ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2553
ตอน พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 26 ยุคศิวิไลซ์อันน่าอัศจรรย์ (6)
 
 
พระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้า
ตอนที่ 26 "ยุคศิวิไลซ์อันน่าอัศจรรย์ (6)"
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
 
การครองเรือนในยุคพระศรีอริยเมตไตรย์
 
        ความเดิมจากตอนที่แล้ว... นอกจากนั้น ทุกครอบครัวที่เกิดขึ้นในยุคของพระศรีอริยเมตไตรย์ ล้วนเป็นครอบครัวที่อบอุ่นแทบทั้งสิ้น ประเภทครอบครัวอบอ้าว หรือประเภทครอบครัวที่มีการทะเลาะเบาะแว้งทุบตีกัน อย่างหลายๆครอบครัวในยุคปัจจุบัน จะไม่มีปรากฏให้เห็นเลย เพราะแต่ละครอบครัวล้วนมีปิยวาจา คำพูดที่ทำร้ายจิตใจ หรือด่าว่ากัน จะไม่มีปรากฏให้เห็น ดังนั้น ทุกครอบครัวจึงไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีการทำร้ายตบตีกัน
 
ยุคพระศรีอริยเมตไตรย์ มีแต่ชายแท้หญิงแท้
 
        อีกทั้งที่สำคัญ บรรดาเพศที่สาม ชายไม่จริงหญิงไม่แท้ หรือชายที่อยากเป็นหญิง หรือหญิงที่อยากเป็นชาย หรือชายที่รักชาย หรือหญิงที่รักหญิง จะไม่มีปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่คนเดียว เพราะในยุคนั้นจะมีแต่ผู้ที่เป็นชายจริงและหญิงแท้ และยังมีบุญมากๆ ลงมาเกิดกันทั้งสิ้น ดังนั้น ผู้ชายหรือผู้หญิงประเภทไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงหมดสิทธิที่จะลงมาเกิดร่วมยุคสมัยเดียวกันกับพระศรีอริยเมตไตรย์ และไม่ใช่มีเพียงแต่คนเท่านั้น สัตว์ประเภทกลายเพศกลายพันธุ์ รวมถึงสิ่งของต่างๆที่ทำให้จิตใจของมนุษย์ เกิดอาการวิปริตผิดมนุษย์ หรือทำให้หมกมุ่นในกาม ก็จะไม่มีเกิดขึ้นในยุคของพระศรีอริยเมตไตรย์อีกด้วย
 
ยุคพระศรีอริยเมตไตรย์ ไม่มีคนชั่วไม่มีคนพาล
 
ความอัศจรรย์ลำดับที่ 4.ได้แก่ เรื่องอาชญากรรม
 
        สังคมในยุคนั้น จะเป็นสังคมที่มีแต่คนดีล้วนๆ เพราะทุกๆพื้นที่บนโลก จะไม่มีคนพาล ไม่มีคนชั่ว ไม่มีโจรผู้ร้ายที่คอยปล้นฆ่าผู้คน ไม่มีพวกมิจฉาชีพที่คอยจ้องฉกชิงวิ่งราวหรือคอยคดโกงหลอกลวงต้มตุ๋นทรัพย์ของผู้อื่นเลยสักคนเดียว
 
ยุคพระศรีอริยเมตไตรย์ ไม่มีโจรผู้ร้าย
 
        แม้ในยามวิกาล ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังนอนหลับพักผ่อน บ้านเรือนในยุคนั้นก็ไม่จำเป็นต้องปิดประตูหน้าต่างเพื่อกันขโมยแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ ในยุคสมัยของพระศรีอริยเมตไตรย์ จึงไม่มีเรื่องราวที่เป็นข่าวเด่นประเด็นร้อน หรือเรื่องราวที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ อย่างเช่นในยุคปัจจุบัน
 
ยุคพระศรีอริยเมตไตรย์ มีแต่คนดีมีศีลธรรม
 
        สาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนี้ เป็นเพราะผู้คนในยุคนั้น ล้วนหมั่นขวนขวายทำแต่กุศลกรรมเพียงอย่างเดียว จะไม่มีการเบียดเบียนหรือแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน และปราศจากการเข่นฆ่ากันโดยสิ้นเชิง ดังนั้น ภาษิตในยุคปัจจุบันที่ว่า “จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน” ก็จะหมดความหมายในยุคของพระศรีอริยเมตไตรย์ 
 
ชม Video Scoop พระศรีอริยเมตไตรย์ ตอนที่ 26
 


มีปัญหาการรับชมวิดีโอ กรุณากดที่นี่ เพื่อใช้เครื่องเล่นแบบเก่า window media player
 
 
 
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/latest_update/20101101-ยุคศิวิไลซ์อันน่าอัศจรรย์_LEFT.html
เมื่อ 14 สิงหาคม 2561 13:33
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2561 http://www.dmc.tv