พุทธสุภาษิต
 
พุทธสุภาษิตสะกิดใจ "เกียจคร้าน เป็นสันดานคนเลว"

อนุฏฺฐานมลา ฆรา
เหย้าเรือน มีการไม่ขยัน เป็นมลทิน
 
โดย พระเทพรัตนกวี (สุรินทร์ ชุตินฺธโร ป.ธ.๗)
 
 
 
     เหย้าเรือน หมายถึง โภคทรัพย์สมบัติสิ่งของ รวมไปถึงบุคคลทั้งหมดที่มีอยู่ในครอบครัวนั้น ซึ่งมีพ่อบ้านเป็นหัวหน้าผู้ปกครอง หรือพ่อบ้านจะมอบหมายให้แม่บ้าน เป็นผู้ปฏิบัติการก็ตามที

     ซึ่งพ่อบ้านหรือแม่บ้าน จะต้องเอาใจใส่ดูแล จัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ถึงคราวจะหยิบใช้สิ่งของอันใด ก็เรียกได้ทันที สิ่งใดที่มีค่ามีราคา ก็ควรจะเก็บไว้ในสถานที่มิดชิดและแข็งแรง และหมั่นทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถู อย่าให้รกรุงรัง ส่วนบุคคลคือลูกหลาน ก็ต้องหมั่นอบรมสั่งสอน

     ในสมัยโบราณ พ่อแม่จะปลุกลูกๆ ให้ลุกขึ้นจากที่นอนตั้งแต่ยังไม่แจ้ง สอนให้เอาตัวอย่างแบบนกกา เพราะนกกาจะตื่นนอน ออกไปหากินแต่เช้าตรู่ คนไหนนอนตื่นสายจะเรียกว่าพวกขี้เกียจหลังยาวหมายถึงเอาแต่นอน เกียจคร้านในการทำงาน

     และเมื่อลุกขึ้นจากที่นอนแล้ว ก็จะต้องรีบเก็บที่นอน จากนั้นก็จะต้องปัดกวาดถูบ้าน ทำความสะอาด จัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ ให้เสร็จก่อนแจ้ง ถ้าเป็นลูกผู้หญิง พ่อแม่จะกวดขันมาก บริเวณบ้านก็ดี ใต้ถุนบ้านก็ดี ตลอดไปถึงในครัว ที่นอนและห้องสุขา จะต้องให้สะอาดเรียบร้อย เขาให้ชื่อผู้หญิงตรงนี้ว่า แม่ศรีเรือน
 
      การที่จะต้องทำอย่างนี้ ถือว่าเป็นการฝึกซ้อมความขยัน เพื่อให้มีนิสัยคุ้นเคยกับความขยัน เพราะความขยัน เป็นหัวใจของการทำงาน คนที่จะร่ำรวยเป็นเศรษฐี จะต้องมาจากความขยัน ถ้าความขยันไม่มี ความเกียจคร้านก็จะมา ความเกียจคร้านเป็นมลทินอย่างร้ายแรง คนโบราณชอบพูดว่า เกียจคร้าน เป็นรากฐานของความจน หรือ ความเกียจคร้าน เป็นสันดานของคนเลว

     เพราะฉะนั้น ขอให้เข้าใจว่า คนที่เกียจคร้าน มีใครที่ไหนเขาจะนิยมชมชอบบ้าง และตรงกันข้ามทุกคนจะยกย่องคนที่ขยัน เกิดเป็นคนทั้งทีจะต้องทำดีให้ได้ ด้วยเหตุตรงนี้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ความเกียจคร้าน เป็นมลทินของคน ดังนี้ ขอให้คิดว่า

     1.    ครองเรือน ครองบ้าน มีเกียจคร้านเป็นมลทิน ขยันทำดี เป็นหน้าคนทำกิน
     2.    เกียจคร้านคือฐานจน อดทนคือฐานรวย คนทำดี ความดีจะช่วย
 
พุทธศาสนสุภาษิต
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/พุทธสุภาษิต/พุทธสุภาษิต-เกียจคร้านเป็นสันดานคนเลว.html
เมื่อ 21 พฤษภาคม 2561 08:26
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2561 http://www.dmc.tv