ทิปิชาดก ชาดกว่าด้วยแพะกับเสือเหลือง

วันนี้ชีวิตเราไม่รอดแน่ จะต่อสู้กับเสือ ก็คงจะสู้แรงไม่ไหว มีทางเดียวเราต้องพูดขอความเห็นใจให้เสือใจอ่อน เราถึงจะมีโอกาสรอด ” แม่แพะทำใจดีสู้เสือ พยายามคิดหาคำพูดที่จะพูดหว่านล้อมให้เสือเหลืองใจอ่อนและปล่อยตัวเองไป https://dmc.tv/a26227

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 24 มิ.ย. 2563 ] - [ ผู้อ่าน : 1720 ]

ชาดก 500 ชาติ

ทิปิชาดก-ชาดกว่าด้วยแพะกับเสือเหลือง

พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ เวฬุวันมหาวิหาร

พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ เวฬุวันมหาวิหาร
  
       ในสมัยหนึ่งครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ เวฬุวัน ในราชคฤห์ได้เกิดเหตุการณ์ถกเถียงในหมู่สงฆ์เรื่องเหตุผลและคุณธรรม เหตุเกิดจากพระเทวทัตที่ประสงค์ร้าย
ต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยไม่คำนึงถึงเรื่องคุณธรรมใดๆ เลย “ ดูก่อนเถิดภิกษุสงฆ์ในคนโหดร้าย ไม่มีเหตุมีผล ไม่มีถ้อยคำเป็นสุภาษิตในคนโหดร้าย ”
 
บรรดาคนเลี้ยงแพะต่างพาแพะของตนมาเลี้ยง ณ ทุ่งหญ้าซึ่งโอบล้อมไปด้วยภูเขา
 
บรรดาคนเลี้ยงแพะต่างพาแพะของตนมาเลี้ยง ณ ทุ่งหญ้าซึ่งโอบล้อมไปด้วยภูเขา
 
       องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงปรารภถึงแม่แพะตัวหนึ่งและตรัสเล่านิทานชาดกดังนี้ ในป่าหิมพานต์แห่งหนึ่ง มีฤาษีนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่านั้นเป็นเวลานาน
ในแต่ละวันที่ประพฤติธรรมก็จะนำการดำเนินชีวิตของสัตว์แต่ละตัวในป่ามาคิดพิจารณาถึงความจริงในธรรม
 
ฤาษีตนหนึ่งพำนักอยู่ในซอกเขาได้มองเห็นแพะและกลุ่มคนเลี้ยง ณ ทุ่งหญ้าในทุก ๆ วัน
 
ฤาษีตนหนึ่งพำนักอยู่ในซอกเขาได้มองเห็นแพะและกลุ่มคนเลี้ยง ณ ทุ่งหญ้าในทุก ๆ วัน
 
       ดังเรื่องของแพะกับเสือเหลืองที่เกิดขึ้นในวันหนึ่ง ในซอกเขาที่ฤาษีพักอยู่นั้น ทุกวันพวกคนเลี้ยงแพะจะพากันต้อนแพะมาเลี้ยงที่แห่งนี้ประจำ เพราะมีภูเขาล้อมรอบ
เมื่อปล่อยแพะแล้วพวกเขาก็จะพากันพักผ่อนรอจนถึงเย็นจึงจะไปต้อนแพะกลับบ้าน “ เฮ้ย ว่าไงเกลอเย็นนี้จะไปเกี้ยวสาวต่อที่ไหนหรือเปล่า ” 

บรรดาหนุ่มคนเลี้ยงแพะได้พูดคุยกันนัดแนะไปเกี้ยวสาวในหมู่บ้านหลังจากที่เลิกงาน
 
บรรดาหนุ่มคนเลี้ยงแพะได้พูดคุยกันนัดแนะไปเกี้ยวสาวในหมู่บ้านหลังจากที่เลิกงาน
 
       “ เฮอะ ๆ ๆ ๆ ก็บ้านเดิมคนเดิมนั้นแหละ แล้วเจ้าล่ะ จะไปกับข้าหรือเปล่า ” “ แน่อยู่แล้ว เดี๋ยวเอาแพะกลับเข้าคอกก่อนแล้วค่อยเจอกันนะ ” “ เจ้าสองคนเนี่ย วัน ๆ
เอาแต่เกี้ยวสาว ไม่ไหว ไม่ไหว ๆ เฮ้อ ” “ อืม คนเลี้ยงแพะ ไล่ต้อนแพะกลับกันแล้ว คงเย็นมากแล้วสินะ เย็นนี้อากาศดีจริง ๆ

เวลาตกเย็นหนุ่มคนเลี้ยงแพะก็ได้ทำการต้อนแพะกลับไปยังบ้านเรือนของตน
 
เวลาตกเย็นหนุ่มคนเลี้ยงแพะก็ได้ทำการต้อนแพะกลับไปยังบ้านเรือนของตน
 
       คืนนี้เราคงนั่งสมาธิ(Meditation)ได้นานแน่ ๆ เลย ” เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างสงบสุขเช่นนี้ทุกวัน จนมาถึงเย็นวันหนึ่งเหตุการณ์ร้ายก็ได้เกิดขึ้นกับแพะตัวหนึ่ง
เย็นวันหนึ่งเมื่อได้เวลาต้อนแพะกลับบ้าน คนเลี้ยงแพะก็ได้ทำหน้าที่ไปต้อนแพะกลับบ้านเช่นเดิม โดยหารู้ไม่ว่ามีแม่แพะตัวหนึ่งหลงออกไปจากกลุ่ม
 
แม่แพะตัวหนึ่งได้เดินหลงออกไปหากินไกลฝูงของมัน
 
แม่แพะตัวหนึ่งได้เดินหลงออกไปหากินไกลฝูงของมัน
 
       “ ไปกลับกันเถอะ วันนี้ข้าหิวมากเลย ไม่รู้แม่จะทำอะไรให้กินบ้าง ”  “ เอาเถอะน่า มีอะไรก็กิน ๆ ไปเถิด  รีบกินรีบนอน หมดแรงเลยวันนี้ ” “ หมดแรงอะไรกัน ข้าเห็นเจ้า
เอาแต่นอนทั้งวันอย่างนั้นนะ ” “ ฮะฮะฮ่า นั่นนะสิ ” “ เอ้ ทำไมวันนี้ฝูงแพะของเราดูชอบกล ๆ เหมือนมันรออะไรอยู่ ไม่ยอมเดิน ” “ เจ้าคิดมากไปเองหรือเปล่ามันจะรออะไร
 
แพะสองตัวมีความกังวลห่วงใยถึงแม่แพะที่ยังไม่กลับเข้าฝูงในขณะที่ถึงเวลากลับเข้าคอกแล้ว
 
แพะสองตัวมีความกังวลห่วงใยถึงแม่แพะที่ยังไม่กลับเข้าฝูงในขณะที่ถึงเวลากลับเข้าคอกแล้ว
 
       ก็รอเจ้านะสิ เจ้าของมันเดินช้าต้วมเตี้ยมอย่างนี้มันก็เลยต้องรอไง ” “ เฮอะ ๆ ๆ นั่นนะสิ คงเป็นอย่างที่เจ้าว่า แปลกคน ต้อนกลับอย่างนี้ทุกวัน มันไม่เห็นจะมีอะไรแปลกไปเลย ”
“เฮ้อ นั่นสินะ ข้าคงคิดมากไปเอง ไป ไป ๆ เจ้าแพะรีบกลับบ้านกันเถอะ มืดแล้วเดี๋ยวจะกลับลำบาก ” “ ก็เจ้ามัวแต่สงสัย นั่น ๆ นี่ ๆ เสียเวลาจริงเลย คนยิ่งหิว ๆ อยู่ ”
“ เอาเหอะน่า รีบ ๆ กลับกันเถอะ ”
 
ฤาษีได้เล่งเห็นถึงภัยที่จะมาเยือนแม่แพะเพราะมันกลับเข้าฝูงไปไม่ทัน
 
ฤาษีได้เล่งเห็นถึงภัยที่จะมาเยือนแม่แพะเพราะมันกลับเข้าฝูงไปไม่ทัน
     
       เย็นวันนั้นมีแม่แพะตัวหนึ่งออกไปหากินไกลฝูง ไม่ทันเห็นฝูงแพะกลับคอก จึงเดินรั้งท้ายอยู่ตัวเดียว “ อ้าว แล้วนี่ฝูงเราหายไปไหนกันหมด แย่แล้ว เราแค่เผลอเดินออกมา
จากฝูงนิดเดียว โดนทิ้งแล้วเหรอนี่ ” “ จะทำยังไงดีละ ปานนี้แม่แพะยังไม่กลับเข้าฝูงเลย ไม่รู้จะมาทันหรือเปล่า ” “ นั่นนะสิ บอกแล้วว่าอย่าไป อย่าไป เจ้านายก็ไม่รอแล้วด้วย ”

แม่แพะเดินไม่ทันฝูงในขณะที่บรรยากาศก็มืดลงเรื่อยๆ
 
แม่แพะเดินไม่ทันฝูงในขณะที่บรรยากาศก็มืดลงเรื่อยๆ
 
       “ เอ๊ะ แล้วนี่ยังมีแพะหลงเหลืออยู่อีกหรือนี่ สงสัยคงจะเดินหลงจากฝูงละสินะ ” เวลาพลบค่ำตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงมา แม่แพะก็ยังเดินไม่ทันฝูง ยิ่งมืดลงเท่าไหร่ความอันตราย
ก็มีมากขึ้นเท่านั้น แม่แพะรู้สึกหวั่นใจ เกรงเคราะห์ร้ายจะเกิดขึ้นกับตน “ โอ้ย ตาย ตาย ตายแล้วตายแล้ว นี่จะมืดแล้วหรือนี่ ในป่ามืดๆ นี่มันน่ากลัวจริง ๆ
 
มีเสือเหลืองตัวหนึ่งกำลังเดินตามรอยแม่แพะไปอย่างเงียบๆ
 
มีเสือเหลืองตัวหนึ่งกำลังเดินตามรอยแม่แพะไปอย่างเงียบๆ
 
       จะมีเสือสิงกระทิงแรดออกมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ” แล้วเรื่องร้าย ๆ ก็เกิดขึ้นกับแม่แพะ เมื่อมีเสือเหลืองตัวหนึ่งเดินเข้ามาทางที่แม่แพะอยู่ ฤาษีได้เห็นเหตุการณ์โดยตลอด
แต่ก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ เนื่องจากเป็นวัฏจักรชีวิตของพวกสัตว์ “ เจ้าแม่แพะเอ๋ย คราวนี้เจ้าคงต้องเจอเรื่องร้ายแรงแล้วละ ”
 
เจ้าเสือเหลืองหิวโซเดินตามแม่แพะหมายมั่นว่าแม่แพะนั้นจะต้องตกเป็นอาหารของตน
 
เจ้าเสือเหลืองหิวโซเดินตามแม่แพะหมายมั่นว่าแม่แพะนั้นจะต้องตกเป็นอาหารของตน
  
       “ โอย หิว หิว หิว เดินมาทั้งวันยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย เย็นป่านนี้แล้วพวกสัตว์คงกลับเข้าที่หลับที่นอนกันหมดแล้วสินี่ โอย หิวเหลือเกิน หิว หิว หิว ฮ่า นั่นแพะนี่น่า
คงเดินหลงจากฝูงละสิ เฮอะ ๆ ๆ ๆ  เสร็จเรา ยิ่งหิว ๆ อยู่ ได้กินเนื้อแพะ คงจะอิ่มแปล้แน่เรา ”  เสือเหลืองเดินวกมาหยุดหน้าแม่แพะด้วยจุดประสงค์ร้าย
 
เจ้าเสือเหลืองได้เดินมาดักหน้าแม่แพะเอาไว้    

เจ้าเสือเหลืองได้เดินมาดักหน้าแม่แพะเอาไว้
 
       แม่แพะเมื่อเห็นเสือเหลืองก็ใจเสียพยายามตั้งสติเพื่อหาทางเอาตัวรอด “ วันนี้ชีวิตเราไม่รอดแน่ จะต่อสู้กับเสือ ก็คงจะสู้แรงไม่ไหว มีทางเดียว เราต้องพูดขอความเห็นใจ
ให้เสือใจอ่อน เราถึงจะมีโอกาสรอด ” แม่แพะทำใจดีสู้เสือ พยายามคิดหาคำพูดที่จะพูดหว่านล้อมให้เสือเหลืองใจอ่อนและปล่อยตัวเองไป

แม่แพะตกใจกลัวเป็นอย่างมากเมื่อได้เผชิญหน้ากับเจ้าเสือเหลือง
 
แม่แพะตกใจกลัวเป็นอย่างมากเมื่อได้เผชิญหน้ากับเจ้าเสือเหลือง
  
       “ สวัสดีจ๊ะ คุณลุงเสือ นี่ก็ค่ำมืดแล้วไม่กลับถ้ำอีกเหรอจ๊ะ ” เสือเหลืองเมื่อได้ฟังที่แม่แพะพูดก็รู้ว่าเป็นเล่ห์เหลี่ยมแม่แพะ (...ฮึ เจ้าแม่แพะ ทำมาเป็นพูดดี คิดเหรอว่า
ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะหลอกให้ข้าตายใจ แผนแค่นี้สยบเสือเหลืองอย่างข้าไม่ได้หรอก) “ เจ้าเรียกข้าว่าลุงได้อย่างไรกัน ข้าเป็นญาติกับเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ”
 
แม่แพะพยายามพูดจาหว่านล้อมให้เสือเหลืองใจอ่อนและยอมปล่อยตนเองไป
 
แม่แพะพยายามพูดจาหว่านล้อมให้เสือเหลืองใจอ่อนและยอมปล่อยตนเองไป
 
       แม่แพะเมื่อเห็นเสือเหลืองไม่พอใจ ก็ยังไม่ลดความพยายาม ยังหาคำพูดดี ๆ มาพูดกับเสือเหลือง ให้เลิกประสงค์ร้ายกับตัวเอง “ โธ่ ลุงเสือ ลุงจำฉันไม่ได้หรอกหรือ แม่ฉัน
ยังถามหาคุณลุงอยู่เป็นประจำเลยนะ พวกเราในฝูง คิดถึงคุณลุงตลอดเวลาเลยละจ๊ะ ” “ อะไรกันเจ้าแพะ เจ้าบังอาจนับญาติกับเสือเหลืองอย่างข้ารึ มันจะมากไปแล้วนะ ”
 
เสือเหลืองกล่าวหาว่าแม่แพะทำให้อาหารของตนหนีไป
 
เสือเหลืองกล่าวหาว่าแม่แพะทำให้อาหารของตนหนีไป
 
       “ เปล่านะจ๊ะ ฉันไม่ได้คิดจะทำตัวเทียบเท่ากับท่านเลยนะ ฉันรู้ดีว่าตัวเองมันต่ำต้อย ท่านจงโปรดอภัยให้ฉันด้วยเถอะนะ ” ฤาษีผู้เห็นเหตุการณ์โดยตลอดก็เห็นใจแม่แพะ
และรู้ว่าเสือเหลืองตัวนี้คงหมายเอาชีวิตแม่แพะเป็นแน่ ถึงแม้ว่าแม่แพะจะพูดจาไพเราะเช่นไรก็ไม่เป็นผล “ เฮ้อเจ้าแม่แพะเอ๋ย เสือเหลืองตัวนี้ดุร้ายนัก ไม่ว่าเจ้าจะพูดดีอย่างไร
ก็คงไม่สามารถกล่อมมันได้อย่างแน่นอน ”

แม่แพะพูดโกหกว่าตนเองเหาะมาทางอากาศและไม่ได้ทำให้อาหารของเสือเหลืองหนีไป
 
แม่แพะพูดโกหกว่าตนเองเหาะมาทางอากาศและไม่ได้ทำให้อาหารของเสือเหลืองหนีไป
 
       “ เจ้าแม่แพะ เจ้าไม่ต้องพูดดีกับข้า ยังไงข้าก็อภัยให้เจ้าไม่ได้ เจ้าบังอาจมาเหยียบหางของข้า วันนี้เจ้าคิดว่าเจ้าจะพ้นจากความตาย ด้วยการเรียกข้าว่าลุงอย่างนั้นรึ ” (เป็นไงล่ะ
เจอแผนนี้ของข้าเข้าไป แล้วแกจะแก้ตัวยังไงแม่แพะ ยังไงเจ้าก็ต้องเป็นอาหารให้ข้าอยู่ดี)  “ อะไรกัน เรานะเหรอไปเหยียบหางท่านได้ ท่านนั่งหันหน้ามาทางข้า
 
ฤาษีเห็นเหตุการณ์โดยตลอดระหว่างเสือเหลืองกับแม่แพะ
 
ฤาษีเห็นเหตุการณ์โดยตลอดระหว่างเสือเหลืองกับแม่แพะ
 
       ข้าก็อยู่ตรงหน้าของท่าน แล้วทำไมข้าถึงไปเหยียบหางของท่าน ที่อยู่ด้านหลังของท่านได้ล่ะ ” “ ทำไมเจ้าจะเหยียบหางของเราไม่ได้ ในเมื่อทั้ง 4 มหาสมุทรและภูเขาทั้งหมด
เราเอาหางวางไว้หมด เจ้าจะไม่เหยียบหางของเราได้อย่างไร ” (…หึ นี่เจ้าเสืองัดมุขนี้มาเลยเหรอ เอาสิ ในเมื่อเจ้าสามารถพูดปดได้ เราก็พูดได้เช่นกัน ) “ โอ้ ท่านเสือเหลือง
 
แม่แพะพยายามร้องขอชีวิตของตนจากเสือเหลือง
 
แม่แพะพยายามร้องขอชีวิตของตนจากเสือเหลือง
 
       เราไม่กล้าไปเหยียบหางของท่านหรอก แล้วอีกอย่างเรื่องที่ท่านเอาหางไปวางไว้ทั่วภูเขาและมหาสมุทรนั้น ญาติ ๆ ของเราได้บอกให้เราได้รู้หมดแล้ว เรากลัวจะเหยียบหางท่าน
เลยเหาะมาบนอากาส ” “ เฮ้อ ไม่รู้ว่าแม่แพะจะยื้อจะเสือเหลืองตัวนี้ไว้ได้นานสักเท่าไหร่ ดูเอาเถอะ เอาเรื่องอะไรมาพูดกัน เรื่องนี้เจ้าเสือเหลืองคงไม่ยอมให้แม่แพะรอดไปได้ง่าย ๆ
อย่างแน่นอน ”

เสือเหลืองได้ฆ่าแม่แพะเพื่อกินเป็นอาหารในที่สุด
 
เสือเหลืองได้ฆ่าแม่แพะเพื่อกินเป็นอาหารในที่สุด
 
       (...ฮึ แม่แพะคิดจะต่อรองกับข้ารึ รู้จักเสือเหลืองอย่างเราน้อยไปสะแล้ว ) “ ข้ารู้ว่าเจ้ามาทางอากาศ แต่ก็เพราะเจ้าเหาะเสียงดัง ฝูงกวางเห็นเจ้าก็หนีไปหมด เจ้าทำอาหาร
ของข้าหนีไป เจ้าจะว่ายังไง ” “ โธ่ ท่านเสือเหลืองฉันไม่ได้ทำอย่างนั้นจริง ๆ ฉันไม่ได้ทำให้อาหารของท่านหายไปเลยนะ เรื่องเป็นยังไงท่านก็รู้อยู่แก่ใจดี เหตุใดท่าน
 
ฤาษีสงสารแม่แพะเป็นที่สุดแต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
 
ฤาษีสงสารแม่แพะเป็นที่สุดแต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
 
       จึงกล่าวร้ายเราอย่างนี้ ” “ ฮึ ก็เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเจ้าคืออาหารของเรานะสิ ไม่ว่าเจ้าพูดยังไง ข้าก็จะเอาชีวิตเจ้าอยู่ดี ” ไม่ว่าแม่แพะจะร้องขอชีวิตอย่างไรเสือเหลืองก็ไม่ใส่ใจ
มันใช้กำลังตะครุบแม่แพะและฆ่ากินเป็นอาหารในที่สุด  “ มาเป็นอาหารของข้าสะเถอะเจ้าแพะ ข้าหิวมาทั้งวันแล้ว ” “ ได้โปรดเถอะ อย่า อย่าฆ่าฉันเลย โอ้ย ”
“ นี่แหละนะ ขึ้นชื่อว่าผู้ร้ายมักไม่มีเหตุผลและคุณธรรม อย่างนี้แหละ ที่เขาเรียกว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร ช่างน่าสงสารเจ้าแม่แพะจริง ๆ 
 
 
ในพุทธกาลปัจจุบัน ฤาษีผู้บำเพ็ญเพียรในป่าหิมพานต์
เสวยพระชาติเป็น พระพุทธเจ้า
 
 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      ตัจฉกสูกรชาดก ชาดกว่าด้วยหมูพร้อมใจกันสู้เสือ
      สุขวิหารีชาดก ชาดกว่าด้วยสุขอันเกิดจากการบรรพชา
      คังเคยชาดก ชาดกว่าด้วยผู้ชอบโอ้อวด
      โรหนมิคชาดก ชาดกว่าด้วยความรักในสายเลือด
      สุชาตกุมารชาดก ชาดกว่าด้วยการพรากจากสิ่งที่เป็นทุกข์
      กุมภชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของสุรา
      พันธนโมกขชาดก ชาดกว่าด้วยการหลุดพ้นจากเครื่องผูกมัด
      กุททาลชาดก ชาดกว่าด้วยความชนะที่ดี
      สสปัณฑิตชาดก ชาดกว่าด้วยผู้สละชีวิตเป็นทาน
      กายนิพพินทชาดก ชาดกว่าด้วยความเบื่อหน่ายร่างกาย
      กุกกุฏชาดก ชาดกว่าด้วยว่าด้วยผลของการไม่เชื่อง่าย
      เสยยชาดก ชาดกว่าด้วยคบคนประเสริฐก็ประเสริฐ