อยากรวย ทำอย่างไรให้รวย
จากเด็กเกเรสู่เจ้าของธุรกิจ 100 ล้านได้อย่างไร
 
อ่านประวัติย่อหนุ่มไทด์ได้แล้วที่นี่ http://goo.gl/yaJSN
 
อยากรวย ทำอย่างไรให้รวย จากเด็กเกเรสู่เจ้าของธุรกิจ 100 ล้านได้อย่างไร  
 
       หนุ่มไทด์ พัชรพล สุทธิธรรม เล่าว่า.....ครั้งหนึ่งคุณแม่ได้พาผมไปสมัครเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่เขาไม่รับผมเข้าเรียนอย่างเด็ดขาด เพราะว่าผลการเรียนของผมต่ำกว่าเกณฑ์มากเกินไป
 
      ผมชอบเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจเล่นข้ามคืนเลย เล่นจนลืมกินข้าว ผมเคยแอบหนีคุณแม่ไปเล่นเกมที่ร้านเกมแห่งหนึ่งจนดึกดื่นถึงกับขนาดว่าคุณแม่นึกว่าผมโดนลักพาตัวไปแล้ว ทุกคนพยายามที่จะทำให้ผมเป็นเด็กเก่งและดี ทั้งพาไปเรียนพิเศษ ซื้ออุปกรณ์การเรียนที่ดีๆมาให้ทุกอย่าง ผมก็ไม่มีวี่แววว่าจะเก่งขึ้นมาสักนิดเลยครับ   
 
      จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณพ่อและคุณแม่ได้พาผมมานั่งสมาธิที่วัดพระธรรมกายผมก็รู้สึกว่าชีวิตของผมกำลังเปลี่ยนแปลงไปทันใดเลยครับ ผมเริ่มอยากมาวัด ผมจึงได้สมัครเข้ามาเป็นอาสาสมัครเพชรต้อนรับระดับโลก ที่วัดพระธรรมกายทันที และที่เด็ดสุดๆ คือ ผมได้สมัครเข้าร่วมเป็นเด็กดี V-Star...ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต ด้วยครับ
 
        ผมได้นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม และมาช่วยงานบุญที่วัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง ผมรู้สึกมีความสุข สนุกสนานมากครับ ที่ได้นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม และมาช่วยงานบุญที่วัด จนกระทั่งผมลืมเล่นเกมเลยล่ะครับ พระเดชพระคุณหลวงพ่อครับ...ตอนนี้ผมมั่นใจมากครับว่า ผมจะไม่กลับไปเล่นเกม และไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขอีกแล้ว เพราะผมค้นพบสิ่งที่สนุกสนานมากกว่านั้นแล้วครับ นั่นก็คือ การได้เป็นเด็กดี V-Star
 

จากเด็กเกเรสู่เจ้าของธุรกิจ 100 ล้านได้อย่างไร 

 
       วันนี้หนุ่มไทด์ พัชรพล สุทธิธรรม ปัจจุบันเป็นอาเสี่ยอายุน้อยร้อยล้าน (22 ปี) จากเด็กเกเร สู่เจ้าของธุรกิจ 100 ล้าน ได้อย่างไร....ติดตามรับชมกันได้จากเทปบันทึกรายการ VIP  
 
 
        เมื่อไทด์ พัชรพล ทำตัวเกเรอย่างหนัก คุณพ่อจึงพาเขาไปวัด เพื่อกราบหลวงปู่สดและฟังเทศน์ จนกระทั่งเขารู้สึกซึ้งในรสพระธรรม จากนั้นจึงเปลี่ยนตัวเองด้วยการช่วยงานบุญต่าง ๆ และฝากตัวเป็นลูกศิษย์วัด ทำให้มัววุ่นวายกับกิจกรรมจนลืมความอยากเล่นเกมไปได้ ซึ่งจากการเลิกเล่นเกมนั่นเอง ทำให้เกรดของเขาพุ่งขึ้นจากที่โหล่กลายเป็น เกรด 3.75 ในช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และเกิดลูกฮึดในการเรียนอย่างมาก

     ไทด์ พัชรพล จึงไปลงสมัครเรียนพรีดีกรี ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อเป็นการเก็บหน่วยกิตล่วงหน้า ทำให้เขาสามารถจบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ได้ตอนอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น จากนั้นจึงเรียนต่อปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจและเรียนจบตอนอายุ 20 ปี โดยเขาเผยเคล็ดลับว่า เขามักจะเลือกทำงานสำคัญที่สุดก่อน เพราะการที่จะทำงานทุก ๆ งานพร้อม ๆ กันได้ มันไม่มีทางสำเร็จ หลักในการบริหารเวลาของเขาคือการคิดว่า เวลาที่สำคัญที่สุดคือปัจจุบัน เขาจึงเลือกที่จะทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก่อนนั่นเอง

      ไทด์ พัชรพล เริ่มต้นเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจเครื่องสำอางด้วยแนวคิดว่า ตลาดเครื่องสำอางเป็นตลาดที่ใหญ่และมีความต้องการสูง ดังนั้น ไทด์ พัชรพล ในวัย 18 ปี จึงเริ่มต้นมองหาธุรกิจส่วนตัว และได้น้าที่เคยเป็นผู้จัดการของเครื่องสำอางแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น มาช่วยดูแลและคิดค้นสูตรครีม จากนั้นจึงเริ่มต้นผลิตครีมเองในโรงรถที่บ้าน ก่อนจะนำสินค้าไปแจกให้เพื่อนใช้ อีกทั้งยังแอบนำไปใส่ไว้ในห้องน้ำที่โรงเรียน จนกระทั่งเพื่อน ๆ ถามและช่วยกันสั่งซื้อ

        จากนั้น ไทด์ พัชรพล จึงเข้าไปปรึกษากรมส่งเสริมการส่งออก ซึ่งกำลังมีโครงการมองหาตัวแทนบริษัทจากประเทศไทย 15 บริษัท ที่จะส่งออกผลิตภัณฑ์ไปขายต่างประเทศ เขาได้นำผลิตภัณฑ์ไปนำเสนอคณะกรรมการ และผ่านการพิจารณา ก่อนที่จะดำเนินการตามคำแนะนำของกรมส่งเสริมการส่งออก และเริ่มมองหาช่องทางที่จะขยายโรงงานผลิต

จากเด็กเกเรสู่เจ้าของธุรกิจ 100 ล้านได้อย่างไร

      เมื่อต้องการขยายโรงงานผลิต ไทด์ พัชรพล จึงเดินหน้านำเสนอแผนธุรกิจกับธนาคารต่าง ๆ เพื่อขอกู้เงินมาต่อยอดธุรกิจ แต่กลับถูกปฏิเสธหมดทุกแห่ง เนื่องจากเขาเพิ่งอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอยู่ เมื่อมีผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง มองเห็นความตั้งใจจริงของเขา และอยากสนับสนุนเด็กรุ่นใหม่ให้พัฒนาแนวคิด แต่ด้วยจำนวนเงินกู้ 6 ล้าน ทำให้เขาต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วย ไทด์ พัชรพล จึงไปติดต่อโครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการใหม่โดยรัฐบาล เพื่อให้ช่วยค้ำประกัน จนกระทั่งได้อนุมัติเงินก้อนแรกมาสร้างโรงงาน

      หลังจากได้เงินมาสร้างโรงงาน หาบุคลากร และวัตถุดิบแล้ว ยอดสั่งซื้อที่มีเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้เขาต้องอดหลับอดนอนผลิตให้ทันตามออเดอร์ ซึ่งมาจากหลากหลายประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป จนกระทั่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องบินมาหาถึงที่ และสามารถทำรายได้ให้กับเขานับ 100 ล้านบาท

      ในการบริหารพนักงานจำนวน 30 กว่าคน ไทด์ พัชรพล ได้จัดกิจกรรมให้พนักงานสวดมนต์ในช่วงเช้าของทุกวัน เพราะเขาเชื่อว่าหากพนักงานทุกคนมีจิตใจที่ละเอียดอ่อน ก็จะสามารถผลิตเครื่องสำอางได้จากใจ อีกทั้งยังมีการร่วมกันไปทำบุญที่วัดทุกอาทิตย์ต้นเดือน และตกแต่งออฟฟิศให้มีบรรยากาศเหมือนรีสอร์ทเพื่อให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลายด้วย

     และนี่คือเรื่องราวความสำเร็จของเด็กวัยรุ่นที่เคยใช้ชีวิตอย่างประมาท แต่สุดท้ายก็สามารถปรับปรุงตัวและเริ่มเรียนรู้ที่จะก้าวเข้าสู่วงการธุรกิจ จนกระทั่งกลายเป็นเศรษฐีอายุน้อยที่กิจการกำลังก้าวหน้า
    
 
อ่านประวัติย่อหนุ่มไทด์ได้แล้วที่นี่ http://goo.gl/yaJSN

บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/scoop/หนุ่มไทด์จากเด็กเกเรสู่เจ้าของธุรกิจ-100-ล้านได้อย่างไร.html
เมื่อ 23 ตุลาคม 2561 06:24
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2561 http://www.dmc.tv