ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2553
พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 4 ฉัพพรรณรังสีของพระสุมังคลพุทธเจ้า 
 
พระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้า
ตอนที่ 4 "ฉัพพรรณรังสีของพระสุมังคลพุทธเจ้า"
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
 
พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 4
 
        ความเดิมจากตอนที่แล้ว....ในยุคพระศาสนาของ "1พระมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้า"-นั้น ได้มีการประชุมเหล่าพระอรหันต์ขีณาสพถึงสามครั้งด้วยกัน (เหมือนสาวกสันนิบาตในวันมาฆบูชานั่นเอง)-โดยในครั้งแรก,-ครั้งที่สองนั้น ได้มีพระภิกษุสงฆ์ที่เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายเป็นจำนวนถึงแสนโกฏิรูป (หรือล้านล้านรูป)-ด้วยกัน ซึ่งทุกรูปที่มาประชุมพร้อมกันในครั้งนั้น ล้วนเป็นพระภิกษุที่บวชแบบ "2เอหิภิกขุอุปสัมปทา" ทั้งสิ้น
 
1หรือ พระสุมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้า
2การบวชที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานให้ด้วยพระองค์เอง
 
พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 4
 
        ส่วนในการประชุมครั้งที่สามนั้น ได้มีพระภิกษุสงฆ์ที่เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ มาประชุมพร้อมกันถึง 90-โกฏิ (หรือเก้าร้อยล้านรูป)-ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ ได้มีเรื่องน่าอัศจรรย์ใจอยู่ประการหนึ่งนั่นก็คือ พระอรหันต์สาวกทั้ง 90-โกฏิ ล้วนเป็นพระสงฆ์สาวกที่เพิ่งจะออกบวช ด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนสาเหตุของการประชุมพระอรหันต์สาวกครั้งที่สามนี้ เนื่องมาจากพระภาดา (น้องชายต่างพระมารดา)-ของพระมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีพระนามว่า “อานันทกุมาร” ได้เสด็จมาฟังธรรมจากพระบรมศาสดา พร้อมกับเหล่าบริวารอีก 90 โกฏิ
 
พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 4
 
        เมื่อพระศาสดาได้แสดง อนุบุพพิกถา (พระธรรมเทศนาที่กล่าวถึงการให้ทาน การรักษาศีล การพรรณนาถึงสวรรค์ โทษของกามและอานิสงส์ในการออกบวช)_แก่อานันทกุมารและเหล่าบริวาร จำนวน 90-โกฏิ จบแล้ว อานันทกุมารและเหล่าบริวารทั้งหมดก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ พร้อมด้วยปฏิสัมภิทา 4
 
พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 4
 
        เมื่อพระบรมศาสดาได้ทอดพระเนตร เห็นอุปนิสัยที่น้อมไปในการบรรพชาของอานันทกุมารและเหล่าบริวารแล้ว พระพุทธองค์จึงทรงประทานการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา แก่อานันทกุมารพร้อมด้วยเหล่าบริวารอีก 90 โกฏิ ด้วยพระดำรัสว่า “เธอจงเป็นภิกษุมาเถิด”
 
พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 4
 
        เมื่อสิ้นพระสุรเสียงของพระพุทธองค์แล้ว บาตรและจีวรอันสำเร็จด้วยบุญฤทธิ์ก็พลันบังเกิด และห่มครองกายของพระอานันทกุมารและเหล่าบริวารทั้ง 90-โกฏิ ในทันที ครั้นพระอานันทกุมารและเหล่าบริวารได้ออกบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้ว ทุกๆรูปต่างก็มีอากัปกิริยาอันงดงามน่าเคารพเลื่อมใส แลดูคล้ายกับเป็นพระมหาเถระผู้มีพรรษากาลมาก และจากการออกบวชของพระอานันทกุมารและเหล่าบริวารทั้ง 90-โกฏิ จึงเป็นที่มาของการประชุมพระอรหันต์ขีณาสพในครั้งที่สามนี้
 
พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 4
 
        พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์นั้น ตามปกติแล้ว ทุกๆพระองค์จะมีพระรัศมีเป็นฉัพพรรณรังสีที่แผ่ออกไปรอบพระวรกายเป็นปรกติ ฉัพพรรณรังสี คือ รัศมีหกประการ ดังนี้
 
1.นีละ เขียวเหมือนดอกอัญชัน
 
2. ปีตะ เหลืองเหมือนหรดาลทองคำ
 
3.โลหิตะ แดงเหมือนตะวันอ่อน
 
4.โอทาตะ ขาวเหมือนแผ่นเงิน
 
5.มัญเชฎฐะ (มัญเชฐะ) สีหงสบาท เหมือนดอกเซ่งหรือหงอนไก่ (สีแสด)
 
6.ประภัสสร เลื่อมพรายเหมือนแก้วผลึก
 
 พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 4
 
        บางพระองค์มีพระรัศมีที่แผ่ไปได้ 1-วา บางพระองค์มีพระรัศมีที่แผ่ไปได้ 2-วา และบางพระองค์มีพระรัศมีที่แผ่ไปได้โดยรอบกว้างถึง 80-ศอก หรือ 20-วา แต่สำหรับพระรัศมีของพระมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะแตกต่างจากพระรัศมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์อื่นๆเป็นอย่างมาก เพราะพระรัศมีของพระมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะเป็นสีทองและแผ่ออกไปตลอดหมื่นโลกธาตุ อีกทั้งพระรัศมีของพระองค์ยังสามารถตั้งอยู่ตลอดกาลเป็นนิตย์อีกด้วย
 
        คำว่า “หมื่นโลกธาตุ”_ในที่นี้ หมายถึง หมื่นจักรวาล ซึ่งใน 1-จักรวาลนั้น จะประกอบไปด้วย ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ เขาสิเนรุ ทวีปทั้งสี่ 4 (ได้แก่ ชมพูทวีป อปรโคยานทวีป ปุพพวิเทหทวีป และ อุตตรกุรุทวีป) มหาสมุทรทั้งสี่ สวรรค์ 6 ชั้น พรหมโลก อรูปพรหม และอบายภูมิ
 
พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 4
 
        กล่าวได้ว่า “ทั่วทุกพื้นที่บนโลก ตลอดไปจนถึงหมื่นโลกธาตุ ล้วนถูกอาบด้วยพระรัศมีสีทอง ประดุจถูกหุ้มด้วยแผ่นทองคำ”_ซึ่งตลอดระยะเวลาที่พระมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังทรงมีพระชนมายุอยู่นั้น (พระองค์ทรงมีพระชนมายุยืนยาวถึงเก้าหมื่นปี)_แสงของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ไม่สามารถที่จะส่องแสงสว่างไสวสู้แสงแห่งพระรัศมีของพระองค์ได้ และด้วยเหตุนี้เอง ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว จึงไม่ได้ใช้เป็นเครื่องบอกเวลาว่า เป็นช่วงกลางวันหรือกลางคืน เหมือนอย่างในยุคปัจจุบันนี้
 
พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 4
 
        แต่สิ่งที่ทำให้มนุษย์ในยุคของพระมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้าล่วงรู้ว่า ช่วงไหนเป็นเวลากลางวัน หรือช่วงไหนเป็นเวลากลางคืน ก็มาจากการสังเกตธรรมชาติที่อยู่รอบๆตัวเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น การสังเกตจากดอกไม้บางชนิดที่จะเบ่งบานในเวลาเย็น เมื่อทุกๆคนมองเห็นว่า ดอกไม้ชนิดนี้เบ่งบานเมื่อไหร่ ทุกๆคนก็จะรู้ในทันทีว่า ช่วงนี้เป็นเวลาเย็น หรือการสังเกตจากเหล่านกกาที่จะออกหากินในเวลาเช้า เมื่อทุกๆคนมองเห็นว่า เหล่านกกาออกหากินเมื่อไหร่ ทุกๆคนก็จะรู้ในทันทีว่า ช่วงนี้เป็นเวลาเช้า เป็นต้น
ชม Video Scoop พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 4
[[videodmc==38128]]
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/latest_update/20100831-พระศรีอริยเมตไตรย์-ฉัพพรรณรังสีของพระสุมังคลพุทธเจ้า_LEFT.html
เมื่อ 20 สิงหาคม 2561 05:45
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2561 http://www.dmc.tv