนั้นโลกของเราก็จะเข้าสู่ช่วงกลียุค ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่บนโลกจะถูกอกุศลกรรมครอบงำจิตใจ และในช่วงนี้เอง คนที่ถูกอกุศลกรรมครอบงำจิตใจ หรือพูดสั้นๆง่ายๆว่า “คนชั่ว”_ก็จะออกมาฆ่าฟันกันเอง ส่วนคนดีหรือคนที่ประกอบแต่กุศลกรรม ซึ่งถือเป็นชนกลุ่มน้อยในยุคนั้น ก็จะพากันหลบหนีเข้าไปอยู่ในป่า เมื่อคนชั่วได้เข่นฆ่ากันเองจนตายเกือบหมดสิ้น คนดีก็จะกลับออกมา ครั้นกลับออกมาแล้ว เห็นคนชั่วนอนตายกันเกลื่อนเมือง คนดีก็จะเกิดอาการสลดใจว่า ทำไม...มนุษย์ต้องมาเข่นฆ่ากันเช่นนี้
 
 
        หลังจากนั้น ผู้ที่เหลือรอดจากสงคราม (ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนชั่ว)_ในครั้งนั้น ก็จะเริ่มตั้งใจทำความดี เมื่อทำความดีกันมากเข้า...มากเข้า อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ก็จะเพิ่มมากขึ้นแบบทับทวีไปเรื่อยๆ คือ จากสิบจะเป็นยี่สิบ จากยี่สิบจะเป็นสี่สิบ จากสี่สิบจะเป็นแปดสิบ จากแปดสิบจะเป็นหนึ่งร้อยหกสิบ แล้วทับทวีเป็นเท่าตัวแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ยาวนานถึงอสงไขยปีเลยทีเดียว
 
 
        เมื่อใดที่อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ยืนยาวมากถึงอสงไขยปี มนุษย์ในยุคนั้นก็แทบจะไม่รู้จักกับความตาย และเมื่อความตายอยู่ไกลเกินกว่าที่มนุษย์ในยุคนั้นจะเข้าถึง มนุษย์ก็จะเริ่มดำรงชีวิตด้วยความประมาท และเริ่มถอยห่างจากศีลธรรมไปทีละเล็กละน้อย
 
 
        จากจุดนี้เอง ได้ส่งผลทำให้อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์จากเดิมที่อายุยืนถึงอสงไขยปี ก็จะเริ่มลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ คือ จากอสงไขยปีจะค่อยๆลดน้อยถอยลงจนกลายเป็นเหลือโกฏิปี จากโกฏิปีจะค่อยๆลดน้อยถอยลงจนเหลือแสนปี จากแสนปีจะค่อยๆลดน้อยถอยลงจนเหลือแปดหมื่นปี
 
 
        เมื่อกาลเวลาล่วงเลยผ่านไป จนอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ลดลงเหลือประมาณแปดหมื่นปี องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์สุดท้ายของภัทรกัปนี้ ซึ่งมีพระนามว่า “พระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้า”_ก็จะเสด็จอุบัติลงมาบังเกิดบนโลก ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นี้ จัดเป็นพระพุทธเจ้าประเภท วิริยาธิกพุทธเจ้า หรือ พระพุทธเจ้าผู้ยิ่งด้วยความเพียร เพราะพระองค์ทรงสร้างบารมีมายาวนานถึง 80-อสงไขยกับแสนมหากัป ซึ่งสร้างบารมีมายาวนานกว่าพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงสร้างบารมีมา 20-อสงไขยกับแสนมหากัป
 
 
        ด้วยเหตุที่พระศรีอริยเมตไตรย์ทรงสร้างบารมีมายาวนานเช่นนี้ วงบุญของพระองค์จึงมีขนาดใหญ่และแวดล้อมไปด้วยผู้ที่มีบุญบารมีเป็นจำนวนมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมทำให้ในยุคที่พระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้าจะลงมาบังเกิด จึงกลายเป็นยุคที่มีความศิวิไลซ์เป็นที่น่าอัศจรรย์และน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง พูดได้เลยว่า คนในยุคปัจจุบัน เมื่อเห็นสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในยุคสมัยของพระศรีอริยเมตไตรย์แล้ว จะต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบนโลก”
 
 
        ความอัศจรรย์แห่งยุคพระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ได้มีปรากฏในคัมภีร์ไตรภูมิโลกวินิจฉัย ซึ่งสามารถจำแนกเป็นหัวข้อคร่าวๆ ได้อย่างน้อย 6 ประการ ดังต่อไปนี้
 
ความอัศจรรย์ลำดับที่ 1.ได้แก่ เรื่องสภาพเศรษฐกิจและสังคม
 
 
        โลกในยุคของพระศรีอริยเมตไตรย์นั้น ผู้มีบุญจะลงมาเกิดกันจนเต็มแผ่นดิน จนเป็นผลทำให้โลกในยุคนั้น มีแต่สันติสุขและจะไม่มีการรบราฆ่าฟันกันเลย เพราะผู้คนในยุคนั้น จะมีศีลธรรมประจำใจ และมีความรักใคร่ฉันพี่น้อง มองกันด้วยความเอื้ออาทร ภาพของโลกในยุคนั้น ประชากรบนโลกจะมีเป็นจำนวนมาก และจะสร้างอาคารบ้านเรือนอยู่ใกล้ๆกัน แต่ถึงกระนั้น อาหารการกินกลับอุดมสมบูรณ์ ไม่ขัดสนเลยแม้สักนิดเดียว พูดง่ายๆ คือ เหลือกินเหลือใช้นั่นเอง นอกจากนั้น...โลกในยุคของพระศรีอริยเมตไตรย์ ยังปราศจากความเหลื่อมล้ำทางสังคมอีกด้วย
ชม Video Scoop พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 21

รับชมคลิปวิดีโอพระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 21
ชมวิดีโอพระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 21   Download ธรรมะพระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 21

http://goo.gl/UwVDH


พิมพ์บทความนี้

ไปหน้าทบทวนฝันในฝัน



บทความอื่นๆ ในหมวด

      กิจกรรมพัฒนาวัดพิชิตปิตยาราม ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
      กิจกรรมพัฒนาวัดอู่ข้าว ต.คลอง 7 จ.ปทุมธานี
      อานุภาพบุญจากการมาสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ตอนที่ 1
      เล่าเรื่องคุณยายฯ ตอน ได้ตึก 18 ล้านแค่เพียงกระพริบตา
      เล่าเรื่องคุณยายฯ ตอน ความทรงอภิญญาของคุณยายฯที่ผมเจอกับตัวเอง
      ประกาศผลสุดยอดสามเณรแสดงธรรมระดับโลก
      เปิดใจสามเณรแชมป์แสดงธรรมระดับภาค ชิงชัยสู่เวทีแสดงธรรมระดับโลก
      ซุปเปอร์บิ๊กบุญ ตักบาตรแสนรูป ครั้งประวัติศาสตร์
      เส้นทางสามเณร สู่เวทีแชมป์เทศน์ระดับโลก
      เล่าเรื่องคุณยาย ตอน เรื่องเหลือเชื่อของการบูชาข้าวพระที่คุณยายฯฝากไว้
      บวชเณรล้านตักบาตรแสน สานฝันคุณยาย สร้างพระแท้
      เล่าเรื่องคุณยายฯ ตอน แค่มองหน้า..ก็รู้ทั้งหมด
      แฝด 4 บวชเณรล้านอ่างทองทำลายสถิติโลก