พระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้า ตอนที่ 38 อชิตพราหมณ์ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในช่วงรุ่งอรุณ พระอชิตพราหมณ์บรมโพธิสัตว์ จักได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า https://dmc.tv/a9408

บทความธรรมะ Dhamma Articles > ช่วงเด่นฝันในฝัน > ปกิณกธรรม > พระศรีอริยเมตไตรย์
[ 17 ธ.ค. 2553 ] - [ ผู้อ่าน : 22346 ]
ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2553
ตอน พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 38 อชิตพราหมณ์ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
 
พระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้า
ตอนที่ 38 "อชิตพราหมณ์ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า"
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
 
        ความเดิมจากตอนที่แล้ว... ในค่ำคืนนั้นเอง ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15-ค่ำ พระจันทร์เสวยวิสาขฤกษ์ พระอชิตพราหมณ์บรมโพธิสัตว์ หรือพระศรีอริยเมตไตรย์ ก็จักตั้งความเพียรอันประกอบไปด้วยองค์สี่ หรือ จาตุรงคมหาปธาน โดยพระองค์ได้ทรงตั้งพระทัยว่า “แม้เนื้อและเลือดจะแห้งเหือดหายไป เหลือแต่เอ็น กระดูก หนัง ก็ตามที หากยังไม่ได้บรรลุพระสัพพัญญุตญาณแล้ว เราก็จะไม่ลุกจากที่”
 
        เมื่อพระอชิตพราหมณ์บรมโพธิสัตว์ หรือพระศรีอริยเมตไตรย์ ได้ทรงตั้งพระทัยอันประกอบไปด้วยองค์สี่ หรือ จาตุรงคมหาปธาน เช่นนี้แล้ว พระองค์ก็ทรงประทับนั่งเข้าที่ ตั้งพระวรกายตรง ดำรงสติมั่น อยู่ภายใต้ควงต้นมหาโพธิพฤกษ์
 
ทรงตั้งพระทัยอันประกอบไปด้วยองค์สี่ หรือ จาตุรงคมหาปธาน
 
        ครั้นช่วงเวลาแห่งรัตติกาล ได้ล่วงเข้าสู่ช่วงปฐมยาม คือ ช่วงเวลาตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสี่ทุ่ม พระอชิตพราหมณ์บรมโพธิสัตว์ หรือพระศรีอริยเมตไตรย์ จักทรงบรรลุปุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือสามารถระลึกชาติหนหลังของพระองค์เองได้
 
 ทรงบรรลุปุพเพนิวาสานุสสติ
 
        ต่อมา เมื่อเวลาแห่งรัตติกาลได้ล่วงเข้าสู่ช่วงมัชฌิมยาม คือ ช่วงเวลาตั้งแต่สี่ทุ่มถึงตีสอง พระอชิตพราหมณ์บรมโพธิสัตว์ หรือพระศรีอริยเมตไตรย์ จักทรงบรรลุจุตูปปาตญาณ คือ สามารถล่วงรู้การเกิดและการดับของหมู่สัตว์ทั้งหลายได้
 
        เมื่อเวลาแห่งรัตติกาลได้ล่วงมาถึงช่วงสุดท้ายหรือปัจฉิมยาม คือ ช่วงเวลาตั้งแต่ตีสองถึงหกโมงเช้า ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสุดท้ายแห่งค่ำคืนวันวิสาขะ พระอชิตพราหมณ์บรมโพธิสัตว์ หรือพระศรีอริยเมตไตรย์ จักทรงหยั่งพระญาณเพื่อพิจารณาปฏิจจสมุปบาท ทั้งโดยอนุโลมและปฏิโลม (คือ พิจารณากลับไปกลับมา)
 
 ทรงบรรลุจุตูปปาตญาณ
 
ขยายความเรื่องปฏิจจสมุปบาท
 
        ปฏิจจสมุปบาท หมายถึง ธรรมที่เกี่ยวเนื่องกันจนเป็นลูกโซ่ และเป็นปัจจัยติดต่อกันไม่ขาดสาย กล่าวคือ เมื่อสิ่งนี้มี...สิ่งนั้นจึงมี เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น...สิ่งนั้นจึงเกิดขึ้น ดังนั้น การพิจารณาปฏิจจสมุปบาท จึงเป็นขั้นตอนการพิจารณาของจิตในการเกิดขึ้นและดับไปแห่งทุกข์ ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 12-ประการ โดยคุณครูไม่ใหญ่จะกล่าวเฉพาะหัวข้อหลักๆ เพื่อให้เราพอรู้โดยสังเขปว่า ขั้นตอนแต่ละอย่างมีอะไรบ้าง ดังนี้
 
เพราะมีอวิชชา (ความไม่รู้) สังขารจึงเกิดขึ้น
 
เพราะมีสังขาร (สิ่งปรุงแต่งจิตที่ทำให้เกิดการกระทำออกมาทางกาย วาจา ใจ ทั้งที่เป็นกุศล เป็นอกุศล หรือที่ไม่เป็นทั้งกุศลและอกุศล)-วิญญาณจึงเกิดขึ้น
 
เพราะมีวิญญาณ (ดวงจิตที่นำไปเกิดในภพภูมิต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับบุญ บาป หรือไม่บุญไม่บาป ที่แต่ละคนได้สั่งสมเอาไว้)-นามรูปจึงเกิดขึ้น
 
เพราะมีนามรูป (ขันธ์ 5-ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) สฬายตนะจึงเกิดขึ้น
 
เพราะมีสฬายตนะ (อายตนะภายในทั้ง 6-คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) ผัสสะจึงเกิดขึ้น
 
เพราะมีผัสสะ (การกระทบกันของอายตนะภายในกับภายนอก ได้แก่ ตากับรูป หูกับเสียง จมูกกับกลิ่น ลิ้นกับรส กายกับสัมผัส ใจกับอารมณ์ต่างๆ)-เวทนาจึงเกิดขึ้น
 
เพราะมีเวทนา (อารมณ์สุข ทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์) ตัณหาจึงเกิดขึ้น
 
เพราะมีตัณหา (ความอยาก ได้แก่ อยากมีนั่นอยากมีนี่ อยากเป็นแบบนั้นอยากเป็นแบบนี้ ไม่อยากเป็นแบบนั้นไม่อยากเป็นแบบนี้)-อุปาทานจึงเกิดขึ้น
 
เพราะมีอุปาทาน (ความยึดมั่นถือมั่น) ภพจึงเกิดขึ้น
 
เพราะมีภพ (สถานที่รองรับการเกิดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย) ชาติจึงเกิดขึ้น
 
เพราะมีชาติ (การถือกำเนิดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย)-ชรา (ความแก่)-มรณะ (ความตาย)-โสกะ (ความโศกเศร้า)-ปริเทวะ (ความคร่ำครวญ)-ทุกข์ (ความไม่สบายกาย)-โทมนัส (ความไม่สบายใจ)-และ อุปายาส (ความคับแค้นใจ) จึงเกิดขึ้น
 
        ดังนั้น อวิชชา จึงเป็นต้นเหตุของกระบวนการทั้งหมด วันใดที่เราขจัดอวิชชา ด้วยการทำใจหยุดนิ่งอย่างสบายๆ จนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับผู้รู้ภายใน เมื่อนั้น วิชชา คือ...การรู้แจ้งเห็นแจ้งเป็นไปตามความเป็นจริงก็จะเกิดขึ้น ซึ่งความรู้ตรงนี้...จะเป็นความรู้อันบริสุทธิ์ที่จะนำเราไปสู่ความหลุดพ้นอันแท้จริง
 
 ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ
 
        และในกาลนี้เอง กล่าวคือ ช่วงรุ่งอรุณที่แสงแห่งดวงตะวันได้สาดแสงสีทองส่องอร่ามงดงามไปทั่วท้องฟ้า พระอชิตพราหมณ์บรมโพธิสัตว์ หรือพระศรีอริยเมตไตรย์ จักได้บรรลุอาสวักขยญาณ สามารถทำลายกิเลสอาสวะให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษเป็นสมุทเฉทปหาน ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ในที่สุด
ชม Video Scoop พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 38
 


http://goo.gl/aZyH5


พิมพ์บทความนี้

ไปหน้าทบทวนฝันในฝัน



บทความอื่นๆ ในหมวด

      กิจกรรมพัฒนาวัดพิชิตปิตยาราม ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
      กิจกรรมพัฒนาวัดอู่ข้าว ต.คลอง 7 จ.ปทุมธานี
      อานุภาพบุญจากการมาสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ตอนที่ 1
      เล่าเรื่องคุณยายฯ ตอน ได้ตึก 18 ล้านแค่เพียงกระพริบตา
      เล่าเรื่องคุณยายฯ ตอน ความทรงอภิญญาของคุณยายฯที่ผมเจอกับตัวเอง
      ประกาศผลสุดยอดสามเณรแสดงธรรมระดับโลก
      เปิดใจสามเณรแชมป์แสดงธรรมระดับภาค ชิงชัยสู่เวทีแสดงธรรมระดับโลก
      ซุปเปอร์บิ๊กบุญ ตักบาตรแสนรูป ครั้งประวัติศาสตร์
      เส้นทางสามเณร สู่เวทีแชมป์เทศน์ระดับโลก
      เล่าเรื่องคุณยาย ตอน เรื่องเหลือเชื่อของการบูชาข้าวพระที่คุณยายฯฝากไว้
      บวชเณรล้านตักบาตรแสน สานฝันคุณยาย สร้างพระแท้
      เล่าเรื่องคุณยายฯ ตอน แค่มองหน้า..ก็รู้ทั้งหมด
      แฝด 4 บวชเณรล้านอ่างทองทำลายสถิติโลก