วันตรุษจีน
ปฏิทินวันพระ 2566
คำขวัญวันเด็ก 2566
Search?
Video
บทความ
Google
LIVE
Video
Dhamma ธรรมะ
Wallpaper
Ecards
CD สื่อธรรมะ
eBook
Photo
About
หมวด
การปรับร่างกาย
การหลับตา
การปรับใจ
การวางใจ
การนึกนิมิต
การใช้คำภาวนา
ความใจเย็น
การดู
การเห็น
ความหยุดนิ่ง
ฟุ้ง
เครียด-ตึง
ง่วง-หลับ
อยาก-ลุ้น
มืด
ติดลมหายใจ
นิมิตนอกตัว
นิมิตเลื่อนลอย
ขี้เกียจ-ท้อแท้
กลัว-กังวล
สงสัย
ความไม่ต่อเนื่อง
คำถามปกิณกะ
หลวงปู่วัดปากน้ำสอนวิธีการทำใจให้หยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จากเบื้องต้นจนถึงกายธรรม ไว้อย่างไรบ้าง
ท่านย้ำตลอดชีวิตของท่านว่า “หยุด เป็นตัวสำเร็จ” คือ ใจจะต้องมาหยุดอยู่ตรงนี้ ตรงฐานที่ ๗ เป็นเขตที่ปลอดความคิดไม่ให้มีความคิดใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม หยุดนิ่งอยู่ที่ตรงนี้ แต่ถ้าหักห้ามความคิดที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันไม่ได้ ท่านแนะนำดังนี้
๑) ให้กำหนดบริกรรมนิมิต คือ เปลี่ยนแนวทางในการคิด ให้มาคิดในสิ่งที่จะทำใจให้บริสุทธิ์ โดยนึกถึงวัตถุที่บริสุทธิ์ ท่านก็กำหนดเอาไว้มี ๒ อย่าง คือ
๑.๑) กำหนดนึกถึงความบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้า โดยมีพระพุทธรูป หรือพระพุทธปฏิมากรนี้ เป็นตัวแทนความบริสุทธิ์ของพระบรมศาสดาเมื่อห้ามความคิดในชีวิตประจำวันไม่ได้ ท่านก็ให้มาคิดถึง พระพุทธเจ้าแทน โดยนึกถึงพระพุทธรูป พระพุทธรูปที่ทำด้วยเพชร แกะสลักด้วยเพชร ให้ใสบริสุทธิ์ นั่งเจริญสมาธิภาวนาอย่างนี้แหละ อยู่ในกลางตัวของเรา ขนาดใหญ่ เล็ก แล้วแต่ใจเราชอบ กำหนดนึกถึงพระแก้วขาวใสบริสุทธิ์ ตัวแทนของพระบรมศาสดา ให้นั่งขัดสมาธิภาวนา เช่นเดียวกับกายหยาบนีแหละ อาราธนาให้สิงสถิตอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗
๑.๒) หรือจะนึกถึงดวงธรรมตัวแทนของ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ เป็นดวงกลม ๆ ใส ๆ คล้าย ๆ กับดวงแก้วก็ได้ กำหนดให้กลมรอบตัวเป็นดวงใส ๆ สะอาด บริสุทธิ์ ประดุจเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว ไม่มีขีด ไม่มีข่วน ไม่มีรอยตำหนิ โตเท่ากับแก้วตา ให้กำหนดขึ้นมา
การกำหนดบริกรรมนิมิตก็คือแทนที่จะคิดเรื่องอื่นให้มาคิดเรื่องนี้ จะเป็นองค์พระก็ได้ หรือจะเป็นดวงแก้วก็ได้ นึกเพื่อให้ใจมีที่ยึดเกาะ จะได้ไม่ซัดส่ายไปนึกเรื่องอื่น และก็นึกให้ต่อเนื่องกันไปอย่างสบาย ๆ อย่าให้ตึงจนกระทั่งมึนศีรษะ หรือปวดศีรษะ อย่าหย่อนไปจนกระทั่งเผลอมีภาพอื่นเข้ามาแทนที่
ให้นึกถึงพระแก้วใส ๆ หรือดวงแก้วใส ๆ แทนดวงธรรมทั้งหลายก็ได้ อย่างใดอย่างหนึ่งนะ อย่าเอา ๒ อย่างนะ เอาอย่างเดียว แต่ถ้านึกอย่างเดียวแล้วภาพเกิดขึ้นมา ๒ อย่างก็ไม่เป็นไร ก็นึกเรื่อยไป นี่คือสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือดวงธรรมคำสอนของพระองค์ท่าน
๒) ถ้านึกแค่นี้ ยังมีความฟุ้งอีก ท่านก็ให้ภาวนา สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง เรื่อยไปเลย อย่าให้เร็วนัก อย่าให้ช้านัก ให้พอดี ๆ ไม่เหนื่อย ไม่มีความรู้สึกว่าออกแรงในการภาวนา ไม่มีความรู้สึกว่าต้องใช้กำลังในการภาวนา เป็นเสียงที่ละเอียดอ่อนเป็นสำนึกลึก ๆ คล้าย ๆ เสียงเพลงที่ร้องในใจ แต่ให้ดังมาจากศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ หรือจากบริกรรมนิมิตที่เป็นองค์พระหรือเป็นดวงแก้วใส ๆ ก็ได้ ให้ทำอย่างนี้ เรื่อยไปเลย
๓) การทำอย่างนี้จะทำให้ใจของเราก็วนเวียนอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ไม่ไปที่ไหน ใจจะมาอยู่ที่หลักของใจ ที่ยึดของใจ วนเวียน นัวเนีย คลอเคลีย อยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ด้วยการนึกภาพขององค์พระ ดวงแก้ว แล้วก็คำภาวนาแทนคน สัตว์ สิ่งของ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่เป็นเหตุให้ใจหยุดนิ่ง ใจจะคลอเคลีย จะนัวเนีย อยู่กับองค์พระแก้วใส ๆ หรือดวงแก้วใส ๆ กับคำภาวนา ก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ
๔) ถ้าหากเราทำด้วยใจที่เยือกเย็นใจสบาย ไม่ช้า ภาพนิมิตที่ลัว ๆ ลาง ๆ ก็จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ชัดเจนขึ้นมาเรื่อย ๆ ทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงจุดที่ชัดเจนเท่ากับลืมตาเห็น เป็นจุดที่เรามีความพึงพอใจ และในภาวะตอนนี้ คำภาวนา สัมมาอะระหัง ก็จะเลือนหายไป ในใจเราก็จะมีแต่องค์พระหรือดวงแก้วใส ๆ บริสุทธิ์ ปรากฏเกิดขึ้นในกลางกายฐานที่ ๗
๕) องค์พระหรือดวงแก้ว ใหม่ ๆ ที่เราเห็นจะดูไม่มีชีวิตชีวา มันก็ทึบ ๆ เป็นแก้วใสที่ทึบ ๆ ดวงธรรมที่ใสทึบ ๆ เมื่อมันยังทึบอยู่นั้น ความสุขมันยังไม่เกิดขึ้น มันมีแต่ความเฉย ๆ คือ ไม่สุข และก็ไม่ทุกข์ ถึงตอนนี้บางท่านอาจสงสัยว่า ทำไมเห็นองค์พระเห็นดวงแก้ว แล้วไม่เห็นมีความสุขอย่างที่คนอื่นเขามีกันเลย ก็เพราะว่าดวงแก้วและองค์พระนี้ยังเป็นจุดเบื้องต้นอยู่ กำหนดขึ้นมาเป็น อุคคหนิมิต นิ่งแต่ว่ายังกระด้างอยู่ ก็อย่าได้กังวลใจเลย ให้ดูไปเรื่อย ๆ สบาย ๆ การดูต่อไป คือการทำใจให้หยุดนั่นเอง ใจจะถูกประคองให้หยุด อยู่กับองค์พระหรือดวงแก้วที่ยังทึบ ๆ ที่ความสุขยังไม่ปรากฏเกิดขึ้นมา ให้หยุดอย่างนั้นเรื่อยไปก่อน ดูไปอย่างสบาย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องคิดให้ชัดขึ้น ใสขึ้น หรือสว่างขึ้น ไม่ต้องคิดอะไรเลย ให้ดูเฉย ๆ เป็นผู้ดูที่ดี อย่าไปเป็นผู้กำกับ ให้เป็นผู้ดูที่ดี คือ มีอะไรให้ดูเราก็ดูไป ดูไปเรื่อย ๆ อย่างสบาย ๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น ให้เป็นเขตปลอดความคิด ปลอดคำถาม ปลอดความสงสัย ดูไปเรื่อย ๆ
๖) ยิ่งดูไปเรื่อย ๆ ใจก็ยิ่งตั้งมั่นยิ่งขึ้น นิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ และก็แน่นขึ้น ในใจ แน่นทีเดียวพอถึงตอนนี้เราจะมี ความรู้สึกว่า ร่างกายของเราขยายออกไป เช่นเดียวกับนิมิตภายในก็ขยายตามไปด้วย มันจะค่อย ๆ ขยาย องค์พระขยาย ดวงแก้วนั้นขยาย ความรู้สึกของร่างกายก็ขยายออกไป
ตอนที่ความรู้สึกขยายนั่นแหละ ความสุขจะเริ่มเกิดมาทีละน้อย เป็นความรู้สึกแปลกที่เราไม่เคยเจอมาก่อน มันจะมีอาการโล่ง ๆ โปร่งและเบาสบาย มาพร้อมกับอาการขยายของกายและของใจ อาการขยายนี่แหละ เขาเรียกว่าเบิกบาน คล้าย ๆ อาการบานของดอกไม้ ที่แต่เดิมมันหุบ มันยังตูมอยู่ เมื่อถึงขีดถึงคราวเข้ามันก็คลี่กลีบดอก ของมันขยายเบ่งบานออกมา ใจของเรายิ่งหยุดแนบแน่นเข้าไปเท่าไร อาการขยายก็จะบังเกิดขึ้น คือ รู้สึกตัวค่อย ๆ โตขึ้น กว้างขึ้น ขยายออกไปรอบด้าน ถึงตอนนี้อย่าไปตกใจ ให้ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ที่ใจขยายเพราะ มันหยุดนิ่ง
๗) เมื่อหยุดนิ่ง ถูกส่วนแล้ว เกิดอาการคลี่คลาย ขยายออกไปเรื่อย ๆ จากขยายทีละน้อยก็เป็นขยายมากขึ้น มากขึ้นไปเรื่อย ๆ เลย จนกระทั่งเรารู้สึกว่า ร่างกายกับจิตใจ กำลังจะหลอมเป็นหนึ่งเดียว ถึงตอนนี้ความรู้สึก ที่ร่างกายจะหมดไป ค่อย ๆ หมดไปทีละน้อย จนกระทั่งหมดไปโดยสิ้นเชิง คือความรู้สึกที่กายมนุษย์มันไม่มีเลย มันจะโล่ง ขยาย กว้างไป เหมือนตัวเรากลืนกับบรรยากาศ โตใหญ่ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีขอบเขต นิมิตในตัวก็จะขยาย ตามไปเรื่อย ๆ เลย ใจก็ยิ่งมีความสุข ทีนี้สิ่งที่จะมาพร้อมกัน คือ อาการขยายความสุข มีปีติที่เกิดขึ้นมา แล้วแสงสว่างน้อย ๆ ก็ค่อย ๆ เรืองรองขึ้นมา นี่มันมาพร้อมกันอย่างนี้นะ แสงสว่างน้อย ๆ ก็ค่อย ๆ เจิดจ้าขึ้นมาเหมือนดวงอาทิตย์ตอนตีห้าในฤดูร้อน ตอนรุ่งสาง
๘) ยิ่งใจหยุดนิ่งเท่าไรปลอดความคิด ปลอดความกังวล ปลอดคำถาม ปลอดความสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ฝืนประสบการณ์ ไม่หวาดหวั่นวิตกกับอาการที่ขยาย ไม่ตื่นเต้นยินดีกับแสงที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ ที่เราไม่เคยเจอมาก่อนมากเท่าไรแสงนั้นก็จะยิ่งสว่างขึ้นไปเรื่อย ๆ ราวอาทิตย์ ๖ โมงเช้า ๗ โมง แปดโมง เก้าโมง สว่างจ้าขึ้นไปเรื่อย ๆ เป็นแสงที่นวลและก็เย็นตาเย็นใจแสงที่นวลเย็นตาเย็นใจ มาพร้อมกับอาการขยายของใจ มาพร้อมกับความสุข มาพร้อมกับความบริสุทธิ์ของใจเรา จะรู้สึกว่าใจเราเกลี้ยง ใจมันเกลี้ยงเกลา ไม่ติดในคน ในสัตว์ ในสิ่งของ ในสิ่งใด ๆ ทั้งสิ้น ใจจะอยู่ที่แสงสว่างซึ่งตอนนี้ค่อย ๆ หลอมเป็นหนึ่งเดียวกับใจของเรา แสงก็จะเจิดจ้าขึ้นไปเรื่อย ๆ กระทั่งถึงตอนอาทิตย์เที่ยงวัน เป็นความสว่างที่กระจ่างกันไปทั่วไปหมด จะมาพร้อมกับความสุข ความโล่ง ความโปร่ง เบาสบาย ขยายบริสุทธิ์ เกลี้ยงเกลา เป็นหนึ่งเดียว มีความสุขมาก มีปิติ และจะยิ้มอยู่ภายในลึก ๆ เป็นความสุขอย่างประหลาดที่เราไม่เคยเจอมาก่อน เริ่มรักในการปฏิบัติธรรม มีความรู้สึกเห็นคุณค่าของการปฏิบัติ ใจยิ่งบริสุทธิ์เท่าไรยิ่งมีความสุขเพิ่มขึ้นเท่านั้น
๙) แสงที่กระจายกันกว้างไปทุกทิศทุกทาง เริ่มมีจุดที่สว่างกว่าแสงทั้งปวงอยู่ตรงกลางของความสว่างนั้น เหมือนจุดโฟกัสของเลนส์ขยายที่แสงอาทิตย์ส่องผ่านเลนส์นั้น จะมีจุดสว่างที่สว่างกว่าแสงสว่าง ที่กระจายไปทุกทิศทาง จุดสว่างนั้นเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ
๑๐) ตอนนี้นิมิตองค์พระก็ดี นิมิตดวงแก้วที่เรากำหนดตอนแรกมันจะหายไปพร้อมกับอาการขยายของตัว จะมีจุดสว่างที่สว่างมากกว่า ความสว่างที่กระจาย บังเกิดขึ้น
๑๑) เมื่อใจของเราหยุดนิ่งหนักเข้าไปเรื่อย ๆ คือดูไปเฉย ๆ ดูปรากฏการณ์ของจุดสว่างที่สว่างมาก ๆ ด้วยใจที่เป็นปกติ พอสว่างจากจุดนั้นก็ค่อย ๆ โตขึ้น โตขึ้นมาเรื่อย ๆ จากดวงดาวในอากาศ ก็เท่ากับ พระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ จากพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญก็เท่ากับพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน แสงทั้งหมดก็จะรวมกันเป็นดวง ดวงธรรม ใสบริสุทธิ์ ที่มาพร้อมความสุขที่ไม่มีประมาณ เป็นความสุขที่ละเอียดอ่อน มีความเกลี้ยงเกลาของดวงจิต มีอานุภาพ มีความสว่างไสว มีกำลังใจในการสร้างความดี มีความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ มหากรุณาก็เกิดขึ้นในใจ วิญญาณกัลยาณมิตรจะเกิดขึ้นตอนนี้แหละ ตอนที่เรากับดวงธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เราจะมีความปรารถนาอยากให้ผู้ที่ข้างเคียงเรา ที่เคียงข้างเราได้มารู้มาเห็นอย่างนี้ มาเข้าถึงอย่างนี้ อยากให้เพื่อนบ้านมาถึง อยากให้ทั่วประเทศ ทั่วโลก ได้เข้าถึงจุดแห่งความสว่าง ความบริสุทธิ์ ที่รวมตัวเป็นดวงธรรมใสบริสุทธิ์ และกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับใจของเรา กับกายของเรา เป็นหนึ่งเดียว ตอนนี้นะเป็นความสุขมากๆ มหากรุณามาจากตอนนี้แหละ ใจจะเกลี้ยง จะมีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มากขึ้น จะเห็นคุณค่าของชีวิต ของการปฏิบัติธรรมเพิ่มเติม เห็นคุณค่าของเวลาที่จะสูญเสียไปกับสิ่งไร้สาระ อยากจะสงวนเวลาเอาไว้สำหรับ
คำถามในหมวดเดียวกัน
- เบื้องต้นของการทำสมาธิควรทำอย่างไร ?
- ท่านั่งมีความสำคัญต่อการปฏิบัติสมาธิอย่างไร ?
- ขั้นตอนการปรับร่างกาย มีอะไรบ้าง ?
- ข้อควรปฏิบัติในการปรับร่างกายเป็นอย่าไรบ้าง ?
- ประโยชน์ที่ได้จากการปรับร่างกายมีอะไรบ้าง ?
- ผลเสียของการไม่ใส่ใจในการปรับร่างกายมีอะไรบ้าง ? ?
- สำหรับผู้ปฏิบัติใหม่ยังไม่คุ้นกับการนั่งขัดสมาธิ จะนั่งแบบอื่นได้ไหม ?
- มีปัญหาสุขภาพ หมอบอกว่าไม่ให้นั่งพับเพียบหรืองอเข่า ควรทำอย่างไรดี ?
- ร่างกายโอนเอนขณะทำสมาธิจะทำอย่าง ?
- หลับตาอย่างไรจึงจะถูกวิธี ?
- การหลับตาที่ผิดวิธีเป็นอย่างไร ?
- หลับหลอกๆ เป็นอย่างไร ?
- เราสามารถจัดระดับหรือขั้นตอนของความสบายได้อย่างไรบ้าง ?
- ความสบายเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
- สบายกับฟุ้งซ่านต่างกันอย่างไร ?
- ทำอย่างไรจึงจะรู้สึกผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ?
- ทำอย่างไรจึงจะเป็นผู้ที่มีอารมณ์ดีและอารมณ์สบายได้ตลอดเวลา ?
- เวลาไม่ได้นั่งสมาธิ เวลาคุยหรือขับรถหรือทำอย่างอื่น เราจะมีความรู้สึกสุขลึก ๆ สุขมาก ไม่ทราบ ว่ามันมาจากไหน รู้แต่ว่ามันอยู่ในท้อง แต่เวลานั่งสมาธิกลับไม่ค่อยได้ความรู้สึกเช่นนี้ เพราะอะไร ?
- การนำใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายอย่างสบาย ทำได้อย่างไรบ้าง ?
- หากเราเคยนั่งธรรมะดีมาก่อนและตอนนี้ก็ยังนั่งมาเรื่อย ๆ แต่นั่งไม่ดีเท่าเมื่อก่อน ธรรมะของเรา ถอยหลังไหม และควรปรับใจอย่างไร ?
- ที่ว่าการทำสมาธิทำใจหยุดนิ่งเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง หมายความว่าอย่างไร ?
- การวางใจมีกี่ลักษณะ ?
- จะรู้ได้อย่างไรว่าวางใจเบาเกินไป หนักเกินไป หรือพอดี ?
- วางใจอย่างไร จึงถูกวิธี ?
- การวางใจถูกวิธีสังเกตได้อย่างไร ?
- สังเกตอย่างไรว่าเราวางใจดีแล้ว ?
- สังเกตได้อย่างไรว่านั่งผิดวิธี ?
- เครื่องมือตรวจวัดว่าเราทำสมาธิถูกต้องหรือไม่ คืออะไร ?
- การวางใจเบาๆ สบายๆ ฟังดูมันง่าย แต่ทำไมยังทำไม่ได้สักที ?
- การปรับใจเพื่อรักษาใจให้ละเอียดต่อเนื่อง ควรปรับใจอย่างไรได้บ้าง ?
- ทำใจหลวมๆ เป็นอย่างไร ?
- นั่งแล้วไม่มีอะไรให้ดูเลย จะทำใจอย่างไร ?
- การปล่อยใจที่ถูกวิธี เป็นอย่างไร ?
- ทำอย่างไรใจจะเคลื่อนเข้าไปข้างในโดยไม่มีอุปสรรคขัดขวาง ?
- เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราทำใจได้ถูกต้องกับประสบการณ์ภายในต่าง ที่เกิดขึ้น ๆ ?
- นั่งสมาธิแล้ว อารมณ์จะสว่าง ๆ แล้วก็นิ่ง ๆ ใส ๆ และในอารมณ์นั้นจะได้กลิ่นดอกไม้ หอมมากเลย แต่พอลืมตามา กลิ่นดอกไม้ก็หายไป ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไ ?
- เวลาเริ่มนั่ง ทำใจสงบนิ่งเป็นกายละเอียดเลย นี่ข้ามขั้นตอนมากใช่ไหม ?
- ก่อนเลิกนั่งสมาธิ ควรทำใจอย่างไรบ้าง ?
- ก่อนนอนและตื่นนอน ควรฝึกวางใจอย่างไร ?
- ทำอย่างไรใจจึงจะหยุดได้ ?
- วิธีฟังเทปนำนั่งสมาธิควรปฏิบัติอย่างไร ?
- การปรับใจเข้าสู่ภายในมีแนวทางอย่างไรบ้าง ?
- นิมิต มีกี่อย่าง ได้แก่อะไรบ้าง และความรู้สึกของการเห็นนิมิตนั้น ๆ เป็นอย่างไร ?
- บริกรรมนิมิต,อุคคหนิมิต,ปฏิภาคนิมิต แตกต่างกันอย่างไร ?
- บริกรรมนิมิตมีประโยชน์อย่างไร ?
- ประโยชน์ของบริกรรมนิมิต และบริกรรมภาวนามีอะไรบ้าง ?
- การนึกที่ถูกวิธีเป็นอย่างไร ?
- นึกกับคิดต่างกันอย่างไร ?
- ทำอย่างไรจึงจะนึกได้ไม่ขาดตอน ?
- ทำไมต้องนึกดูถึงจะเห็น , ถ้าไม่นึกดูก็ไม่เห็น ?
- ทำอย่างไร จึงจะนึกได้ต่อเนื่อง ?
- รู้สึกผ่อนคลาย โปร่งเบาสบาย แต่ยังกำหนดดวงแก้วไม่ได้ ควรทำอย่างไร ?
- สาเหตุที่นึกไม่ออกเพราะอะไร และมีวิธีการแก้ไขอย่างไร ?
- สาเหตุที่นิมิตเลือนหายไปเพราะอะไร ?
- บางครั้งกำหนดนิมิตดวงแก้ว พอเวลาผ่านไปกลับเห็นองค์พระ จะทำอย่างไร และบางครั้งภาวนาไปนานๆ คำภาวนาก็เลือนหายไป จะต้องภาวนาใหม่หรือไม่ ?
- ถ้านึกดวงแก้ว, องค์พระ ไม่ออกจะทำอย่างไร ?
- มีวิธีการนึกดวงแก้วอย่างไรบ้าง ?
- ดวงเล็ก ดวงใหญ่ สำคัญหรือไม่ ?
- สมมุติว่า เราคิดว่าสิ่งที่เราดูมันเป็นความฟุ้ง เช่น เรากำลังนึกถึงดวงแก้ว กลม ๆ แล้วในดวงแก้ว กลับเป็นคนขึ้นมา เป็นคนที่เรารู้จักควรจะดูต่อไปหรือว่าควรจะลบภาพนั้นแล้ว ก็นึกองค์พระใหม่ ?
- ถ้านิมิตหายไป ควรทำอย่างไร ?
- ถ้าสมมุติว่าเรานั่งไปแบบสบาย ๆ แล้วแต่ว่านิมิตยังไม่เกิดเราจะกำหนดนิมิตภายในกลางท้อง ได้ไหม ?
- ความแตกต่างระหว่างดวงนิมิต กับดวงธรรม ( ปฐมมรรค ) คืออะไร ?
- ดวงแก้ว กับดวงธรรม ต่างกันอย่างไร ?
- ปฐมมรรคอยู่ในขั้นตอนไหนของสมาธิ ?
- การเข้าถึงองค์พระกับการเข้าถึงพระธรรมกาย ต่างกันอย่างไร ?
- ธรรมกายภายในกับองค์พระที่เรากำหนดเหมือนกันหรือไม่ ?
- ภาวนาอย่างไรจึงจะถูกวิธี ?
- ภาวนาอย่างไรจึงจะถูกวิธี ?
- ภาวนาอย่างไรจึงจะถูกวิธี ?
- จะต้องภาวนาไปนานแค่ไหนจึงจะพอ ?
- บางครั้งอยากภาวนา บางครั้งไม่อยากภาวนา บางทีอยากนึกนิมิต บางทีก็ไม่อยากนึกนิมิต ควรปฏิบัติ อย่างไร ?
- การทำภาวนาไปเรื่อยๆ ใจจะถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ให้เห็นเป็นขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?
- มีทางเลือกใดบ้างในการเข้าถึงธรรม ?
- ขณะปฏิบัติธรรม ทำอย่างไรให้ใจเย็น ?
- ทำอย่างไรจึงจะรักษาประสบการณ์ดี ๆ ได้ต่อเนื่อง ?
- ภาพภายใน เห็นได้ แต่ไม่ตลอดเวลา จะทำอย่างไร ?
- คำว่า “มีอะไรให้ดูก็ดูไป” หมายความว่าอย่างไร ?
- เห็นไม่ชัด...ไม่พอใจภาพภายในจะแก้ไขอย่างไร ?
- นิ่งไปนานมาก มักจะถอนใจออกมา ทำอย่างไรดี ?
- การดูที่ถูกวิธีเป็นอย่างไร ?
- จะเป็นผู้ดูที่ดีได้อย่างไร ?
- ดูเฉย ๆ แบบผ่านๆ หมายความว่าอย่างไร ?
- ภาพเปลี่ยนไปจะทำอย่างไร ?
- บางครั้งเห็นภาพเคลื่อนไหว ไม่นิ่งเลย จะทำอย่างไร ?
- ทำไมให้ดูแต่ตรงกลาง ?
- ทำอย่างไรจึงจะไม่ฝืนประสบการณ์ ?
- บางครั้งนั่งแล้วรู้สึกว่าท้องของตัวเอง ก็แค่นี้ แต่เห็นองค์พระหรือดวงแก้วเกิดขึ้นมากมาย ก็เลยไม่ทราบว่าจะดูองค์ไหนหรือว่าดวงไหนดี ?
- มีภาพเกิดขึ้นเหมือนกับวีดีโอที่กรอเทปกลับเหมือนภาพมัน...ถอยหลัง...ผุดขึ้นมาเป็นสายไม่หยุดเลย จะต้องทำอย่างไร ?
- เห็นภาพหมู่สงฆ์แล้ว ปิติใจ แต่ภาพไม่ชัดจะทำอย่างไรต่อไป ?
- ศิลปะการทำสมาธิอยู่ที่ไหน ?
- ความรู้สึกกับความเห็น ต่างกันอย่างไร ?
- ระดับของการ “เห็น” “ได้” “เป็น” ต่างกันอย่างไร ?
- เห็นด้วยตากับเห็นด้วยใจต่างกันอย่างไร ?
- เห็นด้วยตากับเห็นด้วยใจต่างกันอย่างไร ?
- เห็นด้วยใจหมายความว่าอย่างไร ?
- ขั้นตอนการเห็นภาพด้วยใจเป็นอย่างไร ?
- บางทีคิดว่าเห็น แต่บางครั้งก็ไม่แน่ใจว่าเห็นหรือคิดไปเอง ?
- ทำอย่างไรจึงจะรักษาการเห็นได้ต่อเนื่องจนกว่าเรามั่นใจว่าเราเห็นจริง ๆ ?
- การรักษาอารมณ์สบาย และให้เวลากับการหยุดนิ่งนานขึ้นจะมีผลต่อการเห็นอย่างไร ?
- เห็นความสว่างหรือเห็นเป็นสีต่างๆ ควรทำอย่างไร ?
- เวลาเห็น จะเห็นเป็นแสงสีขาวๆ อย่างนี้ถูกวิธีหรือเปล่า ?
- เห็นความสว่างอยู่ที่ข้างหน้า / หน้าผาก ควรทำอย่างไร ?
- เห็นความสว่างเกิดขึ้นกลางตัว ควรทำอย่างไร ?
- ใจสบาย ใจหยุดนิ่ง สัมพันธ์กับการเห็นอย่างไร และควรทำอย่างไรให้ใจจะหยุดนิ่งต่อไป ?
- เห็นองค์พระแล้วก็ นิ่ง ๆ ต่อไปใช่ไหม ?
- ความเข้าใจ คำว่า “หยุด” ๓ ระดับ เป็นอย่างไร ?
- ความแตกต่างระหว่างหยุดภายนอก และหยุดภายในคืออะไร ?
- จิตนิ่งคืออะไร ?
- อาการของการนิ่งมีกี่ระดับ ?
- อยากทราบว่าถ้าถึงระยะที่หยุดนิ่งจริงๆเราจะได้ยินเสียงที่มาจากสิ่งแวดล้อมภายนอกหรือเปล่า ?
- หลักการทำใจหยุดใจนิ่งเป็นอย่างไร ?
- ทำอย่างไรใจจะกลับสู่ภายใน และเข้าถึงความหยุดนิ่งไปตามลำดับได้ ?
- การเข้าถึงธรรมะภายในตั้งแต่ปฐมมรรคเป็นลำดับไปมีกี่วิธี ?
- การเข้ากลางเป็นอย่างไร ?
- ดวงสว่างในท้องขนาดประมาณหนึ่งวา ไม่ไปไหนมาไหนสักทีแต่รู้สึกมีความสุข พอออกจากสมาธิก็อยากจะยิ้มกับทุกสิ่ง มีความสุขมาก แต่ดวงสว่างเท่าเดิม ยังไม่ไปไหน ทำอย่างไรดี ?
- เวลานั่งสมาธิเห็นดวงแก้วผุดขึ้นมาเป็นวงกลม ผุดขึ้นมาตลอด แต่รู้สึกว่ามันไม่พัฒนาขึ้น และบางทีเวลานั่งสมาธิดวงแก้วจะผุดขึ้นทีละหลายดวงพร้อมกันควรเข้ากลางดวงแก้วดวงไหนดี ?
- ได้มาปฏิบัติธรรมต่อเนื่อง นั่งสมาธิมีความสุขมาก ใจอยู่ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา องค์พระ-ดวงแก้ว ชัด ใส สว่าง เมื่อกลับไปที่บ้านจะมีวิธีการอย่างไรจึงจะทำให้มีความสุขอย่างนี้อีก ?
- อานิสงส์ของการฝึกหยุดนิ่งได้แก่อะไรบ้าง ?
- ทำอย่างไรใจจึงไม่ฟุ้ง ?
- อาการฟุ้งเป็นอย่างไร ?
- ลักษณะของความฟุ้งเป็นอย่างไร ?
- วิธีแก้ความฟุ้ง ทำอย่างไร ?
- ความฟุ้งเกิดขึ้นได้อย่างไรและจะแก้ไขอย่างไร ?
- จะกำจัดความฟุ้งให้เด็ดขาดได้ไหม ?
- จะแก้ไขความฟุ้งได้อย่างไร ?
- เราจะแก้ไขความฟุ้งด้วยวิธีใดได้บ้าง ?
- จะแก้ไขความฟุ้งที่ควบคุมไม่ได้อย่างไรดี ?
- ทำอย่างไรจึงฝืนใจไม่ให้คิดได้ ?
- พิจารณาอย่างไรบ้างที่ช่วยแก้ความฟุ้งได้ ?
- ถ้าหากผ่อนคลาย แต่ยังมีความคิดเข้ามาในใจบ้างการทำอย่างไร ?
- หายฟุ้งแล้วแต่ยังมืดอยู่ ควรทำอย่างไร ?
- สาเหตุของการตึงคืออะไร ?
- ความเครียด ความตึง สามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้าง ?
- ทำอย่างไรเมื่อเกิดความตึงหรือเครียด ?
- ลักษณะของการกดลูกนัยน์ตาเป็นอย่างไร ?
- ติดนิสัยกดลูกนัยน์ตา จะแก้ไขได้อย่างไร ?
- แก้ไขไม่ให้เผลอใช้ตาเนื้อในการทำสมาธิด้วยวิธีใดได้บ้าง ?
- ข้อเสียของการติดนิสัยใช้ตาเนื้อกดลงไปดูคืออะไร ?
- ข้อสังเกตว่าเราใช้สายตาเพ่งคืออะไร ?
- จะแก้การตึงที่หัวตาได้อย่างไร ?
- นึกถึงภาพแล้วตึง ควรแก้อย่างไรบ้าง ?
- จะแก้ไขการตึงจากการนึกภาพได้ไหม ?
- วางใจไว้กลางท้องแล้วรู้สึกตึง ควรทำอย่างไร ?
- นึกถึงศูนย์กลางกายอย่างไรจึงไม่ตึงเครียด ?
- จะแก้ไขความอึดอัดได้อย่างไร ?
- อยากเข้าถึงธรรมเร็วๆ นั่งแล้วตึงทุกทีจะแก้อารมณ์นี้อย่างไร ?
- สาเหตุของความง่วง/ หลับ มีอะไรบ้าง ?
- ถ้าง่วง จะแก้ไขอย่างไร ?
- นั่งแล้วรู้สึกง่วงมากเลย ทั้งที่นอนเต็มอิ่ม จะมีวิธีแก้อย่างไร ?
- พอทำท่าจะนั่งได้ดี มักจะหลับทุกที แก้ได้อย่างไร ?
- ทำไมเวลานั่งสมาธิพอกำลังสบายๆ แล้วมักเผลอหลับ ?
- เคลิ้มคล้ายหลับ ไม่รู้ว่าใจอยู่ตรงไหน บางครั้งตัวโยก หรือสะดุ้ง แก้ไขอย่างไร ?
- เวลานั่งสมาธิแล้วจะรู้สึกว่าจะสบาย เหมือนกับความรู้สึกหายไป คือไม่ได้ยินเสียง คิดว่าไม่ได้หลับ แต่พอรู้สึกตัวอีกทีก็คือ ได้ยินเสียงปกติธรรมดา อยากจะถามว่าช่วงนั้นหลับหรือเปล่า ?
- ตอนนั่งเริ่มสบาย ความรู้สึกเหมือนหายไปแต่ไม่ถึงกับหลับ พอดึงสติมากขึ้น ก็มีสติ แล้วก็หลุดอีกจะทำอย่างไรดี ?
- ไม่เข้าใจว่าทำไม บางครั้งนั่งเหมือนไม่มีสติ เคลิ้ม ๆ กึ่งหลับกึ่งตื่น แล้วก็หายไปเลย ?
- ทำอย่างไร เวลานั่งสมาธิจึงไม่เกิดความอยาก ?
- ความอยากมีผลเสียต่อการปฏิบัติอย่างไร และจะแก้ไขอย่างไร ?
- วิธีแก้ไขความอยากได้อยากเห็นขณะปฏิบัติได้อย่างไร ?
- ลุ้น เร่ง เพ่ง จ้อง เป็นอย่างไร ?
- ลุ้นมีกี่ระดับ ?
- ทำไมจึงเกิดการลุ้น เร่ง เพ่ง จ้อง ?
- จะแก้ไขไม่ให้ลุ้นเร่งเพ่งจ้องได้อย่างไร ?
- จะแก้ไขไม่ให้เกิดการลุ้นได้อย่างไร ?
- สบายแล้วอยากให้สบายขึ้นกว่าเดิม ควรแก้ความอยากได้อย่างไร ?
- นั่งสมาธิคราวที่แล้ว รู้สึกว่าดีกว่าคราวนี้ ?
- พอนั่งได้นิ่งดี มักจะมีความคิดว่า นิ่งนานมากแล้วนะ เกิดขึ้นมาเพราะอะไร ?
- ทำไมดูเหมือนปฏิบัติไม่ก้าวหน้าเลย ?
- ทำไมนั่งสมาธิได้ไม่ดีเหมือนเดิม ?
- เวลานั่งสมาธิเริ่มใจนิ่งทีไร ก็จะรู้สึกตัวว่าใจนิ่ง จากนั้นก็จะเริ่มถอน และเหมือนจะต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งเลย ?
- ความมืดเป็นอุปสรรคหรือไม่ ?
- ทำอย่างไร นั่งแล้วจึงไม่มืด ?
- ลมหายใจกับใจสัมพันธ์กันอย่างไร ?
- จะแก้การติดลมหายใจและลมหยาบได้อย่างไร ?
- รู้สึกอึดอัดเหมือนลมจะหยุด จะทำอย่างไร ?
- ลมหยุดเป็นอย่างไร ?
- เห็นนิมิตนอกตัว ควรทำอย่างไร ?
- คำว่าน้อมนิมิตหมายความว่าอย่างไร ?
- เมื่อเกิดนิมิตเลื่อนลอยจะทำอย่างไร ?
- ถ้าติดนิมิตเลื่อนลอย จะมีผลเสียอย่างไร และควรแก้ไขอย่างไร ?
- ทำอย่างไรจึงจะเลิกขี้เกียจนั่งธรรมะ ?
- ทำอย่างไรจึงไม่ท้อแท้ ?
- เมื่อเกิดความท้อแท้ในการปฏิบัติจะทำอย่างไร ?
- มีวิธีการเชิดอารมณ์ในการนั่งสมาธิอย่างไรบ้าง ?
- ความกลัวจะไม่เห็น มีผลเสียอย่างไร ?
- ทำอย่างไรจะหมดความกลัวและกังวลได้ ?
- บางทีเพลินๆ ทำไมเหมือนตกวูบ จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ตกใจ เลยรีบลืมตาจะแก้ไขอย่างไร ?
- เวลาเกิดอาการถูกดูดหรือตกจากที่สูง จะรู้สึกหวาดเสียวทุกที จะทำอย่างไร ?
- ช่วงหนึ่งในรอบของการนั่งสมาธิจะถูกดูด 4-5 ครั้ง ใจจะลงไปเร็วมากเหมือนไม่มีจุดหมาย ทำให้คิดว่า เอ๊ะ ! จะไปถึงไหน ยิ่งลึกลงมาก ใจก็เริ่มโดนบีบและหนัก ตัวก็เคลื่อนไปเรื่อย ๆ จะทำอย่างไรกับใจของเราดี ?
- เกิดประสบการณ์ภายใน เช่น ถูกดูดตกจากที่สูง เป็นต้น แล้วเกิดความเหนี่ยวรั้งขึ้นมา จะแก้ไขอย่างไร ?
- โดนดูดเร็วมาก รู้สึกเหมือนถูกบีบย่อให้ตัวเล็กลงเท่ามด เท่าปลายเข็ม อย่างนี้ถูกวิธีหรือไม่ ?
- การที่เรารู้สึกว่าตัวยืดหรือตัวย่อลง เป็นเพราะอะไร ?
- รู้สึกตัวว่าหนักๆ จะทำอย่างไร ?
- เวลาอึดอัด จะแก้ไขอย่างไร ?
- มีความสงสัยหลายอย่างขณะทำสมาธิ เช่น สงสัยในตำแหน่งศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ว่าอยู่ที่ไหนและสงสัยว่านิมิตที่เห็นเป็นของจริงหรือไม่ จะแก้ไขอย่างไร ?
- เป็นคนช่างสงสัย ตอนทำสมาธิควรนึกนิมิตหรือไม่ ?
- ประสบการณ์แต่ละครั้งไม่สม่ำเสมอ ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่เคยได้ยิน เพราะอะไร ?
- นั่งแล้วเห็นเป็นดวงใสๆ ขาวๆ สักพักก็เห็นสว่างวาบ เหมือนมองเห็นจากขอบตาข้างๆ เป็นเพราะเกิดจากการขยับเปลือกตาหรือเปล่า ?
- การที่เรารู้สึกตัวหนักมากนั้น แสดงว่าเราเครียดไปหรือว่าใจกำลังถูกส่วน ควรทำอย่างไรต่อไป ?
- ความสม่ำเสมอมีผลดีต่อการปฏิบัติอย่างไร ?
- จะรู้ได้อย่างไรว่าขณะทำสมาธิ เรามีสติต่อเนื่อง ?
- ทำไมเห็นดวงแก้วที่ศูนย์กลางกายเป็นช่วงๆ ?
- เห็นองค์พระแวบหนึ่ง แล้วหายไป เพราะอะไร ?
- การปฏิบัติธรรมนั้น งานหยาบต้องฝึกได้ดี ธรรมะละเอียดจึงจะดีใช่หรือไม่ ?
- เทคนิคการฝึกสติ ๒ วิธี คืออะไร ?
- วิธีบันทึกผลการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร ?
- วิธีการเข้าถึงพระธรรมกายมีกี่วิธี ?
- อุปสรรคในการเข้าถึงธรรมมีอะไรบ้าง ?
- หนทางที่จะเข้าถึงปฐมมรรคมีกี่แบบ อะไรบ้าง ?
- นิวรณ์ ๕ เป็นอย่างไร ?
- นิวรณ์ ๕ เป็นอย่างไร ?
- การทำสมาธิ ๔๐ วิธีมีอะไรบ้าง ?
- การทำสมาธิเพื่อให้เข้าถึงธรรม มีกี่วิธี ?
- สมาธิแบ่งตามฐานที่ตั้งของใจมีกี่ชนิด ?
- นิวรณ์คืออะไร มีอุปมาอย่างไรบ้าง ?
- หัวใจของสมาธิคืออะไร ?
- เคยทราบมาว่าการเข้าถึงพระนิพพานมี ๔๐ วิธี แล้ววิชชาธรรมกายเข้าถึงได้ อยากทราบว่าอีก ๓๙ วิธีสามารถไปถึงนิพพานได้ไหม ?
- หมายความว่าทุกวิธี พอปฏิบัติได้ถึงจุดหนึ่งแล้ว จะกลายเป็นดวงใช่ไหม ?
- กายมนุษย์ละเอียดหรือกายอื่นๆ แตกต่างจากกายหยาบของเราอย่างไร ?
- หลวงปู่วัดปากน้ำสอนวิธีการทำใจให้หยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จากเบื้องต้นจนถึงกายธรรม ไว้อย่างไรบ้าง ?
- หลวงปู่วัดปากน้ำสอนวิธีการทำใจให้หยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จากเบื้องต้นจนถึงกายธรรม ไว้อย่างไรบ้าง ?
- หลวงปู่วัดปากน้ำสอนวิธีการทำใจให้หยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จากเบื้องต้นจนถึงกายธรรม ไว้อย่างไรบ้าง ?
- หลวงปู่วัดปากน้ำสอนวิธีการทำใจให้หยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จากเบื้องต้นจนถึงกายธรรม ไว้อย่างไรบ้าง ?
- หลวงปู่วัดปากน้ำสอนวิธีการทำใจให้หยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จากเบื้องต้นจนถึงกายธรรม ไว้อย่างไรบ้าง ?
- หลวงปู่วัดปากน้ำสอนวิธีการทำใจให้หยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จากเบื้องต้นจนถึงกายธรรม ไว้อย่างไรบ้าง ?
- หลวงปู่วัดปากน้ำสอนวิธีการทำใจให้หยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จากเบื้องต้นจนถึงกายธรรม ไว้อย่างไรบ้าง ?
กลับหน้าสมาธิ