จุลลโพธิชาดก ชาดกว่าด้วยความโกรธ

ดูก่อนภิกษุ ขึ้นชื่อว่าความโกรธ เธอควรจะห้ามเสีย อันความโกรธเห็นปานนี้ ที่จะทำประโยชน์ให้ในโลกนี้และโลกหน้าเป็นไม่มี เธอบวชในศาสนาของพระพุทธเจ้าที่ไม่โกรธแล้ว เหตุไรจึงยังโกรธเล่า https://dmc.tv/a24141

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 3 พ.ย. 2561 ] - [ ผู้อ่าน : 691 ]

ชาดก 500 ชาติ

จุลลโพธิชาดก-ชาดกว่าด้วยความโกรธ

ภิกษุหนุ่มผู้มีใจมักโกรธและมีอารมณ์ฉุนเฉียว

ภิกษุหนุ่มผู้มีใจมักโกรธและมีอารมณ์ฉุนเฉียว
  
     ครั้งเมื่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน  ครั้งนั้นได้มีภิกษุรูปหนึ่งมักมีจิตโกรธแค้น ฉุนเฉียวอยู่เป็นประจำ แม้ใครจะเตือนหรือห้ามปราม
ก็ไม่เป็นผล “ ท่านจะมีจิตโกรธแค้นไปทำไมเล่า โกรธไปใจท่านเองก็จะเป็นทุกข์
 
ภิกษุทั้งหลายพยายามว่ากล่าวตักเตือนในเรื่องความมักโกรธของภิกษุหนุ่ม
 
ภิกษุทั้งหลายพยายามว่ากล่าวตักเตือนในเรื่องความมักโกรธของภิกษุหนุ่ม
 
      “ ท่านอย่ามายุ่งกับเรื่องของเรานักเลย เราจะโกรธใครก็เป็นเรื่องของเรา เราไม่ชอบใจนักหรอกนะ ที่ใครจะมายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของเราอย่างนี้ ” “ ช่างเขาเถอะท่าน
ในเมื่อพวกเราได้บอกเขาแล้ว เขาไม่ยอมเชื่อเรา ก็คงจะทำอะไรไม่ได้ ” “ นั่นสินะ เสียดายแท้ๆ ที่พระธรรมไม่อาจทำให้จิตใจท่านสงบได้ ”
 
ภิกษุผู้มักโกรธไม่ยอมรับฟังการว่ากล่าวตักเตือนจากเพื่อนภิกษุรูปใดเลย
 
ภิกษุผู้มักโกรธไม่ยอมรับฟังการว่ากล่าวตักเตือนจากเพื่อนภิกษุรูปใดเลย
 
     “ เออ ไปเลย ไปให้พ้น เลย เบื่อนักเชียวพวกที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเนี่ย ” ภิกษุมักโกรธรูปนี้ ด้วยความโกรธฉุนเฉียว จึงทำให้ไม่สามารถที่จะสงบจิตใจให้สงบได้
เมื่อจิตใจไม่สงบก็ไม่สามารถที่จะศึกษาพระธรรมได้ แม้กิจใดๆ ของสงฆ์ก็ไม่สามารถทำได้ดีเลย 
 
ภิกษุหนุ่มมักโกรธไม่สามารถจะศึกษาพระธรรมได้เพราะจิตใจไม่สงบ
 
ภิกษุหนุ่มมักโกรธไม่สามารถจะศึกษาพระธรรมได้เพราะจิตใจไม่สงบ
 
     “ โอ้ย อารมณ์ไม่ดี วันนี้ไม่มีอารมณ์จะนั่งสมาธิ(Meditation)หรือทำอะไรทั้งนั้น แหม มาว่ากันได้ว่าเราจิตใจไม่สงบ โธ่เว้ย ” องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อได้ตั้งจิตอธิษฐาน
ก็สามารถรู้เห็นความโดยหมด ด้วยจิตอานิสงส์อยากให้ภิกษุรูปนี้เห็นโทษของความโกรธ จึงตรัสเรียกให้มาเฝ้า
 
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรู้เห็นพฤติกรรมของภิกษุหนุ่มมักโกรธโดยตลอด
 
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรู้เห็นพฤติกรรมของภิกษุหนุ่มมักโกรธโดยตลอด
 
     “ ดูก่อนภิกษุ ได้ยินว่าเธอ เป็นคนมักโกรธจริงหรือ ” “ จริงพระเจ้าค่ะ ” “ ดูก่อนภิกษุ ขึ้นชื่อว่าความโกรธ เธอควรจะห้ามเสีย อันความโกรธเห็นปานนี้ ที่จะทำประโยชน์ให้ในโลกนี้
และโลกหน้าเป็นไม่มี เธอบวชในศาสนาของพระพุทธเจ้าที่ไม่โกรธแล้ว เหตุไรจึงยังโกรธเล่า จริงอยู่ โบราณบัณฑิตทั้งหลาย แม้บวชแล้วในลัทธินอกพระพุทธศาสนา
ก็ยังไม่ทำความโกรธ ”

พระนครพารณสีในการปกครองของพระเจ้าพรหมทัต
 
พระนครพารณสีในการปกครองของพระเจ้าพรหมทัต
 
     ครั้งนั้นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาทกดังต่อไปนี้ ในอดีตกาลเมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี ณ นิคมของชาวกาสีแห่งหนึ่ง
มีพราหมณ์คนหนึ่งเป็นผู้มั่งคั่ง มีโภคทรัพย์มากแต่ไม่มีบุตร “ นี่เราก็อายุมากขึ้นทุกวัน ทรัพย์สมบัติก็มากมาย แต่งงานมาก็นานหลายปีแล้ว ทำไมถึงไม่มีลูกสักทีนะ หือ ”

เศรษฐีผู้มั่งคั่งร่ำรวยแห่งเมืองพาราณสี
 
เศรษฐีผู้มั่งคั่งร่ำรวยแห่งเมืองพาราณสี
 
     ความทุกข์ใจในตัวของเศรษฐีนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับความความทุกข์ของผู้ที่เป็นภรรยาเลย “ น้องเอ๋ย เราแต่งงานกันมาก็หลายปีดีดักแล้ว เหตุใดกันนะ เราถึงยังไม่มีบุตร
ให้เชยชมสักที ” “ น้องเองก็ทุกข์ใจไม่แพ้พี่เลยนะจ๊ะ ความสุขที่สุดของผู้หญิงก็คือ การได้เป็นแม่ คงยังไม่มีบุญวาสนาพอที่จะได้พบความสุขนั้นกระมัง ”
 
เศรษฐีกับภรรยาต่างทุกข์ใจในเหตุที่ทั้งสองอยู่กินกันมานานแต่ก็ยังไม่มีบุตรด้วยกัน
 
เศรษฐีกับภรรยาต่างทุกข์ใจในเหตุที่ทั้งสองอยู่กินกันมานานแต่ก็ยังไม่มีบุตรด้วยกัน
     
     วันเวลาผ่านไปอีกหลายปี ในที่สุดภรรยาของพราหมณ์มั่งคั่งผู้นี้ก็ตั้งครรภ์ สร้างปีติยินดีแก่เศรษฐียิ่งนัก แม้แต่บ่าวไพร่ในบ้านก็ล้วนยินดีกันถ้วนหน้า “ ไหน ขอพี่ดูท้อง
เจ้าหน่อยสิ เฮอะๆๆ ลูกของเรา ในที่สุด พี่ก็จะได้เป็นพ่อคนแล้วเฮอะๆๆ ” “ใช่จ๊ะ น้องก็จะได้เป็นแม่แล้วเช่นกันจ๊ะพี่จ๋า ”
 
ภรรยาของเศรษฐีได้ให้กำเนิดบุตรชายซึ่งมีชื่อว่า โพธิกุมาร
 
ภรรยาของเศรษฐีได้ให้กำเนิดบุตรชายซึ่งมีชื่อว่า โพธิกุมาร
 
     เมื่อตั้งครรภ์จนครบกำหนด ภรรยาเศรษฐีก็ให้กำเนิดบุตรเป็นเพศชาย สร้างความปีติให้กับเศรษฐียิ่งนัก “ โอ้ ลูกรักของพ่อ พ่อจะให้เจ้าชื่อว่า โพธิกุมาร ” 
โพธิกุมารได้รับการดูแลเลี้ยงดูอย่างดีจากผู้เป็นพ่อและแม่ เติบโตเป็นเด็กเฉลียวฉลาด เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของเศรษฐี ภรรยาและบ่าวไพร่ทุกคนในบ้าน
 
โพธิกุมารเป็นเด็กที่มีความน่ารัก เฉลียวฉลาด และเป็นที่รักของทุกคน
 
โพธิกุมารเป็นเด็กที่มีความน่ารัก เฉลียวฉลาด และเป็นที่รักของทุกคน
 
     เมื่อเจริญวัยครบสิบห้าปีบริบูรณ์ เศรษฐีก็ให้บุตรชายเดินทางไปศึกษาต่อที่เมืองตักศิลา “ เจ้าจงตั้งใจเรียนนะลูกเอ๋ย ” “ ครับพ่อ ลูกลาพ่อกับแม่ไปก่อน
พ่อกับแม่รักษาสุขภาพด้วยนะครับ ” ด้วยความเป็นคนมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด โพธิกุมารจึงเล่าเรียนวิชาศิลปะต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
 
โพธิกุมารลาพ่อกับแม่ของตนไปร่ำเรียนที่เมืองตักศิลา
 
โพธิกุมารลาพ่อกับแม่ของตนไปร่ำเรียนที่เมืองตักศิลา
  
     เมื่อสำเร็จวิชาต่างๆ หมดแล้ว จึงลาอาจารย์กลับมาบ้าน “ ดูนั่นสิ ลูกชายเศรษฐีกลับมาแล้ว เห็นว่าศึกษากลับมา แล้วก็ช่วยงานท่านเศรษฐีเค้าหน่ะ ” “ หน้าตาก็หล่อเหลา
ฐานะทางบ้านก็มั่งคั่งร่ำรวย สติปัญญาก็เฉลียวฉลาด เฮ้อ ครบถ้วนสมบูรณ์แบบอย่างนี้ ใครได้แต่งงานด้วยต้องโชคดีแน่ๆ เลย ”
 
โพธิกุมารสามารถร่ำเรียนวิชาต่างๆ ได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว    

โพธิกุมารสามารถร่ำเรียนวิชาต่างๆ ได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว
 
     “ น้องเอ๋ย เจ้าจะว่าอย่างไรบ้าง หากพี่คิดที่จะให้โพธิกุมารลูกของเราสมรสกับลูกสาวของเพื่อนพี่ ” “ ก็ดีสิจ๊ะ ลูกของเราตอนนี้ก็ถึงวัยที่จะมีคู่ครองแล้วนะจ๊ะพี่
หากได้คู่ที่สมกันด้วยฐานะก็ยิ่งเป็นการดีสิจ๊ะพี่จ๋า ” “ พ่อกับแม่เรียกลูกมา มีอะไรจะคุยด้วยเหรอครับ ”
 
โพธิกุมารสำเร็จการศึกษาก็เดินทางกลับมายังบ้านของตน
 
โพธิกุมารสำเร็จการศึกษาก็เดินทางกลับมายังบ้านของตน
  
     “ โพธิกุมารเอ๋ย พ่อกับแม่เห็นว่า เจ้าถึงวัยที่จะมีคู่แล้ว เลยหาหญิงที่เหมาะสมไว้ให้กับเจ้า ” “ แต่ลูกไม่อยากมีครอบครัว ลูกไม่อยากสมรสกับใคร ” “ อย่าขัดใจพ่อเค้าเลยลูก
แม่ก็ว่าดีแล้วนะ ที่เจ้าจะมีคู่ไว้เชยชม ไว้เป็นคู่คิด เอาเถอะ ถ้าเกิดเจ้าได้พบกับหญิงที่พ่อกับแม่หามาให้ เจ้าอาจจะเปลี่ยนใจ ชอบนางขึ้นมาก็ได้นะ ”
 
ท่านเศรษฐีได้เรียกโพธิกุมารมารับฟังถึงเรื่องที่ตนได้หาคู่ครองเตรียมไว้ให้
 
ท่านเศรษฐีได้เรียกโพธิกุมารมารับฟังถึงเรื่องที่ตนได้หาคู่ครองเตรียมไว้ให้
 
      มารดาบิดาได้นำกุมาริกา ผู้มีตระกูลเสมอกันมาให้โพธิกุมาร แม้เขายังไม่ปรารถนาเลยก็ตาม “ เฮอะๆๆ ดีใจจริงๆ เลยที่เรากับเพื่อนรักได้ครองญาติกัน ลูกสาวของท่าน
งดงามเพียบพร้อมไม่มีใครทัดเทียมได้จริง ” “ ลูกของเราก็ถือว่าโชดดีนักที่จะได้คู่ครอง เป็นชายที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติอย่างลูกท่าน ” 
 
โพธิกุมารและกุมาริกาได้พบหน้ากันโดยการจัดการของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
 
โพธิกุมารและกุมาริกาได้พบหน้ากันโดยการจัดการของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
 
    กุมาริกาผู้ที่จะมาเป็นคู่ครองของโพธิกุมารนั้น มีรูปร่างงามเลิศ เปรียบด้วยเทพอัปสร แต่นางเองก็ไม่ปรารถนาที่จะมีคู่เช่นกัน “ เฮ้อ ทำไมท่านพ่อกับท่านแม่ต้องบังคับจิตใจลูกด้วยน่ะ
ชีวิตที่ดีพร้อมสมบูรณ์ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมีคู่เสมอไปหรอก ” โพธิกุมารกับนางกุมาริกา ต่างก็ไม่ปรารถนาเป็นสามีภรรยากัน แต่ญาติทั้งหลายก็จัดการอาวหะ วิวาหะมงคลให้
ด้วยถือว่าเป็นเรื่องอันสมควร 

 
โพธิกุมารได้แต่งงานด้วยความจำยอมเพราะมีความเกรงใจในผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
 
โพธิกุมารได้แต่งงานด้วยความจำยอมเพราะมีความเกรงใจในผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
 
        “ แม่ดีใจจริงๆ ที่เจ้าได้ภรรยาที่ดี ที่เหมาะสมกับเจ้าโพธิกุมารเอ๋ย ลูกรักของแม่ ต่อจากนี้ไปเจ้าคงจะมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไปนะลูกนะ ” แม้ทั้งสองจะแต่งงานและอยู่ด้วยกันแล้ว
แต่ก็ไม่เคยมีความฟุ้งซ่านด้วยกิเลส เพียงแต่จะแลดูกันด้วยอำนาจราคะก็ไม่มี ขึ้นชื่อวาเมถุนธรรมไม่เคยประสบแม้ในฝัน ทั้งสองได้เป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งกายและใจ ต่อมาภายหลัง
เมื่อมารดาบิดาถึงแก่กรรมแล้วโพธิกุมารก็ได้จัดการปลงศพของท่านเรียบร้อยแล้ว คิดว่าถึงเวลาที่เขาจะได้ทำตามใจปรารถนาเสียที
 
โพธิกุมารและกุมาริกาอยู่ด้วยกันฉันพี่น้องไม่ได้ตกอยู่ในกิเลสกามราคะแม้แต่น้อย
 
โพธิกุมารและกุมาริกาอยู่ด้วยกันฉันพี่น้องไม่ได้ตกอยู่ในกิเลสกามราคะแม้แต่น้อย
 
       “ ที่รัก เธอจงรับทรัพย์แปดสิบโกศนี้ไว้เลี้ยงชีพให้เป็นสุขเถิด ” “ แล้วตัวท่านล่ะจะทำเช่นไร ” “ พี่ไม่มีกิจด้วยทรัพย์ พี่จะเข้าไปในถิ่นหิมพานต์ บวชเป็นฤาษีทำที่พึ่งแห่งตน ”
“ ถ้าเช่นนั้นน้องก็จะไม่ขอรับทรัพย์นี้ด้วยเหมือนกัน หากปราศจากด้วยทรัพย์นี้แล้ว น้องก็จะออกบวชเช่นกัน ” เมื่อทั้งสองได้ตัดสินใจที่จะออกบวชพร้อมกัน จึงได้บริจาคทรัพย์
ทั้งหมดที่มีนั้นให้กับบ่าวไพร่ผู้ขัดสน
 
บิดามารดาของโพธิกุมารได้สิ้นชีวิตลง
 
บิดามารดาของโพธิกุมารได้สิ้นชีวิตลง
 
      “ รับสิ่งนี้ไว้เถิด มันคงทำให้ท่านสุขสบายขึ้น จากนี้ไปพวกท่านก็จงนำทรัพย์เหล่านี้ ไปเป็นทุนเลี้ยงชีพเถิด ” เขาทั้งสองได้ให้ทานเป็นการใหญ่ แล้วออกไปสร้างอาศรม
ในภูมิประเทศที่น่ารื่นรมย์ บวชแล้วเที่ยวหาผลาผลเลี้ยงชีพอยู่ในที่นั้นประมาณสิบปี ฌานสมาบัติก็ไม่ได้เกิดขึ้นแก่เขาทั้งสอง ฤาษีทั้งสองอยู่ในที่นั้นสิบปีด้วยความสุขเกิด
แต่บรรพชา เมื่อต้องการจะเสพรสเค็มรสเปรี้ยว จึงเที่ยวจาริกไปตามชนบทพระนครพาราณสีตามลำดับ อาศัยอยู่ในพระราชอุทยาน

โพธิกุมารและกุมาริกาได้นำทรัพย์ของตนบริจาคให้กับบ่าวไพร่และผู้ที่ยากไร้
 
โพธิกุมารและกุมาริกาได้นำทรัพย์ของตนบริจาคให้กับบ่าวไพร่และผู้ที่ยากไร้
 
        นักบวชทั้งสองพักอยู่ในนพระราชอุทยานอย่างสงบ จนเมื่อถึงวันหนึ่งก็ได้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ครั้งนั้นเมื่อพระราชาทอดพระเนตรเห็นบุรุษผู้เฝ้าสวนถือเครื่องบรรณาการ
มาเฝ้าก็เกิดความคิดที่จะเสด็จชมสวน “ เราอยากจะไปชมสวน เจ้าจงชำระสวนให้สะอาด ” “ เฮ้อ สวนนี้ก็ทำความสะอาดอยู่ ทุกวันอยู่แล้ว พระราชาคิดอย่างไรกันนะ
ทำไมถึงคิดจะมาชมสวนขึ้นมา เฮ้อเหนื่อย ”
 
โพธิกุมารและกุมาริกาได้ออกบวชเป็นฤาษี
 
โพธิกุมารและกุมาริกาได้ออกบวชเป็นฤาษี
 
        เวลาต่อมาพระเจ้าพรหมทัตก็เสด็จมายังพระราชอุทยานที่นายอุทยานบาลนั้นชำระเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมด้วยบริวารจำนวนมาก ขณะนั้นนักบวชทั้งสองก็ยังนั่งให้กาลล่วงไป
ด้วยความสุขอันเกิดแต่บรรพชาอยู่ ณ ด้านหนึ่งของพระราชอุทยาน “ ไม่ได้มาชมอุทยานนี้ตั้งนานแล้ว สบายใจจริงๆ ”

ฤาษีทั้งสองได้เที่ยวจาริกไปในชนบท
 
ฤาษีทั้งสองได้เที่ยวจาริกไปในชนบท
 
     ลำดับนั้นพระราชาเสด็จประพาสพระราชอุทยานได้ทอดพระเนตรเห็นชน แม้ทั้งสองนั้นผู้นั่งอยู่แล้ว “ อ้าวในอุทยานนี้มีนักบวชด้วยรึ ทำไมเราไม่เคยรู้มาก่อน ” “ นักบวชทั้งสองนี้
ได้มาพักที่อุทยานนี้ได้สักระยะหนึ่งแล้วพะยะค่ะ ” พระราชาเมื่อทรงได้แลดูนางปริพาชิกาผู้มีรูปร่างงามเลิศน่าเลื่อมใสยิ่ง ก็มีพระทัยปฏิพัทธ์
 
ฤาษีทั้งสองได้มาพักอยู่ที่พระราชอุทยานแห่งนครพารณสี
 
ฤาษีทั้งสองได้มาพักอยู่ที่พระราชอุทยานแห่งนครพารณสี
 
        พระองค์ทรงสะท้านอยู่ด้วยอำนาจแห่งกิเลส “ เราจักถามดูก่อน นางปริพาชิกานี้ เป็นอะไรกับดาบสนี้ ข้าแต่บรรพชิต นางปริพาชิกานี้เป็นอะไรกันกับท่าน ” “ มหาบพิตร
ไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นแต่บวชด้วยกันอย่างเดียว ก็แต่ว่าเมื่อครั้งเป็นคฤหัสถ์ นางนี้ได้เป็นบาทบริการิจาของอาตมาภาพ ” “ มิได้เป็นอะไรกันแล้วก็ดี ดูก่อนพราหมณ์
 
พระเจ้าพรหมทัตทรงเสด็จประพาส ณ พระราชอุทยาน
 
พระเจ้าพรหมทัตทรงเสด็จประพาส ณ พระราชอุทยาน
 
        ถ้าจะมีบุคคลมาพาเอานางปริพาชิกาผู้มีในตากว้าง งามน่ารักมีใบหน้าอมยิ้ม ของท่านไปด้วยกำลัง ท่านจะทำอย่างไรเล่า ” “ ข้าแต่มหาบพิตร ถ้าใครๆ พานางนี้ไป
ความโกรธพึงเกิดขึ้นแก่อาตมาภาพภายใน ความโกรธนั้น ครั้นเกิดขึ้นแก่อาตมาภาพในภายในแล้ว ไม่พึงเสื่อมคลายไป ตราบเท่าที่อาตมาภาพยังมีชีวิตอยู่
อาตมาภาพก็จักไม่ให้ความโกรธนั้นตั้งอยู่ข้างในโดยการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนได้โดยแท้แล
 
พระเจ้าพรหมทัตทรงเสด็จเข้ามาตรัสกับนักบวชทั้งสอง
 
พระเจ้าพรหมทัตทรงเสด็จเข้ามาตรัสกับนักบวชทั้งสอง
 
      อาตมาภาพจะข่มห้ามกันเสียด้วยเมตตาภาวนาโดยพลัน เหมือนเมล็ดฝนห่าใหญ่ชำระล้างธุลีที่เกิดขึ้นแล้วโดยพลันฉะนั้น ” ฝ่ายพระราชาเมื่อได้ทรงสดับถ้อยคำของพระมหาสัตว์แล้ว
ก็ไม่อาจจะห้ามพระทัยของพระองค์ที่ทรงปฏิพัทธ์ได้ เพราะเป็นอันธพาล ทรงบังคับอำมาตย์คนหนึ่งให้นำนางปริพพาชิกานี้ไปยังพระราชนิเวศน์ “อธรรมกำลังเป็นไปในโลก
ไม่สมควรเลย อย่าทำกับเราอย่างนี้เลย พระองค์ได้โปรดเถอะ ”
 
พระเจ้าพรหมทัตทรงให้ราชบุรุษจับตัวนางปริพพาชิกาไปยังพระราชวัง
 
พระเจ้าพรหมทัตทรงให้ราชบุรุษจับตัวนางปริพพาชิกาไปยังพระราชวัง
 
     ดาบสสดับเสียงคร่ำครวญของนาง แลดูครั้งเดียวแล้วไม่ได้แลดูอีก พวกราชบุรุษก็นำนางผู้ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ไปสู่พระราชนิเวศน์แล้ว พระราชาพาลแม้นั้น ก็มิได้เนิ่นช้า
อยู่ในพระราชอุทยาน เมื่อเสด็จถึงพระราชวังพระเจ้าพรหมทัต รับสั่งให้พานางปริพพาชิกานั้นมาแล้วเชื้อเชิญให้ยศอันยิ่งใหญ่ แต่นางได้พรรณนาโทษของยศ
และคุณของบรรพชาอยู่เรื่อย 
 
พระเจ้าพรหมทัตทรงมอบยศและตำแหน่งให้นางปริพพาชิกาด้วยความสิเน่หา
 
พระเจ้าพรหมทัตทรงมอบยศและตำแหน่งให้นางปริพพาชิกาด้วยความสิเน่หา
 
     พระราชาทรงใช้วิธีการต่างๆ ก็ไม่สามารถจะผูกใจนางไว้ได้ จึงรับสั่งในขังนางไว้ในห้องหนึ่ง “ ปล่อยหม่อมฉันไปเถิด หม่อมฉันไม่ประสงค์ลาภยศอันใดทั้งนั้น หม่อมฉันต้องการศึกษา
ทางธรรมอย่างเป็นสุขเท่านั้น ” “ นางปริพพาชิกานี้ มีศีล มีกัลยาณธรรม ไม่ปรารถนายศปานนี้ แม้พระดาบสนั้น เมื่อคนเขาพานางมาที่นี้ เห็นปานนี้ไป ก็มิได้แลดูด้วยความโกรธ แต่ธรรมดา
บรรพชิตย่อมมีมายามาก ประกอบอะไรๆ ขึ้นแล้วก็จะพึงทำความพินาศให้แก่เรา เราจะต้องดูให้รู้ก่อนว่าแกนั่งทำอะไรอยู่ ”
 
นางปริพพาชิกาถูกกักขังเหตุเพราะนางไม่ประสงค์ในลาภยศที่ตนได้รับ
 
นางปริพพาชิกาถูกกักขังเหตุเพราะนางไม่ประสงค์ในลาภยศที่ตนได้รับ
 
     พระราชาดำริดังนี้แล้วก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ จึงเสด็จไปพระราชอุทยาน เมื่อเสด็จถึงอุทยานก็ทอดพระเนตรเห็นดาบสได้นั่งเย็บจีวรอยู่ พระราชาพร้อมด้วยบริวารเล็กน้อย
ค่อยๆ เสด็จเข้าไปไม่ให้มีเสียงพระบาท พระโพธิสัตว์ไม่ได้แลดูพระราชา เย็บจีวรเรื่อยไป “ ฮึ ดูสิ ทีแรกอวดอ้างว่าจะไม่ให้ความโกรธเกิดขึ้น แม้ที่เกิดขึ้นจะข่มเสียโดยเร็ว
บัดนี้เป็นผู้กระด้างด้วยความโกรธ ไม่ปราศรัยกับเรา ท่านกล่าวอวดอ้างไว้ในวันก่อนอย่างไรหนอ วันนี้เป็นเหมือนว่ามีกำลัง ทำเป็นไม่เห็นนั่งนิ่งเย็บสังฆาฏิอยู่ในบัดนี้ ”
 
พระเจ้าพรหมทัตได้ขอขมาโทษและยินยอมให้ดาบสพักอยู่พระราชอุทยานต่อไป
 
พระเจ้าพรหมทัตได้ขอขมาโทษและยินยอมให้ดาบสพักอยู่พระราชอุทยานต่อไป
 
     “ มหาบพิตร อาตมาภาพได้ทำลายความโกรธนั้นเสียสิ้นแล้ว อันแต่คนเรา เมื่อความโกรธเกิดขึ้นแล้ว บุคคลย่อมไม่เห็นประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น เมื่อความโกรธไม่เกิดขึ้น
บุคคลย่อมเห็นได้ดี ความโกรธเป็นอารมณ์ของคนไร้ปัญญา ผู้ที่ถูกความโกรธครอบงำแล้ว ย่อมละทิ้งกุศลเสีย ธรรมดาไฟย่อมเกิดขึ้นที่ไม้สีไฟ อันบุคคลสีอยู่ ไฟเกิดขึ้นแต่ไม้ใด
ย่อมเผาไม้นั้นเองให้ไหม้ ความโกรธย่อมเกิดขึ้นแก่คนพาลผู้โฉดเขลาไม่รู้จริง เพราะความแข่งดี แม้เขาก็ถูกความโกรธนั้นนั่นแหละเผาลน
 
นางปริพพาชิกาถูกนำตัวกลับมาพักยัง ณ พระราชอุทยานดังเดิม
 
นางปริพพาชิกาถูกนำตัวกลับมาพักยัง ณ พระราชอุทยานดังเดิม
 
        ความโกรธย่อมเจริญขึ้นแก่ผู้ใด ดุจไฟเจริญขึ้นในกองหญ้าแลไม้ฉะนั้น ยศของบุคคลนั้นย่อมเสื่อมไปเหมือนพระจันทร์ข้างแรมฉะนั้น ความโกรธของผู้ใดสงบลงได้ ประดุจไฟ
ที่ไม่มีเชื้อฉะนั้น ยศของผู้นั้นย่อมเต็มเปี่ยม เหมือนพระจันทร์ข้างขึ้นฉะนั้น” “ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ โดยที่ไม่มีความโกรธ ขอท่านทั้งสองจงดำรงอยู่ด้วยความสุขเกิดแต่บรรพชา อยู่แต่
ในพระราชอุทยานนี้เถิด ข้าพเจ้าจะช่วยพิทักษ์รักษาโดยชอบธรรมแก่ท่านทั้งสอง ”
 
     พระราชาได้ขอขมาโทษนมัสการแล้วเสด็จหลีกไป รับสั่งให้อำมาตย์ปล่อยตัวนางปริพพาชิกาแล้วพามาที่อุทยาน ให้บรรพชิตทั้งสองนั้นให้อยู่ ณ พระราชอุทยาน เมื่อนาง
ปริพพาชิกาถึงมรณภาพ แล้วดาบสก็เข้าถิ่นหิมพานต์ไป ทำอภิญญาและสมาบัติให้เกิด เจริญพรหมวิหาร 4 แล้วไปสู่พรหมโลก พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้
มาแสดงแล้ว ทรงประกาศสัจจะธรรมเวลาจบสัจจะ ภิกษุมักโกรธได้ดำรงอยู่ในอนาคามิผล พระทศพลทรงประชุมชาดกว่า
 
 

นางปริพพาชิกา กำเนิดเป็น มารดาพระราหุล
พระราชา กำเนิดเป็น พระอานนท์
ดาบสโพธิกุมาร เสวยพระชาติเป็น พระพุทธเจ้า


รับชมคลิปวิดีโอจุลลโพธิชาดก ชาดกว่าด้วย ความโกรธ
ชมวิดีโอจุลลโพธิชาดก ชาดกว่าด้วย ความโกรธ   Download ธรรมะจุลลโพธิชาดก ชาดกว่าด้วย ความโกรธ
 
 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      ฉวชาดก ชาดกว่าด้วยการนั่งที่ไม่สมควร
      กักกรชาดก ชาดกว่าด้วยผู้ฉลาดเอาตัวรอดได้
      ครหิตชาดก ชาดกว่าด้วยลิงติเตียนมนุษย์
      ปัญจภีรุกชาดก ชาดกว่าด้วยความสวัสดี
      ทุราชานชาดก ชาดกว่าด้วยภาวะของหญิงรู้ได้ยาก
      จัมมสาฏกชาดก ชาดกว่าด้วยนักบวชไหว้แพะ
      ฆตบัณฑิตชาดก ชาดกว่าด้วยความดับความโศก
      กุลาวกชาดก ชาดกว่าด้วยการเสียสละ
      อัสสกชาดก ชาดกว่าด้วยพระเทวีอุพพรีเกิดเป็นด้วงขี้ควาย
      อารามทูสกชาดก ชาดกว่าด้วยความฉลาดอันไม่เป็นประโยชน์
      ลฏุกิกชาดก ชาดกว่าด้วยนางนกไส้ ตอนที่ 1
      มสกชาดก ชาดกว่าด้วยมีศัตรูผู้มีปัญญาดีกว่ามีมิตรโง่