กัลยาณธรรมชาดก ชาดกว่าด้วยผู้มีกัลยาณธรรม

" เราไม่ได้ออกบวช แต่คนอื่นทั้งหมดกลับคิดว่าเราบวช นี่คงเป็นเสียงดีสินะ เราจะไม่ทำให้เสียงดีนี้หายไป เราจะออกบวช ” เศรษฐีจึงกลับไปเข้าเฝ้าพระราชาอีกครั้ง พระราชาเมื่อเห็นเศรษฐีเดินมาเข้าเฝ้าอีกก็แปลกใจจึงตรัสถามว่า “ ท่านมหาเศรษฐี ท่านเพิ่งไปเดี๋ยวนี้เอง ทำไมจึงกลับมาอีกเล่า ” “ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชน กาลใดบุคคลได้สมัญญาในโลกว่า ผู้มีกัลยาณธรรม กาลนั้นนรชนผู้มีปัญญาไม่พึงทำตนให้เสื่อมสมัญญานั้นเสีย " https://dmc.tv/a26783

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 30 ม.ค. 2564 ] - [ ผู้อ่าน : 17080 ]

ชาดก 500 ชาติ

กัลยาณธรรมชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้มีกัลยาณธรรม

เศรษฐีผู้หนึ่งซึ่งมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้เข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ

เศรษฐีผู้หนึ่งซึ่งมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้เข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ
  
       ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในกรุงสาวัตถี มีบ้านเศรษฐีหลังหนึ่ง ชายเศรษฐีผู้เป็นเจ้าของบ้านเป็นคนมีศรัทธาเลื่อมใสถึงไตรสรณคม ถือศีล ๕ เข้าวัดฟังธรรมไม่ได้เว้น
ทุกครั้งเมื่อมีโอกาสยามว่างเว้นจากกิจธุระการงาน เศรษฐีผู้นี้จะเข้าวัดฟังธรรม ณ สำนักของพระศาสดาในพระวิหารเชตวันอยู่เสมอ ครั้งนี้อีกเช่นกันเขาให้คนรับใช้
ในบ้านตระเตรียมของ เนยใส ดอกไม้ ผ้าจีวรมากมาย เพื่อนำมาถวายพระภิกษุสงฆ์ในวัด
 
เศรษฐีได้ให้คนรับใช้ตระเตรียมจีวรเพื่อนำไปถวายพระภิกษุในพระเชตวัน
 
เศรษฐีได้ให้คนรับใช้ตระเตรียมจีวรเพื่อนำไปถวายพระภิกษุในพระเชตวัน
 
       “ ครั้งนี้ งานพี่ว่างเว้นหลายวัน พี่อาจจะอยู่ฟังธรรม นั่งสมาธิ(Meditation)ในวัดหลายวันหน่อย เจ้าจงอยู่ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านให้ดีเถอะ ” “ ได้จ๊ะพี่
พี่ฟังธรรมให้สบายใจเถอะ อย่าห่วงเลย ทางนี้น้องจะดูแลเอง ” ครั้นรุ่งเช้าเศรษฐีก็เดินทางออกจากบ้าน พร้อมของห่อใหญ่ที่เตรียมไปถวายพระภิกษุสงฆ์
เมื่อจุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้คือ การทำบุญใหญ่ หน้าตาของเศรษฐีจึงเต็มไปด้วยความสุข เบิกบาน

เศรษฐีได้สั่งเสียให้ภรรยาของเขาดูแลกิจการงานแทนในช่วงเวลที่เขาไปปฏิบัติธรรม
 
เศรษฐีได้สั่งเสียให้ภรรยาของเขาดูแลกิจการงานแทนในช่วงเวลที่เขาไปปฏิบัติธรรม
 
        เมื่อเขาเดินออกจากบ้าน เจอเพื่อนบ้านก็ทักทายอารมณ์ดี “ ไปไหนละพ่อเศรษฐีออกจากบ้านแต่เช้าเชียว ” “ ไปวัดนะจ๊ะป้า ไปกับฉันไหมล่ะ เข้าวัด
ฟังธรรมแล้วสบายใจดีนะ ” “ โอ้ย พ่อเศรษฐีไม่ต้องไปชวนป้าเค้าหรอก ลุงพาไปฟังธรรมที่ไรหลับทุกทีเลย เฮ้อ ” เศรษฐีผู้นี้แม้จะมีฐานะร่ำรวยแตกต่าง
จากชาวบ้านคนอื่น ๆ มากมาย แต่เขาก็ไม่ได้ทะนงตัว เขาให้ความเป็นมิตรและคอยช่วยเหลือทุกคนตามที่จะช่วยได้

คนรับใช้เศรษฐีได้นำข้าวของที่เตรียมไว้ไปยังพระเชตวันพร้อมกับท่านเศรษฐี
 
คนรับใช้เศรษฐีได้นำข้าวของที่เตรียมไว้ไปยังพระเชตวันพร้อมกับท่านเศรษฐี
 
       สิ่งนั้นจึงทำให้ชาวบ้านต่างรักใคร่และรู้จักสนิทสนมเศรษฐีผู้นี้เป็นอย่างดี ทางด้านภรรยาเศรษฐีเมื่อเห็นสามีไม่อยู่บ้านหลายวันจึงให้คนไปรับแม่
มาอยู่เป็นเพื่อนที่บ้าน แม่ยายเศรษฐีผู้นี้เป็นคนหูตึง มักจะได้ยินถูก ๆ ผิด ๆ เสมอ “ สวัสดีจ๊ะแม่ เดินทางมาตั้งไกลเหนื่อยไหมจ๊ะ มา มานั่งพัก
ข้างในกันก่อนเถิด ” “ โอ้ย เลื่อยอะไร ไม่มีหรอก แม่เอามาแต่เสื้อผ้ากับข้าวของนิดหน่อยเอง ”
 
เศรษฐีได้ชักชวนชาวบ้านไปปฏิบัติธรรมด้วยกันที่วัด
 
เศรษฐีได้ชักชวนชาวบ้านไปปฏิบัติธรรมด้วยกันที่วัด
 
       “ ฉันถามแม่ว่าเหนื่อยไหม ไม่ได้ถามว่าเลื่อยจ๊ะ ” ภรรยาเศรษฐีเตรียมอาหารมากมายไว้ต้อนรับผู้เป็นแม่ เมื่อมาถึงก็ชวนทานข้าวด้วยกัน ทานกันไป
พูดคุยกันไปให้หายคิดถึง “ อาหารที่นี่อร่อยถูกปากแม่ไหมจ๊ะ ” “ ห๊า เจ้าว่าอะไรนะ อะไรหร่อย ๆ เหรอลูก ” “ กับข้าวที่นี่อร่อยไหมจ๊ะ แม่ชอบไหม ”
“ อ่อ อร่อย ๆ เฮ้อ แกก็รู้ว่าแม่หูตึง พูดให้ดังหน่อยสิ ”
 
ตลอดเส้นทางไปวัดมีชาวบ้านมากมายได้เข้ามาพูดจาทักทายท่านเศรษฐี
 
ตลอดเส้นทางไปวัดมีชาวบ้านมากมายได้เข้ามาพูดจาทักทายท่านเศรษฐี
 
       เมื่อสองแม่ลูกรับประทานอาหารกันจนอิ่มเสร็จสรรพ ก็ชวนกันมานั่งรับลมที่หน้าบ้าน ผู้เป็นแม่เมื่อลูกออกมาอยู่นอกบ้านกับสามีก็เป็นห่วง จึงถามความสัมพันธ์
ระหว่างลูกสาวกับลูกเขยผู้เป็นเศรษฐี “ ผัวของเองเป็นยังไงบ้างล่ะ มาอยู่บ้านเขา เขาเลี้ยงดูแกดีหรือเปล่าละ ” “ โธ่แม่อย่าเป็นห่วงฉันเลยจ๊ะ พี่เศรษฐีเขาเป็นคนดี
ดูแลฉันดีมากเลยจ๊ะ ”
 
ภรรยาเศรษฐีให้คนไปรับแม่ของตนมาอยู่ที่บ้านในช่วงที่เศรษฐีไปปฏิบัติธรรม
 
ภรรยาเศรษฐีให้คนไปรับแม่ของตนมาอยู่ที่บ้านในช่วงที่เศรษฐีไปปฏิบัติธรรม
 
       “ แล้วแกสองคนอยู่ด้วยกันทะเลาะกันบ้างหรือเปล่า พ่อเศรษฐีนั่นเขาทำอะไรให้แกเจ็บใจบ้างไหม ” “ แม่พูดอะไรอย่างนั้น คนที่เพียบพร้อมด้วยผัว
และมารยาทเช่นลูกเขยของแม่ แม้บวชแล้วก็ยังหายากเลยจ้า ” “ ห๊า อะไรนะ พ่อเศรษฐีผัวเองออกบวชแล้วรึ โธ่ทำไมถึงออกบวชเสียเล่า ” แม่หูตึง
ฟังลูกสาวไม่ถนัด ได้ยินแต่คำว่าบวชเท่านั้น
 
ภรรยาเศรษฐีได้เตรียมกับข้าวมากมายไว้ต้อนรับแม่ของตน
 
ภรรยาเศรษฐีได้เตรียมกับข้าวมากมายไว้ต้อนรับแม่ของตน
     
       ก็เข้าใจว่าเศรษฐีออกบวชเสียแล้วจึงร้องโวยวายตะโกนเสียงดัง ว่าเศรษฐีออกบวชแล้ว คนงานในบ้านเมื่อได้ยินเสียงแม่ยายเศรษฐีร้องโวยวาย
ว่าเศรษฐีออกบวช ทุกคนก็เชื่อตามนั้น ต่างตกใจ บ้างก็นำไปพูดบอกคนอื่นต่อ ๆ กัน “ อะไรนะ ท่านเศรษฐีออกบวชแล้วรึ โธ่เอ้ย แล้วใครจะอยู่
เป็นหลักให้กับบ้านละเนี่ย ”
แม่ของภรรยาเศรษฐีได้สอบถามความเป็นอยู่ของลูกสาวตน
 
แม่ของภรรยาเศรษฐีได้สอบถามความเป็นอยู่ของลูกสาวตน
 
       เรื่องราวเลยเถิดใหญ่โตเมื่อคนรับใช้ในบ้านนำเรื่องที่ได้ยินจากแม่ยายเศรษฐีนำไปเล่าต่อ ๆ กัน บ้างก็ร้องไห้ฟูมฟาย บ้างก็เอาไปเล่าให้กับคนในหมู่บ้าน
คนอื่น ๆ ฟัง จากหมู่บ้านหนึ่งก็กระจายไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง ข่าวเรื่องเศรษฐีออกบวชถูกชาวบ้านนำมาเล่าต่อ ๆ กันจนขยายวงออกไปนอกหมู่บ้าน ขยายไปยัง
หมู่บ้านอื่น ๆ “ เจ้าได้ยินข่าวที่เศรษฐีหมู่บ้านโน้นออกบวชหรือเปล่า ”
 
แม่ของภรรยาเศรษฐีร้องโวยวายเพราะเข้าใจผิดคิดว่าท่านเศรษฐีได้ออกบวชแล้ว
 
แม่ของภรรยาเศรษฐีร้องโวยวายเพราะเข้าใจผิดคิดว่าท่านเศรษฐีได้ออกบวชแล้ว
 
       “ ได้ยินสิ ไม่น่าแปลกหรอก เศรษฐีผู้นั้นใจบุญจะตาย เข้าวัดฟังธรรมประจำ โอ้ย นี่ก็คงคิดจะหาความสุขทางธรรมไปตลอดแล้วละมั้งถึงออกบวช ”
“ นั่นนะสิ ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ ขออนุโมทนาสาธุด้วยคน ” เศรษฐีครั้นสดับธรรมของพระทศพลแล้ว ก็ออกจากวิหารกลับเข้าเมือง ขณะนั้นเขากำลังเดินผ่าน
ยังหมู่บ้านที่มีชายกลุ่มหนึ่งกำลังคุยเรื่องของเขาออกบวชอยู่พอดี 
 
คนในหมู่บ้านต่างพากันเศร้าโศกเสียใจกับข่าวการออกบวชของท่านเศรษฐี
 
คนในหมู่บ้านต่างพากันเศร้าโศกเสียใจกับข่าวการออกบวชของท่านเศรษฐี
  
       “ เอ้ ชาวบ้านแถวนี้คุยเรื่องอะไรกันนะ แล้วทำไมมองมาที่เราแปลก ๆ ด้วย ” ชายกลุ่มนั้นเมื่อเห็นเศรษฐีเดินออกมาจากวัดในเพศคฤหัสถ์เช่นเดิมก็แปลกใจ
จึงตะโกนถามเศรษฐีในเรื่องที่ตัวเองได้ยินมา “ อ้าว ท่านเศรษฐี ท่านยังไม่ได้บวชหรอกรึ มีข่าวว่าท่านออกบวช พวกคนใช้ในบ้านต่างพากันร้องฟูมฟาย ใคร ๆ
ก็เข้าใจว่าท่านเป็นเพศบรรพชิตแล้วนะนี่ ”
 
ข่าวการออกบวชของท่านเศรษฐีได้แพร่กระจายไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ ที่ห่างไกลออกไป    

ข่าวการออกบวชของท่านเศรษฐีได้แพร่กระจายไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ ที่ห่างไกลออกไป
 
       “ เราไม่ได้ออกบวชสักหน่อย แต่คนอื่น ๆ กลับเข้าใจว่าเราออกบวชแล้ว ช่างเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ เสียงดีได้เกิดขึ้นแล้ว เราไม่ควรให้เสียงนี้หายไป เราควรจะ
บวชเสียวันนี้แหละ ” ครั้นเศรษฐีได้ยินดังนั้นเขาก็ตัดสินใจออกบวชตามเสียงเล่าลืออันนั้น เขาเดินทางกลับไปที่วิหารเชตวันอีกครั้ง เศรษฐีเมื่อกลับไปถึง
เชตวันวิหารก็ไปเฝ้าพระศาสดาทันที
 
ชาวบ้านบางคนก็ชื่นชมยินดีที่ได้รับข่าวของเศรษฐีออกบวช
 
ชาวบ้านบางคนก็ชื่นชมยินดีที่ได้รับข่าวของเศรษฐีออกบวช
  
       และเล่าเรื่องที่เขาเพิ่งพบมาถวายแด่องค์พระศาสดา “ ข้าแต่พระองค์ธรรมดาเสียงดีเกิดขึ้นแล้ว ไม่ควรให้หายไปเสีย เพราะฉะนั้นข้าพระองค์มี
ความประสงค์จะบวช จึงได้มาที่วิหารนี้อีกครั้งพระเจ้าค่ะ ” ครั้นเขาพรรพชาอุปสมบทแล้วเป็นผู้ปฏิบัติชอบ ไม่ช้าก็ได้บรรลุพระอรหันต์ เหตุการณ์นี้
ปรากฏเลื่องลือไปในคณะสงฆ์
 
ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้เห็นเศรษฐีเดินออกมาจากพระเชตวันในเพศฆราวาส
 
ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้เห็นเศรษฐีเดินออกมาจากพระเชตวันในเพศฆราวาส
 
       อยู่มาวันหนึ่งภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรม ได้ยกเอาเรื่องนี้มาพูดคุยกัน เมื่อพระศาสดาทรงทราบถึงเรื่องราวที่พูดคุยกันก็ตรัสว่า “ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
แม้บัณฑิตแต่ก่อนได้ความคิดว่า เสียงดีเกิดขึ้นแล้วไม่ควรให้เสียไปจึงพากันบวช ” ครั้งนั้นพระองค์ทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่าดังนี้

ท่านเศรษฐีสงสัยในสิ่งที่ชาวบ้านกำลังพูดถึงตนเลยเข้าไปซักถาม
 
ท่านเศรษฐีสงสัยในสิ่งที่ชาวบ้านกำลังพูดถึงตนเลยเข้าไปซักถาม
 
       ในอดีตกาลครั้งเมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี ครั้งนั้น ณ บ้านเศรษฐีในหมู่บ้านแห่งหนึ่งได้เกิดข่าวดีขึ้น เมื่อภรรยาสาวเศรษฐี
ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนแรกให้กับเศรษฐี เด็กชายผู้เป็นลูกเศรษฐีได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากผู้เป็นพ่อกับแม่ เขาเป็นเด็กร่าเริงแจ่มใสช่างคิดช่างถาม
จนเป็นที่รักใคร่ของทุกคนในบ้าน

ท่านเศรษฐีได้เล่าเรื่องของตนที่ชาวบ้านต่างพากันพูดว่าตนออกบวชแล้วแก่พระศาสดา
 
ท่านเศรษฐีได้เล่าเรื่องของตนที่ชาวบ้านต่างพากันพูดว่าตนออกบวชแล้วแก่พระศาสดา
 
       ครั้นเมื่อเจริญวัยโตเป็นหนุ่มก็มีรูปร่างสง่างามเป็นที่หมายปองของหญิงสาวหลายคนในหมู่บ้าน “ ดูนั่นสิ ชายคนนั้นช่างสง่างามจริงหากหญิงคนใด
ได้เป็นคู่คงสุขใจยิ่งนัก ” “ แหม รูปก็งามนามก็เพราะที่สำคัญบ้านรวยอีกต่างหาก จะทำยังไงถึงจะให้ลูกเศรษฐีท่านนี้หันมามองเราบ้าง ” ลูกเศรษฐี
ได้ตกลงปลงใจกับหญิงงามต่างหมู่บ้าน แต่งงานอยู่กินกันอย่างมีความสุขในบ้านของเศรษฐีนั้น 
 
ท่านเศรษฐีได้ออกบวชและก็ได้บรรลุพระอรหันต์ในที่สุด
 
ท่านเศรษฐีได้ออกบวชและก็ได้บรรลุพระอรหันต์ในที่สุด
 
       “ ลูกของพ่อ วันนี้พ่อช่างมีความสุขจริง ๆ เลย เมื่อเจ้าได้พบกับคนที่เจ้ารักและเขาก็รักเจ้า ต่อไปนี้ก็คงจะมีความสุขมีคนดูแลเจ้าแทนพ่อกับแม่แล้วสินะ ” 
ครั้นวันเวลาผ่านไปผู้เป็นพ่อกับแม่ก็ได้ถึงแก่กรรมไปตามยถากรรม ลูกเศรษฐีจึงได้รับตำแหน่งเศรษฐีและดูแลทรัพย์สมบัติต่อไป

เหล่าภิกษุสงฆ์ต่างพากันพูดถึงเรื่องของเศรษฐีที่ออกบวชต่อพระศาสดา
 
เหล่าภิกษุสงฆ์ต่างพากันพูดถึงเรื่องของเศรษฐีที่ออกบวชต่อพระศาสดา
 
       “ ดูทางนี้หน่อยเถิด เราว่ามันยังไม่เรียบร้อยเท่าที่ควร พวกท่านช่วยกันจัดของให้ดีเถอะ ของจะได้ไม่ชำรุด เสียหายอย่างไรก็รู้ได้โดยง่าย ” เศรษฐีผู้นี้ทำหน้าที่
แทนผู้เป็นพ่อได้เป็นอย่างดี เขาดูแลทรัพย์สมบัติที่พ่อทิ้งไว้ให้เป็นอย่างดี และหามาเพิ่มมิได้ขาด ส่วนคนงานในบ้านก็ดูแลเอาใจใส่ไม่บกพร่อง ส่วนภรรยาเขาก็
ให้ความรัก ให้เกียรติให้เสมอ

<a href=http://www.dmc.tv/seach/ครอบครัว title='ครอบครัว' target=_blank><font color=#333333>ครอบครัว</font></a>เศรษฐีซึ่งอยู่กินกันอย่างมีความสุข ณ เมืองพาราณสี
 
ครอบครัวเศรษฐีซึ่งอยู่กินกันอย่างมีความสุข ณ เมืองพาราณสี
 
       “ ลุงพ่อบ้านก็ดูแลตัวเองดี ๆ เถอะ การงานอันไหนไม่สำคัญก็ให้คนอื่นทำ เราก็ยากจะให้ได้ท่านพัก อยู่บ้านนี้ก็คิดเสียว่าฉันเป็นเหมือนลูกเหมือนหลานก็แล้วกัน ”
แม้กิจทางโลกไม่เคยบกพร่อง แต่กิจทางธรรมเศรษฐีผู้นี้ก็หมั่นทำไม่ขาดอยู่เช่นกัน ทุกครั้งที่มีโอกาสว่างเว้นจากธุระการงานเขาจะเข้าไปในป่าเพื่อนั่งสมาธิและ
ศึกษาพระธรรมเสมอ
 
บุตรชายของเศรษฐีเติบโตเป็นหนุ่มรูปงามและเป็นที่หมายปองของบรรดาหญิงสาวทั่วไป
 
บุตรชายของเศรษฐีเติบโตเป็นหนุ่มรูปงามและเป็นที่หมายปองของบรรดาหญิงสาวทั่วไป
 
      วันหนึ่งเมื่อเศรษฐีทำการค้าขายเสร็จได้กำไรดี ขากลับจากการเดินทางค้าขายเขาได้แวะซื้อของใช้ต่าง ๆ มากมาย “ นี่พี่ ซื้อของอะไรมามากมายจ๊ะ ”
“ ของใช้ต่าง ๆ จ๊ะ คราวนี้ซื้อมาเยอะหน่อย พี่ว่าครั้งนี้จะเข้าป่านั่งสมาธินานหลายวัน ” เศรษฐีให้คนงานจัดข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อเตรียม
ไปนั่งสมาธิ ทำจิตใจให้สงบ
 
บุตรชายท่านเศรษฐีได้แต่งงานกับหญิงสาวต่างหมูบ้าน
 
บุตรชายท่านเศรษฐีได้แต่งงานกับหญิงสาวต่างหมูบ้าน
 
       ละเรื่องทางโลก ศึกษาแต่ทางธรรม “ ครั้งนี้พี่คงไปอยู่หลายวัน ฝากเจ้าดูแลที่นี่ด้วยนะ ” “ ได้จ๊ะ พี่ทำใจให้สบายเถอะนะ เมื่อเค้าวัดก็ปฏิบัติธรรม
อย่างเต็มที่ อย่าห่วงเรื่องทางนี้เลยจ๊ะ ” รุ่งเช้าเมื่อทำกิจเสร็จสรรพเศรษฐีก็เดินทางออกจากหมู่บ้าน ระหว่างที่เดินทางผ่านหมู่บ้านต่าง ๆ นั้น
ก็กล่าวทักทายกับคนในหมู่บ้านอย่างยิ้มแย้ม

บุตรชายเศรษฐีได้ดูแลกิจการค้าหลังจากที่พ่อของตนได้<a href=http://www.dmc.tv/pages/about/page07.html title='เสียชีวิต' target=_blank><font color=#333333>เสียชีวิต</font></a>
 
บุตรชายเศรษฐีได้ดูแลกิจการค้าหลังจากที่พ่อของตนได้เสียชีวิต
 
      “ พ่อเศรษฐีนั่นจะไปไหนละ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสพิกลมีข่าวดีอะไรรึ ” “ หึ หึ หน้าฉันก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว มิได้มีข่าวดีอะไรหรอก ฉันจะไปนั่งสมาธิ
ในป่าท้ายหมู่บ้านโน้นนะจ๊ะ ” ก่อนเข้าไปในป่าเศรษฐีเข้ามาในวังเพื่อขอพระราชทานอนุญาตจากพระราชาเพื่อละจากกิจที่พึงปฏิบัติแก่พระองค์
มุ่งสู่การทำสมาธิในป่าใหญ่
 
บุตรชายเศรษฐีได้ดูแลลุงพ่อบ้านซึ่งอายุมากแล้วเปรียบประดุจญาติของตน
 
บุตรชายเศรษฐีได้ดูแลลุงพ่อบ้านซึ่งอายุมากแล้วเปรียบประดุจญาติของตน
 
       “ หม่อมฉันขอพระราชทานอนุญาตจากพระองค์ด้วยเถิด การงานใดที่พระองค์จะทรงรับใช้ หม่อมฉันจะกราบถวายหลังจากนี้พระเจ้าค่ะ ” เมื่อขอพระราชอนุญาต
จากพระราชาแล้ว เศรษฐีก็มุ่งเดินทางเข้าป่า ครั้นเมื่อถึงกลางป่าใหญ่เศรษฐีก็จัดแจงข้างของต่าง ๆ ให้เข้าที่ แล้วหาที่ใต้ต้นไม้ใหญ่นั่งทำสมาธิ ตั้งจิตให้แน่วแน่
 
บุตรชายของเศรษฐีได้หาเวลาไปนั่งสมาธิในป่าท้ายหมู่บ้านอยู่เสมอ
 
บุตรชายของเศรษฐีได้หาเวลาไปนั่งสมาธิในป่าท้ายหมู่บ้านอยู่เสมอ
 
       ทำจิตใจให้ปลอดโปร่งและเพ่งไปที่ลมหายใจเข้าออกทำอาณาปานสติ ส่วนผู้เป็นภรรยาครั้นเมื่อสามีไม่อยู่หลายวันจึงให้คนงานที่บ้านไปรับแม่มาอยู่ด้วย
แม่ยายเศรษฐีคนนี้ด้วยวัยชราจึงหูตึง ฟังอะไรไม่ถนัดทำให้เข้าใจอะไรผิด ๆ ถูก ๆ อยู่เสมอ “ สวัสดีจ๊ะแม่ นี่หอบข้าวของอะไรมาพะรุงพะรังไปหมดนี่ ”
 
เศรษฐีหนุ่มได้แจ้งภรรยาว่าตนจะไปปฏิบัติธรรมซึ่งจะใช้เวลานานกว่าที่เคยไปมาแล้ว
 
เศรษฐีหนุ่มได้แจ้งภรรยาว่าตนจะไปปฏิบัติธรรมซึ่งจะใช้เวลานานกว่าที่เคยไปมาแล้ว
 
       “ ลุงแกเขาไม่มาหรอก โน่น เอาแต่นั่งเฝ้าบ้านไปวัน ๆ ชวนไปไหนก็ไม่ไป ” “ ฉันพูดถึงลุงที่ไหนกัน โอ้ยแม่เนี่ย เข้าใจผิดไปหมด มา มา มา เข้าบ้านก่อน
เดี๋ยวค่อยว่ากันใหม่ ” ภรรยาเศรษฐีเมื่อได้มีโอกาสอยู่กับแม่ ก็ปรนนิบัติแม่เป็นอย่างดีเพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน “ แม่เดินทางมาไกลคงปวดเมื่อย
เต็มที ฉันนวดให้นะจ๊ะ ”
 
การไปปฏิบัติธรรมของเศรษฐีชาวบ้านต่างก็เข้ามาพูดจาทักทายตลอดเส้นทาง
 
การไปปฏิบัติธรรมของเศรษฐีชาวบ้านต่างก็เข้ามาพูดจาทักทายตลอดเส้นทาง
 
       “ แม่ไม่มีลวดหรอกลูก มีอยู่ที่บ้านโน่นเยอะแยะ ไม่รู้ว่าเจ้าจะใช้จะได้เอามาให้ บ้านสามีเจ้าก็ออกร่ำรวยไม่มีลวดใช้กันเลยเหรอ ” “ ฉันไม่ได้จะเอาลวด
ฉันจะนวดให้แม่นะจ๊ะ ” ภรรยาเศรษฐีสั่งให้คนงานในบ้านทำอาหารอย่างดีไว้เลี้ยงต้อนรับผู้เป็นแม่ แม่ลูกต่างทานข้าวด้วยกันอย่างมีความสุข
 
เศรษฐีได้เข้าเฝ้าพระเจ้าพรหมทัตเพื่อกราบลาไปปฏิบัติธรรม
 
เศรษฐีได้เข้าเฝ้าพระเจ้าพรหมทัตเพื่อกราบลาไปปฏิบัติธรรม
 
       “ อร่อยไหมจ๊ะแม่ แม่ครัวที่นี่ทำอาหารอร่อยมากเลยนะ พี่เศรษฐีเขาชมไม่ขาดปาก ว่าแม่ครัวเขาทำกับข้าวเก่งกว่าใคร ๆ ” “ เจ้าก็เลยสบาย ไม่ต้อง
ทำเลยละสิ แล้วนี่ผัวเจ้าเขาไม่บ่นอะไรบ้างรึ ” “ แหม แม่จ๊ะ แม้ฉันจะไม่ได้ทำอาหาร แต่ฉันก็ปรนนิบัติสามีไม่ขาดตกบกพร่องหรอกน่า กิจการงานใด
ที่ฉันช่วยได้ ฉันก็ช่วยตลอดไม่ได้เกี่ยงงอน ”
 
เศรษฐีได้เข้าไปในป่าแล้วก็ได้นั่งสมาธิบำเพ็ญภาวนาอย่างตั้งใจ
 
เศรษฐีได้เข้าไปในป่าแล้วก็ได้นั่งสมาธิบำเพ็ญภาวนาอย่างตั้งใจ
 
       เมื่อทานข้าวกันเสร็จลูกสาวก็เล่าเรื่องต่าง ๆ ในบ้านให้ผู้เป็นแม่ฟัง ส่วนแม่ก็เล่าเรื่องที่เกิดในบ้านเดิมให้ลูกสาวฟัง ทั้งสองผลัดกันพูดผลัดกันฟัง
แม้จะมีบางครั้งที่แม่ฟังไม่ถนัด เข้าใจผิด ๆ ถูก ๆ ก็ถือเป็นเรื่องสนุก ๆ กันไป วันหนึ่งด้วยความเป็นห่วงของผู้เป็นแม่จึงซักถามบุตรสาวในเรื่องความ
เป็นอยู่ของบ้านสามี
 
ภรรยาสาวของเศรษฐีได้รับแม่ของตนมาอยู่ด้วยกันในช่วงที่เศรษฐีไปปฏิบัติธรรม
 
ภรรยาสาวของเศรษฐีได้รับแม่ของตนมาอยู่ด้วยกันในช่วงที่เศรษฐีไปปฏิบัติธรรม
 
       “ ลูกเอ๋ย เจ้าอยู่ที่นี่มีความสุขดีไหม พ่อเศรษฐีสามีของลูกเขารักใคร่เจ้าเหมือนเดิมหรือเปล่า เขาทำตัวเป็นสามีที่ดีหรือเปล่า ” “ แม่จ๊ะ อย่าได้เป็นห่วงลูก
ในข้อนี้เลย ลูกโชคดีมากที่ได้พี่เขามาเป็นสามี คนเพียบพร้อมด้วยผัวและมารยาทดั่งลูกเขยของแม่ แม้บวชแล้วก็ยังหายากเลยนะจ๊ะ ”
 
ภรรยาเศรษฐีได้เตรียมอาหารมากมายไว้ต้อนรับแม่ของตน
 
ภรรยาเศรษฐีได้เตรียมอาหารมากมายไว้ต้อนรับแม่ของตน
 
       ผู้เป็นแม่เนื่องจากหูตึงจึงฟังได้แค่บวช ก็เข้าใจผิดคิดว่าลูกเขยของตนออกบวชแล้วก็ตกใจร้องโวยวาย “ หา พ่อเศรษฐีสามีเจ้าออกบวชแล้วรึ มิน่าละ
เจ้าถึงให้แม่มาอยู่เป็นเพื่อน โธ่เอ๋ยลูกแม่ สามีเจ้าออกบวชทำไมกันรึ ” เมื่อได้ยินเสียงแม่ยายเศรษฐีร้องโวยวายว่าเศรษฐีออกบวชแล้ว
 
แม่ของภรรยาเศรษฐีเป็นคนหูตึงเลยทำให้เข้าใจผิดจากการฟังอยู่เสมอ
 
แม่ของภรรยาเศรษฐีเป็นคนหูตึงเลยทำให้เข้าใจผิดจากการฟังอยู่เสมอ
 
        คนรับใช้ในบ้านก็ตกใจ เข้าใจผิดตามกันไปว่าเศรษฐีออกบวชจริง “ ท่านเศรษฐีครั้งนี้ไปบวชจริง ๆ เลยรึ ถึงว่าให้พวกเราจัดข้าวของเยอะกว่าทุกครั้ง ” จากข่าว
ในบ้านก็ขยายออกมานอกบ้าน คนในหมู่บ้านต่างลือและนำไปเล่าต่อว่าเศรษฐีออกบวชแล้ว “ เขาว่ากันว่าเศรษฐีออกบวชแล้วนะพวกเรา รู้เรื่องกันบ้างไหมนี่ ”
 
ข่าวเศรษฐีหนุ่มออกบวชแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วจากหมู่บ้านหนึ่งก็ขยายวงกว้างออกไปอีกหลายหมู่บ้าน
 
ข่าวเศรษฐีหนุ่มออกบวชแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วจากหมู่บ้านหนึ่งก็ขยายวงกว้างออกไปอีกหลายหมู่บ้าน
 
       “ ถึงว่าครั้งนี้ตอนเข้าไปในป่า ดูอิ่มเอิบมีความสุขชอบกล ” “ เออใช่ ๆ ๆ คนในบ้านร้องฟูมฟายกันไปหมด น่าสงสารจริง ๆ เลย ” ฝ่ายเศรษฐีเมื่อประพฤติธรรม
จนได้หลายวันตามที่กำหนดการแล้วก็ออกมาจากป่าเข้าเฝ้ากราบถวายงานตามปกติกับพระราชา ในขณะที่เดินไปยังหมู่บ้านสวนทางกับชายคนหนึ่ง เมื่อชายคนนั้น
เห็นเศรษฐีก็ตกใจ “
 
เศรษฐีหนุ่มได้รับรู้ถึงข่าวลือของชาวบ้านที่ว่าตนนั้นได้ออกบวชแล้ว
 
เศรษฐีหนุ่มได้รับรู้ถึงข่าวลือของชาวบ้านที่ว่าตนนั้นได้ออกบวชแล้ว
 
       อ้าว ท่านเศรษฐีมีข่าวว่าท่านออกบวชแล้วมิใช่รึ ใยถึงแต่งเป็นเพศคฤหัสถ์อยู่เล่า นี่เขาเล่ากันมาว่า ลูกหลาน คนรับใช้ในเรือนท่านร้องไห้กันฟูมฟาย
บอกว่าท่านออกบวชแล้ว ” “ เราไม่ได้ออกบวช แต่คนอื่นทั้งหมดกลับคิดว่าเราบวช นี่คงเป็นเสียงดีสินะ เราจะไม่ทำให้เสียงดีนี้หายไป เราจะออกบวช ”
 
เศรษฐีหนุ่มได้กราบลาพระราชาเพื่อที่จะออกบวชตามเสียงที่ชาวบ้านได้พากันร่ำลือ
 
เศรษฐีหนุ่มได้กราบลาพระราชาเพื่อที่จะออกบวชตามเสียงที่ชาวบ้านได้พากันร่ำลือ
 
       เศรษฐีเมื่อได้ยินชายคนนั้นทักก็ได้มีความคิดขึ้นว่าธรรมดาเสียงดีเกิดขึ้นแล้วไม่ควรให้หายไปเสีย จึงกลับไปเข้าเฝ้าพระราชาอีกครั้ง พระราชาเมื่อเห็นเศรษฐี
เดินมาเข้าเฝ้าอีกก็แปลกใจจึงตรัสถามว่า “ ท่านมหาเศรษฐี ท่านเพิ่งไปเดี๋ยวนี้เอง ทำไมจึงกลับมาอีกเล่า ” “ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชน

เศรษฐีได้ออกบวชเป็นฤาษีตลอดอายุขัยของตน
 
เศรษฐีได้ออกบวชเป็นฤาษีตลอดอายุขัยของตน
 
 
       กาลใดบุคคลได้สมัญญาในโลกว่า ผู้มีกัลยาณธรรม กาลนั้นนรชนผู้มีปัญญาไม่พึงทำตนให้เสื่อมสมัญญานั้นเสีย สัตตบุรุษทั้งหลายย่อมถือไว้ซึ่งธุระด้วยหิริ ”
ครั้นกราบทูลอย่างนี้แล้ว จึงขอพระบรมราชานุญาตบรรพชาไปสู่หิมวันตประเทศ บวชเป็นฤาษียังอภิญญาและสมาบัติให้เกิด มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า 
 
 
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก
พระราชาในครั้งนั้น ได้เป็นอานนท์ในครั้งนี้
ส่วนเศรษฐีกรุงพาราณสีในครั้งนั้น เสวยพระชาติเป็น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      สกุณีคติชาดก ชาดกว่าด้วยไม่หากินไกลถิ่น
      สุราปานชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของการดื่มสุรา
      อนุสาสิกชาดก ชาดกว่าด้วยเรื่องดีแต่พูด
      กูฏวาณิชชาดก ชาดกว่าด้วยหนามยอกเอาหนามบ่ง
      นังคลีสชาดก ชาดกว่าด้วยคนพาลกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าว
      ทัพพปุบผาชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของการโต้เถียงกัน
      นันทิวิสาลชาดก ชาดกว่าด้วยการใช้วาจาไพเราะ
      กุมมาสปิณฑชาดก ชาดกว่าด้วยอานิสงส์ถวายขนมกุมมาส
      กปิชาดก ชาดกว่าด้วยการโกหกหลอกลวง
      ขรัสสรชาดก ชาดกว่าด้วยบุตรที่มารดาละทิ้ง
      อุจฉังคชาดก ชาดกว่าด้วยหญิงผู้มีใจรักพี่รักน้อง
      อันตชาดก ชาดกว่าด้วยที่สุด ๓ ประเภท