ความอดทนซ่อนร้าย

หากไม่รู้ว่าความอดทนที่แท้จริงคืออะไรแล้วพยายามอดทนไปทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ทิศทางที่ถูกต้องหรืออดทนเกินขีดจำกัด ก็จะเกิดผลร้ายตามมา https://dmc.tv/a24818

บทความธรรมะ Dhamma Articles > ทันโลกทันธรรม
[ 30 เม.ย. 2562 ] - [ ผู้อ่าน : 360 ]
ความอดทนซ่อนร้าย
หากไม่รู้ว่าความอดทนที่แท้จริงคืออะไรแล้วพยายามอดทนไปทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ทิศทางที่ถูกต้องหรืออดทนเกินขีดจำกัด ก็จะเกิดผลร้ายตามมา
 
เรื่อง : พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑฺโฒ)
จากรายการทันโลกทันธรรม ออกอากาศทางช่อง GBN
 

 
หลายคนคิดว่าอดทนเป็นเรื่องที่ดีแล้วพยายามอดทนจนตัวเองเป็นทุกข์แสดงว่าเข้าใจเรื่องความอดทนผิดไปหรือไม่?
 
          ลักษณะของความอดทนจะต้องแยกว่าเป็นลักษณะที่ถูกต้องหรือเป็นลักษณะอดทนซ่อนร้ายคืออดทนแล้วส่งผลกระทบในทางร้ายต่อตัวเราเอง หรือต่อผู้อื่น เพราะฉะนั้นจะต้องแยกให้ออกก่อน 
 
ความอดทนที่ถูกต้องควรจะเป็นอย่างไร?
 

          การอดทนที่ถูกต้อง 1. เป็นเรื่องของความอดทนความอดกลั้นคือ ถูกด่าก็ไม่โกรธ ถูกยั่วยุก็ไม่ตอบโต้ แล้วไม่ปล่อยใจให้เศร้าหมอง กับความโกรธของผู้อื่น เพราะความอดทน แปลว่า กำลังเจอกับอารมณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง คือใจต้องผ่องใสไม่เศร้าหมอง เจอเรื่องอะไรก็รักษาใจนิ่งๆ เฉยๆ มีความสุขได้เสมอ คือความอดทนนั้นเกิดความอดกลั้น

 
          2.เป็นผู้ไม่ดุร้าย สามารถที่ข่มความโกรธเอาไว้ได้ เวลาใครโกรธก็ไม่โกรธตอบ และไม่ทำร้ายไม่ตอบโต้ด้วยอาการต่างๆ
 
          3.ไม่ปลูกน้ำตาให้ใคร คือไม่ก่อความทุกข์กับผู้อื่น ไม่ทำให้ผู้อื่นเจ็บแค้น จนถึงต้องหลั่งน้ำตาเพราะฉะนั้นเวลาเจออารมณ์ที่ไม่พึงพอใจโดยมีผู้อื่นเป็นต้นเหตุก็ไม่พยายามที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกเสียใจจนกระทั่งหลั่งน้ำตาออกมานั่นเอง

 
          4.มีจิตใจเบิกบานแจ่มใสอยู่เป็นนิจ คือเป็นผู้ที่ไม่โทษใครเลย ไม่โทษว่าเกิดจากสิ่งนั้น เกิดจากคนนั้น ไม่โทษดินฟ้าอากาศ ไม่โทษเทวดาไม่โทษโชคชะตาชีวิตตัวเอง และไม่โทษผู้อื่นคือลักษณะของความอดทนที่ถูกต้อง
 
หากอดทนแล้วจะต้องทำแบบว่าไม่ได้แล้วไม่ไหวแล้วไม่ผ่องใส แบบนี้คือเข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่?
 

          เป็นความอดทนซ่อนร้าย ได้แก่ 1.คือการอดทนที่ไม่รู้ขีดจำกัดตัวเอง เป็นการสะสมเนื่องจากไม่รู้ขีดจำกัดตัวเอง เมื่อเกินขีดจำกัดแล้วระเบิดออกมาอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรงเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง
 
          2. การอดทนที่เป็นการรองรับอารมณ์คือคนเราไม่ควรจะรู้สึกอึดอัดและต่ำต้อยแบบนี้ไม่ได้เป็นการอดทนแต่เป็นการเก็บอารมณ์และซ่อนความรู้สึกเอาไว้ โดยข้างหน้าก็ยังยิ้มได้ แต่น้ำตาตกใน ยอมตัวเป็นที่รองรับอารมณ์ เพื่อนก็คิดว่าคนนี้รับได้เพราะไม่เห็นจะบ่นอะไร ไม่เห็นโวยวายอะไร สุดท้ายกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ ที่ระบายอารมณ์โดยที่ก็ไม่ได้รู้สึกดี เรียกว่าเป็นความอดทนซ่อนร้าย

 
          3.การอดทนทำร้ายจิตใจตัวเอง คืออดทนจนไม่มีความสุข วิธีอดทนที่ถูกต้องนั้นจิตใจจะเบิกบานแจ่มใส การอดทนแบบทำร้ายจิตใจตัวเองคือการแบกทุกข์เป็นการอดทนแบกทุกข์ และแบกเอาไว้คนเดียว กลายเป็นที่สะสมเรื่องไรร้าย สะสมเรื่องและสะสมอารมณ์ร้ายๆ ของทุกคนเป็นความอดทนผิดทาง
 
จะฝึกความอดทนได้อย่างไร?
 

          1.การฝึกสติ คือ มีสติรู้ตัวอยู่เสมอ ทั้งสติที่เป็นไปในกายว่ากำลัง นั่ง ยืน เดิน นอน และสติที่เป็นไปในอายตนะทั้ง 6 คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสต่างๆ และอารมณ์ที่เกิดในจิตเรา เหมือนกับเราจะรู้ตลอดเวลา ตอนนี้โกรธ ตอนนี้ร้อนใจ ตอนนี้ไม่สบายใจ ตอนนี้มีเสียงมากระทบหูรู้สึกไม่ดี เหล่านี้ คือการฝึกสติ ถ้ามีสติรู้ตัว มักจะเป็นคนที่ปล่อยวางได้รวดเร็ว เพราะจะรู้ตัวตลอดว่าตอนนี้มีอารมณ์แบบนี้เกิดขึ้นแล้ว แล้วก็คลายไป เพราะทุกอย่างจะอยู่ในกฎของไตรลักษณ์ คือเกิดสักพักก็คลายไปเอง แต่ตอนที่ตอบโต้ก็จะเกิดความเดือดร้อน การแสดงความโกรธก็ไม่ใช่ความอดทน

 
          2.การระบายอารมณ์ ถ้าระบายทางตรงคือปิดประตูห้องตะโกนได้ระบาย ได้ตะโกนออกมา หรือพูดกับคนที่ไว้ใจ พูดแล้วสบายใจคือเพื่อนสนิทที่คุยได้ คุยแล้วรู้สึกว่ามีมุมมองให้เราฟังแล้วรู้สึกดี หรือเป็นคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์กำลังไม่สบายใจแค่ต้องการคนที่อยู่ข้างๆและเข้าใจ
 
          การระบายอารมณ์อีกอย่างหนึ่ง คือการเขียนไดอารี่ เป็นการระบายอารมณ์แบบสุขุม คือไม่ไปกระทบกับใคร นั่งเขียนไดอารี่ไปเรื่อยๆ ก็ได้ระบายออกไป หรือการร้องไห้ร่างกายจะหลั่งสารเอนโดฟินออกมา จะทำให้เรารู้สึกสบายใจ แล้วการร้องไห้เป็นการลดแมงกานีส ในเลือดถ้าร้องไห้ออกมาแมงกานีสจะได้ระบายออกไป
 
          การระบายอารมณ์ทางอ้อม เช่น การเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น ไปดูหนัง ร้องเพลง หรือ ช้อปปิ้ง ไปนั่งสมาธิ(Meditation) อยู่กับเพื่อนสนิท ออกกำลังกาย เป็นลักษณะของการระบาย อารมณ์ออกไปโดยอ้อมๆ 

 
          3.การปรับที่ทัศนคติโดยสร้างความเข้าใจในโลกและชีวิตว่า มันก็เป็นของมันอย่างนั้น เขาก็มีชีวิตของเขาแบบนั้น มีเลี้ยงดูมาแบบนี้ แล้วมีวิธีการตัดสินใจแบบนี้ มีการแสดงออกอย่างนี้เพราะฉะนั้นก็มาปรับทัศนคติที่ตัวเราว่า ก็แค่ปล่อยวางแล้วก็เหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาออกไป ไม่ได้เก็บอารมณ์เอาไว้ในใจ คือเอาสารที่จะสื่อมาก็พอแล้ว ว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร แต่ในส่วนที่เป็นอวัจนะภาษาต่างๆรวมทั้งวัจนะภาษาที่ไม่ถูกใจก็ใส่ตัวกรองเข้าไปแล้วก็กรองออก ให้เหลือแต่สารจริงๆ เป็นวิธีปรับทัศนคติของเรา
 
          4.การมีที่ปรึกษาที่สามารถที่จะชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง และการสร้างความสุขในตัวได้ อย่างถูกต้อง

ทันธรรม...โดย พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ          
 

          ถ้าเป็นความอดทนที่ถูกหลักจริงแล้วมีแต่ดีกับดีอย่างเดียว ความอดทนที่เรียกว่าซ่อนร้ายนั้นไม่ใช่ความอดทนแต่เป็นการเก็บกด ถ้าเก็บกดเวลาเจออะไรไม่ดีที่ไม่ชอบ แล้วก็เก็บไว้ข้างใน ปั้นสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสคนดูไม่ออก แต่ความจริงในใจขุ่น ในใจทุกข์ เก็บนานๆ เข้าก็รู้สึกแย่ ความอดทนที่ถูกต้อง เป็นการอดทนเพื่อไม่ให้สิ่งไม่ดีที่มากระทบ มาดึงให้เขวออกไปจากทางที่ถูกต้องเป็นการขจัดสิ่งที่จะมาขวางพลังสร้างสรรค์ ความอดทนจะไปพร้อมกับปัญญา คือการขับเคลื่อนไปสู่ทางที่ดี ไปสู่ทางสร้างสรรค์เสมอคือต้องมีปัญญาประกอบด้วย 
         
          พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์แจกแจงความอดทนเป็น 4 ระดับคือ 
 

          1.ทนต่อความหนาวความร้อน สภาพดินฟ้าอากาศ ที่ไม่เป็นใจต่างๆ ทนต่อความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เหล่านี้ได้เป็นต้น 
 
          2.ทนต่อทุกขเวทนา ไม่สบาย เป็นหวัดบ้าง ปวดหัวตัวร้อนบ้าง ทนได้ไม่ใช่อะไรนิดหน่อยก็ โอยทนไม่ไหว แต่เกิดอะไรขึ้นก็ยังทนและยังสู้ เพื่อให้สามารถทำงานต่อไปได้ 

 
          3.ทนต่อการกระทบกระทั่ง ทนต่อความเจ็บใจได้ มีเรื่องกระทบกับใครแล้วก็สู้ได้ไม่ถอย เพราะหากไม่มีความอดทนอย่างนี้แล้ว ก็จะน้อยใจหมดกำลังใจทำความดี พลังสร้างสรรค์ถูกขวางทันที พลังที่จะก้าวไปข้างหน้าถูกขวางทันที แต่คนที่มีความอดทนต่อการกระทบกระทั่ง ทำให้เหตุที่เกิดขึ้นมาขวางเขาไม่ได้ เขาสามารถเคลียร์สิ่งเหล่านั้นให้ออกไปจากใจ ไม่ใช่เก็บกด ให้ผ่านไปจากใจ แล้วมีใจที่ผ่องแผ้ว พร้อมจะเดินหน้าต่อไป อย่างไม่หยุดยั้ง 
 
          4.ทนต่อความยั่วยวนของกิเลส กำลังลุยงานอยู่ กำลังลุยอ่านหนังสืออยู่ตั้งใจจะเอาคะแนนดีๆ ให้ได้ ทำงานผลงานดีๆ ให้ได้ มีเพื่อนชวนไปเล่นเกมคอมพิวเตอร์บ้าง ไปเล่นไพ่บ้าง ไปปาร์ตี้ดึกๆบ้างไม่เขว ไปกับเขา ยังคงตั้งใจมุ่งมั่น ทำในสิ่งที่ควรทำอยู่ การอดทนต่ออำนาจกิเลสอย่างนี้ได้ ทำให้พลังสร้างสรรค์ไม่ถูกขวาง ไม่ถูกดึงออกนอกทาง แต่มุ่งไปสู่ความสำเร็จข้างหน้าเสมอ 

 
          ความอดทนทั้ง 4 แบบ เป็นการอดทนรักษาใจที่ผ่องแผ้ว เพื่อให้ขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จให้ได้เพราะฉะนั้นต้องแยกแยะระหว่างความอดทนและการเก็บกดออกจากกัน ต้องไม่เก็บกด แต่ให้อดทน เรื่องอะไรที่ไม่ชอบใจมากระทบ ทนให้ได้โดยให้เรื่องนั้นผ่านจากใจของเราเลย อย่ากั๊กไว้ในใจ ให้ใจเราโปร่ง แล้วสบายใจ ผ่องใส โดยการ1.นั่งสมาธิ เมื่อนั่งสมาธิใจจะนิ่ง ใจจะผ่องใส ความคิดเชิงบวก ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นมา 2.มีโยนิโสมนสิการ แปลว่าคิดเป็น วางแผนจะบริหารเวลาอย่างไร จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอย่างไร จะพัฒนางานเราก้าวหน้าได้อย่างไร พอคิดอย่างนี้แล้วความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นมา 

 
          เมื่อนั่งสมาธิเสร็จแล้วก็มานั่งวางแผนงาน ไตร่ตรองเรื่องความคิดสร้างสรรค์ อย่าไปนั่งหมกมุ่นคิดเรื่องที่ไม่ดี ยิ่งไปหมกมุ่น จะกลายเป็นขยายเข็มให้กลายเป็นเสาเข็ม แต่ถ้าไม่สนใจปล่อยให้ผ่านใจไป แม้ปัญหาใหญ่ๆ ขนาดเสาเข็มจะถูกย่อเล็กลงเหลือแค่เข็มเล่มเดียวเท่านั้นเอง แล้วก็หมดไปในที่สุด ใจก็จะมีแต่ความผ่องแผ้ว มีแต่ความคิดเชิงบวก มีความคิดสร้างสรรค์ 

 
          สิ่งที่จะทำให้เรา ขาดความอดทน แล้วทำให้เราไม่มีความสุข ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอารมณ์ไม่ดี โดยเฉพาะความโกรธ จะบดบังปัญญา ความโกรธทำให้คิดอะไรไม่ออก หน้าแดงก่ำ หงุดหงิด คิดแล้วทำไมเป็นอย่างนี้ ทำไมคนนั้นเขาทำอย่างนั้น อยากจะเอาคืน ความอดทนหายไป อย่าไปทำอย่างนั้น ให้ใจสบายๆ มองทุกคนในแง่บวกเสมอ แม้สิ่งที่เขาทำไม่ดีกับเรา ในความไม่ดีก็มีความดีแฝงอยู่ มีแง่มุมที่เป็นประโยชน์กับเราแฝงอยู่ ถ้าจับแง่มุมเป็น จับแง่มุมคิดให้ดีว่า ก็ดีเหมือนกัน คิดไปในเชิงที่ดีเหมือนกันอย่าไปคิดในเชิงที่แย่จังทำไมเป็นอย่างนั้น คิดไปในทางบวกเสมอ แล้วจะเจอแง่มุมที่ดีแฝงอยู่ในเรื่อง

 
          สำรวจใจของเราให้ดีว่ามีความโกรธเคือง หงุดหงิดขัดใจใครหรือไม่ ทำไมเขาแกล้งเราอย่างนั้น ทำไมเขาไม่ดีกับเราอย่างนี้ แผ่เมตตาให้เขาเยอะๆ ให้ความรู้สึกไม่ดีนั้นหลุดไปจากใจของเรา แผ่เมตตาให้กับเขาอย่างจริงใจ ในระดับที่ว่าเจอหน้ากันแล้ว เราสามารถส่งยิ้มได้อย่างสนิทใจไม่ใช่แกล้งยิ้ม แต่เป็นยิ้มจากใจด้วยความรักและปรารถนาดีต่อเขาจริงๆทำอย่างนี้ได้แล้ว ก็จะตื่นก็เป็นสุขหลับก็เป็นสุข แล้วจะเป็นคนที่มีแต่ความอดทนที่ดีอย่างเดียวไม่มีซ่อนร้ายอยู่ในใจ เพราะไม่ใช่ความเก็บกดแต่เป็นความอดทนที่เป็นพลังสร้างสรรค์นำความสุขและความสำเร็จมาสู่ชีวิตของเรา

 

รับชมคลิปวิดีโอความอดทนซ่อนร้าย : ทันโลกทันธรรม
ชมวิดีโอความอดทนซ่อนร้าย : ทันโลกทันธรรม   Download ธรรมะความอดทนซ่อนร้าย : ทันโลกทันธรรม





พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      future skills
      แอนโทรโปซีน ยุคมนุษย์ครองโลก
      อันตรายจากบุหรี่มือสาม
      สติบำบัด
      เมื่อลูกปลื้มนักร้องต่างชาติ
      วิธีขจัดความลังเลใจ
      ข่าวลือ
      สุขฉบับคนไม่แคร์โลก
      HPV โรคที่ต้องระวัง
      หยุดนิสัยชอบแก้ตัว
      กินให้เป็นยา
      ความมั่นใจสร้างได้




   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

ธรรมะที่เกี่ยวข้อง - Related