พุทธสุภาษิต

พุทธสุภาษิต
เรื่อง คนทำจริงจะไม่ทิ้งหัวใจ ๔
จากหนังสือ พุทธภาษิตสะกิดใจ เล่มที่ ๓
 
 
 
สาธุ โข สิปฺปกํ นาม, อปิ ยทิสํ กีทิสํ,
"ขึ้นชื่อว่าศิลปะ แม้เช่นใดเช่นหนึ่ง จะยังประโยชน์ให้สำเร็จได้"
 
 
พุทธศาสนสุภาษิต


     ศิลปะ ในที่นี้ หมายถึง ความเฉลียวฉลาด เชี่ยวชาญในความรู้ อันเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพประเภทใดประเภทหนึ่ง ขอให้มีความรู้จริงๆ แม้เพียงอย่างเดียว ก็สามารถจะยึดเป็นอาชีพเลี้ยงตนไปตลอดชีวิตได้

     ในปัจจุบันนี้ อาชีพของแต่ละคน จะต้องมรการแข่งขันกันจะรู้เฉลียวฉลาดในการผลิตอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องรู้จักการพัฒนา รู้จักการตลาด รู้การใช้จิตวิทยาดึงลูกค้า รู้จักผลิกแพลงให้ทันกับสมัยนิยม สามารถจะขยายกิจการให้กว้างไกลออกไป เป็นต้น จึงจะสำเร็จประโยชน์
 
     การประกอบอาชีพในการทำมาหากิน นับว่าเป็นหัวใจหลักของการดำเนินชีวิต และการทำการงานนั้น ก็ไม่ควรรังเกียจงานว่าเป็นงานนั้นต่ำ ในเมื่อเรายังหางานที่ดีกว่านี้ยังไม่ได้ แม้แต่พนักงานกวาดถนนของเทศบาล ก็ยังสามารถทำเงินส่งให้ลูกเรียนหนังสือจนจบปริญญาได้

     พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนว่า ขึ้นชื่อว่าศิลปะ จะเป็นขั้นสูง หรือชั้นต่ำ ขอให้มีความเชี่ยวชาญชำนาญ ในงานนั้นจริงจัง โดยอาศัยหลักแห่งความสำเร็จ หรือ หัวใจ ในการทำงาน คือ พอใจ - ตั้งใจ - ใส่ใจ - ใฝ่ใจ ที่เรียกว่า อิทธิบาท
 
     ก่อนอื่นจะต้องปลูกความพอใจ ให้เกิดขึ้นกับงานที่จะทำนั้นก่อน เมื่อเห็นว่าอาชีพนี้ถูกกับอัธยาศัย และกาลเวลาที่จะทำได้ จากนั้นก็ตั้งใจ มีความขยันอดทน ไม่เบื่อหน่ายและเกียจคร้าน ในขณะทำงาน ก็จะต้องใส่ใจ กำหนดจดจำ มีจิตจดจ่ออยู่กับงาน และสุดท้าย คือ จะต้องใฝ่ใจพิจารณาให้ถูกต้องด้วยปัญญา

     เพราะฉะนั้น เกิดมาเป็นคนจะต้องดิ้นรน เพื่อหาอาชีพการงาน อันเป็นหลักชีวิต โดยสุจริตธรรม ควบคู่ไปกับหลักธรรมอันจะนำไปสู่หลักฐาน ด้วยวิทยาการความรู้อันสมบูรณ์ ขอให้คิดว่า

     ๑. ศิลปวิทยา เป็นที่มาของความสำเร็จ ใช้ปัญญาเข้าช่วยมีความรวยเป็นผลผลิต
     ๒. คนดีมีราคาที่ค่างาน คนชั่วหมดราคาที่เกียจคร้าน
 
พุทธศาสนสุภาษิต
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/พุทธสุภาษิต/พุทธสุภาษิตสะกิดใจ-3-คนทำจริงจะไม่ทิ้งหัวใจ-4.html
เมื่อ 21 พฤษภาคม 2561 21:37
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2561 http://www.dmc.tv