วัดศรีมงคลใต้



วัดศรีมงคลใต้
วัดไทย  ในจังหวัดมุกดาหาร
 
 
     ดุจมุกดาริมโขงโค้งฝั่งน้ำ     งามเลิศล้ำอารามรัตน์ฉัตรเฉลิม

     ท้าวกินนนรีสำฝ่อทรงต่อเติม     ต่างร่วมเพิ่มพูนทวีศรีมงคล

     พิศพักตร์พระองค์หลวงซาบทรวงซึ้ง     รวมเป็นหนึ่งสายน้ำเดียวเกลียวนุสนธ์

     เหมือนครุฑคล้องแขนเกี่ยวนาคฝากกมล     สองฝั่งชลร่วมศรัทธามาสู่บุญ



วัดศรีมงคลใต้
 
 
วัดศรีมงคลใต้ 
 วัดศรีมงคลใต้อยู่งใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร
 
 
     วัดศรีมงคลใต้ ตั้งอยู่ติดถนนสำราญชายโขงใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร หน้าวัดมีตลาดอินโดจีนเป็นแหล่งทำมาค้าขายของผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำ  วัดได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ  ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ เมื่อ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒ วัดศรีมงคลใต้มีเนื้อที่เพียง ๔ ไร่เศษเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง
 
 
วัดศรีมงคลใต้
วัดศรีมงคลใต้มีเนื้อที่๔ ไร่เศษ
 

     วัดศรีมงคลใต้ มีประวัติเล่าว่า เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า ผู้คนได้พากันทิ้งถิ่นฐานอพยพครอบครัวลงมาหาที่สร้างบ้านเมืองใหม่ เจ้าจันทสุริวงศ์ได้พาผู้คนไปตั้งถิ่นฐานที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงที่บ้านโพนศรี บริเวณพระธาตุอินฮังปัจจุบันอยู่ในแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว ต่อมาโอรสคือท้าวกินนรีพาชาวบ้านมาสร้างเมืองที่ปากห้วยมุกฝั่งตรงข้ามได้พบพระพุทธรูป ๒ องค์ อยู่ใต้ต้นโพธิ์ริมฝั่งโขง บริเวณวัดร้างใกล้ตาลเจ็ดยอด
 
     พระพุทธรูป ๒ องค์ที่พบนั้นองค์ใหญ่สร้างด้วยสัมฤทธิ์ศิลปะตระกูลพระไชยเชษฐาธิราชแห่งล้านช้าง ส่วนองค์เล็กเป็นเหล็กผสม ท้าวกินนรีได้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง ๒ องค์ ขึ้นประดิษฐานในพระวิหารองค์ใหญ่เรียกกันว่าพระเจ้าองค์หลวง
 
 
พระเจ้าองค์หลวง
 
 
วัดศรีมงคลใต้ 
พระเจ้าองค์หลวงพระประธานปางมารวิชัย
 
 
     พระเจ้าองค์หลวงเป็นพระประธานปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง ๒ เมตร ๒๐ เซนติเมตร ความสูงจากฐาน ๓ เมตร ส่วนพระพุทธรูปองค์เล็กนั้นกลับปาฏิหาริย์ไปอยู่ใต้ต้นโพธิ์ดังเดิม เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้งทางวัดจึงได้สร้างแท่นบูชาไว้  ต่อมาตลิ่งริมแม่น้ำทรุดตัวลงพระเหล็กก็ทรุดจมลงจนเห็นพระเมาลี ชาวบ้านจึงสร้างแท่นหินครอบพระเกศนั้นไว้ เรียกกันว่า พระหลุดเหล็ก ภายหลังได้ถูกน้ำเซาะหายไปเหลือแต่แท่นหินเท่านั้น บานแท่นหินตั้งอยู่ตรงทางขึ้นพระวิหาร
 
 
วัดศรีมงคลใต้
พระวิหารมีขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๘ เมตร
 
 
     พระวิหารมีขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๘ เมตร ก่ออิฐถือปูนหลังคามุงกระเบื้องซ้อน ๒ ชั้น มีแนวเสากลมขนาดใหญ่เรียงเป็นแถวรับหลังคา รูปแบบการก่อสร้างแฝงความยิ่งใหญ่มั่นคงเหมือนอาคารที่สร้างในเมืองหลวง  ไม่ใช่รูปแบบที่นิยมในท้องถิ่นน่าจะได้รับการบูรณะโดยเสนาบดีคนสำคัญยุคต่อมา  หน้าบรรณลายเทพนมประกอบลายกนกสีทองบนพื้นสีแดงลักษณะที่นิยมสร้างสมัยเปลี่ยนแปลงการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย
 

พระอุโบสถ หรือ โบสถ์น้อย

 
วัดศรีมงคลใต้
พระอุโบสถหรือโบสถ์น้อย
 
 
      พระอุโบสถหรือโบสถ์น้อยมีขนาดเล็กอยู่ถัดไปด้านหลังใกล้เขตสังฆาวาส แต่น่าแปลกที่โบสถ์หันหลังออกแม่น้ำ  จึงไม่แน่ใจว่าแต่ก่อนเคยมีลำน้ำหรือทางสัญจรอื่นอีกหรือไม่ การก่อสร้างเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน กว้าง ๕ เมตร ยาว ๘ เมตร หลังคามุงกระเบื้องมีช่อฟ้าใบระกา นาคสะดุ้งรูปทรงแบบพื้นบ้านอีสานคือมีผนังด้านหลังพระประธานเพียงด้านเดียว นอกนั้นเปิดโล่งแบบศาลาหน้าบรรณแต่งลายปูนปั้นเป็นพระพุทธรูปทรงสมาธิ  บันไดทางขึ้นโบสถ์น้อยมี ๒ ด้านปั้นปูนเป็นรูปสัตว์แปลกซึ่งไม่พบในที่อื่น 
 
     วัดศรีมงคลใต้อยู่ในทำเลที่เป็นหน้าด่านของมุกดาหารเป็นประหนึ่งปากประตูทางออก ของประเทศกลุ่มอินโดจีน คือ ไทย ลาว จีน เวียดนาม กัมพูชาและพม่ารวม ๖ กลุ่มประเทศ มุกดาหารจึงเป็นประดุจอัญมณีเม็ดงามริมฝั่งโขง  โดยเฉพาะวัดศรีมงคลใต้เป็นจุดแรกที่ประกาศความเป็นเมืองพุทธในริมแถบนี้  เป็นวัดที่มีประวัติยาวนานมีความสำคัญและน่าสืบค้นเพิ่มเติม                    
 
 
รับชมวิดีโอ
 
[[videodmc==27979]]

บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/พระพุทธศาสนา/วัดศรีมงคลใต้.html
เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2561 06:40
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2561 http://www.dmc.tv