คังเคยชาดก ชาดกว่าด้วยผู้ชอบโอ้อวด

ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหารได้เกิดเรื่องไม่งามในหมู่สงฆ์ขึ้น เรื่องไม่งามนั้นก็คือ มีภิกษุ 2 รูปผู้เป็นกุลบุตรชาวเมืองสาวัตถี เมื่อบวชในศาสนาแล้วก็ไม่ได้บำเพ็ญอสุภะภาวนา ชอบสรรเสริญรูป เที่ยวพร่ำเพ้อแต่เรื่องรูป https://dmc.tv/a26076

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 10 พ.ค. 2563 ] - [ ผู้อ่าน : 670 ]

ชาดก 500 ชาติ

คังเคยชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้ชอบโอ้อวด

เมืองสาวัตถีที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ

เมืองสาวัตถีที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
  
        ณ เมืองสาวัตถี ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหารได้เกิดเรื่องไม่งามในหมู่สงฆ์ขึ้น เรื่องไม่งามนั้นก็คือ มีภิกษุ 2 รูปผู้เป็นกุลบุตรชาวเมืองสาวัตถี
เมื่อบวชในศาสนาแล้วก็ไม่ได้บำเพ็ญอสุภะภาวนา ชอบสรรเสริญรูป เที่ยวพร่ำเพ้อแต่เรื่องรูป วันหนึ่งภิกษุทั้งสองนั้นเกิดทุ่มเถียงกันเรื่องรูป
 
พระเชตวันมหาวิหารในยุคที่<a href=http://www.dmc.tv/search/พระพุทธศาสนา title='พระพุทธศาสนา' target=_blank><font color=#333333>พระพุทธศาสนา</font></a>มีความเจริญรุ่งเรือง
 
พระเชตวันมหาวิหารในยุคที่พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรือง
 
        “ ท่านดูสิ เรานะรูปงามกว่าใคร ใบหน้ารึก็ดูดี ผิวพรรณก็ผ่องใส ” “ ไม่หรอก ท่านอย่างหลงผิดเช่นนั้น เราต่างหากที่รูปงามเกินใคร ไม่ว่าจะมองใกล้ไกล ก็ยังมองดูสง่างาม ”
“ ท่านพูดอย่างนั้นมันก็ไม่ถูก เราต่างหากล่ะที่รูปงามมากกว่าท่าน ” “ เราต่างหากที่รูปงาม ท่านสู้เราไม่ได้หรอก ” “ เราต่างหากที่งาม ” “ ไม่ใช่ เราต่างหาก ”
 
ภิกษุหนุ่มสองรูปเป็นผู้ที่ชอบสรรเสริญความงามของตน
 
ภิกษุหนุ่มสองรูปเป็นผู้ที่ชอบสรรเสริญความงามของตน
 
       ภิกษุทั้งสองทุ่มเถียงกันเนิ่นนานก็ไม่สามารถสรุปได้ว่าใครรูปงามกว่ากัน ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนั้นมีเถระแก่รูปหนึ่งนั่งอยู่ ภิกษุทั้งสองจึงลงความเห็นว่า ควรจะให้
พระเถระรูปนั้นเป็นผู้ตัดสินให้ “ ฮือ ทะเลาะกันไปอย่างนี้ก็เปล่าประโยชน์ ทางที่ดีเราควรให้ภิกษุรูปอื่นมาตัดสินเอาเถอะ ว่าระหว่างท่านกันเรา ใครรูปงามกว่ากัน ”

ภิกษุหนุ่มรูปแรกผู้มีความเชื่อมั่นในความงดงามในรูปของตน
 
ภิกษุหนุ่มรูปแรกผู้มีความเชื่อมั่นในความในความงดงามในรูปของตน
 
       “ ก็ดีเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นเราไปให้รบกวนพระเถระที่นั่งอยู่ตรงนั้นตัดสินให้เรากันเถิด ” ภิกษุหนุ่มทั้งสองเดินเข้าไปหาพระเถระแก่รูปนั้นด้วยหวังว่าพระเถระจะสามารถ
ตัดสินชี้ชัดให้ว่า ระหว่างภิกษุหนุ่มทั้งสองใครรูปงามกว่ากัน “ กระผมทั้งสองมีเรื่องจะรบกวนถามท่านสักหน่อย
 
ภิกษุหนุ่มรูปที่สองผู้มีความเชื่อมั่นในผิวพรรณวรรณะของตนว่างดงามกว่าใคร
 
ภิกษุหนุ่มรูปที่สองผู้มีความเชื่อมั่นในผิวพรรณวรรณะของตนว่างดงามกว่าใคร
 
       เนื่องจากกระผมทั้งสองได้ถกเถียงกันมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครรูปงามกว่ากัน ท่านช่วยตัดสินให้เราด้วยเถิด ” “ ท่านตัดสินมาเถิดว่าผมทั้งสอง
ใครงาม ” “ ท่านทั้งสองอย่ามัวแต่ถกเถียงกันเลยว่าใครรูปงามกว่ากัน เพราะความเป็นจริงนั้น เรานี่แหละงามกว่าพวกท่านทั้งหมด หึ หึ หึ ”
 
ภิกษุหนุ่มทั้งสองรูปเมื่อเจอกันก็จะถกเถียงกันในเรื่องความมีรูปงามของตน
 
ภิกษุหนุ่มทั้งสองรูปเมื่อเจอกันก็จะถกเถียงกันในเรื่องความมีรูปงามของตน
 
       “ อะไรกันนี่ หลวงตาแก่รูปนี้ ไม่ตอบคำที่เราถาม กลับตอบคำที่เราไม่ได้ถาม ” “ นั้นนะสิ เราไปกันเถอะ คงจะหาคำตอบจากหลวงตาคนนี้ไม่ได้หรอก ” เมื่อภิกษุหนุ่มทั้งสอง
ได้รับคำตอบที่ไม่พึงพอใจจึงบริภาษแล้วหลีกไป กิริยาของภิกษุทั้งสองรูปนั้นได้ปรากฏในหมู่สงฆ์
 
พระเถระรูปหนึ่งได้มองเห็นภิกษุหนุ่มทั้งสองถกเถียงกันโดยตลอด
 
พระเถระรูปหนึ่งได้มองเห็นภิกษุหนุ่มทั้งสองถกเถียงกันโดยตลอด
 
       อยู่มาวันหนึ่งภิกษุทั้งหลายประชุมสนทนากันในโรงธรรมว่า พระเถระผู้เฒ่าได้ทำให้ภิกษุหนุ่มอวดรูปโฉมทั้งสองนั้นได้อาย เมื่อพระศาสดาทรงทราบจึงตรัสว่า
“ ดูก่อนภิกษุทั้งหลายภิกษุหนุ่มสองรูปนั้น มิใช่ยกยอรูปแต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อน เธอทั้งสองก็เที่ยวพร่ำเพ้อรูปเหมือนกัน ”
 
ภิกษุหนุ่มทั้งสองให้พระเถระตัดสินว่าตนทั้งสองใครรูปงามกว่ากัน
 
ภิกษุหนุ่มทั้งสองให้พระเถระตัดสินว่าตนทั้งสองใครรูปงามกว่ากัน
     
       เมื่อตรัสแล้วองค์พระศาสดาก็ทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าใหญ่ตรงที่แม่น้ำคงคาและแม่น้ำยมุนาไหลมาบรรจบกัน ได้มีปลาสองตัว
ว่ายมาเจอกัน ปลาตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในแม่น้ำคงคา  “ วันนี้น้ำใสไหลเย็น สบายตัวสุดๆ เลย ว่ายออกไปไกลหน่อยดีกว่าเรา
 
พระเถระตอบภิกษุหนุ่มทั้งสองไปว่าตนเองเป็นผู้ที่รูปงามกว่าใคร ๆ
 
พระเถระตอบภิกษุหนุ่มทั้งสองไปว่าตนเองเป็นผู้ที่รูปงามกว่าใคร ๆ
 
       เฮอ เรานี่ช่างแข็งแรงจริง ๆ รูปก็งาม เกล็ดมันแวววาว วูบวาบ รูปงามอย่างนี้ ก็ต้องว่ายอวดโฉมกันไปเรื่อย ๆ สักหน่อย ” ส่วนปลาอีกตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในแม่น้ำยมุนา
“ วันนี้ว่ายไกลหน่อยดีกว่าเรา เห็นปลาตัวอื่นบอกว่าตรงป่าด้านโน้น มีปลาสาว ๆ เพียบเลย รูปงามอย่างเราคงต้องอวดโฉมกันหน่อยแล้ว ” 
 
ภิกษุหนุ่มทั้งสองไม่พอใจในคำตอบของพระเถระเลยขอตัวแยกย้ายจากไป
 
ภิกษุหนุ่มทั้งสองไม่พอใจในคำตอบของพระเถระเลยขอตัวแยกย้ายจากไป
 
        ปลาทั้งสองตัวว่ายมาเจอกัน ณ จุดที่แม่น้ำทั้งสองสายไหลมาบรรจบกัน “ ฮ่า เจอแกอีกแล้วเหรอ ” “ เจอกันก็ดีแล้ว วันนี้มาตกลงกันให้รู้เรื่องไปเลยดีกว่า ” ปลาทั้งสองตัว
เมื่อมาเจอกันก็มักจะทุ่มเถียงกันว่าใครงามกว่ากันเสมอ ต่างก็ว่าตัวเองนั้นงามกว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมกัน ตกลงกันไม่ได้สักที่
 
บรรดาภิกษุทั้งหลายต่างพากันสนทนาถึงเรื่องของพระเถระและภิกษุหนุ่มทั้งสองรูป
 
บรรดาภิกษุทั้งหลายต่างพากันสนทนาถึงเรื่องของพระเถระและภิกษุหนุ่มทั้งสองรูป
  
       “ จะให้พูดอีกกี่ที่ ฉันก็รูปงามกว่าแก ทำไมแกไม่ยอมเชื่อฉันสักที นี่ ๆ ๆ ดูนี่ เกล็ดรึก็มันวาววูบวาบ สีสันก็สดใส หางก็กรีดกรายสวยงามสุด ๆ ” “ แกมันพูดเข้าข้างตัวเองนิ
ไม่ยอมรับความจริง ฉันต่างหากที่รูปงามกว่าแก ดูสิ ทั้งลายทั้งหัวลำตัว เข้ารูปเข้าร่างกันไปหมด สีก็สดใสกว่าแกด้วย เกล็ดก็มันวาวกว่าแกด้วย ”
 
พระศาสดาทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่าให้บรรดาเหล่าภิกษุสงฆ์ได้ฟังกัน    

พระศาสดาทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่าให้บรรดาเหล่าภิกษุสงฆ์ได้ฟังกัน
 
       “ ฉันงามกว่า ” “ ฉันต่างหากที่งาม ” “ ชั้นต่างหาก ” “ ชั้นต่างหาก ” ปลาทั้งสองทะเลาะกันไม่มีใครยอมใคร ไกลออกไปจากตรงนั้น มีเต่าตัวหนึ่งมองดู
ปลาทั้งสองทะเลาะกันด้วยความเบื่อหน่าย “ เบื่อเจ้าปลาสองตัวนี้จริง ๆ เล้ย ทะเลาะกันอยู่ได้ เจอกันที่ไรก็ทะเลาะกันทุกที น่ารำคาญจริง ๆ  เฮ้อ ”

ปลาตัวหนึ่งได้อาศัยอยู่ในแม่น้ำคงคา
 
ปลาตัวหนึ่งได้อาศัยอยู่ในแม่น้ำคงคา
  
       “ เอาหล่ะ ฉันว่าเราเถียงกันไปก็เท่านั้นแหละ ให้สัตว์อื่นมาตัดสินเราดีกว่า ” “ ได้ ยังไงก็ได้ ให้ใครตัดสินดีหล่ะ ” “ นั่นไง ตรงโน้นไง มีเต่าอยู่ตัวหนึ่ง ให้เต่าตัดสินให้เราดีกว่า ”
“ ได้ ไปเลยสิ จะรอช้าทำไมล่ะ ” เมื่อปลาทั้งสองตกลงกันไม่ได้สักที จึงพากันไปหาเต่าตัวหนึ่งให้เป็นผู้ตัดสินให้ว่าใครงามกว่ากัน
 
ปลาตัวที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำคงคาเป็นปลาที่คิดว่าตัวเองมีความงดงามกว่าปลาตัวใด ๆ
 
ปลาตัวที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำคงคาเป็นปลาที่คิดว่าตัวเองมีความงดงามกว่าปลาตัวใด ๆ
 
       “ ท่านเต่าผู้น่ารัก ขอท่านช่วยตัดสินให้ข้าสองตัวด้วยเถิด ว่าใครงามกว่ากัน ” “ เราทั้งสองตัวได้ถกเถียงกันตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่สรุปได้สะที ช่วยบอกให้ปลาตัวนั้น
ยอมรับสะทีเถอะ ว่าเรางามกว่าเขาจริง ๆ ” “ ไม่จริงเจ้านั้นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายยอมรับ ว่าข้ารูปงามกว่า ”
 
ปลาสวยงามที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำยมุนา
 
ปลาสวยงามที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำยมุนา
 
       “ เอาหล่ะ ๆ  ท่านปลาทั้งสองตัว หยุดทะเลาะกันสักทีเถอะ ท่านที่อยู่แม่น้ำคงคาก็งามไม่มีที่ติ ส่วนท่านที่อยู่แม่น้ำยมุนาก็งามไม่มีที่ติเหมือนกัน แต่โดยรวมแล้ว
เรานี่แหละที่งามกว่าท่านทั้งสอง ฮะ ฮ่า ฮะฮ่า ” “ หา ว่าไงนะ ” “ ก็พวกเจ้าทั้งสองอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าใครงามกว่ากัน
 
ปลาทั้งสองตัวว่ายมาเจอกันตรงจุดที่แม่น้ำทั้งสองสายไหลมาบรรจบกัน
 
ปลาทั้งสองตัวว่ายมาเจอกันตรงจุดที่แม่น้ำทั้งสองสายไหลมาบรรจบกัน
 
       ข้าก็บอกให้แล้วไง ว่าข้านี่แหละรูปงามกว่าเจ้าทั้งสองตัว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” ปลาทั้งสองตัวเมื่อได้ฟังเต่าตัดสินก็ไม่พอใจอย่างมาก “ โธ่ เจ้าเต่าที่แท้เจ้าก็เป็นพวกหลงตัวเอง
เจ้าไม่ตอบคำถามของข้าทั้งสองตัว แต่กลับตอบเข้าข้างตัวเองเสียอย่างนั้น ” “ นั้นนะสิ ไม่เข้าท่าเลย เสียเวลาคุยกับเจ้าจริง ๆ ”
 
ปลาทั้งสองตัวเมื่อเจอกันก็จะถกเถียงกันตลอดว่าตัวเองเป็นปลาที่มีความงดงามที่สุด
 
ปลาทั้งสองตัวเมื่อเจอกันก็จะถกเถียงกันตลอดว่าตัวเองเป็นปลาที่มีความงดงามที่สุด
 
       “ แล้วเจ้าสองตัวจะทำไม ข้าผิดเหรอที่ข้าบอกว่าตัวเองงามที่สุด ทีเจ้าสองตัวยังเถียงกันไม่หยุด ว่าตัวใครงามกว่ากัน ” “ ก็เจ้าไม่ตอบเรื่องที่เราถาม เราถามอีกอย่าง
เจ้าก็ตอบอีกอย่าง ” “ ผู้ที่ยกย่องตัวเองอย่างนี้พวกเราไม่ชอบใจเลย ” ปลาทั้งสองตัวรู้สึกไม่พอใจเต่าตัวนี้มาก
 
 
ปลาทั้งสองตัวให้เต่าช่วยตัดสินว่าตนทั้งสองใครเป็นปลาที่มีความสวยงามมากกว่ากัน
 
ปลาทั้งสองตัวให้เต่าช่วยตัดสินว่าตนทั้งสองใครเป็นปลาที่มีความสวยงามมากกว่ากัน
 
       มันทั้งสองช่วยกันพ่นน้ำใส่ตัวเต่า ทำให้เต่าผู้หลงตนนั้นหนีไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เทวดาที่สถิตอยู่ที่ต้นไม้เห็นโดยตลอด จึงได้แผ่เมตตาให้กับปลาทั้งสองตัว
และเต่าที่เข้าใจผิดกันให้เห็นธรรม แล้วแยกย้ายกันกลับไปอยู่ที่อาศัยตามเดิม

เทวดาที่สถิตริมน้ำได้แผ่เมตตาให้กับปลาและเต่าที่เข้าใจผิดกันให้เห็นธรรมแล้วก็แยกย้ายจากกันไป
 
เทวดาที่สถิตริมน้ำได้แผ่เมตตาให้กับปลาและเต่าที่เข้าใจผิดกันให้เห็นธรรมแล้วก็แยกย้ายจากกันไป
 
   
ปลาสองตัวในครั้งนั้น ได้เป็น ภิกษุหนุ่มสองรูป
ส่วนเต่า ได้กำเนิดเป็น ภิกษุแก่
รุกขเทวดาผู้เกิดที่ฝั่งคงคาผู้เห็นเหตุการณ์โดยตลอด เสวยพระชาติเป็น พระพุทธเจ้า
 

รับชมคลิปวิดีโอคังเคยชาดก ชาดกว่าด้วย ผู้ชอบโอ่อวด
ชมวิดีโอคังเคยชาดก ชาดกว่าด้วย ผู้ชอบโอ่อวด   Download ธรรมะคังเคยชาดก ชาดกว่าด้วย ผู้ชอบโอ่อวด
 
 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      สุขวิหารีชาดก ชาดกว่าด้วยสุขอันเกิดจากการบรรพชา
      โรหนมิคชาดก ชาดกว่าด้วยความรักในสายเลือด
      สุชาตกุมารชาดก ชาดกว่าด้วยการพรากจากสิ่งที่เป็นทุกข์
      กุมภชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของสุรา
      พันธนโมกขชาดก ชาดกว่าด้วยการหลุดพ้นจากเครื่องผูกมัด
      กุททาลชาดก ชาดกว่าด้วยความชนะที่ดี
      สสปัณฑิตชาดก ชาดกว่าด้วยผู้สละชีวิตเป็นทาน
      กายนิพพินทชาดก ชาดกว่าด้วยความเบื่อหน่ายร่างกาย
      กุกกุฏชาดก ชาดกว่าด้วยว่าด้วยผลของการไม่เชื่อง่าย
      เสยยชาดก ชาดกว่าด้วยคบคนประเสริฐก็ประเสริฐ
      ผลชาดก ชาดกว่าด้วยความสามารถในการดูผลไม้
      สาลิยชาดก ชาดกว่าด้วยหมอผู้โชคร้าย