ตายแล้วไปไหน

ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร

เจ้าหน้าที่ในยมโลก

     เจ้าหน้าที่ในยมโลก ไม่ใช่นายนิรยบาลที่เกิดด้วยอำนาจบาปของสัตว์นรกเหมือนอย่างในมหานรกและอุสสทนรก เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นกุมภัณฑ์ คือ ยักษ์ชนิดหนึ่ง อยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา อยู่ในความดูแลของท้าวธตรฐ เป็นอดีตมนุษย์ที่มีนิสัยมักโกรธ แต่ก็ทำบุญด้วย เจ้าหน้าที่พวกนี้จะหมุนเวียนกันมาทำหน้าที่เป็นช่วงๆ มีตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน หรือ 12 เดือน ในยมโลก ซึ่งก็แล้วแต่บาปที่ตนกระทำไว้ เจ้าหน้าที่ในยมโลกมีหลักๆ ดังนี้

     พญายมราช  เป็นกุมภัณฑ์ชั้นดี มีเครื่องประดับแบบเรียบๆ คล้ายชุดลำลองที่ใส่มาทำงาน มีบุญ มากกว่ากุมภัณฑ์ที่ทำหน้าที่อื่นๆ มีหน้าที่วินิจฉัยบุญบาปของสัตว์นรก ทำหน้าที่สั่งการเหมือนเป็นหัวหน้าศาลอย่างเมืองมนุษย์
          
สุวรรณเลขาทำหน้าที่ในยมโลก
สุวรรณเลขาทำหน้าที่ตรวจบัญชีบุญที่ทำจากแผ่นทองคำ
 
     สุวรรณเลขา  เป็นกุมภัณฑ์ชั้นดี มีหน้าที่ตรวจบัญชีบุญที่ทำจากแผ่นทองคำ 
         
สุวานเลขา
สุวานเลขาตรวจบัญชีบาปที่ทำจากหนังสัตว์ 
 
     สุวานเลขา เป็นกุมภัณฑ์ชั้นดี มีหน้าที่ตรวจบัญชีบาป ที่ทำจากหนังสัตว์
          
ยมทูต
ยมทูตมารับตัวผู้ที่หมดอายุขัย
 
     ยมทูต เป็นกุมภัณฑ์ที่บุญน้อยลงมา มีหน้าดุดัน ตาโตแดง ผิวดำ นุ่งผ้าหยักรั้งสีแดง มีหน้าที่ไปรับตัวผู้หมดอายุขัยในโลกมนุษย์มาสู่ยมโลก หรือผู้ที่มาจากอุสสทนรกมาสู่ยมโลก ซึ่งจะประกอบด้วยหัวหน้าชุด ผู้มีกำลังบุญมากกว่าทหารยมทูต มีเครื่องประดับเป็นสร้อยทองคำขนาดใหญ่ ในมือถือโซ่ตรวน ส่วนทหารยมทูตนั้นไม่มีเครื่องประดับ ในมือถืออาวุธ เวลาไปรับตัวกายละเอียด จะไปเป็นชุด 3 ตนบ้าง 5 ตนบ้าง 7 ตนบ้าง แล้วแต่ผู้ตายว่า มียศตำแหน่ง มีอำนาจในเมืองมนุษย์มากน้อยเพียงใด เพื่อเป็นการข่มขวัญนั่นเอง 
          
เจ้าหน้าที่ในยมโลก
กุมภัณฑ์ที่เป็นยักษ์ นาค ครุฑ มารับงานเป็นเจ้าหน้าที่ยมโลกทั่วไป
 
     เจ้าหน้าที่ยมโลกทั่วไป  เป็นกุมภัณฑ์ทั่วไป มีหน้าที่ควบคุมสัตว์นรก และลงโทษสัตว์นรก กรณีที่มีสัตว์นรกมาก กุมภัณฑ์ไม่เพียงพอ ก็จะมียักษ์ ครุฑ นาค พันธุ์ดุ ที่มีเศษกรรมประเภทนี้อาสามาช่วยงานด้วย 
การพิพากษาบุญบาป
 
พญายมราช
พญายมราชวินิจฉัยสัตว์นรกตามบุญบาปที่เคยกระทำ
 
     เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่จะเรียกตัวสัตว์นรกที่มีกายเปลือยเปล่า เข้ารับการวินิจฉัยบุญบาป เจ้าหน้าที่จะคุมตัวเข้าไปนั่งต่อหน้าพญายมราช แล้วการวินิจฉัยก็เริ่มขึ้น โดยที่พญายมราชจะซักถามด้วยเสียงที่ดังน่าเกรงขาม
         
     ยกตัวอย่างการวินิจฉัยบุญบาป พญายมราชจะซักถามชื่อ ที่อยู่ ฯลฯ เมื่อซักถามเรื่องพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็จะถามเรื่องบุญและเรื่องบาป เช่น ถามว่า "เจ้ารู้ไหม ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่" ส่วนใหญ่จะตอบเหมือนกันว่า "ไม่รู้" พญายมราชจะบอกว่า เพราะเจ้าทำกรรมอย่างนั้นอย่างนี้ กายละเอียด ก็ปฏิเสธว่า ไม่เคยทำ เมื่อปฏิเสธ พญายมราชจะสั่งให้สุวานเลขาเปิดบัญชีบาป บัญชีของสุวานเลขาก็จะมีภาพการกระทำของคนนั้นปรากฏ และภาพนั้นก็มาฉายอยู่หน้าบัลลังก์ของพญายมราช เป็นภาพในลักษณะที่ลอยออกมาจากฝาผนัง กายละเอียดจะเห็นการกระทำของตนเอง
 
โรงวินิจฉัยบุญบาป หลังความตาย
ภาพที่ปรากฏหน้าจอสำหรับพวกนักดื่ม
 
     สมมุติว่าดื่มเหล้าเมา ภาพปรากฏอยู่ที่สุวานเลขาก่อน แล้วก็มาปรากฏที่หน้าจอของพญายมราช เห็นภาพตนเองกำลังเมา เมาแล้วไปฆ่าสัตว์ ภาพฆ่าสัตว์เกิด ฆ่าแล้วเอามาขาย ขายแล้วซื้อเหล้ามาดื่ม ชวนเพื่อนขี้เมามากินเหล้าด้วยกัน  พอเงินหมดก็ไปขโมยทรัพย์ เอาของไปขายแล้วเอาเงินมาซื้อเหล้า พอเมาได้ที่แล้วก็ร้องรำทำเพลง ภาพปรากฏขึ้นมาทั้งหมด หลอกกันไม่ได้เลย เมื่อสัตว์นรกเห็นภาพการกระทำของตนก็เศร้าซึมใจหมอง
          
     เมื่อดูภาพบาปแล้ว พญายมราชจะถามว่า "แล้วเจ้าเคยทำบุญอะไรบ้าง" กายละเอียดตอบว่า  "จำไม่ได้" เพราะอยู่ตรงนั้นบรรยากาศต่างๆ จะทำให้กายละเอียดหวาดกลัว พญายมราชก็สั่งให้สุวรรณเลขาเปิดบัญชีบุญดู ปรากฏว่า ความดีที่ทำมีอยู่หน่อยหนึ่ง คือ เคยเกี่ยวหญ้ามาเลี้ยงวัว เพราะความเอ็นดู ทำทานกับสัตว์เดียรัจฉานอย่างเดียว ใจก็ได้ปลื้มมาก

          
ยมโลกชีวิตหลังความตาย
พญายมราชวินิจฉัยบุญภาพที่เคยทำบุญจึงเปิดขึ้น
 
      เมื่อดูภาพทั้งบุญและบาปแล้ว พญายมราชสรุปว่า "เจ้าทำบาปมาก เจ้าก็เห็นด้วยตัวของเจ้าเองแล้ว และญาติก็ไม่ได้ทำบุญส่งมาให้ ให้เจ้าหน้าที่นำตัวไปลงโทษสมควรแก่กรรมต่อไป"
         
     การวินิจฉัยบุญบาปของพญายมราชนี้ เพื่อให้โอกาสกายละเอียดนั้นได้นึกถึงบุญที่ตนทำไว้เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ ถ้าใครพอทำบุญมาบ้าง เมื่อภาพที่สุวรรณเลขาปรากฏ การที่จะนึกถึงบุญได้ก็มีมาก โอกาส ที่จะต้องไปเกิดในอบายภูมิก็น้อย แต่หากทำบาปมาก ทำบุญบ้างนิดหน่อย อย่างกรณีตัวอย่าง ทำแล้วไม่ถูกหลักการทำบุญในทางพระพุทธศาสนา ทำกับสัตว์เดียรัจฉานมีอานิสงส์น้อย เมื่อเทียบกับการทำบุญกับเนื้อนาบุญอย่างพระภิกษุสงฆ์ อย่างนี้มีโอกาสจะต้องไปรับโทษทัณฑ์ในนรกได้ เรื่องการซักถามบุญบาปของพญายมราชนี้ มีปรากฏในเทวทูตสูตร
 
ที่ตั้งและจำนวนของยมโลก
          
     ยมโลกอยู่ใต้เขาตรีกูฏ ซึ่งเป็นที่รองรับเขาสิเนรุ และอยู่ในระนาบเดียวกับอุสสทนรก ยมโลกเป็นบริวารของมหานรกทั้ง 8 ขุม ในมหานรกแต่ละขุม มียมโลกล้อมรอบทิศละ 10 ขุม ทิศเบื้องหน้า 10 ขุม ทิศเบื้องหลัง 10 ขุม ทิศเบื้องขวา 10 ขุม ทิศเบื้องซ้าย 10 ขุม รวม 4 ทิศ เท่ากับ 40 ขุม
 
ที่ตั้งยมโลก
ยมดลกของมหานรกทั้ง 8 ขุใ มีทั้งหมด 320 ขุม
 
     รวมยมโลกของมหานรกทั้ง 8 ขุม มีจำนวนทั้งหมด 320 ขุม ยมโลก 10 ขุม ในทิศหนึ่งๆ ของมหานรกทั้ง 8 ขุมนั้น มีชื่อเรียกแตกต่างกันตามลักษณะการทรมาน และมีชื่อเหมือนกันกับยมโลก 10 ขุม ในทิศอื่น และในขุมอื่นๆ ยมโลก 10 ขุม มีชื่อเรียก ดังนี้ 

           1.  โลหกุมภีนรก      6.   ปิสสกปัพพตนรก
           2.  สิมพลีนรก         7.  ธุสนรก
           3.  อสินขนรก         8.  สีตโลสิตนรก
           4.  ตามโพทกนรก    9.  สุนขนรก
           5.  อโยคุฬนรก      10.  ยันตปาสาณนรก
 
โดยจะอธิบายรายละเอียดของยมโลกแต่ละขุมในตอนต่อไป
 
รับชมวิดีโอ
 
[[videodmc==12200]]
 
บทความที่เกี่ยวข้องกับตายแล้วไปไหน
 
ปรโลกชีวิตหลังความตาย
ตายแล้วจะไปอยู่ที่ไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร
การเดินทางหลังความตาย
รหัสผ่านเดินทางสู่ปรโลก
การพิสูจน์ปรโลก ปรโลกมีจริงหรือไม่ ตอนที่ 1
การพิสูจน์ปรโลก ปรโลกมีจริงหรือไม่ ตอนที่ 2 
นรกเป็นอย่างไรทำกรรมอะไรจึงต้องไปนรก
มหานรกทั้ง 8 ขุม รายละเอียดมหานรกแต่ละขุม
อุสสทนรก นรกขุมบริวารทรมานแสนสาหัส
ชีวิตหลังความตายในยมโลก
 
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/ตายแล้วไปไหน/เจ้าหน้าที่ในยมโลกหน้าตาเป็นอย่างไร.html
เมื่อ 21 ตุลาคม 2561 13:25
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2561 http://www.dmc.tv