ทัพพปุบผาชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของการโต้เถียงกัน

“ เป็นไงล่ะ ได้แต่ทะเลาะกันอยู่ได้ เห็นไหมส่วนลำตัวเลยกลายเป็นของเจ้าสุนัขจิ้งจอกไปเลย อดหม่ำกันทั้งสองตัวเลยเรา ” “ อดเลยเรา เราทั้งสองไม่น่าทะเลาะกันเลยเนอะ ที่จริงเรามาทานที่ลำตัวด้วยกันก็ได้นี่น่า ” “ นั่นนะสิ ไม่น่าเลย ” “ เพราะเรามาทะเลาะกัน ปลาชิ้นนั้นก็เลยตกเป็นของเข้าสุนัขจิ้งจอกไปเลย เจ็บใจจริง ๆ ไม่น่ามาทะเลาะกันเลย ” https://dmc.tv/a26879

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 10 มี.ค. 2564 ] - [ ผู้อ่าน : 17089 ]

ชาดก 500 ชาติ

ทัพพปุบผาชาดก-ชาดกว่าด้วยโทษของการโต้เถียงกัน

พระอุปนันทเถระผู้ละคุณธรรมมีความปรารถนาในข้าวของเครื่องใช้ของผู้อื่นอยู่เป็นนิจ

พระอุปนันทเถระผู้ละคุณธรรมมีความปรารถนาในข้าวของเครื่องใช้ของผู้อื่นอยู่เป็นนิจ
  
        ในวัดชนบทแห่งหนึ่ง ครั้งนั้นมีพระเถระรูปหนึ่งนามอุปนันทสากยบุตรจำพรรษาอยู่ พระอุปนันทสากยบุตรนั้นเมื่อบวชในพระศาสนาแล้ว แต่ก็ได้ละคุณธรรม
ที่มุ่งให้มีความปรารถนาน้อยได้เป็นผู้มีความทะยานอยากมาก ในวันเข้าพรรษาท่านได้เข้ายึดครองวัดไว้ถึง ๒-๓ วัด
 
พระอุปนันทเถระท่านได้เข้ายึดครองวัดโดยการนำรองเท้าของตนไปวางไว้ในวัดแห่งหนึ่ง
 
พระอุปนันทเถระท่านได้เข้ายึดครองวัดโดยการนำรองเท้าของตนไปวางไว้ในวัดแห่งหนึ่ง
 
        โดยการวางรองเท้าไว้วัดหนึ่ง วางไม้เท้าไว้อีกวัดหนึ่ง แล้วตนเองก็อยู่อีกวัดหนึ่ง เมื่อจำพรรษาท่านได้สอนปฏิปทาอันเป็นวงของพระอริยเจ้า
ที่แสดงถึงความสันโดษในปัจจัยแก่ภิกษุทั้งหลาย “ ภิกษุทั้งหลายเมื่อเราบวชอยู่ในพระพุทธศาสนาแล้ว เราก็ควรเป็นภิกษุที่มักน้อย ”

พระอุปนันทเถระท่านได้เข้ายึดครองวัดโดยการนำไม้เท้าของตนไปวางไว้ในวัดแห่งหนึ่ง
 
พระอุปนันทเถระท่านได้เข้ายึดครองวัดโดยการนำไม้เท้าของตนไปวางไว้ในวัดแห่งหนึ่ง
 
        ภิกษุทั้งหลายเมื่อได้ฟังคำนั้นแล้ว ก็พากันทิ้งบาตรและจีวรที่น่าชอบใจ รับเอาบาตรดินเหนียวและผ้าบังสุกุลมาใช้แทน “ เราควรมักน้อย สันโดษ
ไม่หลงในสิ่งของ ฉะนั้นเราก็ควรเปลี่ยนบาตรมาใช้บาตรดินเหนียวนี่แทน ” พระอุปนันทสากยบุตรให้ภิกษุหนุ่มทั้งหลายวางของเหล่านั้นไว้ ณ ที่อยู่
ของท่าน 
 
พระอุปนันทเถระได้สอนปฏิปทาแก่เหล่าภิกษุ
 
พระอุปนันทเถระได้สอนปฏิปทาแก่เหล่าภิกษุ
 
        เมื่อออกพรรษาปวารณาแล้ว ภิกษุผู้โลภมากก็บรรจุของเหล่านั้นเต็มเกวียนไปพระเชตวันมหาวิหาร “ ฮะ ฮ่า ฮ่า เข้าพรรษางวดนี้ได้ของมาเต็มลำเลยเรา
สวย ๆ ทั้งนั้นเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่าฮ่า ” เมื่อเดินทางมาถึงวัดป่าแห่งหนึ่ง พระอุปนันทสากยบุตรก็โดนเถาวัลย์เกี่ยวเท้า

ภิกษุหนุ่มทั้งหลายต่างพากันเปลี่ยนมาใช้บาตรที่ทำจากดินเหนียว
 
ภิกษุหนุ่มทั้งหลายต่างพากันเปลี่ยนมาใช้บาตรที่ทำจากดินเหนียว
 
        “ เอ๊ะ เถาวัลย์มาเกี่ยวเท้าเราได้อย่างไรเนี่ย สงสัยที่วัดแห่งนี้จะต้องมีของอะไรที่เราควรได้ในวัดนี้แน่นอน แวะไปดูสักหน่อยดีกว่า ” ในวัดนั้นมีภิกษุแก่
จำพรรษาอยู่เพียง ๒ รูป ภิกษุทั้งสองกำลังถกเถียงกันในเรื่องการแบ่งผ้าที่ได้มา “ มีผ้าเนื้องาม ๆ อยู่ ๑ ผืนและผ้าเนื้อหยาบอีก ๒ ผืน

พระอุปนันทเถระบรรจุอัฐบริขารเต็มเกวียนเดินทางไปยังพระเชตวัน
 
พระอุปนันทเถระบรรจุอัฐบริขารเต็มเกวียนเดินทางไปยังพระเชตวัน
 
        เราจะแบ่งกันเช่นไรดี ” “ ผ้าเนื้อหยาบก็แบ่งกันคนละผืน  ส่วนผ้าเนื้องามก็ให้เรา ” “ ไม่ได้หรอก ผ้าเนื้องามควรจะเป็นของเรามากกว่า ” ภิกษุแก่ทั้งสอง
ตกลงกันไม่ได้สักที เมื่อเห็นพระอุปนันทสากยบุตรเดินมาก็ดีใจหวังจะให้แบ่งผ้ากับภิกษุทั้งสองอย่างเป็นธรรม “ ถกเถียงกันอยู่ด้วยเรื่องอันใดหรือท่าน ”

พระอุปนันทเถระได้ถูกเถาวัลย์เกี่ยวข้อเท้าในขณะที่เดินทาง
 
พระอุปนันทเถระได้ถูกเถาวัลย์เกี่ยวข้อเท้าในขณะที่เดินทาง
 
       “ โอ้ ท่านมาก็ดีแล้วช่วยตัดสินให้เราทั้งสองที่เถอะ ว่าควรจะแบ่งผ้าทั้ง ๓ ผืนนี้กันเช่นไร ” “ เราทั้งสองถกเถียงกันอยู่เนิ่นนานก็ไม่สามารถแบ่งกันได้สักที
ท่านช่วยจัดการแบ่งให้เราด้วยเถิด ” “ ได้สิ เราจะแบ่งให้พวกท่านเอง ผ้าเนื้อหยาบ ๒ ผืนนี้ ท่านก็แบ่งกันไปคนละผืนแล้วกัน

ภิกษุชราสองรูปกำลังหาข้อสรุปในการแบ่งผ้าซึ่งมีอยู่ ๓ ผืน
 
ภิกษุชราสองรูปกำลังหาข้อสรุปในการแบ่งผ้าซึ่งมีอยู่ ๓ ผืน
     
        ส่วนผ้ากัมพลเนื้อละเอียดผืนนี้ตกแก่เราผู้เป็นพระวินัยธร หึหึ ” “ ท่านจะแบ่งเช่นนี้ได้อย่างไร ผ้าพวกนี้เป็นของเราทั้งสองแล้ว ท่านจะเอาไปได้อย่างไร ”
“ ใช่ อย่างนี้เราว่าไม่ถูกต้อง ” เนื่องจากภิกษุแก่ทั้งสองยังอาลัยในผ้าผืนงามนั้นจึงพากันไปเชตวันมหาวิหารพร้อมกับท่านอุปนันทเพื่อให้ภิกษุทั้งหลาย
ผู้เป็นพระวินัยธรได้ช่วยกันตัดสินในเรื่องนี้

พระอุปนันทเถระได้แบ่งผ้าให้ภิกษุชราคนละ ๑ ผืน ส่วนที่เหลือก็เก็บเป็นของตนเอง
 
พระอุปนันทเถระได้แบ่งผ้าให้ภิกษุชราคนละ ๑ ผืน ส่วนที่เหลือก็เก็บเป็นของตนเอง
 
        “ ข้าแต่ผู้เจริญ มีหรือไม่หนอการที่พระวินัยธรทั้งหลายกินของที่ริบมาได้ไปเช่นนี้ ” ภิกษุทั้งหลายเมื่อได้ฟังความทั้งหมดก็ได้ตั้งเรื่องขึ้นในธรรมสภา
กล่าวถึงความโลภของพระอุปนันท เมื่อพระศาสดาเสด็จมาถึงและทราบเรื่องราวทั้งหมดจึงได้ตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า
 
ภิกษุชรานำเรื่องที่พระอุปนันทริบผ้าของพวกตนมาเล่าให้เหล่าภิกษุและพระวินัยธรช่วยกันตัดสิน
 
ภิกษุชรานำเรื่องที่พระอุปนันทริบผ้าของพวกตนมาเล่าให้เหล่าภิกษุและพระวินัยธรช่วยกันตัดสิน
 
        “ ภิกษุทั้งหลายพระอุปนันทไม่ทำสิ่งที่เหมาะสมแก่ปฏิปทา ธรรมดาว่าภิกษุเมื่อจะออกปฏิปทาแก่ผู้อื่นควรจะทำให้เหมาะสมแก่ตนก่อน แล้วจึงให้โอวาทผู้อื่น
ในภายหลัง พระอุปนันทไม่ใช่มีความโลภมากแต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนเธอก็มีความโลภมากเหมือนกัน ” แล้วพระองค์ก็ทรงตรัสเรื่อง ทัพพปุบผาชาดก ดังนี้
 
พระศาสดาทรงตรัสเล่า ทัพพปุบผาชาดก อันเกี่ยวเนื่องกับพระอุปนันทเถระ
 
พระศาสดาทรงตรัสเล่า ทัพพปุบผาชาดก อันเกี่ยวเนื่องกับพระอุปนันทเถระ
  
        ในป่าใหญ่แห่งหนึ่งมีสุนัขจิ้งจอกผัวเมียคู่หนึ่งอาศัยอยู่ จิ้งจอกตัวเมียกำลังตั้งท้อง สุนัขจิ้งจอกตัวผู้จึงตามดูแลใกล้ชิด เอาอกเอาใจตัวเมียทุกอย่าง
“ พี่จ๊ะ วันนี้น้องเดินจนเหนื่อยแล้วขอพักใต้ต้นไม้นั้นหน่อยได้ไหม ” “ ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะไปหาผลไม้มาให้น้องกินนะ วันนี้เอาอะไรดี มะม่วงสุกไหมจ๊ะ
หน้านี้หวานกำลังดี ”

สุนัขจิ้งจอกผัวเมียคู่หนึ่งอาศัยอยู่ในป่าใหญ่    

สุนัขจิ้งจอกผัวเมียคู่หนึ่งอาศัยอยู่ในป่าใหญ่
 
        “ หือ ผลไม้อีกแล้วเหรอจ๊ะ น้องอยากจะทานเนื้อสด ๆ บ้าง พี่ช่วยหามาให้กินหน่อยได้ไหมจ๊ะ ” “ ได้สิจ๊ะ น้องอยากทานเนื้อ แสดงว่าต้องได้ลูกชายแน่เลย
เฮอะ เฮ้ย ดีใจจัง รอพี่อยู่ที่นี่นะเดี๋ยวพี่จะไปหาเนื้อสัตว์หวาน ๆ สด ๆ มาให้เจ้า ” “ งั้นน้องนอนตรงนี้รอนะจ๊ะ พี่กลับมาเร็ว ๆ นะ น้องหิวแล้ว ”
 
สุนัขจิ้งจอกตัวเมียได้รับการดูแลเป็นอย่างดีเพราะว่ามันกำลังตั้งท้องอยู่
 
สุนัขจิ้งจอกตัวเมียได้รับการดูแลเป็นอย่างดีเพราะว่ามันกำลังตั้งท้องอยู่
  
       “ จะไปหาเนื้อสัตว์ที่ไหนดีนะ เป็นเนื้ออะไรดี เป็นเนื้อปลาละกัน ปลาสด ๆ นี่แหละบำรุงครรภ์ดียิ่งนัก เอ้ แต่เราจะจับมายังไงดีนะ โห้ น้ำเย็นเจี๊ยบเลย
เราว่ายน้ำไม่เก่งสะด้วยสิแล้วจะจับปลาได้ยังไงเนี่ย เมียรักของเรา รอเราอยู่สะด้วยสิ ป่านนี้คงหิวแย่แล้ว ” สุนัขจิ้งจอกตัวผู้เมื่อเห็นว่าจะจับปลาในแม่น้ำ
ไม่ได้จึงเดินเลาะริมน้ำไปเรื่อย ๆ เพื่อหาสัตว์ตัวอื่นเป็นอาหารให้เมียรักของมัน

สุนัขจิ้งจอกตัวผู้ออกหาอาหารริมฝั่งแม่น้ำ
 
สุนัขจิ้งจอกตัวผู้ออกหาอาหารริมฝั่งแม่น้ำ
 
        “ เฮ้อ เดินต่อไปอีกหน่อยแล้วกัน เผื่อทางข้างหน้าจะมีอะไรให้จับได้ง่าย ๆ ” ที่ริมฝั่งน้ำอีกด้านหนึ่งมีนากสองตัวหากินอยู่ ตัวหนึ่งหากินอยู่ในน้ำลึก อีกตัวหนึ่ง
หากินตามฝั่ง “ โอ้ย วันนี้น้ำเย็นเจี๊ยบเลย คงจะหาปลาตัวใหญ่ ๆ ได้สักตัวแน่ ๆ ยิ่งหิว ๆ อยู่ ” “ วันนี้เราจะกินอะไรดีนะ อากาศดี ๆ อย่างนี้น่าจะมีกบตัวอ้วน ๆ สักตัว
มาให้หม่ำนะเนี่ย ”
 
สุนัขจิ้งจอกตั้งใจจะลงไปจับปลาในแม่น้ำให้เมียรักของตน
 
สุนัขจิ้งจอกตั้งใจจะลงไปจับปลาในแม่น้ำให้เมียรักของตน
 
       วันนั้นมีปลาตะเพียนแดงตัวใหญ่ตัวหนึ่งว่ายน้ำมาริมฝั่งแม่น้ำนั้น ประจวบกับนากว่ายน้ำมาเห็นพอดี “ โอ้โห ปลาตะเพียนตัวโตสะด้วย ตัวสีแดง ๆ น่ากินจังเลย
เสร็จข้าแน่ นี่แน่ะ โอ๊ะ ทำไมแรงมันเยอะอย่างนี้ โอ๊ ๆ อยู่นิ่ง ๆ นะเจ้าปลา นี่แน่ะ ๆ กัดให้ตายไปเลย ” นากที่หากินในน้ำลึกเมื่อกัดปลาตะเพียนได้ก็พยายามลาก
ขึ้นฝั่ง แต่เนื่องจากปลาตัวโตมากจึงไม่สามารถลากขึ้นไปได้

นากสองตัวกำลังหากินอยู่ในแม่น้ำ
 
นากสองตัวกำลังหากินอยู่ในแม่น้ำ
 
        “ โอ้ย..หนักอย่างนี้จะลากขึ้นไปได้ยังไงเนี่ย ” ในขณะนั้นนากที่หากินบนบกเดินมาเห็นเข้า “ เจ้าเพื่อนเกลอ เจ้าได้อาหารมื้อโตเลยนะวันนี้ น่าอิจฉาจริง ๆ ”
“ ใช่สิ แต่ว่าปลาตัวนี้มันหนักเหลือเกิน เราลากขึ้นไปไม่ไหว ท่านช่วยเราหน่อยได้ไหม ” “....เอ้ ช่วยท่านลากขึ้นมาเหรอ ดีสิ เราจะได้ขอแบ่งปลามากินบ้าง
 
นากตัวที่อยู่ในน้ำจับปลาตะเพียนได้
 
นากตัวที่อยู่ในน้ำจับปลาตะเพียนได้
 
        วันนี้เดินทางมาทั้งวันไม่เจอกบเลยสักตัว เฮ้อ ได้สิ ว่าแต่ท่านต้องแบ่งปลาให้เราทานบ้างนะ ” “ ได้สิ เดี๋ยวเราจะแบ่งปลาให้ท่านกินด้วย ตอนนี้ท่านมาช่วยเรา
ลากปลาตัวนี้ก่อนเถิด มันหนักเหลือเกินเรี่ยวแรงเราจะหมดแล้ว ” นากบนบกเมื่อเห็นว่าจะได้กินปลาด้วย จึงรีบเข้าไปช่วยลากปลาตะเพียนแดงขึ้นมาบนฝั่ง

นากทั้งสองตัวช่วยกันลากปลาตะเพียนขึ้นมาบนฝั่ง
 
นากทั้งสองตัวช่วยกันลากปลาตะเพียนขึ้นมาบนฝั่ง
 
        “ อื้อหือ หนักเหมือนกันนะเนี่ย ท่าทางจะอร่อยน่าดูเลย ” “ นั่นสิไม่ได้ทานปลาตัวโต ๆ อย่างนี้มานานแล้ว ” เมื่อลากปลาขึ้นมาบนบกได้สำเร็จนากทั้งสอง
ก็ตกลงแบ่งปลากัน “ งั้นเราแบ่งปลากินกันเถอะ  ท่านเอาหัวกับหางไปนะ ส่วนเราจะเอาลำตัวไปทานเอง ” “ ได้ยังไงล่ะ เราก็อยากกินตรงลำตัวเหมือนกัน ”

นากทั้งสองตัวทะเลาะกันว่าใครควรจะได้กินส่วนไหนของปลา
 
นากทั้งสองตัวทะเลาะกันว่าใครควรจะได้กินส่วนไหนของปลา
 
        นากทั้งสองตัวไม่สามารถตกลงแบ่งปลากันได้ก็ทะเลาะกันยกใหญ่ พอดีสุนัขจิ้งจอกเดินไปพบเข้า นากทั้งสองตัวจึงขอร้องให้สุนัขจิ้งจอกช่วยแบ่งปลาให้
“ ท่านสุนัขจิ้งจอก ท่านมาก็ดีแล้วช่วยเราตัดสินทีเถอะว่าเราทั้งสองจะแบ่งปลาตัวนี้กันยังไงดี ” “ นั่นสิ เราเป็นผู้ลากปลาตัวนี้มาได้ ส่วนนากผู้นี้ช่วยเราลาก
ขึ้นมาบนฝั่งเท่านั้นเอง เราควรจะได้ในส่วนที่เป็นลำตัวใช่ไหม ”
 
สุนัขจิ้งจอกได้แบ่งหัวปลาและหางปลาให้กับนากทั้งสองตัว
 
สุนัขจิ้งจอกได้แบ่งหัวปลาและหางปลาให้กับนากทั้งสองตัว
 
        “ เจ้าจะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูก เพราะหากท่านไม่มีเรา ท่านก็ไม่สามารถลากปลาตัวนี้ขึ้นมากินได้เหมือนกัน ” “ ในเมื่อท่านทั้งสองตกลงแบ่งกันไม่ได้ เราก็จะแบ่ง
ให้เอง (...เจ้านากทั้งสองเอ๋ย เจ้าทั้งสองมัวแต่ทะเลาะกันอยู่ได้ ปลาตัวโตนี้ควรจะเป็นอาหารของเมียข้ามากกว่า ) ” สุนัขจิ้งจอกคิดได้ดังนั้นก็แบ่งปลาออกเป็น
สามส่วน หัวลำตัวและหาง และก็แบ่งหัวและหางให้นากทั้งสองตัว
 
สุนัขจิ้งจอกนำส่วนกลางของตัวปลากลับไปให้เมียรักของตน
 
สุนัขจิ้งจอกนำส่วนกลางของตัวปลากลับไปให้เมียรักของตน
 
        “ ท่อนหางเป็นของนากผู้หากินตามฝั่ง ท่อนหัวเป็นของนากผู้หากินทางน้ำลึก ส่วนท่อนกลางเป็นของข้าที่ทำหน้าที่ตัดสิน ” สุนักจิ้งจอกบอกแล้วคาบปลา
ท่อนกลางออกไป นากทั้งสองห้ามอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งมองส่วนหางและหัวที่ตัวเองได้มา “ ดีใจจังเมียจ๋า ได้เนื้อสดๆ มาแล้ว เจ้าเห็นแล้วต้องดีใจแน่ ๆ ”
 
นากทั้งสองตัวต่างก็เสียใจที่พวกตนมัวทะเลาะกันเลยไม่ได้กินส่วนกลางของตัวปลา
 
นากทั้งสองตัวต่างก็เสียใจที่พวกตนมัวทะเลาะกันเลยไม่ได้กินส่วนกลางของตัวปลา
 
        “ เป็นไงล่ะ ได้แต่ทะเลาะกันอยู่ได้ เห็นไหมส่วนลำตัวเลยกลายเป็นของเจ้าสุนัขจิ้งจอกไปเลย อดหม่ำกันทั้งสองตัวเลยเรา ” “ อดเลยเรา เราทั้งสองไม่น่าทะเลาะ
กันเลยเนอะ ที่จริงเรามาทานที่ลำตัวด้วยกันก็ได้นี่น่า ” “ นั่นนะสิ ไม่น่าเลย ” “ เพราะเรามาทะเลาะกัน ปลาชิ้นนั้นก็เลย ตกเป็นของเข้าสุนัขจิ้งจอกไปเลย เจ็บใจจริง ๆ
ไม่น่ามาทะเลาะกันเลย 
 
 
สุนัขจิ้งจอกตัวเมียดีใจมากที่สุนัขสามีหาปลาสดๆ มาให้ตัวเองได้กิน
 
สุนัขจิ้งจอกตัวเมียดีใจมากที่สุนัขสามีหาปลาสดๆ มาให้ตัวเองได้กิน
 
       ด้านสุนัขจิ้งจอกก็คาบปลาท่อนกลางไปให้เมียที่รอกินอยู่ นางสุนัขจิ้งจอกดีใจมากที่เห็นสุนัขสามีคาบปลาสด ๆ มาให้ “ โอ้โห ปลาสด ๆ ตัวโตด้วยนะเนี่ย
พี่ไปเอามาได้อย่างไรจ๊ะ ปกติพี่ว่ายน้ำไม่เก่งไม่ใช่เหรอ ” “ พี่ได้มาก็เพราะความฉลาดของพี่เองจ๊ะ พี่ไปเจอนากสองตัวทะเลาะแบ่งปลากัน พี่จึงไปช่วย
แบ่งปลาให้ แล้วพี่ก็เอาหัวกับหางให้นากทั้งสองตัว ส่วนพี่ก็เอาท่อนกลางมาให้น้องไงจ๊ะ ” 
 
รุกข<a href=http://www.dmc.tv/search/เทวดา title='เทวดา' target=_blank><font color=#333333>เทวดา</font></a>ซึ่งประจำอยู่ที่ต้นไม้ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดระหว่างนากและสุนัขจิ้งจอก
 
รุกขเทวดาซึ่งประจำอยู่ที่ต้นไม้ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดระหว่างนากและสุนัขจิ้งจอก
 
       “ อื้อหือ นี่พี่ฉลาดจริง ๆ เลย เรากินกันเถอะนะจ๊ะ น้องหิวแล้ว ” “ จ้า ” เหตุการณ์ทั้งหมดได้อยู่ในสายตาของรุกขเทวดาที่ประจำอยู่ต้นไม้ใหญ่ริมฝั่งน้ำ เมื่อเห็นนาก
ทั้งสองทะเลาะกัน ไม่ตกลงกันให้เข้าใจได้ก็ต้องเสียปลาในส่วนของตัวเองให้กับสุนัขจิ้งจอกไป 
 
 
นากทั้งสอง ได้กำเนิดเป็นภิกษุแก่ที่ต้องสูญเสียผ้าผืนงาม
สุนัขจิ้งจอกตัวผู้ กำเนิดเป็น พระอุปนันทศากยบุตร
ส่วนรุกขเทวดาประจำต้นไม้ใหญ่ เสวยพระชาติเป็น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
 
 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      สกุณีคติชาดก ชาดกว่าด้วยไม่หากินไกลถิ่น
      สุราปานชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของการดื่มสุรา
      อนุสาสิกชาดก ชาดกว่าด้วยเรื่องดีแต่พูด
      กูฏวาณิชชาดก ชาดกว่าด้วยหนามยอกเอาหนามบ่ง
      นังคลีสชาดก ชาดกว่าด้วยคนพาลกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าว
      นันทิวิสาลชาดก ชาดกว่าด้วยการใช้วาจาไพเราะ
      กัลยาณธรรมชาดก ชาดกว่าด้วยผู้มีกัลยาณธรรม
      กุมมาสปิณฑชาดก ชาดกว่าด้วยอานิสงส์ถวายขนมกุมมาส
      กปิชาดก ชาดกว่าด้วยการโกหกหลอกลวง
      ขรัสสรชาดก ชาดกว่าด้วยบุตรที่มารดาละทิ้ง
      อุจฉังคชาดก ชาดกว่าด้วยหญิงผู้มีใจรักพี่รักน้อง
      อันตชาดก ชาดกว่าด้วยที่สุด ๓ ประเภท