ปรโลกนิวส์ ตอน ปาณาติบาต พิฆาตปลา

ในช่วงก่อนที่โยมพ่อของลูกจะเสียชีวิตนั้น ด้วยความที่ตัวท่านมีอาการเจ็บป่วยรุมเร้าอยู่ตลอดเวลา กอปรกับ ตัวท่านเองก็ไม่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์

บทความธรรมะ Dhamma Articles > ช่วงเด่นฝันในฝัน > ปกิณกธรรม > ปรโลกนิวส์
[ 31 มี.ค. 2555 ] - [ ผู้อ่าน : 12258 ]
   Bookmark and Share
ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2555
ปรโลกนิวส์
ตอน ปาณาติบาต พิฆาตปลา

สะเก็ดข่าวสั้นทันปรโลก ตอน ปาณาติบาต พิฆาตปลา
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา


ฝันในฝัน
หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที
แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรากันนะจ๊ะ 

 
 
 
       คำถามข้อที่ 1. โยมพ่อของลูกเสียชีวิตเพราะอะไรและเมื่อเสียชีวิตแล้วท่านไปอยู่ที่ไหน  ขณะนี้ท่านมีความเป็นอยู่อย่างไรครับ
 
ก่อนที่โยมพ่อของลูกจะเสียชีวิตนั้น ด้วยความที่ตัวท่านมีอาการ<a href=http://www.dmc.tv/index.php?module=articles&action=showarticles&group=%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1&om=330 title='เจ็บป่วย' target=_blank><font color=#333333>เจ็บป่วย</font></a>รุมเร้าอยู่ตลอดเวลา 
 
ก่อนที่โยมพ่อของลูกจะเสียชีวิตนั้น ด้วยความที่ตัวท่านมีอาการเจ็บป่วยรุมเร้าอยู่ตลอดเวลา
 
      คำตอบข้อที่ 1.1 ในช่วงก่อนที่โยมพ่อของลูกจะเสียชีวิตนั้น ด้วยความที่ตัวท่านมีอาการเจ็บป่วยรุมเร้าอยู่ตลอดเวลา กอปรกับ ตัวท่านเองก็ไม่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์  คือไม่มีความรู้สึกตัวและไม่มีความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น ทันทีที่โยมพ่อของตัวลูกได้เสียชีวิตลง กายละเอียดของโยมพ่อของตัวลูกจึงได้หลุดออกจากกายหยาบด้วยความรู้สึกที่มึนๆ งงๆ อยู่ข้างๆ ร่างของตัวท่านเอง

กายละเอียดยังไม่ทราบว่าตัวท่านเองได้เสียชีวิตไปแล้ว
 
กายละเอียดยังไม่ทราบว่าตัวท่านเองได้เสียชีวิตไปแล้ว

         คำตอบข้อที่ 1.2  หลังจากที่โยมพ่อของตัวลูกได้เสียชีวิตไปแล้ว กายละเอียดของโยมพ่อของตัวลูกก็ยังไม่ทราบว่าตัวท่านเองได้เสียชีวิตไปแล้ว  ซึ่งในตอนนั้น ตัวท่านจะมีความรู้สึกคล้ายๆ กับเวลาที่ตัวท่านนอนหลับแล้วฝันไป  คือ  “ รับแต่ไม่รู้ ”  ถึงเรื่องราวต่างๆ   หรือไม่มีสติที่จะฉุกคิดว่า  “ ตัวท่านเองนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว หรือว่ายังมีชีวิตอยู่ ”  หรือเป็นเหมือนกับคนที่กำลังเหม่อมองภาพต่างๆ ซึ่งก็จะรู้สึกว่าภาพต่างๆ ผ่านตาเข้ามาเท่านั้น หรือถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คงจะเหมือนกับเวลาที่ลูกๆ นักเรียนอนุบาลนั่งรถเมล์  แล้วกำลังเหม่อมองดูภาพวิวทิวทัศน์  หรือดูสิ่งต่างๆ นอกรถไปเรื่อยๆ  แล้วก็ไม่รู้สึกตัวว่า  ตัวเองได้นั่งรถเลยป้ายรถเมล์ที่ต้องการจะลงไปแล้ว หรือเหมือนกับในเวลาที่ลูกๆ กำลังดูโทรทัศน์แล้วก็ติดพันอยู่นั้น ถ้ามีใครมาเรียกตัวลูก   แม้เสียงนั้นจะเข้าไปในหูของตัวลูกแล้วก็ตาม แต่ตัวลูกก็ไม่ทันรู้สึกตัวว่ามีคนมาเรียกนั่นเอง
 
<a href=http://www.dmc.tv/pages/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89.html title='บุญ' target=_blank><font color=#333333>บุญ</font></a>ทุกๆ บุญที่ได้ทำแล้วอุทิศส่งไปให้ก็ได้ไปจรดเชื่อมที่ศูนย์กลางกายของกายละเอียดของโยมพ่อ 
 
บุญทุกๆ บุญที่ได้ทำแล้วอุทิศส่งไปให้ก็ได้ไป
จรดเชื่อมที่ศูนย์กลางกายของกายละเอียดของโยมพ่อ

        คำตอบข้อที่ 1.3  เมื่อเวลาได้ผ่านไปสองถึงสามวันบุญทุกๆ บุญที่ตัวลูก ได้ทำแล้วอุทิศส่งไปให้กับโยมพ่อของลูก ก็ได้ไปจรดเชื่อมที่ศูนย์กลางกายของกายละเอียดของโยมพ่อของลูก เมื่อกระแสบุญเหล่านั้นได้มาหล่อเลี้ยงใจของกายละเอียดของโยมพ่อของลูกมากเข้ามากเข้า ก็ส่งผลทำให้โยมพ่อของลูกจากที่อยู่ในภาวะเหมือนกับกึ่งหลับกึ่งตื่น  ก็เริ่มได้สติมากขึ้นมากขึ้นไปเรื่อยๆ 
 
กายละเอียดของท่านก็ได้กลับมาหา<a href=http://www.dmc.tv/seach/ครอบครัว title='ครอบครัว' target=_blank><font color=#333333>ครอบครัว</font></a>ของท่านที่บ้าน
 
กายละเอียดของท่านก็ได้กลับมาหาครอบครัวของท่านที่บ้าน

        คำตอบข้อที่ 1.4  แม้ว่ากายละเอียดของโยมพ่อของตัวลูกจะเริ่มมีสติมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ท่านก็ยังไม่รู้สึกตัวว่า“ ตัวท่านเองได้เสียชีวิตไปแล้ว ”  และเมื่อตัวท่านเริ่มนึกถึงบุคคลที่ตัวท่านทั้งรักและเป็นห่วง ซึ่งก็คือสมาชิกในครอบครัวของท่าน ทันใดนั้นเองกายละเอียดของท่านก็ได้กลับมาหาครอบครัวของท่านที่บ้านในทันที ทันทีที่กายละเอียดของโยมพ่อของลูกได้ กลับมาหาครอบครัวของท่านที่บ้าน ตัวท่านก็รู้สึกประหลาดใจและเกิดความสงสัยเป็นอย่างมากว่าทำไมตัวท่านถึงทำอะไรแบบนี้ได้ และเมื่อตัวท่านได้เห็นทุกคนในครอบครัวกำลังจัดงานบำเพ็ญกุศลให้กับท่าน ตัวท่านจึงได้เข้าไปพูดคุยและสื่อสารกับทุกๆ คนในครอบครัว แต่ไม่ว่าตัวท่านจะพยายามสื่อสารกับทุกคนอย่างไร ความพยายามของท่านก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างดำเนินมาถึงจุดนี้ โยมพ่อของตัวลูกจึงรู้ตัวและทราบได้ในทันทีว่า “ ตัวท่านเองได้เสียชีวิตไปแล้ว ”  นั่นเอง

กายละเอียดได้มาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมสรีระร่างของท่านด้วยตัวท่านเอง
 
กายละเอียดได้มาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมสรีระร่างของท่านด้วยตัวท่านเอง

      คำตอบข้อที่ 1.5 และเมื่อพระลูกชายและสมาชิกทุกๆ คนในครอบครัว ได้ทำบุญแล้วอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลส่งไปให้กับกายละเอียดของโยมพ่อของตัวลูก   ด้วยความที่กายละเอียดของโยมพ่อของตัวลูกได้มาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมสรีระร่างของท่านด้วยตัวท่านเอง  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กายละเอียดของโยมพ่อของตัวลูกได้รับรู้ แล้วก็ได้รับบุญในทุกๆ บุญที่ตัวลูกและทุกๆ คนได้ทำให้กับท่าน  เมื่อเป็นเช่นนี้ใจของท่านจึงมีความผ่องใสและสว่างไสวขึ้นไปตามลำดับ  นอกจากผลแห่งบุญดังกล่าวจะช่วยทำให้ใจของท่านมีความผ่องใสและสว่างไสวมากขึ้นแล้ว ผลแห่งบุญดังกล่าวยังเป็นเชื้อเป็นชนวนไปดึงดูดให้บุญกุศลอื่นๆ  ที่ตัวท่านได้เคยสั่งสมเอาไว้ในขณะที่ตัวท่านยังมีชีวิตอยู่ให้ได้ช่องตามมาส่งผลร่วมกันอีกด้วย และบุญทุกๆ บุญที่ท่านได้ทำในช่วงบั้นปลายชีวิต ซึ่งมีพระลูกชายคอยเป็นยอดกัลยาณมิตรชักชวนให้ตัวท่านได้ร่วมสร้างบุญกับหมู่คณะในหลายๆ โอกาส  เป็นต้น

กายละเอียดของโยมพ่อได้ไปเกิดเป็นกายเทพบุตรคนธรรพ์ระดับทั่วไป  ของ<a href=http://video.dmc.tv/programs/heaven_animation.html title='สวรรค์' target=_blank><font color=#333333>สวรรค์</font></a>ชั้นจาตุมหาราชิกา
 
กายละเอียดของโยมพ่อได้ไปเกิดเป็นกายเทพบุตรคนธรรพ์ระดับทั่วไปของสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิก

        คำตอบข้อที่ 1.6 เมื่อกระแสธารแห่งบุญได้ช่องตามมาส่งผลมากเข้า ทันใดนั้นเอง กายละเอียดของโยมพ่อของลูกก็ได้ไปเกิดเป็นกายเทพบุตรคนธรรพ์ระดับทั่วไป  ของสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ที่มีวิมานเป็นไม้สีทองในทันที ซึ่งวิมานของท่านจะมีขนาดเท่ากับคฤหาสน์หลังย่อมๆ บนโลกมนุษย์ แต่จะมีความสวยงามและละเอียดประณีตกว่าคฤหาสน์บนโลกมนุษย์เป็นอย่างมาก   อีกทั้งท่านยังมีบริวารอันเป็นทิพย์อยู่หลาย 10 ตนอีกด้วย สำหรับบุญหลักที่ส่งผลทำให้โยมพ่อของลูกได้มาเกิดเป็นเทพบุตรคนธรรพ์ระดับทั่วไปที่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาแห่งนี้นั้น นั่นก็คือ บุญที่ท่านได้บวชพระลูกชายของท่านนั่นเอง

โยมพ่อเสียชีวิตด้วย<a href=http://www.dmc.tv/pages/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/Karma-Retribution-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%94.html title='โรคปอด' target=_blank><font color=#333333>โรคปอด</font></a>ติดเชื้อเรื้อรังเพราะวิบากกรรมปาณาติบาตที่ตัวท่านได้เคยฆ่าสัตว์ทำอาหาร
 
โยมพ่อเสียชีวิตด้วยโรคปอดติดเชื้อเรื้อรัง
เพราะวิบากกรรมปาณาติบาตที่ตัวท่านได้เคยฆ่าสัตว์ทำอาหาร

       คำตอบข้อที่ 1.7 ส่วนวิบากกรรมที่ทำให้โยมพ่อของตัวลูกต้องมาเสียชีวิตด้วยโรคปอดติดเชื้อเรื้อรังนั้น   ทั้งนี้ก็เป็นเพราะวิบากกรรมปาณาติบาตที่ตัวท่านได้เคยฆ่าสัตว์ทำอาหารในภพชาติก่อนๆ ได้ช่องตามมาส่งผล เรื่องก็มีอยู่ว่าในภพชาติดังกล่าว โยมพ่อของลูกกับตัวลูกก็ไม่ได้เกิดมาเป็นพ่อเป็นลูกกันเหมือนอย่างในภพชาติปัจจุบันนี้ ซึ่งตัวท่านมักจะชอบไปจับปลาจากแม่น้ำแล้วก็เอามาเลี้ยงไว้ในบ่อเล็กๆ ที่ขุดเอาไว้ในบริเวณบ้าน เพื่อที่ว่าในเวลาที่ตัวท่านต้องการจะประกอบอาหาร ตัวท่านก็จะได้นำปลาที่ขังเอาไว้ในบ่อนั้นมาประกอบอาหารได้ในทันที  
 
โยมพ่อจะจับปลาขึ้นมาใส่เอาไว้ในภาชนะ แล้วท่านก็จะรอให้ปลาเขาตายเอง
 
โยมพ่อจะจับปลาขึ้นมาใส่เอาไว้ในภาชนะ แล้วท่านก็จะรอให้ปลาเขาตายเอง

       คำตอบข้อที่ 1.8  ซึ่งขั้นตอนทั่วไปในการประกอบอาหารประเภทปลาของโยมพ่อของตัวลูก ในภพชาตินั้น ก็คือ หลังจากที่ตัวท่านเลือกปลาชะตาขาด ที่ดูน่าอร่อยมาได้แล้ว โยมพ่อของตัวลูก ก็จะจับปลาขึ้นมาใส่เอาไว้ในภาชนะ แล้วท่านก็จะรอให้ปลาเขาตายเอง ซึ่งสภาพของปลาก่อนที่เขาจะตายนั้นปลาก็จะดิ้นพะงาบๆ อย่างสุดชีวิตเพราะขาดน้ำและขาดอากาศหายใจ แล้วก็ตายไปในที่สุดหรือในบางครั้งเมื่อโยมพ่อของตัวลูกจับปลามาได้ ท่านก็จะเชือดสดๆ โดยที่ไม่ปล่อยให้ปลาเขาตายเองก็มี เป็นต้น
 
ความแตกต่างกันของวิบากกรรมปาณาติบาตตัวแปรสำคัญในการส่งผลของกรรมจะอยู่ที่เจตนาและความพยายามในการฆ่าเป็นหลัก 
 
ความแตกต่างกันของวิบากกรรมปาณาติบาตตัวแปรสำคัญในการส่งผลของกรรมจะอยู่ที่เจตนา
และความพยายามในการฆ่าเป็นหลัก

        คำตอบข้อที่ 1.9  ซึ่งความแตกต่างกันของวิบากกรรมปาณาติบาตระหว่างการปล่อยให้สัตว์นั้นตายเอง กับการลงมือฆ่าเองให้สัตว์นั้นตายในทันที ตัวแปรสำคัญในการส่งผลของกรรมจะอยู่ที่เจตนาและความพยายามในการฆ่าเป็นหลัก ซึ่งสามารถอธิบายเป็นประเด็นต่างๆ พอสังเขป เพื่อที่ลูกๆ นักเรียนทุกคนจะได้เห็นภาพและตามทันดังต่อไปนี้คือ
 
การฆ่าสัตว์ด้วยเจตนาที่รุนแรงและตั้งใจให้สัตว์นั้นมีความ<a href=http://www.dmc.tv/search/ทุกข์ title='ทุกข์' target=_blank><font color=#333333>ทุกข์</font></a>ทรมานก่อนที่จะตาย
 
การฆ่าสัตว์ด้วยเจตนาที่รุนแรงและตั้งใจให้สัตว์นั้นมีความทุกข์ทรมานก่อนที่จะตาย
 
กรณีที่ 1. การฆ่าสัตว์ด้วยเจตนาที่รุนแรงและตั้งใจให้สัตว์นั้นมีความทุกข์ทรมานก่อนที่จะตาย เช่น การเชือดให้สัตว์นั้นตายอย่างช้าๆ เป็นต้น สำหรับกรณีที่  1  นี้ เวลาวิบากกรรมปาณาติบาตส่งผลก็จะส่งผลแรงและหนักที่สุด

กรณีที่ 2. การฆ่าสัตว์ด้วยเจตนาที่รุนแรงและตั้งใจให้สัตว์นั้นทรมานก่อนที่จะตาย แต่ไม่ได้ลงมือฆ่าหรือทำร้ายด้วยตัวเอง เช่น  การปล่อยให้สัตว์นั้นตายอย่างทรมาน หรือการสั่งให้คนอื่นลงมือฆ่า พร้อมทั้งสั่งกำชับว่าต้องให้สัตว์นั้นตายอย่างทรมานด้วย เป็นต้น สำหรับกรณีที่ 2 นี้ เวลาวิบากกรรมปาณาติบาตส่งผลก็จะส่งผลแรงและหนักรองลงมาจากกรณีที่ 1
   
          คำตอบข้อที่ 1.10 กรณีที่ 3. การฆ่าสัตว์ด้วยเจตนาที่ไม่รุนแรงและตั้งใจให้สัตว์นั้นตายอย่างฉับพลัน แบบไม่ทรมาน เช่น การยิงสัตว์หรือการเชือดสัตว์ให้ตายในทันที เป็นต้น สำหรับกรณีที่  3  นี้   เวลาวิบากกรรมปาณาติบาตส่งผลก็จะส่งผลแรงและหนักรองลงมาจากกรณีที่  2
 
กรณีที่ 4. การฆ่าสัตว์ด้วยเจตนาที่ไม่รุนแรงและไม่กล้าที่จะลงมือฆ่า เมื่อไม่กล้าที่จะลงมือทำจึงปล่อยให้สัตว์นั้นตายเอง เช่น การจับปลาขึ้นมาจากน้ำแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ให้เขาตายเอง เป็นต้น สำหรับกรณีที่  4  นี้   เวลาวิบากกรรมปาณาติบาตส่งผลก็จะส่งผลแรงและหนักรองลงมาจากกรณีที่  3
 
การฆ่าสัตว์ด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากฆ่า แต่ถูกสั่งบังคับจึงจำใจที่จะต้องลงมือฆ่าด้วยตัวเอง

การฆ่าสัตว์ด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากฆ่า แต่ถูกสั่งบังคับจึงจำใจที่จะต้องลงมือฆ่าด้วยตัวเอง

       คำตอบข้อที่ 1.11  กรณีที่ 5. การฆ่าสัตว์ด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากฆ่า แต่ถูกสั่งบังคับให้ทำ จึงจำใจที่จะต้องลงมือฆ่าด้วยตัวเอง  เช่น แม่สั่งให้ลูกฆ่าปลา   เพราะแม่จะเอาปลามาทำเป็นอาหาร แม้ว่าลูกไม่อยากที่จะฆ่าปลาเลย แต่ด้วยความรู้สึกที่ขัดแม่ไม่ได้บ้าง  หรือกลัวแม่จะบาปบ้าง  หรือกลัวว่าแม่จะดุหรือตีเอาบ้าง ด้วยเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วนี้เองจึงทำให้ตัวลูกต้องลงมือปลิดชีพปลาด้วยความรู้สึกที่จำใจและจำยอม เป็นต้น สำหรับในกรณีนี้ เวลาวิบากกรรมปาณาติบาตส่งผลก็จะส่งผลแรงและหนักรองลงมาจากกรณีที่  4

กรณีที่ 6. การฆ่าสัตว์ด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากฆ่า แม้ถูกสั่งบังคับให้ทำ แต่ด้วยความที่ไม่กล้าที่จะลงมือฆ่า จึงปล่อยให้สัตว์นั้นตายเอง เช่น แม่สั่งให้ลูกไปจับปลามาฆ่า เมื่อลูกจับปลามาแล้วก็ไม่กล้าฆ่า จึงปล่อยให้ปลานั้นละโลกไปเอง เป็นต้น สำหรับในกรณีที่  6  นี้ เวลาวิบากกรรมปาณาติบาตส่งผลก็จะส่งผลแรงและหนักรองลงมาจากกรณีที่  5
 
 เรื่องกรรมและการส่งผลของกรรมเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนการส่งผลของกรรมจะยาวนานมากน้อยขนาดไหนนั้น ก็อยู่ที่เจตนาและความพยายามที่หนักเบาไปตามลำดับ
 
เรื่องกรรมและการส่งผลของกรรมเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนการส่งผลของกรรม
จะยาวนานมากน้อยขนาดไหนนั้น ก็อยู่ที่เจตนาและความพยายามที่หนักเบาไปตามลำดับ
 
     คำตอบข้อที่ 1.12  ซึ่งกรณีทั้ง 6 ข้อที่ได้ยกตัวอย่างมานี้ เป็นเพียงตัวอย่างคร่าวๆ ที่พอให้ลูกๆ ทุกคนได้เห็นภาพเท่านั้น   เพราะเรื่องกรรมและการส่งผลของกรรมเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนเป็นอย่างมาก ส่วนการส่งผลของกรรมจะยาวนานมากน้อยขนาดไหนนั้น ก็อยู่ที่เจตนาและความพยายามที่หนักเบาไปตามลำดับ คือถ้ามีเจตนาและความพยายามในการฆ่าที่รุนแรงมาก เวลาวิบากกรรมปาณาติบาตส่งผล    ก็จะส่งผลยาวนานมากกว่าการฆ่าที่มีเจตนาและความพยายามในการฆ่าที่รุนแรงน้อยกว่า
ส่วนลักษณะของการรับผลของกรรม ก็จะมีลักษณะที่คล้ายๆ กับวิธีการที่ใช้ในการฆ่าสัตว์   หรือทำให้สัตว์นั้นตายนั่นเอง
 
ด้วยวิบากกรรมปาณาติบาตฆ่าปลาด้วยการปล่อยให้ปลาเขาตายเองจึงเป็นผลทำให้ต้องมาป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคปอดติดเชื้อเรื้อรัง 
 
ด้วยวิบากกรรมปาณาติบาตฆ่าปลาด้วยการปล่อยให้ปลาเขาตายเอง
จึงเป็นผลทำให้ต้องมาป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคปอดติดเชื้อเรื้อรัง

       คำตอบข้อที่ 1.13  ด้วยวิบากกรรมปาณาติบาตที่โยมพ่อของตัวลูกได้ฆ่าปลาด้วยการปล่อยให้ปลาเขาตายเองบ้าง  หรือทำการฆ่าในทันทีบ้างในภพชาติดังกล่าวนี้เอง  ก็เลยกลายเป็นวิบากกรรมที่ติดตามตัวท่านนับตั้งแต่ภพชาตินั้นเรื่อยมา จวบจนกระทั่งมาถึงในภพชาติปัจจุบันนี้  แม้ว่าในภพชาติปัจจุบันนี้วิบากกรรมดังกล่าวจะเจือจางเบาบางลงไปแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังคอยหาช่องตามส่งผลอยู่ตลอดเวลา  ดังนั้นเมื่อวิบากกรรมปาณาติบาต สบโอกาสได้ช่องตามมาส่งผล จึงเป็นผลทำให้โยมพ่อของลูกต้องมาป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคปอดติดเชื้อเรื้อรังอย่างที่เป็นอยู่นี้นั่นเอง ดังนั้น ก็ให้ตัวลูก และทุกๆ คนในครอบครัว หมั่นสั่งสมบุญสร้างบารมี ด้วยการทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาให้เต็มที่เต็มกำลัง   แล้วก็หมั่นอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลส่งไปให้กับท่านเทพบุตรคนธรรพ์ อีกบ่อยๆ เพื่อที่ท่านเทพบุตรคนธรรพ์จะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีและมีความสุขในปรโลกให้ยิ่งๆ ขึ้นไปนั่นเอง
 
ด้วยผลแห่งบุญที่พระลูกชาย ได้ตั้งใจสั่งสมบุญอย่างเต็มที่เต็มกำลังจึงเป็นผลทำให้พระ<a href=http://www.dmc.tv title='ธรรมกาย' target=_blank><font color=#333333>ธรรมกาย</font></a>ได้เมตตาไปเยี่ยมแล้วก็สอน<a href=http://www.dmc.tv/pages/meditation/meditation01.html target=_blank title='สมาธิ'>สมาธิ</a>(<a href=http://meditation.dmc.tv title='How to meditate' target=_blank>Meditation</a>)ให้กับท่านเทพบุตรคนธรรพ์ 
 
ด้วยผลแห่งบุญที่พระลูกชาย ได้ตั้งใจสั่งสมบุญอย่างเต็มที่เต็มกำลัง
จึงเป็นผลทำให้พระธรรมกายได้เมตตาไปเยี่ยมแล้วก็สอนสมาธิให้กับท่านเทพบุตรคนธรรพ์

        คำตอบข้อที่ 1.14 ในเวลาต่อมาด้วยผลแห่งบุญที่ตัวลูกซึ่งเป็นพระลูกชาย ได้ตั้งใจสั่งสมบุญสร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลังแบบไม่มีข้อแม้ข้ออ้างและเงื่อนไข โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพันอยู่เขตในจึงเป็นผลทำให้พระธรรมกายได้เมตตาไปเยี่ยมแล้วก็สอนสมาธิให้กับท่านเทพบุตรคนธรรพ์ ที่วิมานไม้สีทองของท่านในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา
 
พระธรรมกายได้เมตตาสอนให้ท่านเทพบุตรคนธรรพ์ นั่งสมาธิเมตตาประทานโอวาทให้กับท่านเทพบุตรคนธรรพ์
 
พระธรรมกายได้เมตตาสอนให้ท่านเทพบุตรคนธรรพ์นั่งสมาธิ
และเมตตาประทานโอวาทให้กับท่านเทพบุตรคนธรรพ์

      คำตอบข้อที่ 1.15 ภายหลังจากที่พระธรรมกายได้เมตตาสอนให้ท่านเทพบุตรคนธรรพ์ นั่งสมาธิแล้ว พระธรรมกายก็ได้เมตตาประทานโอวาทให้กับท่านเทพบุตรคนธรรพ์ ในทำนองที่ว่า “ ท่านเทพบุตรคนธรรพ์จะต้องไม่ประมาทและก็อย่ามัวแต่เพลิดเพลินอยู่ในทิพยสมบัติ อีกทั้งท่านเทพบุตรคนธรรพ์จะต้องตั้งใจสั่งสมบุญใหม่ด้วยตัวท่านเอง ด้วยการหลับตาเจริญสมาธิภาวนาให้ได้อยู่เป็นประจำ เพื่อที่ท่านเทพบุตรคนธรรพ์จะได้มีความสุขอยู่ในภพภูมิแห่งนี้ยิ่งๆ ขึ้นไป แต่ถ้าหากท่านเทพบุตรคนธรรพ์มีความประมาทและก็ไม่นั่งสมาธิ    เมื่อไหร่ก็ตาม ที่บุญในตัวของท่านเทพบุตรคนธรรพ์หมดลง  เมื่อนั้นท่านเทพบุตรคนธรรพ์ก็จะต้องไปบังเกิดอยู่ในภพภูมิที่มีความสุขสบายน้อยกว่านี้   หรือไม่ก็อาจจะต้องพลัดไปเกิดในอบายภูมิ ”
 
ท่านเทพบุตรคนธรรพ์ได้ตั้งใจปฏิบัติตามคำสอนที่พระธรรมกายได้เมตตาสอนไว้ทุกประการ 
 
ท่านเทพบุตรคนธรรพ์ได้ตั้งใจปฏิบัติตามคำสอนที่พระธรรมกายได้เมตตาสอนไว้ทุกประการ

        คำตอบข้อที่ 1.16 ซึ่งท่านเทพบุตรคนธรรพ์ก็ได้รับปากกับพระธรรมกายว่าตัวท่านจะตั้งใจปฏิบัติตามคำสอนที่พระธรรมกายได้เมตตาสอนไว้ทุกประการ เมื่อพระธรรมกายได้จากวิมานของท่านเทพบุตรคนธรรพ์ มาเรียบร้อยแล้ว ท่านเทพบุตรคนธรรพ์ ก็ไม่รอช้า ได้ตั้งใจนั่งสมาธิตามคำสอนของพระธรรมกายในทันที
 
       ส่วนว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นเช่นไร จะเกิดอะไรขึ้นกับท่านเทพบุตรคนธรรพ์บ้าง เราก็คงจะต้องให้เวลาท่านเทพบุตรได้นั่งสมาธิแบบเต็มที่กันไปก่อน    

http://goo.gl/YkhuX

     
Tag : โรคปอด  โรค  เสียชีวิต  เจ็บป่วย  สวรรค์  สมาธิ  ภพชาติ  ฝันในฝันวิทยา  ฝันในฝัน  ปอดติดเชื้อ  ปรโลกนิวส์  ปรโลก  บุญ  บารมี  บวชพระ  บริวาร  ธรรมกาย  ทุกข์  ทำทาน  ตาเข  ครอบครัว  ข่าว  กัลยาณมิตร  

พิมพ์บทความนี้

ไปหน้าทบทวนฝันในฝัน


<< ก่อนหน้า
ประมวลภาพพิธีบรรพชารุ่นแสนรูป ครั้งที่ 5 ต้องบวชอย่างมีอุดมการณ์เพื่อคุณค่าสูงสุดของชีวิต
ถัดไป >>

   

Bookmark and Share   

บทความอื่นๆ ในหมวด

      ผมอยู่ ณ ศูนย์กลางแห่งความสุข
      จดหมายจากนางวิสาขา ปี พ.ศ. 2557
      เดอะ รีเทิร์น ออฟ พีซ เอเจ้นท์
      บียองเจ ลูกชายยอดกตัญญู
      จดหมายจากแดนไกล ตอน จะขอยืนหยัดเคียงคู่เพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนา
      อังเดร ชายหนุ่มผู้ท่องโลกเพื่อแสวงหา
      ยิ่งบวชยิ่งรักพระพุทธศาสนา
      ผลการปฏิบัติธรรม ตอน รสแห่งความสุขภายใน
      บุญบวชฉุดผมให้พ้นอบาย
      ยิ่งบวชยิ่งซึ้งในรักของแม่
      ชีวิตจะดีต้องมีกัลยาณมิตร
      ผลการปฏิบัติธรรม ตอน โยมพ่อโยมแม่ชัดใสองค์พระภายในชัดสว่าง
      ความประทับใจในวันบรรพชา ตอน วันแห่งความภาคภูมิใจของลูกผู้ชายแมนแมน