นันทิวิสาลชาดก ชาดกว่าด้วยการใช้วาจาไพเราะ

โคนันทิวิสาลได้กำลังใจจากพราหมณ์ ทำให้มีพลังใจมากมายประกอบกับชาวบ้านเมื่อเห็นภาพของพราหมณ์ที่พูดจาไพเราะให้กำลังใจโคของเขา จากที่เคยขบขันก็เกิดเป็นความประทับใจ พลอยให้กำลังใจเจ้าโคไปด้วย โคผู้กตัญญูรู้คุณออกแรงลากจนล้อเกวียนเริ่มหมุน เกวียนทุกเล่มก็เคลื่อนที่ตาม ๆ กัน https://dmc.tv/a26837

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 19 ก.พ. 2564 ] - [ ผู้อ่าน : 17104 ]

ชาดก 500 ชาติ

นันทิวิสาลชาดก-ชาดกว่าด้วยการใช้วาจาไพเราะ

พระฉัพพัคคีย์ 6 รูปที่มักจะก่อเรื่องทะเลาะวิวาทกับพระภิกษุกลุ่มอื่นอยู่เสมอ

พระฉัพพัคคีย์ 6 รูปที่มักจะก่อเรื่องทะเลาะวิวาทกับพระภิกษุกลุ่มอื่นอยู่เสมอ
  
        ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาลได้มีภิกษุ ๖ รูป เรียกว่าพระฉัพพัคคีย์เป็นผู้ไม่ตั้งใจประพฤติธรรม มักก่อเรื่องทะเลาะวิวาทอยู่เสมอ เป็นที่อิจหนาระอาใจ
แก่ภิกษุสงฆ์รูปอื่น ๆ “ เฮ้ย นี่แน่ะ กล้าดียังไงมามองหน้าข้า เณรอวดดีอย่างนี้ มันต้องชิมหมัดขวาสะหน่อย เฮ้ย ”
 
พระฉัพพัคคีย์ใช้อำนาจข่มขู่สามเณรให้ทำความสะอาดกุฏีให้กับตน
 
พระฉัพพัคคีย์ใช้อำนาจข่มขู่สามเณรให้ทำความสะอาดกุฏีให้กับตน
 
        “ โอ้ย เราไม่ได้มองหน้าท่านจริง ๆ นะ ” “ ไปบิณฑบาตเสร็จห้ามฉันอาหารนะ เข้าไปทำความสะอาดกุฎีให้ข้าก่อน เข้าใจไหม ” “ ใจร้าย เราก็ต้อง
ปฏิบัติสมณกิจของสงฆ์เหมือนกันนะ ” เมื่อความปรากฎถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก็ทรงตรัสเรียกพระฉัพพัคคีย์มาตักเตือนให้พระพุทธโอวาท

พระศาสดาได้ตรัสเรียกพระฉัพพัคคีย์มาตักเตือนและให้โอวาท
 
พระศาสดาได้ตรัสเรียกพระฉัพพัคคีย์มาตักเตือนและให้โอวาท
 
        “ องค์พระศาสดาทรงทราบเรื่องนี้ได้อย่างไรกันนะ ” “ ต้องเป็นพวกที่โดนเราเล่นงานตอนเช้ามาฟ้องแน่ ๆ เลย ” “ ดูกรเถิดภิกษุสงฆ์ผู้กล่าว
วาจาหยาบคาย ย่อมนำความวิบัติมาให้ตนเอง เพราะเขาย่อมไม่เป็นที่พอใจของใคร แม้แต่สัตว์เดรัจฉานเองก็ตาม ”

พระฉัพพัคคีย์ต่างพากันสงสัยว่าใครเป็นคนนำเรื่องราวของพวกตนมาฟ้องพระศาสดา
 
พระฉัพพัคคีย์ต่างพากันสงสัยว่าใครเป็นคนนำเรื่องราวของพวกตนมาฟ้องพระศาสดา
 
        แล้วพระองค์ก็ทรงระลึกชาติด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ ตรัสเล่านันทิวิสาลชาดกขึ้นเป็นอุทาหรณ์ ยุคสมัยเมื่อพระเจ้าคันธาระครองราชสมบัติ
อยู่ ณ เมืองตักศิลานั้น ยังมีพราหมณ์ผู้หนึ่งเลี้ยงลูกโคไว้อย่างทะนุถนอมดุจเลี้ยงบุตรของตนเอง

พระศาสดาทรงนำเรื่อง นันทิวิสาลชาดก มาตรัสเล่าให้กับหมู่สงฆ์
 
พระศาสดาทรงนำเรื่อง นันทิวิสาลชาดก มาตรัสเล่าให้กับหมู่สงฆ์
 
        “ โอ๋ โอ๋ โอ๋ ช่างน่ารัก น่าเอ็นดูจริง ๆ เลย นันทิวาสาลลูกพ่อ โตวันโตคืนนะลูกนะ ” จากโคเล็กเด็กน้อยนานปีขึ้นก็กลายเป็นโคหนุ่ม กำยำด้วยกล้ามเนื้อ
กีบเท้าและข้อเท้าทีแข็งแรง “ อ้าว ๆ นันทิวิสาล รอพ่อก่อนสิลูกเอ้ย โอ้ย  วิ่งตามไม่ทันแล้วนี่ ”

พระเจ้าคันธาระทรงครองราชสมบัติอยู่ ณ เมืองตักศิลา
 
พระเจ้าคันธาระทรงครองราชสมบัติอยู่ ณ เมืองตักศิลา
 
        “ พ่อพักอยู่ตรงนั้นเถิด คราดพื้นนาแค่ ๔-๕ ไร่แค่นี้สบายมาก ลูกทำเองได้จ้า ” “ เออ เออ เออ เอาอย่างนั้นก็ได้ลูก ขอบใจเจ้ามาก เดี๋ยวพ่อ
ไปรับค่าจ้างก่อนแล้วกัน แล้วจะหาหญ้าสด ๆ งาม ๆ มาให้เจ้ากินนะลูกรัก ” พราหมณ์ชราอยู่ตัวคนเดียวแถมยังยากจนข้นแค้น
 
พราหมณ์เฒ่าได้เลี้ยงลูกโคตัวหนึ่งประดุจลูกของตนเอง
 
พราหมณ์เฒ่าได้เลี้ยงลูกโคตัวหนึ่งประดุจลูกของตนเอง
 
       ตาเฒ่ามีเพียงโคหนุ่มเท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้าง เขาทั้งสองสามารถรู้จิตใจและสื่อถึงกันได้ด้วยภาษาที่เข้าใจกันดี “ โธ่พ่อจ๋า พ่อทนอุตส่าห์
เลี้ยงฉันโตมาขนาดนี้ คงเหน็ดเหนื่อยมากสินะ ฉันอยากตอบแทนบุญคุณพ่อจ๊ะ ” “ เออ เออ เออ ไม่เป็นไรหรอกลูก
 
ลูกโคของพราหมณ์เฒ่าได้เติบโตร่างกายกำยำและแข็งแรง
 
ลูกโคของพราหมณ์เฒ่าได้เติบโตร่างกายกำยำและแข็งแรง
     
        แค่เจ้าช่วยคราดพื้นนากับรับจ้างลากเกวียนบ้าง ก็ถือว่าตอบแทนบุญพ่อแล้วละ ” “ ฉันอยากช่วยพ่อหาเงินได้มาก ๆ พ่อจะได้สบาย ” “ ลูกเอ้ย
เจ้าก็ช่วยงานสารพัดอยู่แล้วนี่ คิดจะทำอะไรให้พ่ออีกละเนี่ย ” “ ฉันคิดว่าฉันแข็งแรงพอ ที่พ่อจะไปท้าพนันลากเกวียนกับใคร ๆ ได้แล้วละ ”
 
โคหนุ่มได้ช่วยพราหมณ์เฒ่าทำงานด้วยความขยัน
 
โคหนุ่มได้ช่วยพราหมณ์เฒ่าทำงานด้วยความขยัน
 
        “ เจ้านี่คิดจะให้พ่อรวยทางลัดเสียแล้วนะเนี่ย เอ้า ๆ ไหนลองว่ามาสิ ว่าจะทำยังไง ” “ ฉันอยากให้พ่อไปท้าเศรษฐีแห่งตักศิลาของเรา
ให้ฉันลากเกวียนจำนวน ๑๐๐ เล่มของเขา เดิมพันกันสัก หนึ่งพันกหาปณะ” โอ้ย ตั้ง ๑๐๐ เล่มเกวียนเลยเหรอลูก
 
โคหนุ่มได้วางแผนที่จะช่วยเหลือพราหมณ์เฒ่าให้พ้นจากความยากจน
 
โคหนุ่มได้วางแผนที่จะช่วยเหลือพราหมณ์เฒ่าให้พ้นจากความยากจน
 
        แล้วเจ้าจะไหวเหรอลูก มันนักนะเนี่ย ” “ ไหวสิจ๊ะพ่อ ให้เขาบรรทุกสิ่งของไว้เต็ม ๆ ทุกเล่มด้วยเลย บอกเขาด้วยนะพ่อ ว่าพ่อมีโคที่แข็งแรงที่สุดในตักศิลา
รับรองเขาสู้แน่ เพราะคนรวย ๆ อย่างเขาไม่ยอมให้ใครเหนือกว่าหรอกจ๊ะ ” “ โอ้ ฉลาดหลักแหลมจริง ๆ ลูกพ่อ ”

พราหมณ์เฒ่าได้พาโคหนุ่มของตนไปท้าพนันกับท่านเศรษฐีตามที่ได้คุยกันไว้
 
พราหมณ์เฒ่าได้พาโคหนุ่มของตนไปท้าพนันกับท่านเศรษฐีตามที่ได้คุยกันไว้
  
        เช้ารุ่งขึ้นพราหมณ์เฒ่าก็นำโคทิวิสาลไปหาเศรษฐีเพื่อท้าพนัน “ เฮ้ย โคอะไรจะวิเศษขนาดนั้น ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะมีโคตัวไหนสามารถลากเกวียน
ใส่ของได้ตั้ง ๑๐๐ เล่มเกวียน แกขี้โม้หรือเปล่าตาเฒ่า ” “ ข้าไม่ได้โม้จ๊ะ ท่านเศรษฐี โคข้านี่สามารถทำได้จริง ๆ ไม่งั้นข้าจะกล้ามาพนันกับท่านเศรษฐีรึ ”
 
พราหมณ์เฒ่าได้มาท้าพนันกับท่านเศรษฐีแห่งเมืองตักศิลา    

พราหมณ์เฒ่าได้มาท้าพนันกับท่านเศรษฐีแห่งเมืองตักศิลา
 
        “ ถ้าแกมั่นใจอย่างนั้น ข้าจะรับพนันก็ได้ แต่ว่าแกมีเงินวางเดิมพันเท่าไหร่ว่ามา ” “ เงินที่ข้าเก็บสะสมไว้ทั้งหมด ๑๐๐๐ กหาปณะเนี่ย ข้ามั่นใจ
ว่าไม่มีโคตัวไหนแข็งแรงและก็เชื่อฟังได้ดีกว่าลูกข้าแน่ ๆ ท่านเศรษฐีอยากเข้าไปดูโคข้าใกล้ ๆ ไหมล่ะ ”

เศรษฐีได้ออกมาชื่นชมโคหนุ่มของพราหมณ์เฒ่า
 
เศรษฐีได้ออกมาชื่นชมโคหนุ่มของพราหมณ์เฒ่า
  
       “ ดูสิ ข้าก็อยากเห็นเหมือนกัน ไหนละโคของเจ้า ” “ นี่ไงท่านเศรษฐี โคนันทิวิสาลลูกของข้า หูยาวเรียวดุจปลายใบโพธิ์ เขาโง้งงอนเหมือนตรีนารายณ์
คอและเขาแกร่งดุจท่อนซุงเสาเรือน ” “ อือ ๆ ดูแข็งแรงก็จริง แต่ข้าไม่เชื่ออยู่ดีแหละ ว่ามันจะลากเกวียนได้ตั้ง ๑๐๐ เล่มได้ ”

พราหมณ์เฒ่าได้พาโคหนุ่มกลับไปยังบ้านเรือนของตน
 
พราหมณ์เฒ่าได้พาโคหนุ่มกลับไปยังบ้านเรือนของตน
 
        “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นันทิวิสาลลูกข้าทำได้อยู่แล้ว ” “ อีก 3 วัน เจ้านำโคนันทิวิสาลไปที่ลานกลางเมืองได้เลย ข้าจะรออยู่ที่นั่น ขอให้แข็งแรง
สมกับคำคุยโม้ของเจ้าเถอะ ไม่อย่างนั้น ๑๐๐๐ กหาปณะ โดนข้ากินดิบแน่ ๆ ฮะ ฮ่า ฮ่า ”
 
พราหมณ์เฒ่าได้กลับมารวบรวมเงินของตนเพื่อนำไปเดิมพันกับท่านเศรษฐี
 
พราหมณ์เฒ่าได้กลับมารวบรวมเงินของตนเพื่อนำไปเดิมพันกับท่านเศรษฐี
 
       เมื่อนัดหมายกันดีแล้วพราหมณ์ก็นำโคตัวเก่งกลับบ้าน ตาเฒ่าใช้เวลาที่เหลือ ๓ วัน รวบรวมเงินเก็บและยืมญาติมิตรมาสมทบจนได้ครบจำนวน
๑๐๐๐ กหาปณะ “ ในที่สุดก็ได้ครบ นันทิสาลมันจะทำได้จริงหรือเปล่านะ พรุ่งนี้คงจะได้รู้กัน ”

พราหมณ์เฒ่ามีความกังวลใจและไม่มั่นใจว่าตนจะชนะการท้าพนันกับท่านเศรษฐี
 
พราหมณ์เฒ่ามีความกังวลใจและไม่มั่นใจว่าตนจะชนะการท้าพนันกับท่านเศรษฐี
 
        ถึงแม้จะมั่นใจในความกตัญญูและกำลังของนันทิวิสาลสักเพียงใด แต่ด้วยฐานะยากจน พราหมณ์ก็จึงอดคิดมากไม่ได้ “ เฮ้อ ถ้าแพ้เขาขึ้นมาละก็
ไม่ต้องหมดตัวเลยหรือเรา การพนันนี่ไม่ดีจริง ๆ เลย ยังไม่ทันเริ่มก็กลุ้มใจสะแล้ว ”
 
ท่านเศรษฐีได้พาโคนันทิวิสาลไปยังลานแข่งขัน
 
ท่านเศรษฐีได้พาโคนันทิวิสาลไปยังลานแข่งขัน
 
        และแล้วเช้าวันประลองก็มาถึง โคหนุ่มก็ปลุกตาเฒ่าให้พาเข้าเมืองมายังลานแข่งขัน ชาวบ้านเมื่อรู้ข่าวก็มามุงดูการพนันนี้มากมาย “ มาแล้ว ๆ
โอ้โหโคตัวนี้ไงพวกเราที่มันจะมาลากเกวียนเป็น ๑๐๐ เล่ม ” “ ฮะ ฮ่า ฮ่า อะไรจะมีพลังมากขนาดนั้น ตาพราหมณ์เอ้ย เอาเงินมาทิ้งแท้ๆ
 
มีผู้คนมากมายมารอชมการแข่งพนันของพราหมณ์เฒ่าและท่านเศรษฐี
 
มีผู้คนมากมายมารอชมการแข่งพนันของพราหมณ์เฒ่าและท่านเศรษฐี
 
        แล้วที่ยืมข้าไปจะได้คืนไหมเนี่ย ” “ พ่ออย่าไปฟังเขาเลยนะ ” “ ข้าต่อทางเศรษฐี ๑๐ ต่อ ๑ ใครกล้าพนันไหม ” “ ถ้างั้น ๒๐ ต่อ ๑ ข้าจะลองสัก ๑ กากนึก ”
“ อ้าว ๆ ข้าพูดเล่นแท้ ๆ เจ้ายังกล้าลองอีก ” “ ได้ยินแล้วใช่ไหมตาเฒ่า อย่าให้แพ้เชียวนะ เงินพนันของข้าซื้อหญ้าได้ตั้งกำมือเชียวนะ เฮอะ ๆ ๆ ”

ชาวเมืองที่มารอชมต่างพากันท้าพนันกันอย่างสนุกสนาน
 
ชาวเมืองที่มารอชมต่างพากันท้าพนันกันอย่างสนุกสนาน
 
        “ หมั่นไส้คนพวกนี้จริง ๆ เลย ดูถูกข้าเกินไปแล้ว เดี๋ยวก็ขวิดสะหรอก ” “ โอ้ย ตาเฒ่า โคเจ้าเอาแต่กินหญ้ากลางทุ่งนาจะเอาแรงที่ไหนมาลากเกวียนขนาดนี้ ”
“ แค่น้ำผึ้งสักหยด เนยสักก้อนก็ไม่เคยได้กินได้ดม จะเอาอะไรมาเพิ่มแรง โอ้ย ขำ ๆ ฮะ ฮ่า ฮ่า ”

ชาวเมืองต่างพากันพูดจาดูถูกว่าโคนันทิวิสาลไม่สามารถลากเกวียน ๑๐๐ เล่มได้
 
ชาวเมืองต่างพากันพูดจาดูถูกว่าโคนันทิวิสาลไม่สามารถลากเกวียน ๑๐๐ เล่มได้
 
        “ ไปกันเถอะลูกพ่อ อย่าไปฟังคำชาวบ้านเขาเลย เจ้าตั้งใจให้ดีเถอะ เราต้องมีชัยชนะแน่ ๆ ” “ จ๊ะพ่อ ” พรานแก่ได้แต่ปลอบใจนันทิวิสาล
ไปเช่นนั้นเอง แท้จริงแล้วตัวเองก็ไม่เชื่อในความสามารถของนันทิวิสาลเช่นกัน (......" เฮ้อ หมดตัวแน่ ๆ ฉัน ")
 
เกวียน ๑๐๐ เล่มได้บรรทุกหินไว้จนเต็ม
 
เกวียน ๑๐๐ เล่มได้บรรทุกหินไว้จนเต็ม
 
        เมื่อพราหมณ์เฒ่ากับโคนันทิวิสาลเดินมาถึงเกวียน ๑๐๐ เล่มก็ตกใจ “ อู้ย เกวียนทุกเล่มบรรทุกหินไว้จนเต็มเลย โอ้ย ตายแล้วลูกพ่อจะลากไหวหรือนี่ ”
“ เป็นไงตาเฒ่าเหงื่อแตกเลยละสิ อยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่องหมดตัว ฮะ ฮ่า ฮ่า ” คืนที่ผ่านมาพราหมณ์เฒ่านอนไม่หลับเพราะกลัวแพ้

โคนันทิวิสาลเข้าเทียมเกวียนพร้อมพราหมณ์เฒ่าที่ขึ้นนั่งเตรียมพร้อมอยู่ข้างหลัง
 
โคนันทิวิสาลเข้าเทียมเกวียนพร้อมพราหมณ์เฒ่าที่ขึ้นนั่งเตรียมพร้อมอยู่ข้างหลัง
 
        พอเช้าขึ้นมาถูกเยาะเย้ยถากถางก็เริ่มเสียดายเงิน เพราะแน่ใจว่าอาจจะแพ้ พอขึ้นนั่งบนเกวียนที่ผูกไว้ยาวเหยียด เห็นนันทิวิสาลยืนนิ่ง
ก็ยิ่งใจเสียจนสัญญาณกลองจบแล้วเกวียนก็ยังไม่ขยับ “ โอ้ย ทำไมไม่ขยับเลยละเนี่ย เสียหมดตัวเลยแน่ ๆ เรา ”
 
พราหมณ์เฒ่าดุด่าโคนันทิวิสาลไปอย่างรุนแรงเพราะกลัวว่าตนเองจะแพ้พนัน
 
พราหมณ์เฒ่าดุด่าโคนันทิวิสาลไปอย่างรุนแรงเพราะกลัวว่าตนเองจะแพ้พนัน
 
       พราหมณ์เฒ่าเกิดความกังวลกลัวแพ้ ความรู้สึกอายและเสียดายเงินก็บันดาลให้เขาเกิดโทสะ “ เฮ้ย ทำไมไม่ลากเกวียนไปละเจ้านันทิวิสาล
เจ้าโคเกเรไม่ได้เรื่อง ลากเกวียนไปเดี๋ยวนี้นะ เจ้าโคขี้โกง เจ้าขี้โม้ลากไป โธ่โว้ย ” “ พ่อ พ่อจ๋าทำไมพ่อพูดกับฉันอย่างนี้ ”
 
โคนันทิวิสาลเสียใจที่โดนดุเลยไม่สามารถลากเกวียน ๑๐๐ เล่มได้
 
โคนันทิวิสาลเสียใจที่โดนดุเลยไม่สามารถลากเกวียน ๑๐๐ เล่มได้
 
       ในทันทีที่ตาเฒ่าเผลอออกคำสั่งด้วยอารมณ์โกรธ เกวียนที่เริ่มขยับก็พลันหยุดนิ่งสนิทเพราะโคหมดกำลังใจ สิ่งที่เคลื่อนไหว กลับเป็นน้ำตาโค
ผู้กตัญญู รินไหลอาบแก้มแทนคำตอบว่าเสียใจมากขนาดไหน เสียงที่ดังรอบข้างก็กลับเย้ยหยันมากกว่าเก่า “ เจ้าโคมันไม่ได้เรื่องเลย ”
 
โคนันทิวิสาลเดินมาแอบมองพราหมณ์เฒ่าซึ่งไม่ยอมหลับนอนเหตุเพราะแพ้พนัน
 
โคนันทิวิสาลเดินมาแอบมองพราหมณ์เฒ่าซึ่งไม่ยอมหลับนอนเหตุเพราะแพ้พนัน
 
        “ ขี้โม้ ทั้งเจ้าและก็โคนั้นแหละ ” “ ไปไถ่นาอย่างเดิมไป ไปกินหญ้าอย่างเดิมไป ขำ ” พราหมณ์ชราแพ้พนันหมดตัว กลับมากลัดกลุ้ม ตั้งแต่เช้ายันเย็น
ไม่เป็นอันกินข้างกินปลา “ โอ้ยแล้วนี่เราจะเอาเงินที่ไปใช้หนี้เขาละเนี่ย แล้วจะมีหน้าไปเจอชาวบ้านได้ยังไง ไม่น่าเลย ”

โคนันทิวิสาลและพราหมณ์เฒ่าไปสนามประลองอีกครั้ง
 
โคนันทิวิสาลและพราหมณ์เฒ่าไปสนามประลองอีกครั้ง
 
       “ พ่อจ๋า หลับหรือยังจ๊ะพ่อ ” “ หึ ข้าถูกหลอกให้เสียพนันจนหมดตัว จะมีอารมณ์นอนหลับไหวรึ แล้วนี่เจ้ามาทำไม มีอะไรจะโกหกข้าอีก ” “ โธ่ พ่อจ๋า
พ่อก็รู้นี่น่าวันฉันไม่เคยหลอก ไม่เคยโกหกพ่อ หรือพ่อว่าฉันเคยเกเรอย่างที่พ่อว่าหรือจ๊ะ ” “ ก็ไม่ ไม่เคยเลย ”
 
พราหมณ์เฒ่าได้พาโคนันทิวิสาลไปดูเกวียน ๑๐๐ เล่มที่บรรทุกหินไว้เต็มทุกเกวียน
 
พราหมณ์เฒ่าได้พาโคนันทิวิสาลไปดูเกวียน ๑๐๐ เล่มที่บรรทุกหินไว้เต็มทุกเกวียน
 
       คำพูดของโคนันทิวิสาลทำให้พราหมณ์สำนึก  “ เจ้าไม่เคยเกเร ไม่เคยโกง ไม่เคยโม้หรอกลูกเอ้ย พ่อเองที่ผิด โกรธและก็กลัวจนขาดสติ เผลอพูด
ไม่ดีกับเจ้าไปพ่อขอโทษนะลูก พ่อเสียใจ ” “ ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะพ่อ พ่ออย่าเสียใจไปเลยนะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่
 
พราหมณ์เฒ่าได้พูดให้กำลังใจโคนันทิวิสาล
 
พราหมณ์เฒ่าได้พูดให้กำลังใจโคนันทิวิสาล
 
       พ่อมั่นใจเถอะเกวียน ๑๐๐ เล่มฉันลากได้อยู่แล้ว ครั้งที่แล้วฉันสิ้นแรงเพราะหมดกำลังใจ แต่ครั้งหน้าไม่แพ้แน่ ๆ พ่อ พ่อไปพนันกับท่านเศรษฐีใหม่นะ ”
“ ท่านเศรษฐีท่านจะรับคำท้าเหรอลูก  ครั้งที่แล้วเราก็แพ้มาหยก ๆ นะ ” “ โธ่พ่อเราก็เพิ่มเงินพนันสิจ๊ะเป็น ๒๐๐๐ กหาปณะไปเลย
 
โคนันทิวิสาลลากเกวียน ๑๐๐ เล่มได้สำเร็จ
 
โคนันทิวิสาลลากเกวียน ๑๐๐ เล่มได้สำเร็จ
 
      ครั้งนี้พ่อต้องพูดดี ๆ ให้กำลังใจฉันนะ ” “ ได้สิลูก ไปเถอะเราจะไปแก้ตัวกันใหม่ ” วันรุ่งขึ้นการประลองกำลังโคก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศเดิม
ผู้ชมต่างดูเป็นเรื่องขบขัน ที่ลานประลองพรานนำโคนันทิวิสาลเข้าเทียมเกวียนเล่มแรก ครั้งนี้ตาเฒ่าพูดจาไพเราะให้กำลังใจนันทิวิสาลลูกรักของเขา

ชาวบ้านต่างพากันดีใจที่โคนันทิวิสาลลากเกวียนได้สำเร็จ
 
ชาวบ้านต่างพากันดีใจที่โคนันทิวิสาลลากเกวียนได้สำเร็จ
 
       “ ลูกเอ้ย เกวียนตั้ง ๑๐๐ เล่มนี้บรรทุกหินและทรายหนักมาเลยนะลูก ลูกค่อย ๆ ลากไปพ่อจะเอาใจช่วยนะลูกนะ ” ครั้งนี้เจ้าโคได้กำลังใจ
จากพราหมณ์ทำให้มีพลังใจมากมาย ประกอบกับชาวบ้านเมื่อเห็นภาพของพราหมณ์ที่พูดจาไพเราะให้กำลังใจโคของเขา จากที่เคยขบขัน
ก็เกิดเป็นความประทับใจ พลอยให้กำลังใจเจ้าโคไปด้วย
 
ท่านเศรษฐีได้มอบเงินเดิมพันให้กับพราหมณ์เฒ่า
 
ท่านเศรษฐีได้มอบเงินเดิมพันให้กับพราหมณ์เฒ่า
 
       โคผู้กตัญญูรู้คุณออกแรงลากจนล้อเกวียนเริ่มหมุน เกวียนทุกเล่มก็เคลื่อนที่ตาม ๆ กัน เสียงเชียร์ก็ดังขึ้น “ ไชโย ๆ เกวียนเคลื่อนที่ได้แล้ว
โคนันทิวิสาลยอดไปเลยลูก ” “ ฮะ ฮ่า ท่านเศรษฐีเตรียมเงินไว้ให้ตาเฒ่าได้เลยนะ ฮะ ฮ่า ” “ แค่ ๑๐๐ เล่มเกวียน..สบาย ” เศรษฐีมอบเงิน
เดิมพันให้พราหมณ์ ทั้งยังกล่าวชื่นชมโคนันทิวิสาลไม่ขาดปาก รางวัลแห่งวาจาไพเราะครั้งนั้น นอกจากเกียรติที่ชาวตักศิลาได้ชื่นชมแล้ว
ยังเป็นการทำดี ที่กลายเป็นมรดกที่ชาวเมืองกระทำตามต่อ ๆ กันมา อีกนานแสนนาน
 
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสชาดกจบลง ทรงตรัสคาถาว่า 
มะนุญยะเมวะ ภาเสยยะ นามะนุญยะ กุทาจะนัง
มะนุญญัง ภาสะมานัสสะ คะรุภาวัง อุททะธะริ
 
 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      สกุณีคติชาดก ชาดกว่าด้วยไม่หากินไกลถิ่น
      สุราปานชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของการดื่มสุรา
      อนุสาสิกชาดก ชาดกว่าด้วยเรื่องดีแต่พูด
      กูฏวาณิชชาดก ชาดกว่าด้วยหนามยอกเอาหนามบ่ง
      นังคลีสชาดก ชาดกว่าด้วยคนพาลกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าว
      ทัพพปุบผาชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของการโต้เถียงกัน
      กัลยาณธรรมชาดก ชาดกว่าด้วยผู้มีกัลยาณธรรม
      กุมมาสปิณฑชาดก ชาดกว่าด้วยอานิสงส์ถวายขนมกุมมาส
      กปิชาดก ชาดกว่าด้วยการโกหกหลอกลวง
      ขรัสสรชาดก ชาดกว่าด้วยบุตรที่มารดาละทิ้ง
      อุจฉังคชาดก ชาดกว่าด้วยหญิงผู้มีใจรักพี่รักน้อง
      อันตชาดก ชาดกว่าด้วยที่สุด ๓ ประเภท