ปัจจัย
วัยรุ่นยุคใหม่กับภัยลดน้ำหนัก

ทันโลกทันธรรม
เรื่อง : พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
จากรายการทันโลกทันธรรม ออกอากาศทางช่อง DMC

 
     กระแสความนิยมของวัยรุ่นไทยโดยเฉพาะฝ่ายผู้หญิง ชอบที่จะมีรูปร่างที่ผอมเพรียวเพื่อที่จะได้ใส่เสื้อผ้าแฟชั่นซึ่งมีขนาดเล็กมากๆ ได้สวยงามดังนั้น ถ้าใครที่ออกจะมีเนื้อมากซักหน่อยหนึ่ง ก็จะคิดว่าตัวเองอ้วนเกินไป
 
     ปัจจุบันไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงต่างให้ ความสำคัญเรื่องน้ำหนักมากขึ้น ต่างคนต่างหาวิธีต่างๆ เพื่อลดน้ำหนัก เพื่อให้ตัวเองดูดี หุ่นดี ไม่ว่าวิธีไหนที่ใครว่าดี พวกเค้าเหล่านั้นก็ยินดีที่จะจ่ายเงิน ซื้อสินค้ามาบริโภค

ปัจจัยภายในที่ทำให้กลัวความอ้วน
 
     1.ทัศนคติ
     2.ค่านิยม
     3.การยอมรับในตัวเอง


ปัจจัยภายนอกที่ทำให้กลัวความอ้วน
 
     1.กลุ่มเพื่อน
     2.สื่อและการโฆษณา

วิธีการลดน้ำหนักที่อันตราย

     1. การใช้ยาลดน้ำหนักในตัวยาแบ่งเป็น 7 กลุ่ม
 
          1. แอมเฟสตามีน
          2. เฟนฟลูรามีน
          3. ฮอร์โมนไทรอยด์
          4. ยาขับปัสสาวะ
          5. ยาถ่าย หรือ ยาระบาย
          6. วิตามิน
          7. ยานอนหลับ

ประเภทของยาลดน้ำหนัก

     ได้รับทราบข่าวเตือนภัยยาลดน้ำหนักกันไปแล้ว ต่อไปนี้คือเกล็ดความรู้เกี่ยวกับประเภทต่างๆ ของยาลดน้ำหนักที่มีการจำหน่ายกันในปัจจุบัน

           1. ยาควบคุมความหิว ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์กดศูนย์ควบคุมความหิวในสมอง ทำให้ไม่รู้สึกอยากรับประทานอาหารและอิ่มเร็ว แต่เนื่องจากยาประเภทนี้ออกฤทธิ์ต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดผลแทรกซ้อนค่อนข้างมาก เช่น นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หงุดหงิด ใจสั่น ปากแห้ง
 
           2. ยาเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เป็นการนำยาในกลุ่ม “ไทรอยด์ฮอร์โมน” ที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคไทรอยด์มาใช้ เพราะยากลุ่มนี้สามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน น้ำหนักจึงลดลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม น้ำหนักที่ลดลงเป็นน้ำหนักที่เกิดจากมวลรวมของร่างกาย แทนที่จะเป็นไขมัน ดังนั้น ยานี้จึงส่งผลข้างเคียงสูง แถมยังเป็นอันตรายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย
 
           3. ยาระบายและยาขับปัสสาวะ เป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากทำให้เห็นผลเร็วและน้ำหนักลดลงมาก แต่ความจริงแล้วเป็นภาพลวงตา เพราะสิ่งที่ลดลงไม่ใช่ไขมัน แต่เป็นน้ำภายในร่างกาย การใช้ยาประเภทนี้จะส่งผลข้างเคียง เช่น ทำให้ขาดเกลือแร่ที่สำคัญ และอาจทำให้ไตมีปัญหาได้
 
           4. ยาที่ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นพวกใยอาหาร (ไฟเบอร์) เช่น บุก แมงลัก ซึ่งมักทำให้เกิดอาการท้องอืด
 
         5. ยาลดการดูดซึมไขมัน ทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของน้ำย่อย ที่มีหน้าที่ย่อยสลายไขมัน เมื่อไขมันไม่ถูกย่อยก็จะไม่ถูกดูดซึมเข้าร่างกาย และในที่สุดจะถูกขับถ่ายออกไป อย่างไรก็ตาม ยาประเภทนี้มีผลข้างเคียงทำให้มีลมในลำไส้มาก ท้องอืด ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำมัน ผายลมมีน้ำมันปนออกมา อุจจาระบ่อย หรือกลั้นอุจจาระไม่อยู่
 
           6. อาหารเสริมที่อ้างว่าสามารถช่วยลดน้ำหนัก เช่น ไคโตซาน ส้มแขก
 
           7. วิตามิน ถูกจ่ายควบคู่มาด้วย เนื่องจากผลข้างเคียงของยาต่างๆ ข้างต้นทำให้ไม่รู้สึกหิว กินอาหารไม่เพียงพอ หรือระบายน้ำออกจากร่างกายมากไป ทำให้ร่างกายสูญเสียเกลือแร่และวิตามิน

          สิ่งนี้แท้จริงแล้วไม่ได้มีผลในการลดไขมันในร่างกาย จึงไม่ทำให้เราผอมลง ยาเหล่านี้จะมีฤทธิ์ในการทำให้เราไม่อยากทานอาหารและขับปัสสาวะ ดังนั้นสิ่งที่ออกไปจากร่างกายเรา จนดูเหมือนว่าเราน้ำหนักลดก็คือ "ของเหลวหรือน้ำ" ในร่างกาย แต่ไขมันยังอยู่ ผลกระทบที่อันตรายก็คือ ในขั้นเบาจะทำให้เกิดการวิงเวียน เจ็บหน้าอก เส้นเลือดแตกและขั้นรุนแรงอาจถึงเสียชีวิต หากใครที่มีปัญหาโรคหัวใจหรือความดันสูงอยู่แล้ว ยานี้ถือว่าอันตรายมาก และถ้าใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดโรคจิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีแนวโน้มของความผิดปกติทางจิตอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังอาจพบการดื้อยาและการติดยาเกิดขึ้นได้
 
     2. การอดอาหาร
 
          วิธีนี้จะทำให้เราสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และในระยะยาวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอลง และทำให้เกิดความเครียดต่ออวัยวะสำคัญในร่างกาย และถ้าเข้มงวดในการควบคุมแคลอรีในร่างกายมากเกินไป ก็จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้หิวและอยากอาหารมากซึ่งอาจเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
 
     3. การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
 
 

วิธีการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี

     1.ความแน่วแน่
     2.การออกกำลังกาย การออกกำลังกายที่เรารู้ว่าจะต้องออกอย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป หรือการที่มีเหงื่อออกจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผอมลงได้ ไปจนถึงหลักการ ลดน้ำหนักด้วย
     3.ควบคุมอาหาร รับประทานอาหารให้ ครบ 5 หมู่

ผลข้างเคียงของการลดความอ้วน

     ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ของยาลดความอ้วนนั้นค่อนข้างน้อย และมักจะดีขึ้นเมื่อร่างกายของคุณปรับตัวกับยาได้ โดยยาประเภทกดความอยากอาหาร จะมีผลข้างเคียงคือ
 
          - กระตุ้นการเต้นของหัวใจ
          - เพิ่มความดันโลหิต
          - ท้องผูก
         - นอนไม่หลับ
         - คอแห้งอย่างมาก ปากแห้ง
         - มึนงง ปวดศีรษะวิตกกังวลคัดจมูก

“ดูดีอย่างพอดี ไม่ใช้ดูดีอย่างผอมเกินจนป่วยไข้“
 
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/top_of_week/วัยรุ่นยุคใหม่กับภัยลดน้ำหนัก.html
เมื่อ 6 พฤษภาคม 2567 14:16
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2567 http://www.dmc.tv