ปุราณอักษรา

เรื่อง : Tipitaka (DTP)
จากวารสารอยู่ในบุญฉบับเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๐
 
ปุราณอักษรา

     เส้นจารเนื้อความพระไตรปิฎกบนแผ่นลานนอกจากจะเป็นหลักฐานแสดงการสืบทอดพุทธธรรมแล้วยังเป็นหลักฐานบ่งบอกถึงวิวัฒนาการอักษรโบราณบนแผ่นดินไทยอีกด้วย แม้คัมภีร์ใบลานที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันจะมีอายุไม่กี่ร้อยปี แต่อักษรขอม อักษรธรรมล้านนา และอักษรธรรมอีสานที่ใช้จารคัมภีร์พระไตรปิฎกใบลานก็เป็นหลักฐานสำคัญที่หลงเหลือมาสู่คนรุ่นปัจจุบันที่สามารถนำไปศึกษาร่องรอยการสืบทอดอักขรวิธีและวัฒนาการอักษรโบราณที่มีมาอย่างยาวนานของบรรพชนไทย ทีมี่ต้นกำเนิดย้อนไปถึงอักษรปลัลวะแห่งอารยธรรมอินเดียในยุคพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๒
 
จารึกอักษรปัลลวะสมัยพระเจ้าสิงหวรมันกษัตริย์ราชวงศ์ปัลลวะแห่งอินเดียตอนใต้อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑
จารึกอักษรปัลลวะสมัยพระเจ้าสิงหวรมันกษัตริย์ราชวงศ์ปัลลวะแห่งอินเดียตอนใต้อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑

    ณ ช่วงเวลาดังกล่าว ดินแดนของประเทศไทยเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรโบราณมากมาย อาทิ อาณาจักรทวารวดี อาณาจักรเจนละ อาณาจักรศรีวิชัยเป็นต้น แต่ละอาณาจักรต่างรับอิทธิพลด้านตัวอักษรจากดินแดนภารตะฝ่ายใต้ผ่านการค้าขายและการเผยแผ่ศาสนา ดังปรากฏหลักฐานจารึกอักษรปัลลวะหลายหลักกระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆของประเทศไทย
 
จารึกเขารัง
จารึกเขารัง

     อาทิ จารึกเขารังจังหวัดสระแก้ว นับเป็นศิลาจารึกอักษรปัลลวะที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด จารด้วยภาษาสันสกฤตและภาษาเขมรโบราณบนหินทรายเนื้อหยาบ กำหนดอายุตามปีมหาศักราชที่ระบุในจารึกตรงกับ พ.ศ. ๑๑๘๒ หรือจารึกเยธมฺมาฯ ซึ่งเป็นคาถาภาษาบาลีคัดจากพระวินัยปิฎก มหาวรรค มหาขันธกะ ตอนพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะบรรพชา ปรากฏบนระเบียงด้านขวาองค์พระปฐมเจดีย์ อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ จารึกทั้ง ๒ หลักนี้แสดงให้เห็นว่าอักษรปัลลวะในอาณาจักรยุคแรกยังคงรูปแบบสัณฐานต้นฉบับเดิมของอินเดียฝ่ายใต้ไม่เปลี่ยนแปลง
 
เหรียญสมัยทวารวดีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ปรากฏอักษรปัลลวะภาษาสันสกฤต
เหรียญสมัยทวารวดีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ปรากฏอักษรปัลลวะภาษาสันสกฤต

     จากนั้น ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕ รูปแบบอักษรที่ใช้อยู่ในอาณาจักรทวารวดีอาณาจักรเจนละและอาณาจักรศรีวิชัยมีความคลี่คลายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่ยังคงรักษาอักขรวิธีเหมือนอักษรปัลลวะอยู่เรียกอักษรในยุคนี้ว่า “อักษรหลังปัลลวะ” และต่อมาช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๙พัฒนาการของอักษรในแต่ละท้องถิ่นก็ยังดำเนินไปอย่างตลอดต่อเนื่อง แม้อาณาจักรเดิมจะล่มสลายไปและมีอาณาจักรใหม่เข้ามาแทนที่ แต่รูปแบบของตัวอักษรก็ยังได้รับการพัฒนาปรับเปลี่ยนและผสมผสานเข้ากับสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่นจนเกิดเป็นอักษรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อักษรหลังปัลลวะที่ใช้ในอาณาจักรขอมสมัยพระนครซึ่งต่อเนื่องมาจากอาณาจักรเจนละ

     มีพัฒนาการจนกลายเป็น “อักษรขอมโบราณ” อักษรหลังปัลลวะที่ใช้ในอาณาจักรหริภุญชัยซึ่งต่อเนื่องมาจากอาณาจักรทวารวดีก็กลายเป็น “อักษรมอญโบราณ” และอักษรหลังปัลลวะที่ใช้ในอาณาจักรศรีวิชัยก็พัฒนาเป็น “อักษรกวิ” จึงเห็นได้ว่าอักษรโบราณในแต่ละท้องถิ่นที่มีอาณาเขตครอบคลุมบริเวณบางส่วนของประเทศไทยในปัจจุบันต่างสืบทอดมาจากอักษรสมัยราชวงศ์ปัลลวะด้วยกันทั้งสิ้น
 
จารึกอักษรมอญโบราณ
จารึกอักษรมอญโบราณ

     ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ อาณาจักรขอมพระนครเสื่อมอำนาจลงและได้มีการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยขึ้น ถึงกระนั้นผู้คนในอาณาจักรสุโขทัยก็ยังนิยมใช้อักษรขอมโบราณเพื่อเขียน    ภาษาบาลี ในภายหลังจึงมีการปรับใช้อักษรขอมโบราณให้เอื้อต่อการเขียนภาษาไทยด้วยจึงเกิดเป็น “อักษรขอมไทยสมัยสุโขทัย” และเมื่ออาณาจักรอยุธยาได้สถาปนาขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ ๑๙ ก็ได้รับเอาอิทธิพลอักษรขอมจากสุโขทัยไปปรับใช้จนกลายเป็น “อักษรขอมไทยสมัยอยุธยา” แล้วใช้เรื่อยมาจนถึงสมัยพุทธศตวรรษที่ ๒๔ เมื่อมีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ อักษรขอมจึงมีรูปแบบที่เรียกว่า “อักษรขอมไทยสมัยรัตนโกสินทร์” สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
 
 
หนังสือสมุดไทยอักษรขอมสมัยอยุธยา
หนังสือสมุดไทยอักษรขอมสมัยอยุธยา

หนังสือสมุดไทยอักษรขอมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
หนังสือสมุดไทยอักษรขอมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

     นอกจากมีการใช้อักษรขอมสุโขทัยแล้ว อาณาจักรสุโขทัยยังมีการใช้อีกอักษรหนึ่งควบคู่กัน คืออักษรไทยสุโขทัยหรือลายสือไทยที่พ่อขุนรามคำแหง ทรงประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปีมหาศักราช ๑๒๐๕ ซึ่งตรงกับ พ.ศ. ๑๘๒๖
ตามที่ระบุไว้ในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ทั้งนี้นักวิชาการได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า พ่อขุนรามคำแหงน่าจะอาศัยอักษรขอมโบราณ และอักษรมอญโบราณซึ่งเป็นอักษรดั้งเดิมที่ใช้อยู่ในท้องถิ่นตั้งแต่ก่อนการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยมาเป็นต้นแบบ แล้วพัฒนาจนกลายเป็นอักษรไทย ที่สำคัญคืออักษรไทยสมัยพ่อขุนรามคำแหงนี้เป็นต้นแบบของอักษรไทยทุกยุคทุกสมัยจนมาถึงอักษรไทยแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน
 
ตัวอย่างการใช้อักษรขอมเพื่อเขียนภาษาบาลี
ตัวอย่างการใช้อักษรขอมเพื่อเขียนภาษาบาลี

การใช้อักษรขอมเพื่อเขียนภาษาไทย
การใช้อักษรขอมเพื่อเขียนภาษาไทย

ตัวอักษรไทยย่อแบบอยุธยาตอนปลาย ข้อความว่า “ข้าพเจ้านายบุญคำ ได้สร้างพระพุทธคุณคัมภีร์ ๑ พระวินัยคัมภีร์ ๑ พระสูตรคัมภีร์ ๑ พระบรมัตถ์คัมภีร์ ๑ จบพระไตรปิฎก แลพระอภิธรรมนี้ จงเป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่พระนิพพานแก่บิดามารดาข้าพเจ้าเถิด...”
ตัวอักษรไทยย่อแบบอยุธยาตอนปลาย ข้อความว่า “ข้าพเจ้านายบุญคำ ได้สร้างพระพุทธคุณคัมภีร์ ๑
พระวินัยคัมภีร์ ๑ พระสูตรคัมภีร์ ๑ พระบรมัตถ์คัมภีร์ ๑ จบพระไตรปิฎก แลพระอภิธรรมนี้
จงเป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่พระนิพพานแก่บิดามารดาข้าพเจ้าเถิด...”

     ในขณะที่อาณาจักรสุโขทัยมีการใช้อักษรขอมไทยและอักษรไทย อาณาจักรล้านนาในภาคเหนือก็มีการใช้อักษรธรรมล้านนา ซึ่งเชื่อว่าได้รับอิทธิพลจากอักษรมอญโบราณที่ใช้ในอาณาจักรหริภุญชัยประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ เนื่องจากอักษรธรรมล้านนามีรูปแบบอักษรและอักขรวิธีคล้ายคลึงกับอักษรมอญโบราณมาก ประกอบกับข้อมูลประวัติศาสตร์ที่สนับสนุนว่าอาณาจักรล้านนามีการติดต่อกับอาณาจักรหริภุญชัยมาก่อนที่พญามังรายจะผนวกอาณาจักรหริภุญชัยเข้ากับอาณาจักรล้านนาจึงมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าชาวล้านนาในอดีตจะรับวัฒนธรรมหลายด้านโดยเฉพาะด้านตัวอักษรจากอาณาจักรหริภุญชัย ส่วนสาเหตุที่เรียกว่าอักษรธรรมนั้น ก็เนื่องด้วยเป็นตัวอักษรที่ใช้บันทึกพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง
 
คัมภีร์พระไตรปิฎกทีฆนิกาย สีลขันธวรรค อักษรธรรมล้านนา
คัมภีร์พระไตรปิฎกทีฆนิกาย สีลขันธวรรค อักษรธรรมล้านนา

คัมภีร์พระไตรปิฎกทีฆนิกาย สีลขันธวรรค อักษรธรรมอีสาน
คัมภีร์พระไตรปิฎกทีฆนิกาย สีลขันธวรรค อักษรธรรมอีสาน

      อิทธิพลอักษรธรรมล้านนาสืบทอดไปยังอาณาจักรล้านช้างซึ่งอยู่ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของ ๒ อาณาจักรทำให้อาณาจักรล้านช้างรับเอาอิทธิพลด้านพระพุทธศาสนาและรับตัวอักษรธรรมล้านนาไปพัฒนาปรับใช้ในท้องถิ่นจนกลายเป็น “อักษรธรรมอีสาน” ในที่สุด

     จากจุดเริ่มต้นแห่งดินแดนภารตะตอนใต้อักษรปัลลวะ ได้เป็นแม่แบบของวิวัฒนาการอักษรโบราณในผืนแผ่นดินไทยผ่านห้วงกาลเวลาเนิ่นนานพันกว่าปี จากอักษรหนึ่งพัฒนาจนกลายเป็นอีกอักษรหนึ่งผ่านการติดต่อปฏิสัมพันธ์ ก่อเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างอาณาจักร ผสมผสานจนมีเอกลักษณ์ของตนเอง แม้อักขรวิธีและรูปแบบอักษรจะเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม แต่อักษรเหล่านั้นต่างมีกำเนิดจากที่เดียวกัน และบูรพชนชาวไทยก็ได้ใช้อักษรโบราณเหล่านี้จารึกเรื่องราวคดีโลกและคดีธรรมผ่านรุ่นสู่รุ่นไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาสืบมา

อ้างอิง

กรรณิการ์ วิมลเกษม. ตำราเรียนอักษรไทยโบราณ อักษรขอมไทย อักษรธรรมล้านนา อักษรธรรมอีสาน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๔.
บุญเตือน ศรีวรพจน์, ประสิทธิ์ แสงทับ. สมุดข่อย. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๔๒.
สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร. พัฒนาการของอักษรไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์พระพุทธศาสนา, ๒๕๕๖.
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/ความรู้รอบตัว/ปุราณอักษรา.html
เมื่อ 24 พฤษภาคม 2561 14:53
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2561 http://www.dmc.tv