ไสยศาสตร์ ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์

 

พระพุทธศาสนากับไสยศาสตร์
เรียบเรียงจากรายการทันโลก ทันธรรม ที่ออกอากาศทางช่อง DMC

ไสยศาสตร์กุมารทอง อยู่ในวงจรไสยศาสตร์ ไสยเวท ไสยศาสตร์นางไม้นางกวัก

 

พระพุทธศาสนา


ไสยศาตร์คืออะไร . . . เกี่ยวข้องอย่างไรกับพระพุทธศาสนาหรือไม่?

     ประเทศไทยเราจัดว่าเป็นเมื่องพุทธ มีชาวพุทธตามทะเบียนบ้านมากว่า 90% แต่คนพุทธบางส่วนในเมืองไทยนั้น กลับสับสนว่าอะไรเป็นหลักของพระพุทธศาสนา อะไรคือ ไสยศาสตร์
การสักยันต์ หรือการทำยันต์ที่ไว้แปะข้างฝา การที่พระท่านไปเขียนยันต์ตามหน้าบ้าน และอื่่นๆ อีกมากมาย หรือเป็นการท่องคาถาต่างๆ เป็นหลักของชาวพุทธหรือไม่


 

ทันโลก
โดย นายแพทย์ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต

หลักความแตกต่างระหว่างพระพุทธศาสนากับไสยศาสตร์

     หลักความแตกต่างระหว่างพระพุทธศาสนากับไสยศาสตร์ เรื่องไสยศาสตร์เป็นสิ่งที่มีมา ทุกยุค ทุกสมัย และ มีบันทึกไว้ทุกศาสนา ทุกความเชื่อตลอดจนทุกสังคม

ที่มีในประเทศไทยคือ เครื่องรางของขลัง

เครื่องรางของขลัง

เครื่องราง คือ นับถือว่าป้องกันอันตราย  เป็นของที่บอกกันว่าป้องกันอันตราย ยิงไม่เข้า ฟันไม่ออก เช่น เหล็กไหล ตะกรุด ผ้ายันต์

ของขลัง คือ เป็นของที่ศักดิ์สิทธิ์อาจบันดาลให้สำเร็จ  เป็นของที่ถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ และ บันดาลสิ่งต่างให้เราได้ เช่น ว่านยา เพชรนิลจินดา ที่เรียกว่านพรัตน์ เขี้ยวงา รักยม ไม้รัก ไม้ยม ไม้งิ้วดำ ฯลฯ อาจจะรวมไปถึงได้มงคล ที่เรียกว่า สายสิญจน์ ตลอดจนการทำตะกรุด ใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจระหว่างการทำสงครามของทหาร

ทางพระพุทธศาสนา คือ วิถีปฏิบัติเพื่อให้ไปสู่ความพ้นทุกข์ ตามหลักปฏิบัติของศีล สมาธิ ปัญญา  แต่นอกเหนือออกไปจากศีล สมาธิ ปัญญานี้ไม่ใช่ของพระพุทธศาสนา

ไสยศาสตร์ ไสยศาสตร์ ไสยศาสตร์


ไสยศาสตร์มนต์ดำ มีอยู่ทุกที่  ไสยศาสตร์แบ่งได้ 5 ประเภท

1. ไสยศาสตร์เขมร

    เป็นพวกอาถรรพ์เวทย์ เช่น คุณไสยต่างๆ การเสกของเข้าท้อง เสกต่อ เสกแตน เสกควายธนู การบูชายัญ การทำคุณไสยต่างๆ เสน่ห์ยาแฝด ดินป่าช้า  ไสยเวท สายนี้เป็นการสั่งสมกันมายาวนานไม่ใช้พระพุทธศาสนาแน่นอน ถ้าเราไม่มีวิบากกรรมใครก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้ 

ทางไสยเวท คือ พลังมืดไม่ใช่พระพุทธศาสนา ย่อมส่งผลร้ายทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ ตลอดจนเป็นเรื่องของวิบากกรรมที่จะต้องพบเจอ ในฐานะชาวพุทธสิ่งเรานี้เราต้องหนีให้ไกลห่าง เราต้องมีศีลเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเราถ้าเราไม่ผิดศีลเขาก็ส่งอะไรมาทำร้ายเราไม่ได้

รักยม กุมารทอง เป็นเรื่องของผีเด็ก กุมารทองให้คุณในเรื่องของการค้าขาย จริงๆ แล้วเป็นส่วนน้อยมาก จริงๆ อยู่ที่บุญของคนๆ นั้น ถ้ามีบุญอยู่กุมารทองก็เป็นแค่สวนเสริม อาจจะไม่ต้องใช้กุมารทองใช้ลูกน้องเราก็ได้เท่ากัน หรือได้มากกว่าด้วย เพราะไม่ได้เกี่ยวกับผีเหล่านั้น ถ้าเราเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะประสบกับวิบากกรรมใช้แรงผีเด็ก ทำให้เราหลงผิดไปศึกษาในเรื่องผิดๆ

การตั้งศาลพระภูมิ ตั้งเลยดีไหม?

     ศาลพระภูมิ ไม่ใช่หลักการของพระพุทธศาสนา ศาลพระภูมิก็มีทั้งภูมิเทวา เจ้าที เชื่อมโยงอยู่ แต่สวนใหญ่ศาลพระภูมิเล็กๆ ไม่มีใครอยู่หรอก เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้ายังไม่เคยตั้งก็อย่างไปตั้ง ถ้าตั้งไปแล้วก็อย่าไปยุ่งถ้าประชุมกันแล้วก็จะถอนออกก็ถอนออกดีๆ เหมือนคนพูดคุยกัน ปรึกษาหารือกันแล้วก็ไปแจ้งเขาดีๆ ว่าตรงนี้จะใช้ประโยชน์อะไรต่าง ๆ เห็นว่าท่านไม่เหมาะที่จะอยู่ตรงนี้  มันเล็กมากเลย คือ อย่าไปไล่รื้อถอน (อย่าไปลบหลู่)

ยันต์ต่างๆ สักยันต์ ลายสักยันต์ล่ะ ดีหรือเปล่า?

   การสักยันต์ ไม่ใช่การสักคำสอนของพระพุทธเจ้าลงไป  ไม่มีการสักคำสอนของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแน่ๆ ที่มาของการสักยันต์เกิดในสมัยของคนจะต้องเป็นทหาร ต้องแบ่งเป็นหมวดเป็นหมู่จะได้ทราบว่าใครอยู่หมู่ไหน โดยการสักบนร่างกาย ต่อมาก็มีเรื่องของคาถา อาคม ไสยเวท เรื่องของความเชื่อ บวกกับพลังอำนาจไสยศาสตร์เข้ามา คาถาไม่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดขึ้นอยู่กับตัวเราและครูอาจารย์ ที่เเขาทำมา เราไม่ควรเข้าไปยุ่ง

2. ไสยศาสตร์จีน รวมไปถึงชนเผ่าชาวเขา

การทำนายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในข้างหน้าตลอดจน ในส่วนของการขอให้สิ่งศักดิ์สิทธ์  ช่วยเหลือ ยาสั่ง

3. ไสยศาสตร์ตะวันตก

เช่น แม่มด คำสาป อำนาจวิเศษ

4. ไสยศาสตร์อิสลาม

มีการบันทึกไว้ในคำภีอัลกุรอาน ทางอิสลามไม่สนับสนุนเพราะเป็นบาป เป็นสิ่งที่ทำให้เสียคุณความดี
  
   4.1. การทำนายเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
   4.2. การทำร้ายกันโดยคุณไสย

5. ไสยศาสตร์ไทย

จะเป็นการรักษาตัว ป้องกันตัว ซึ่งแตกต่างจากไสยศาสตร์ขอม เช่น ปราบผี ทำให้คลาดจากภัยอันตราย

แม่มดมนต์ดำ ไสยศาสตร์


ทันธรรม
โดย พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ

ในทางพระพุทธศาสนา

พระพุทธรูปปางไสยญาติ หรือพระนอน ไสย แปลว่า หลับ ไสยศาสตร์ จึงแปลว่า "ศาสตร์ที่ทำให้หลับ"

พุทธ แปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พุทธศาสตร์ จึงแปลว่า "ศาสตร์แห่งผู้ที่ตื่นแล้ว"

ขึ้นอยู่กับตัวของเราว่าจะเรียนให้เป็นผู้ตื่น หรือเรียนให้เป็นผู้หลับดี

     พุทธศาสตร์กับไสยศาสตร์ ตรงกันข้ามกัน เราควรศึกษาคือพุทธศาสตร์ แต่ก็มีเรื่องราวของไสยศาสตร์วนอยู่รอบตัวเรา ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจกับมัน ไสยศาสตร์ในเมืองไทยค่อนข้างที่จะอิทธิพลสูงก็คือ สายเขมร ไทยยกทัพไปตีเขมร พอได้กัมพูชามาก็ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องไสยเวท ไสยศาสตร์ จากทางกัมพูชา แม้แต่ตัวอักขระที่เราจารึกในพระไตรปิฎก ตั้งแต่โบราณมาก็ใช้อักษรขอม ก็คืออักษรเขมรนั้นเอง  เราถือว่าเป็นอักขระที่ค่อนข้างศักดิ์สิทธิ์เป็นอิทธิพลจากราชสำนักกัมพูชามาถึงไทย ในขณะนั้นแล้วก็มีสารพัดวิชา เช่น หมอผี เสน่ห์เล่ห์กล ทั้งยาแฝด ทั้งควายธนู ซึ่งในไสยศาสตร์เราแบ่งออกได้เป็นสองทางใหญ่

ไสยศาสตร์ของเขมร

1. สายขาว ทำให้เกิดเมตตามหานิยม วิชานะหน้าทอง ทำให้เกิดเมตตามหานิยมเป็นต้น หรือวานางกวัก หรือว่าคงกระพันชาตรีเพื่อป้องกันตัว อันนี้ยังเป็นไปในทางบวก

2. สายดำ  ในทางลบ เช่น จะเสกหนังควายเข้าท้อง ปล่อยหุ่นขี้ผึ้งไปทำร้าย ปล่อยควายธนูไปทำร้าย  คือเน้นไปในทางทำร้าย คือแบบลบ เราไม่ควรไปยุ่งเด็ดขาด

     ถ้าเขาจะมาทำเราไม่ต้องกลัว  ถ้าเราได้ศึกษาพุทธศาสตร์อยู่ในศีลในธรรมไม่มีวิบากกรรมเก่ามา เขาทำอะไรเราไม่ได้ ศีล ธรรมะ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสูงสุด จะเป็นเกาะแก้วคุ้มครองภัยให้เราเอง ซึ่งเรื่องนี้ในอดีตมีคนศึกษาเยอะกว่าปัจจุบัน และขุนโจรทั้งหลายมักจะมีวิชาพวกนี้ติดตัวทั้งนั้น พอศึกษาวิชาพวกนี้แล้วรู้สึกร้อนวิชา ว่าตัวเองแน่กว่าคนอื่น เก่งกว่าคนอื่น ก็เลยคิดจะไปเป็นโจร ถ้าไม่ศึกษาอาจจะไม่เป็นโจรก็ได้มันมีสองด้าน ทำให้ส่งผลถึงกัน และ กันเพราะเป็นโจรจึงทุ่มเทศึกษาเพื่อจะคุ้มครองตัว เป็นต้น

     ตัวอย่าง เสือดำ ดังมากในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถ้าพูดถึงเสือดำในย่านสุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท รู้จักกันหมด เด็กร้องไห้พอบอกว่าเสือดำจะมาแล้วยังเงียบเลย แต่เขาก็เป็นขุนโจรที่พิเศษ บางคนถึงขนาดบอกว่าเป็นสุภาพบุรุษเสือดำ คือ ก่อนจะปล้นจะมีการปิดประกาศล่วงหน้าให้รู้ว่าจะมาปล้นวันไหน เวลาเท่าไร ที่ไหน บอกก่อนล่วงหน้า สมัยนี้คงเป็นไปไม่ได้คงโดนตำรวจจับ

     สมัยก่อนสงครามโลก ตำรวจยังไม่แข็งแรงเท่าปัจจุบัน  เพราะอยู่ในชนบท กำลังเจ้าหน้าที่ยังไปไม่ถึง และเวลาปล้นก็กำกับลูกน้องอย่างดีว่า อย่าทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ตรงจุดไหนย่านชุมชนมีเด็ก มีคนแก่  อยู่เยอะๆ ไม่ปล้น ตลาดสด เพราะกลัวคนเจอลูกหลง คนจะเสียชีวิต ต้องหลีกเลี่ยงการทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน เรียกว่ามีจริยะของโจร แล้วก็ถึงเวลาจะปล้นตามเวลานัดหมายก็เอาถุงมา ยิงปืนขึ้นฟ้าก่อนสามนัด สมัยก่อนนั้นขี่ม้า พกปืน 2 กระบอก ลูกน้องตามมาเป็นขบวน  แล้วก็เอาถุงไปทิ้งไว้หน้าบ้านคนรวย ๆ ตอนก่อนตะวันตกดิน ทุกคนก็เก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านกลัวเสือดำ พอเช้าตะวันจะขึ้น ก็มาเก็บถุง เจ้าของบ้านก็ต้องเอาทรัพย์มาใส่ไว้ในถุง ไม่ต้องบุกขึ้นบ้านเขา พังประตูเขา ไม่ต้องเอาปืนยิงเขา แค่เอาถุงไว้หน้าบ้าน แล้วเช้าก็มาเก็บ เหมือนกับเรียกค่าคุ้มครองมากกว่า เจ้าของบ้านก็เอาทรัพย์สินเงินทองตามเหมาะสม น้อยไปก็ไม่ได้ น้อยไปวันหลังมาเยี่ยมใหม่ ใส่ไว้ในถุง แล้วเขาก็มาเอาถุงไป มีไปแบ่งปันให้คนลำบากยากจนบ้าง แล้วกำชับลูกน้องทุกคนว่าห้ามลบกลัว ทำร้ายชีวิต หรือไปรังแกผู้หญิง ห้ามเด็ดขาด วิธีการปล้นเป็นอย่างนี้ เขาถึงเรียกว่าสุภาพบุรุษเสือดา

     พอดังระเบิดตำรวจก็รู้สึกว่าถูกหมิ่นศักดิ์ศรี มีการตั้งค่าหัวหลายหมื่น หลายหมื่นสมัยก่อนเท่ากับสมัยนี้คือหลายล้าน สุดท้ายมีตำรวจมือดีมีวิชาขลังเหมือนกัน ชื่อ ขุนพันธรักษ์ราชเดช มีวิชาอาคมเหมือนกัน อาสามาปราบเสือดำ มีการดวลปืนกันหลายครั้ง เสือดำเองก็รอดไปได้ทุกครั้งเพราะมีวิชาอาคมดียิงไม่เข้า สุดท้ายเลยท้าดวล กันตัวต่อตัวที่ จ.ชัยนาท โด่งดังมาก ก็กินกันไม่ลงอีก ก็เลยตัดสินใจนัดคุยเจรจากันด้วยเกียรติของตำรวจ และเกียรติของเสือดำ ขุนพันธรักษ์ราชเดช ก็ขอร้องเสือดำว่าเลิกได้ไหมเป็นโจร แล้วจะไม่จับ

     เรื่องเก่าก็ของให้แล้วกันไป แต่ขอให้เลิกเป็นโจรมาทำมาหากินจะได้เลิกรบกวนชาวบ้าน เพราะมันไม่ถูก ถ้ามาปล้นแบบนี้ตำรวจก็ปล่อยไม่ได้มันก็ต้องตามล้างตามผลาญ กันอย่างนี้ต่อไป เสือดำเรียกว่าใจนักเลงเหมือนกัน ตัดสินใจรับคำขอ สลายกองกำลัง ทรัพย์สินที่มีอยู่ก็แบ่งให้ลูกน้องกันไป ตัวเองไปบวช จนกระทั่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่วันศรีนวลที่กรุงเทพฯ แล้วก็มีชื่อเสียงโด่งดังทำประโยชน์ให้กับสาธารณชนมากมาย สร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน ช่วยเหลือชาวบ้าน เมื่อบวชแล้วก็ตั้งใจปฏิบัติ หลังบวชก็ตั้งใจทำความดี นั้นคือโจรสมัยก่อน ระดับที่เรียกว่าเสือต้องเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่เกกมะเรกเกเร ทำร้ายเขา เขาไม่ทำกัน แต่อย่างไรก็ตามเป็นโจรดีเท่าไร อย่าเป็นเลย เพราะยังไงก็ยังมีวิบากกรรมตามมา

ตะกรุดครื่องรางของขลัง
ตะกรุดครื่องรางของขลัง

ไสยศาสตร์ ลองของ ลองวิชา

     พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านก็มีประสบการณ์พวกนี้เยอะ ก่อนจะเข้าถึงธรรม ท่านไปศึกษามาหมดแล้วสรรพวิชาทั้งหลาย เรียนอะไรก็สุดความรู้ครูบาอาจารย์หมด พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยเล่าว่า หลวงพ่อวัดลำพระยาเล่าให้ท่านฟัง หลวงพ่อวัดลำพระยาแต่ก่อนเป็นอุปัฏฐากหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตั้งแต่อายุ 12 ยังไม่ได้บวช  ไปปรนนิบัติรับใช้ท่าน แล้ววันหนึ่งก็เห็นมีพระธุดงค์จากป่ามา ห่มจีวรสีกระ มา 3 รูป มาถึงก็จะมาขอลองวิชาหลวงปู่ ว่าวิชาใครเหนือกว่ากัน ถ้าหลวงปู่เหนือกว่าก็จะขอฝึกวิชาด้วย หลวงปู่เลยให้หลวงพ่อวัดลำพระยาที่ยังเป็นเด็กอยู่ไปปั่นตุ๊กตามา 2 ตัว เอาดินเหนียวปั้น พอได้มาถึงท่านก็วาง ท่านไม่ต้องเสก ตุ๊กตาวิ่งเข้าหากันเลย ท่านก็ยิ้มไม่ว่าอะไร พระธุดงค์ 3 รูป ดูแล้วก็ยังไม่ตื่นเต้นเท่าไร ก็คงจะทำได้เหมือนกันเลยเฉยๆ

 

     หลวงปู่ท่านก็ให้หลวงพ่อวัดลำพระยาเอาไปทิ้ง แล้วให้ไปสานเป็นรูปวัวมา พอสานมาเสร็จ ท่านไม่ต้องเสก วัวทำท่าจะบิน พระธุดงค์ท่านก็ยังเฉยๆ ท่านก็แน่เหมือนกัน

นะหน้าทอง เมตตามหานิยม

     ท่านก็ให้หลวงพ่อวัดลำพระยาไปเอาผ้าอาบน้ำฝน ที่ใช้สรงน้ำ ท่านจะทำนะหน้าทองให้ดู วิชานะหน้าทองเป็นทางด้านเมตตามหานิยม โดยหลักก็คือการเสกทองให้ไปติดอยู่ในกระหม่อม โดยทั่วไปจะเอาน้ำมันมาท่าที่หน้าผาก เสร็จแล้วเอาทองคำเปรียวมา ติดแล้วก็เอามือคลึงไป แล้วเสกคาถา ทองเปลวก็จะซึ่งเข้าไปในตัว ไปติดที่กระโหลกที่กระหม่อม ทำให้เกิดเป็นเมตตามหานิยมอยู่ตลอดชีวิต

    ถ้าเกิดคนที่เก่ง ไม่ต้องเอามือคลึงแค่เสกคาถาทองก็เข้าไป ถ้าเกิดเก่งกว่านั้น น้ำมันไม่ต้องทาไม่ต้องปิดที่หน้าผากด้วย ถือทองคำเปรียวในมือ ท่องคาถาเท่านั้นทองคำเปรียวมันแวบเข้าไป นี้เรียกกว่าฝีมือขั้นเทพ  แต่ของพระเดชพระคุณหลวงปู่ยิ่งกว่านั้น คือไม่ต้องใช้ทองคำเปรียวเลย เอาผ้าอาบมารูปที่หน้า ทั้งหน้าเป็นทองคำไปหมดเลย พระธุดงค์ทั้ง 3 รูป ก้มกราบขอเรียนวิชา หลวงปู่ท่านบอกว่าไม่ใช่สาระ พวกนี้ทำให้หลงเปล่าๆ มาเรียนวิชาพระพุทธเจ้าดีกว่า คือ วิชชาธรรมกาย

พระพุทธศาสนากับไสยศาสตร์

 

สัมมาอะระหัง ประเสริฐที่สุด วิชชาพระพุทธเจ้า

    สัมมาอะระหัง ประเสริฐที่สุด ให้เรารู้ว่าสิ่งเหลานี้มันมีอยู่ แต่ว่าเราอย่าไปยุ่งกับมันดีทีสุด ถ้ามีวิชาแล้วมันจะร้อนวิชาอยากลอง ทำให้ความยับยังชั่งใจลดลง ไม่เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นอย่าไปหมกมุ่นกับวิชาพวกนั้นไม่เกิดประโยชน์ เราฝึกวิชชาที่สว่าง เป็นเหตุเป็นผลดีกว่า โดยเฉพาะการฝึกพุทธศาสตร์ การประพฤติปฏิบัติธรรมให้ประโยชน์สูงที่สุด และเป็นประโยชน์มากที่สุดกับตัวของพวกเรา
 

แผนผังกรรมที่เกิดจากการไปยุ่งเกี่ยวกับไสยศาสตร์ไสยเวท


แผนผังแสดงกรรมที่เกิดจากไสยศาสตร์ไสยเวท

แผนผังกรรมที่ส่งผลให้โดนของ โดนคุณไสย


แผนผังแสดงกรรมที่เกิดจากไสยศาสตร์ไสยเวท


ร่างทรงและองค์เทพมีจริงหรือไม่



บทความน่าอ่านเกี่ยวกับไสยศาสตร์ไสยเวท

คุณไสยปล่อยหนังควาย บุญดูแลบิดามารดาคุ้มอบาย
เชื้อสายไสยเวท ท้องโตวันพระ
คุณไสยควายธนู และตุ๊กตาหลังชนกัน

วิชาไสยเวท ส่งดอกไม้ถึงกันด้วยวิธีอัศจรรย์พันลึก
น้องชายถูกคุณไสยหรือไม่ ทำไมทำพิธีถอนแล้วไม่ได้ผล
ทำไมถึงโดนของ โดนคุณไสย เหตุผลของการติดอยู่ในวงจรไสยเวทคืออะไร
อดีตชาตินับถือไสยเวท ทำให้ชาตินี้เป็นโรคจิตประสาทจริงหรือไม่
การสะสมพระเครื่องโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับไสยเวทจะได้บุญไหม

 
 
รวมเรื่องผีๆ
 
 
[[videodmc==46778]]

บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/top_of_week/พระพุทธศาสนากับไสยศาสตร์.html
เมื่อ 20 พฤษภาคม 2561 18:23
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2561 http://www.dmc.tv