สัตตปัตตชาดก ชาดกว่าด้วยความสำคัญผิด

ข้อวินัยให้สงฆ์สาวกปฏิบัติแต่ละบทนั้น มักเกิดขึ้นเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องไม่เหมาะสมเป็นกรณีๆ ไป พุทธกาลครั้งหนึ่งก็เป็นดังนั้น พุทธวินัยครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะพระฉัพพัคคีย์ 2 รูปล่วงพระวินัยข้อยึดถือในทรัพย์ มิได้ปล่อยวาง ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับกิเลส ภิกษุผู้ก่อเหตุที่ว่านี้ชื่อ พระปัณฑกะ และพระโลหิถกะ https://dmc.tv/a25267

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 25 ส.ค. 2562 ] - [ ผู้อ่าน : 716 ]

ชาดก 500 ชาติ

สัตตปัตตชาดก-ชาดกว่าด้วยความสำคัญผิด

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร
  
     ดั่งที่สาธุชนทั้งหลายรู้ทั่วกันแล้วนั้นว่า เหตุแห่งพระพุทธบัญญัติข้อวินัยให้สงฆ์สาวกปฏิบัติแต่ละบทนั้นมักเกิดขึ้นเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องไม่เหมาะสมเป็นกรณีๆ ไป
พุทธกาลครั้งหนึ่ง ก็เป็นดังนั้น พุทธวินัยครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะพระฉัพพัคคีย์ 2 รูป ล่วงพระวินัยข้อยึดถือในทรัพย์ มิได้ปล่อยวาง ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับกิเลส
 
พระปัณฑกะและพระโลหิตกะผู้ล่วงพระวินัย ข้อยึดถือในทรัพย์
 
พระปัณฑกะและพระโลหิตกะผู้ล่วงพระวินัย ข้อยึดถือในทรัพย์
 
     ภิกษุผู้ก่อเหตุที่ว่านี้ชื่อ พระปัณฑกะ และพระโลหิตกะ ทั้งสองเข้ามาในวัดพระเชตวัน ในนครสาวัตถี มิได้สำรวมระวังในสิ่งของตามวัตรปฏิบัติที่ดีของภิกษุ “ มื้อนี้
กลืนไม่คล่องคอเลย ท่านว่าไหม ดูสิ อาหารแต่ละอย่าง รับประทานไม่ลงจริงๆ ”
 
พระปัณฑกะและพระโลหิตกะนั่งฉัน<a href=http://www.dmc.tv/search/ภัตตาหาร title='ภัตตาหาร' target=_blank><font color=#333333>ภัตตาหาร</font></a>ด้วยความเบื่อหน่ายกับอาหารประกอบไปด้วยพืชผักไร้เนื้อสัตว์
 
พระปัณฑกะและพระโลหิตกะนั่งฉันภัตตาหารด้วยความเบื่อหน่ายกับอาหารประกอบไปด้วยพืชผักไร้เนื้อสัตว์
 
     “ นั่นนะสิ มีแต่ผัก เนื้อสักชิ้นก็มองไม่เห็นเลย น่าเบื่อจริง ๆ ” มิเพียงแต่การหลงใหลในลาภ รส กลิ่น เสียงเท่านั้น ภิกษุทั้งสองยังเที่ยวยุยงภิกษุแต่ละหมู่ให้ผิดพ้องหมองใจ
กันเป็นนิด “ ดูสิท่าน พระคณะโน้น ชอบถือดี ทำตัวหยิ่งยโส ดู ๆ ไปแล้ว ก็ไม่เห็นจะดีกว่าคณะนี้ตรงไหนเลย พวกท่านอย่าไปยอมเชียวน่า ”

พระปัณฑกะและพระโลหิตกะชอบยุยงส่งเสริมให้เหล่าภิกษุหลงไหลในลาภสักการะ
 
พระปัณฑกะและพระโลหิตกะชอบยุยงส่งเสริมให้เหล่าภิกษุหลงไหลในลาภสักการะ
 
     “ ฮ่าๆๆ พวกท่านคิดดูสิ พวกเราอยู่กันมานานกว่าพวกเขาอีก จะยอมเขาได้อย่างไรกัน ” สิ่งไหนที่เป็นการประพฤติผิดภิกษุทั้งสองก็ยุยงส่งเสริมให้กระทำ “ โอ้ย ถือสง
ถือศีลอะไรกัน บ้าบอคอแตก ทรัพย์สมบัติต่าง ๆ หากมีอยู่กับตัว มันก็เป็นการดี คิดดูสิ หากพวกเรามีของหรู ๆ ดี ๆ ติดตัวไปไหนมาไหนก็มีแต่คนนับถือ
 
พระปัณฑกะและพระโลหิตกะเที่ยวคอยยุยงให้หมู่สงฆ์แตกความสามัคคี
 
พระปัณฑกะและพระโลหิตกะเที่ยวคอยยุยงให้หมู่สงฆ์แตกความสามัคคี
 
     ใคร ๆ ก็ข่มพวกท่านไม่ได้ ” “ ใช่ พระที่ซอมซ่อสวมแต่จีวรเก่า ๆ จะดูมีคุณค่าได้อย่างไรกัน รังแต่คนเขาจะดูถูกเอาทั้งนั้นแหละ ” “ อือ นั่นสินะ ของดี ๆ ใหม่ ๆ หรู ๆ
มันก็ย่อมดีกว่าของเก่าอยู่แล้ว ” แหย่ข้างโน้นที ยุข้างนี้ที ไม่นานนักพระหมู่ต่าง ๆ ก็เริ่มรวนเรเห็นผิดเป็นชอบไปหลายรูป
 
ผืนป่าอันกว้างใหญ่แห่งแคว้นกาสี
 
ผืนป่าอันกว้างใหญ่แห่งแคว้นกาสี
 
     “ ทำไงดีละท่าน พักนี้เราไม่ค่อยได้รับสิ่งใดจากชาวบ้านเลย หากเป็นอย่างนี้ เราต้องแพ้คณะโน้นแน่เลย ” “ นั่นนะสิ ไม่ได้การแล้ว เราต้องหาวิธีแก้ไข ” “ ฮิ ฮิ ฮิ  เป็นไปตามแผน
เริ่มสะสมสิ่งของกันให้มาก ๆ เถอะ อาตมาจะเป็นนายหน้า หาของมาขายให้เอง  ฮิ ฮิ รวยเละ ”
 
นายโจรผู้มีวิชชาสามารถรู้ภาษาสัตว์ทุกชนิด
 
นายโจรผู้มีวิชชาสามารถรู้ภาษาสัตว์ทุกชนิด
 
     เมื่อความล่วงรู้ถึงพระกรรณ์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเรียกให้พระปัณฑกะ และโลหิตกะเข้าเฝ้า “ การกระทำของพวกเธอ ย่อมเป็นเหมือนการกระทำของนกกระไน
เมื่ออดีตชาติโน้น ” เมื่อพระภิกษุทูลขอให้ทรงเล่าเรื่องนั้น ทรงมีพระกรุณาธิคุณตรัสเล่า สัตตปัตตชาดกขึ้น
 
นายโจรและสมุนผู้คอยดักปล้นผู้คนตามแนวชายแดนเมืองพาราณสี
 
นายโจรและสมุนผู้คอยดักปล้นผู้คนตามแนวชายแดนเมืองพาราณสี
     
     ณ เวลานั้น ไกลออกไปจากแคว้นกาสี ล่วงพ้นเขตกสิกรรมและลำน้ำสู่ผืนป่า อันเป็นทางผ่านไปสู่แว่นแคว้นอื่น ๆ ในอดีตครั้งนั้น ยังมีนายโจรคนหนึ่งนำสมุนคอยดักปล้น
คนเดินทางตามชายขอบพระนครพาราณสี “ วันนี้ไปลุยที่ไหนดี หัวหน้า ” “ คันไม้คันมือ อยากหาเรื่องคน ”

นายโจรนำทรัพย์สินที่ปล้นมาได้แจกจ่ายให้กับชาวบ้านผู้ยากไร้
 
นายโจรนำทรัพย์สินที่ปล้นมาได้แจกจ่ายให้กับชาวบ้านผู้ยากไร้
 
     “ เฮ้ย เป็นโจรนะเว้ย ไม่ได้เป็นนักเลงหัวไม้จะได้หาเรื่องใคร พวกเจ้าเตรียมตัวให้ดีเถอะ วันนี้เราได้ปล้นกันแน่ ๆ ฮ่า ฮ่า ๆ ” กิตติศัพท์นายโจรนี้เลื่องลือไกล เลือกปล้น
เฉพาะทรัพย์มีค่าเท่านั้น ไม่เคยทำร้ายใคร กับทั้งมักแจกจ่ายอาหารเสื้อผ้าแก่ผู้ยากไร้ตามชายแดนอยู่เสมอ “ โชคดีจังได้รับของแจกด้วย ข้าวสารนี้คงเอาไปเลี้ยงลูก ๆ
ได้อีกหลายมื้อ นายโจรนี้ช่างมีน้ำใจจริง ๆ ”
 
นายโจรและสมุนจะปล้นเฉพาะทรัพย์สินมีค่าเท่านั้นโดยมิได้ทำร้ายใคร
 
นายโจรและสมุนจะปล้นเฉพาะทรัพย์สินมีค่าเท่านั้นโดยมิได้ทำร้ายใคร
 
     “ ของพวกนี้ คงขายได้ราคาดีแน่ ๆ ต่อชีวิตได้อีกตั้งหลายวัน ต้องขอบคุณท่านนายโจรแล้วล่ะ ” ด้วยเหตุนี้ร่องรอยใด ๆ ข่าวสารใด ๆ ของนายโจรและสมุนจึงถูกปิดปังอำพรางไว้
มิให้ฝ่ายราชการปราบปรามได้ อีกประการหนึ่งก็ร่ำลือกันว่านายโจรนี้มีวิชชาดี สามารถรู้เหตุล่วงหน้า รู้ภาษาทุกภาษาโลก ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ต่าง ๆ
 
หญิงม่ายและบุตรชายอาศัยอยู่ ณ ชายแดนแคว้นกาสี
 
หญิงม่ายและบุตรชายอาศัยอยู่ ณ ชายแดนแคว้นกาสี
  
     “ ได้ยินเสียงแว่วมาจากที่ไหน เจ้านกพวกนี้มันพูดอะไรกันนักกันหนา หนวกหูจริง ๆ เลย ”  ที่ชายแดนแคว้นกาสียังมีกุฎุมพีบ้านหนึ่งล้มตายลง ทิ้งภรรยาม่ายและบุตรชาย
ให้ดูแลบ้านตามลำพัง นานปีเข้ามารดาก็เริ่มเจ็บป่วย วันหนึ่งจึงบอกให้บุตรชายรู้ว่า ยังมีลูกหนี้รายหนึ่งอยู่ที่ตำบลห่างไกล ค้างหนี้บิดาอยู่อีกหนึ่งพันกหาปนะ
 
หญิงม่ายบอกให้ลูกชายตนไปเก็บเงินจากลูกหนี้รายหนึ่งซึ่งอยู่ในตำบลที่ห่างไกล    

หญิงม่ายบอกให้ลูกชายตนไปเก็บเงินจากลูกหนี้รายหนึ่งซึ่งอยู่ในตำบลที่ห่างไกล
 
     “ ลูกเอ๋ย เงินนั้นจะเป็นทันต่อชีวิตของเจ้า เมื่อแม่จากไปแล้ว เจ้าจงไปทวงหนี้นั้นคืนเถิด ” “โธ่ แม่เจ็บป่วยขนาดนี้แล้วยังจะห่วงลูกอีก แม่สบายใจเถิดจ๊ะ รักษาตัวเองให้หายเถิด
เงินนั้นลูกจะไปทวงมาเอง ” “ ทางไปบ้านลูกหนี้นั้น เจ้าต้องเดินผ่านป่าออกไป ระวังตัวให้ดีนะลูกเอ๋ย อันตรายมันมีมากนัก รีบไปเถิดไม่ต้องห่วงแม่หรอก ”

หญิงม่ายมีความกังวลห่วงใยในอนาคตของลูกชายเป็นยิ่งนัก
 
หญิงม่ายมีความกังวลห่วงใยในอนาคตของลูกชายเป็นยิ่งนัก
  
     “ แม่ดูแลตัวเองให้ดีนะ ลูกเตรียมยาสมุนไพรต่าง ๆ ไว้ให้แล้ว แม่อย่าลืมกินนะ ข้าวปลาอาหารก็ต้องกินให้ครบทุกมื้อ ลูกจะกลับมาไว ๆ แม่อย่าเป็นอะไรนะ ” “ จ๊ะ เจ้ารีบไปเถิด
เดี๋ยวจะมือค่ำกันเสียก่อน ระวังตัวให้ดีนะ ” หญิงม่ายนั้นแม้จะห่วงใยบุตรในการเดินทางเพียงใด แต่ความกังวลห่วงใยในการใช้ชีวิตวันหน้ากลับมีมากกว่า
 
บุตรชายของหญิงม่ายออกเดินทางไปยังอีกตำบลที่ห่างไกล
 
บุตรชายของหญิงม่ายออกเดินทางไปยังอีกตำบลที่ห่างไกล
 
     ทรัพย์อันมีค่าของมารดาจึงมิอาจเปรียบเทียบลูกของตนได้ “ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้โปรดคุ้มครองลูกของลูกด้วยเถิด ให้เขาเดินทางโดยปลอดภัย อย่าได้รับอันตรายใด ๆ เลย สาธุ ”
เมื่อถึงเวลาที่บุตรชายต้องเดินทางมุ่งสู่ชนบทที่มีลูกหนี้อาศัยอยู่ มารดากลับมีความห่วงใย เมื่อยามจากกัน
 
หญิงม่าย<a href=http://www.dmc.tv/search/ทุกข์ title='ทุกข์' target=_blank><font color=#333333>ทุกข์</font></a>ใจยิ่งนักที่ไม่ได้เดินทางไปกับบุตรชายเหตุเพราะตัวนางนั้นเจ็บป่วย
 
หญิงม่ายทุกข์ใจยิ่งนักที่ไม่ได้เดินทางไปกับบุตรชายเหตุเพราะตัวนางนั้นเจ็บป่วย
 
     “ เฮ้อ นี่หากแม่ไม่เจ็บป่วย คงตามเจ้าไปแล้ว ลูกรักของแม่ แม่ไม่อยากให้เจ้าจากไปไกลเลย ชนบทนั้นห่างไกลนัก ระหว่างทางไกลนั้น ใครจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้า โธ่ ลูกแม่ ”
ความเสียใจของแม่ที่ไม่อยากแยกจากลูกชาย และด้วยจิตอันผูกพ้องต้องกัน วันต่อมาเธอต้องมีอันล้มเจ็บและหมดลมหายใจลงไปนั่นเอง

หญิงม่ายได้สิ้นใจตายเนื่องด้วยอาการเจ็บป่วยของนาง
 
หญิงม่ายได้สิ้นใจตายเนื่องด้วยอาการเจ็บป่วยของนาง
 
     นี่เป็นการดับลงของสังขารมนุษย์ เป็นการดับขันธ์ลงในชาติหนึ่ง แต่จิตอันปฏิพัทธ์ผูกอยู่กับความห่วงใย ทำให้วิญญาณต้องจุติใหม่ในร่างของสุนัขจิ้งจอก สุนัขจิ้งจอกตัวนี้อาศัยอยู่ที่ชายป่า
ซึ่งเป็นทางผ่านของบุตรชาย ซึ่งขณะนี้กำลังเดินทางกลับบ้านพร้อมทรัพย์หนึ่งพันกหาปนะ “ โธ่ลูกแม่ แม่จะปกป้องดูแลเจ้าอย่างไรดี ”
 
วิญญาณของหญิงม่ายจุติใหม่ในร่างของสุนัขจิ้งจอก
 
วิญญาณของหญิงม่ายจุติใหม่ในร่างของสุนัขจิ้งจอก
 
     ยิ่งรู้ว่ามีโจรกลุ่มนั้นกำลังย้อนไปดู ดักทางขากลับของบุตร นางก็ยิ่งร้อนใจ “ แย่แล้ว เราต้องรีบไปเตือนลูก ไม่ให้เดินกลับบ้านทางนั้น ” “ ไป ๆ ไปกันเถิดพวกเรา ข้าได้ยินเสียง
พวกสัตว์มันบอกว่า มีทรัพย์ก้อนใหญ่รอเราอยู่ เรารีบไปทางนั้นกันเถิด ” ด้วยความว่องไวของร่างกายสุนัขจิ้งจอก ไม่นานก็สามารถวิ่งไปไกลกว่ากลุ่มโจร
จนมาดักหน้าบุตรชายได้ทันเวลาพอดี
 
นางสุนัขจิ้งจอกห่วงใยบุตรยิ่งนักเมื่อรู้ว่ากลุ่มโจรกำลังไปยังเส้นทางที่บุตรของตนกำลังเดินทางกลับมา
 
นางสุนัขจิ้งจอกห่วงใยบุตรยิ่งนักเมื่อรู้ว่ากลุ่มโจรกำลังไปยังเส้นทางที่บุตรของตนกำลังเดินทางกลับมา
 
     “ โอ้ย เหนื่อย แต่พักไม่ได้ เราต้องไปถึงลูกให้ทันก่อนโจรกลุ่มนี้ ลูกจ๋า ระวังตัวไว้ อันตรายจะมาถึงตัวเจ้าแล้ว ” เมื่อนางเห็นบุตรชายเดินผ่านชายแดนออกมาก็ดีใจ แต่บุตรชาย
ของนางนั้นเล่า เมื่อเห็นสุนัขจิ้งจอกมาขวางหน้ากลับแปลกใจ มิรู้ว่าเป็นแม่ของตนเองกลับชาติมาเกิด “ เราต้องบอกให้ลูกเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน ”

กลุ่มโจรและสมุนกำลังเร่งรุดเดินทางไปยังชายแดนเมืองพาราณสี
 
กลุ่มโจรและสมุนกำลังเร่งรุดเดินทางไปยังชายแดนเมืองพาราณสี
 
     “ นั่น อะไรนะ สุนัขจิ้งจอกไม่ใช่เรอะ ทำไมมันจ้องหน้าเราเขม่งอย่างนั้น จะกัดหรือเปล่านี้ ” เมื่อลูกชายเข้ามาใกล้ สุนัขจิ้งจอกก็ตะกุยดินเป็นแนวขวาง เป็นสัญญาณว่าขวางทางไว้
ไม่ให้ลูกชายเดินไปทางนั้นต่อ “ ทางนี้ไปไม่ได้นะลูก โธ่เอ๋ย ลูกจะเข้าใจแม่หรือเปล่าเนี่ย ทางนี้มีอันตราย เจ้าไม่ได้นะ อย่าไปนะ อย่าไป ”
 
นางสุนัขจิ้งจอกรีบวิ่งสุดกำลังไปเตือนบุตรชายของตนให้เปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลบเลี่ยงกลุ่มโจร
 
นางสุนัขจิ้งจอกรีบวิ่งสุดกำลังไปเตือนบุตรชายของตนให้เปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลบเลี่ยงกลุ่มโจร
 
     “ เจ้าสุนัขจิ้งจอกนี้ มันทำอะไรของมัน ตลกนักเชียว อยู่ ๆ ก็ตะกุยดินให้ดู แกะกะขวางทางสะจริง ” อนิจจา ความหวังดีของนางสุนัขจิ้งจอกไม่เป็นผล บุตรชายมิได้สำเหนียกในกิริยานั้นเลย
กลับเอาก้อนหินมาปาแม่ในคราบสุนัขจิ้งจอกอย่างมาใยดี “ เฮ้ย เกะกะจริงเจ้าหมาป่าบ้า ไปสะ ไปให้พ้นทางเลย ข้าจะรีบเดินทางกลับบ้าน ไม่รู้ป่านนี้แม่จะเป็นอย่างไรบ้าง ไป๊ ชิ้ว ชิ้ว ชิ้ว
ว่าแล้วยังนิ่งอีก นี่แน่ะ ไปเลยไป ”
 
นางสุนัขจิ้งจอกวิ่งมาเจอกับบุตรชายของตนตามที่นางคาดหวังไว้
 
นางสุนัขจิ้งจอกวิ่งมาเจอกับบุตรชายของตนตามที่นางคาดหวังไว้
 
      “ โธ่ ลูกจ๋า นี่แม่เอง จะทำยังไงดี แม่จะปกป้องเจ้ายังไงดี ” เมื่อเอาก้อนหินปาไล่นางสุนัขจิ้งจอกหนีไปแล้ว มานพหนุ่มก็เดินทางต่อไปโดยใช้เส้นทางเดิม “ เฮ้อ ต้องรีบเดินทางต่อ
เป็นห่วงแม่จังเลย จากไปตั้งหลายวันแล้ว ไม่รู้ว่าแม่จะเป็นอย่างไร หายป่วยหรือยังก็ไม่รู้ ”

นางสุนัขจิ้งจอกใช้เท้าตะกุยดินเป็นเครื่องหมายบอกบุตรของตนว่าห้ามไปในเส้นทางที่เขาจะต้องไป
 
นางสุนัขจิ้งจอกใช้เท้าตะกุยดินเป็นเครื่องหมายบอกบุตรของตนว่าห้ามไปในเส้นทางที่เขาจะต้องไป
 
      ระหว่างทางมีนกกระไนตัวหนึ่งร้องทัก ชายหนุ่มมิเคยได้เรียนรู้ภาษาสรรพสำเนียงสัตว์ จึงคิดว่าเสียงร้องของนกกระไนนั้นเป็นมงคลกับตัวเอง “ นกน้อยให้พรเราเช่นนั้นรึ
เสียงเพราะจัง ร้องอีกสิ ร้องอีก เสียงเจ้าฟังแล้วไพเราะนัก หายเหนื่อยเลยนะเนี่ย ”
 
บุตรชายของหญิงม่ายใช้ก้อนหินปาไล่นางสุนัขจิ้งจอกให้พ้นทางของตน
 
บุตรชายของหญิงม่ายใช้ก้อนหินปาไล่นางสุนัขจิ้งจอกให้พ้นทางของตน
 
     เสียงของนกกระไนที่ร้องไม่ได้มีความหมายถึงการเป็นมงคลอย่างที่มานพหนุ่มเข้าใจ ความหมายของมันกลับตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง “ ข้ามันสะ ๆ ฆ่ามันเลย มันมีทรัพย์
ตั้งพันกหาปนะ เอาเลย ปล้นเลย มันรวย มันรวยมาก ๆ เลย ”
 
บุตรชายของหญิงม่ายเดินทางกลับบ้านของตนต่อไปในเส้นทางเดิม
 
บุตรชายของหญิงม่ายเดินทางกลับบ้านของตนต่อไปในเส้นทางเดิม
 
      “ แน่ะให้พรเราไม่หยุดเลย เจ้านกนี่น่ารักจริง ๆ ร้องดัง ๆ เลยสิ ข้าชอบ ๆ ร้องเลย ” สุดทางป่ารกนั้น มีนายโจรผู้ฟังเสียงสัตว์รู้ ดักปล้นคนเดินทางอยู่ เสียงนกกระไนมันบอกว่า
มีคนเดินผ่านมาทางนี้ ดีล่ะ รวยสะด้วยจะได้ปล้นให้หมดตัวไปเลย ”
 
ระหว่างทางบุตรหญิงม่ายได้เจอนกกระไนส่งเสียงร้องดังระงมไปทั่วป่า

ระหว่างทางบุตรหญิงม่ายได้เจอนกกระไนส่งเสียงร้องดังระงมไปทั่วป่า
 
     นายโจรผู้นี้ยังล่วงรู้เหตุการณ์ด้วยวิชชาญาณทิพย์อีกวิชชาหนึ่งด้วย เมื่อมานพหนุ่มเดินทางมาถึงจุดปล้น ก็ถูกสมุนของนายโจรควบคุมตัวไว้ “ มาแล้วรึ รวยนักเหรอ เจอนี่สะหน่อยไหมนี่ ”
“ ไม่อยากตาย ก็ส่งทรัพย์มาดี ๆ มีเงินก็ต้องแบ่งกันใช้ เอามา ” “ แย่แล้วโจรนี่น่า ซวยแล้วเราทำยังไงดี อย่า ๆ ๆ อย่าทำอะไรเราเลยน่ะ นี่ ๆ ๆ เงิน พวกท่านเอาไปเถิด ”

บุตรของหญิงม่ายชอบใจในเสียงร้องของนกกระไนเป็นยิ่งนัก
 
บุตรของหญิงม่ายชอบใจในเสียงร้องของนกกระไนเป็นยิ่งนัก
 
      ด้วยเพราะเคยเกื้อกูลกันมาแต่อดีต นายโจรจึงคืนทรัพย์ให้ แล้วเล่าความเป็นมาให้มานพหนุ่มได้รู้ “ ท่านไม่รู้หรอกรึว่า มารดาของท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว นางได้มาเกิดในร่าง
ของสุนัขจิ้งจอกตัวที่มาขวางทางเจ้าไว้นั่นแหละ ด้วยกลัวว่าเจ้าจะมีอันตราย จึงมาขวางไว้แต่แรก แต่เจ้ากลับใช้ก้อนหินปานาง แล้วไล่นางไป
 
บุตรของหญิงม่ายเจอกับกลุ่มโจรและจำต้องมอบเงินให้กับโจรเหล่านั้น
 
บุตรของหญิงม่ายเจอกับกลุ่มโจรและจำต้องมอบเงินให้กับโจรเหล่านั้น
 
     แล้วเจ้านกกระไนที่ชมนักชมหนาที่ว่าเสียงมันไพเราะ เป็นมงคลกับเจ้านั่นน่ะ แท้ที่จริงแล้วมันร้องเพื่อบอกให้โจรมาปล้นเจ้า จะได้ฆ่าเจ้าให้ตาย ” “ โธ่ แม่ ลูกไม่น่าทำอย่างนั้น
กับท่านเลย ” “ เอาเถิด จงกลับไปบูชาแม่ของเจ้าให้ดี ๆ เถิด ทรัพย์นี้เราจะขอคืนให้กับเจ้า ไปเถิด ”
 
เหตุเพราะเคยเกื้อกูลกันมาแต่ในอดีตนายโจรจึงคืนเงินและปล่อยตัวบุตรของหญิงม่ายให้กลับบ้านไป
 
เหตุเพราะเคยเกื้อกูลกันมาแต่ในอดีตนายโจรจึงคืนเงินและปล่อยตัวบุตรของหญิงม่ายให้กลับบ้านไป
 
     นายโจรเห็นแก่ความรักที่มารดามีต่อบุตร จึงปล่อยมานพหนุ่มให้กลับบ้านเรือนโดยคืนทรัพย์ให้เป็นทุนดั่งที่มารดาตั้งใจไว้ พระศาสดาทรงประกาศสัจจธรรม ประชุมชาดก
เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์มิให้หลงผิดเป็นชอบ
 
 
 
ในพุทธกาลครั้งนั้น นายโจรเสวยพระชาติเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 

รับชมคลิปวิดีโอสัตปัตตชาดก ชาดกว่าด้วย ความสำคัญผิด
ชมวิดีโอสัตปัตตชาดก ชาดกว่าด้วย ความสำคัญผิด   Download ธรรมะสัตปัตตชาดก ชาดกว่าด้วย ความสำคัญผิด
 
 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      โกกาลิกชาดก ชาดกว่าด้วยพูดในกาลที่ควรพูด
      พรหมทัตตชาดก ชาดกว่าด้วยผู้ขอกับผู้ถูกขอ
      คูถปาณกชาดก ชาดกว่าด้วยหนอนท้าสู้กับช้าง
      สีลานิสังสชาดก ชาดกว่าด้วยอานิสงส์ของศีล
      อุุทัญจนีชาดก ชาดกว่าด้วยหญิงโจร
      ฉัททันตชาดก ชาดกว่าด้วยพญาช้างฉัททันต์
      กกัณฏกชาดก ชาดกว่าด้วยกิ้งก่าได้ทรัพย์
      จุลปทุมชาดก ว่าด้วยการลงโทษหญิงชายทำชู้กัน
      กฏาหกชาดก ชาดกว่าด้วยคนขี้โอ่
      ปัณณิกชาดก ชาดกว่าด้วยที่พึงให้โทษ
      สมิทธิชาดก ชาดกว่าด้วยการไม่รู้เวลาตาย
      บุปผรัตตชาดก ชาดกว่าด้วยเป็นทุกข์เพราะภรรยาไม่ได้ผ้าย้อมดอกคำ