พุทธสุภาษิต

พุทธสุภาษิต
เรื่อง อิจฉามี คนดีจะหายาก
จากหนังสือ พุทธภาษิตสะกิดใจ เล่มที่ ๓
 
 
 


อรติ โลกนาสิกา
"ความริษยา เป็นเหตุให้โลกพินาศ"


พุทธศาสนสุภาษิต

     ริษยา คือ ความกระวนกระวายใจ ความเดือดร้อนใจ เมื่อเห็นคนอื่นเขามีความสุขเขามีอะไรที่ดีกว่าหรือเหนือกว่าตัว ดิ้นรนต้องการจะให้เขาคนนั้น ต้องพินาศหรือสูญเสียไป เพื่อตนจะได้มีอำนาจหรือดีกว่าเขา

     ความริษยานี้ เป็นเหตุให้คนทะเลาะวิวาทกัน ไม่ลงรอยสามัคคีกัน เป็นฝักฝ่ายไม่ลงกัน ถ้าเกิดเฉพาะคนต่อคน ก็มีความเดือดร้อนน้อย แต่ถ้าอาจเกิดแก่สังคมระดับประเทศ ความเดือนร้อนนั้นจะมีมากยิ่งขึ้น เป็นเหตุก่อความพินาศต่อชาวโลก

     บุคคลที่มีความเป็นอยู่ร่วมกัน จะต้องระวังเรื่องการพูดจาดังคำที่ว่า อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่ร่วมมิตรให้ระวังวาจา เพราะคนที่ไม่ระวังทั้งกายและวาจา ย่อมจะมีปากเสียงทะเลาะต่อว่ากัน ซึ่งจะนับเนื่องมาจากใจที่มีการอิจฉาริษยากัน

     ความอิจฉาริษยา จะเกิดกับคนใกล้ชิดกันเป็นส่วนใหญ่ จากนั้นก็จะเกิดกับสังคมที่อยู่ใกล้เคียงกัน สุดท้ายก็คนทั่วไป จุดเกิดของความอิจฉาริษยา คือ เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีมีสุข หรือได้รับยศศักดิ์ หรือที่เรียกว่าโชคดี เป็นต้น

     อันลักษณะเช่นนี้ ตามหลักพรหมวิหาร ท่านกล่าวว่า จะต้องเจริญมุทิตา คือร่วมดีใจไปกับเขาด้วย ในเมื่อเขามีความสุขเป็นต้น ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า ถ้าโชคนั้นเกิดโดยยุติธรรม ก็คงมีคนอิจฉาริษยาบ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อย แต่ที่มากขนาดสร้างความพินาศให้เกิดขึ้นนั้น น่าจะมาจากความไม่ชอบธรรม เช่น มีลูกสองคน ให้สิ่งของกับคนหนึ่ง อีกคนหนึ่งไม่ให้ หรือให้ไม่เท่ากัน นี้คือสาเหตุสำคัญ

     เพราะฉะนั้น ในข้อนี้ จะต้องระวังใจตัวเอง อย่าให้มีความเดือดร้อนใจ เพราะทำใจให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น ใครจะยุติธรรมหรือไม่ยุติธรรม เป็นเรื่องของเขา ไม่ต้องไปอิจฉาเขาเพียงแต่รักษาตัวเราไว้ มิให้เป็นคนไม่ยุติธรรม ถ้ามีการอิจฉาริษยากัน รังแต่จะก่อเรื่องวุ่นวาย ขอให้คิดว่า

     ๑. อิจฉาพาใจ ให้ใฝ่ต่ำ จะยุ่งเหยิงเริงกิเลสทาสพินาศนำ
     ๒. อิจฉามี คนดีจะหายาก จะทะเลาะวิวาท ด้วยอำนาจความอยาก


พุทธศาสนสุภาษิต
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/พุทธสุภาษิต/พุทธสุภาษิตสะกิดใจ-3-อิจฉามี คนดีจะหายาก.html
เมื่อ 21 พฤษภาคม 2561 00:36
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2561 http://www.dmc.tv