บุปผรัตตชาดก ชาดกว่าด้วยเป็นทุกข์เพราะภรรยาไม่ได้ผ้าย้อมดอกคำ

เมื่อทหารพาตัวชายผู้เป็นสามีมาถึงที่ ก็พาเขาไปเสียบที่หลาว เขาได้รับเวทนาแสนสาหัส ฝูงกาพากันไปเกาะที่ศีรษะ จิกนัยน์ตาด้วยจะงอยปากอันคมเหมือนปลายคีม ชายผู้นี้ไม่ได้ใส่ใจทุกขเวทนาที่ได้รับแม้แต่น้อย เขายังคงเฝ้าคิดถึงแต่หญิงอันเป็นที่รักเท่านั้น https://dmc.tv/a24551

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 18 มี.ค. 2562 ] - [ ผู้อ่าน : 16898 ]

ชาดก 500 ชาติ

บุปผรัตตชาดก-ชาดกว่าด้วยเป็นทุกข์เพราะภรรยาไม่ได้ผ้าย้อมดอกคำ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร
  
     ครั้งเมื่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร มีภิกษุหนุ่มรูปหนึ่ง เมื่อบวชแล้วก็มิอาจปฏิบัติธรรมได้ เนื่องจากยังฝักใฝ่ในกิเลส ถวิลคำนึงหา
แต่หญิงที่รัก เมื่อถึงเวลาที่ภิกษุต้องปฏิบัติธรรมเจริญภาวนา
 
ภิกษุหนุ่มผู้มีใจฝักใฝ่อยู่ในกิเลส
 
ภิกษุหนุ่มผู้มีใจฝักใฝ่อยู่ในกิเลส
 
     ภิกษุรูปนี้ก็ไม่อาจทำได้ ทุกครั้งไม่ว่ายามหลับตาหรือลืมตาเขาก็จะเห็นแต่หน้าหญิงอันเป็นที่รักเท่านั้น “ โอ้ น้องหญิงของพี่ ป่านนี้เจ้าจะอยู่อย่างไรนา เจ้าจะคิดถึงพี่
บ้างหรือเปล่า ตั้งแต่พี่ออกบวชมา ไม่มีวันใดเลยที่ไม่คิดถึงเจ้า ”
 
ภิกษุหนุ่มไม่สามารถปฏิบัติธรรมได้เหตุเพราะจิตใจของเขาไม่สงบ
 
ภิกษุหนุ่มไม่สามารถปฏิบัติธรรมได้เหตุเพราะจิตใจของเขาไม่สงบ
 
      การตัดกิเลสไม่ขาดของภิกษุหนุ่ม  เป็นเรื่องอิดหนาระอาใจของภิกษุรูปอื่นๆ  เป็นยิ่งนัก “ เฮ้อ ตั้งแต่บวชมา ภิกษุรูปนี้ยังไม่เคยปฏิบัติธรรมอันใดได้บรรลุเลย
วันๆ ได้แต่เฝ้าคิดถึงหญิงคนรัก ” “ เราจะช่วยเขาให้ตัดกิเลสได้อย่างไรบ้างนะ ” “ เราพาภิกษุรูปนี้ไปเฝ้าพระศาสดากันเถอะ ”

ภิกษุหนุ่มเฝ้าคิดถึงหญิงผู้เป็นที่รักของเขา
 
ภิกษุหนุ่มเฝ้าคิดถึงหญิงผู้เป็นที่รักของเขา
 
     ภิกษุรูปอื่นๆ ได้พาภิกษุหนุ่มผู้กระสันมาเฝ้าองค์พระศาสดาเพื่อขอคำปรึกษาหาหนทางตัดกิเลส เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องก็ตรัสถามถึงเหตุที่ทำให้ลืม
หญิงคนรักไม่ได้ ภิกษุหนุ่มก็ตอบว่า “ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หญิงนั้นมีรสมืออร่อย
 
ภิกษุทั้งหลายต่างพากันคุยกันถึงสาเหตุที่ภิกษุหนุ่มไม่สามารถปฏิบัติธรรมได้
 
ภิกษุทั้งหลายต่างพากันคุยกันถึงสาเหตุที่ภิกษุหนุ่มไม่สามารถปฏิบัติธรรมได้
 
     ข้าพระองค์ไม่อาจจะพรากจากกันได้พระเจ้าค่ะ ” “ ดูก่อนภิกษุ หญิงนี้เป็นผู้ทำความพินาศให้แก่เธอ  แม้ในปางก่อนเพราะหญิงนั้นเป็นเหตุ ” เธอก็ต้องถูกเสียบหลาว
คร่ำครวญถึงแต่นางเท่านั้น ครั้นตายแล้วไปบังเกิดในนรก บัดนี้เพราะเหตุไรเธอยังปรารถนานางอีกเล่า แล้วองค์พระศาสดาก็ตรัสเล่า บุปผรัตตชาดกดังนี้ 
 
ภิกษุทั้งหลายพาภิกษุหนุ่มไปเฝ้าพระบรมศาสดา
 
ภิกษุทั้งหลายพาภิกษุหนุ่มไปเฝ้าพระบรมศาสดา
 
     อดีตกาลครั้งนั้นในนครพาราณสี มีมหรสพกลางคืนวันเพ็ญเดือน ๑๒ ผู้คนพากันตกแต่งบ้านเมืองสวยงามราวกับเทพนคร ชาวบ้านชาวเมืองต่างแต่งตัวสวยงาม
ขณะนั้นมีสามีภรรยาคู่หนึ่งมีฐานะอย่างจนกำลังถกเถียงกัน 
 
ภิกษุหนุ่มได้เล่าถึงสาเหตุที่ตนไม่สามารถปฏิบัติธรรมได้ต่อองค์พระศาสดา
 
ภิกษุหนุ่มได้เล่าถึงสาเหตุที่ตนไม่สามารถปฏิบัติธรรมได้ต่อองค์พระศาสดา
 
     เนื่องจากภรรยาสาวอยากนุ่งผ้าย้อมดอกคำเพื่อไปเที่ยวงามมหรสพ แต่เนื่องด้วยผ้ามีราคาแพง ผู้เป็นสามีจึงไม่สามารถหาให้ได้ “ น้องหญิงจ๊ะ เจ้าห่มผ้าสีขาวนี้ก็ได้นี่จ๊ะ
ดูสิ พี่อุตสาห์เอาไปซักให้ขาวสะอาดเลยนะเนี่ย
 
เศรษฐีได้กราบทูลถาม<a href=http://question.dmc.tv title='ปัญหา' target=_blank><font color=#333333>ปัญหา</font></a>ของบุตรชายต่อองค์พระศาสดา
 
เศรษฐีได้กราบทูลถามปัญหาของบุตรชายต่อองค์พระศาสดา
     
     ถึงแม้มันจะเก่าไปบ้างก็เถอะ แต่เจ้าเป็นคนสวยอยู่แล้ว ใส่อะไรก็สวยนั่นแหละจ้า ” “อึย ผ้าเก่าๆ อย่างนี้น้องไม่ใส่ไปให้อายชาวบ้านเขาหรอกซอมซ่อจะตาย ไม่รู้ล่ะ
ถ้าไม่ได้ผ้าย้อมดอกคำ น้องก็จะไม่ไปเที่ยวงาน พี่เชิญไปกับหญิงอื่นเถอะ ”
 
นครพาราณสีได้จัดงานมหรสพกลางคืนวันเพ็ญเดือน ๑๒
 
นครพาราณสีได้จัดงานมหรสพกลางคืนวันเพ็ญเดือน ๑๒
 
     “ แหมน้องหญิงจ๋า นี่พี่จะไปกับหญิงอื่นได้อย่างไร น้องก็รู้ว่าฐานะอย่างเราจะไปหาผ้าย้อมดอกคำที่ไหนได้ ทำไมเจ้าถึงต้องการใส่แต่ผ้าย้อมดอกคำละ ชุดไหนๆ
พี่ว่าก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ ” 
 
สามีภรรยาคู่หนึ่งกำลังคุยกันถึงการไปเที่ยวงานมหรสพในพระนคร
 
สามีภรรยาคู่หนึ่งกำลังคุยกันถึงการไปเที่ยวงานมหรสพในพระนคร
 
     “ ไม่เหมือนหรอกจ๊ะพี่จ๋า ผ้าย้อมดอกคำ สวยกว่าผ้าอื่นเป็นไหนๆ หากน้องได้นุ่งผ้าย้อมดอกคำออกเที่ยวงานมหรสพกับพี่ น้องจะมีความสุขมากเลยนะจ๊ะ พี่ลองคิดดูสิจ๊ะ
หากพี่หาผ้าย้อมดอกคำให้น้องได้ น้องก็จะเอามานุ่งผืนหนึ่ง ห่มผืนหนึ่ง
 
ภรรยาไม่ต้องการห่มผ้าสีขาวไปเที่ยวงานมหรสพตามที่สามีจัดหาไว้ให้
 
ภรรยาไม่ต้องการห่มผ้าสีขาวไปเที่ยวงานมหรสพตามที่สามีจัดหาไว้ให้
  
     น้องต้องดูสวยมากๆ เลยนะจ๊ะพี่จ๋า แล้วเราสองคนก็จะเดินไปเที่ยวงานด้วยกัน น้องกับพี่โอบเอวกันเดิน พี่คิดดูสิจ๊ะ ชาวบ้านชาวเมืองที่เขาไปงานก็จะต้องตกตะลึง
ในความงามของน้อง ต้องมีแต่คนอิจฉาพี่แน่ๆ เลย ที่พี่มีภรรยาสาวสวยอย่างน้อง ”
 
ภรรยาต้องการให้สามีนำผ้าย้อมดอกคำมาให้เพื่อที่เธอจะใส่ไปเที่ยวงานมหรสพ    

ภรรยาต้องการให้สามีนำผ้าย้อมดอกคำมาให้เพื่อที่เธอจะใส่ไปเที่ยวงานมหรสพ
 
     ภรรยาสาวเพ้อฝันถึงการนุ่งห่มผ้าย้อมดอกคำไปเที่ยว แต่ชายผู้เป็นสามี แม้จะอยากได้ผ้าย้อมดอกคำให้ภรรยาสาวใจจะขาด แต่เขาก็ไม่สามารถหาจากที่ไหนได้
จึงได้แต่ปลอบประโลมเธอและชักชวนให้ใส่ผ้าสีขาวที่มีไปเที่ยวงาน
 
สามีหนุ่มปลอบใจภรรยาสาวที่ตนไม่สามารถหาผ้าย้อมดอกคำมาให้เธอได้
 
สามีหนุ่มปลอบใจภรรยาสาวที่ตนไม่สามารถหาผ้าย้อมดอกคำมาให้เธอได้
  
     “ ฮือๆๆ ทำไมชีวิตน้องถึงได้ลำบากยิ่งนัก ตั้งแต่น้องออกเรือนมาอยู่กับพี่ วันๆ ก็ได้แต่นั่งทำงานงกๆ เสื้อผ้าสวยๆ ก็ไม่เคยมีนุ่งมีใส่เหมือนคนอื่นเขา พออยากจะได้ผ้าสักผืน
พี่ก็ไม่ยอมหาให้น้อง น้องก็แค่อยากได้ผ้าสวยๆ ไปเที่ยวกับพี่บ้างเท่านั้นเอง ฮือๆๆ ”
 
ภรรยาสาวน้อยใจสามีร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในห้องไม่เป็นอันทำสิ่งใด
 
ภรรยาสาวน้อยใจสามีร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในห้องไม่เป็นอันทำสิ่งใด
 
      “ พี่ก็อยากหามาให้น้องเหมือนกันละจ้า แต่เจ้าก็รู้อยู่ว่าฐานะอย่างเรามันยากจนแค่ไหน แล้วอย่างนี้พี่จะไปหาผ้าย้อมดอกคำให้เจ้าได้อย่างไรกันละ โธ่ น้องหญิง ”
“ พี่จ๊ะ เรายังพอมีหนทางได้ผ้าย้อมดอกคำอยู่นะจ๊ะ พี่ลืมไปแล้วเหรอว่า ดอกคำในไร่ของพระราชา มีมากอยู่ไม่ใช่หรือ พี่ก็ไปขโมยมาให้น้องสิจ๊ะ
 
ภรรยาสาวดีใจมากที่สามียอมที่จะไปขโมยดอกคำมาให้ตน
 
ภรรยาสาวดีใจมากที่สามียอมที่จะไปขโมยดอกคำมาให้ตน
 
     ถ้าพี่รักน้องจริง พี่ต้องไปเอามาให้น้องนะ ” “ โอ้ย ไม่ได้หรอก ที่นั่นมีการป้องกันแข็งแรงออกจะตาย ประตูรั้วก็แน่นหนา อีกทั้งมีทหารเฝ้ายามอีกมากมาย พี่ไม่อาจเข้าไปใกล้ได้หรอก
เจ้าอย่าได้คิดถึงผ้าย้อมดอกคำนั้นเลย นุ่งผ้าสีขาวนี้ไปกับพี่เถิดนะเจ้านะ ” เมื่อฝ่ายสามีไม่อาจตามใจภรรยาสาวได้ ภรรยาสาวจึงน้อยใจ ร้องไห้ฟูมฟาย
 
อากาสัฏฐ<a href=http://www.dmc.tv/search/เทวดา title='เทวดา' target=_blank><font color=#333333>เทวดา</font></a>ได้มาเตือนไม่ให้ชายหนุ่มเข้าไปขโมยดอกคำในไร่ของพระราชา
 
อากาสัฏฐเทวดาได้มาเตือนไม่ให้ชายหนุ่มเข้าไปขโมยดอกคำในไร่ของพระราชา
 
     เก็บตัวอยู่ในห้องนอนเพื่อเรียกร้องความสงสาร สามีเมื่อเห็นภรรยาโศกเศร้าก็เสียใจ รู้สึกผิดที่ไม่อาจตามใจภรรยาได้ เขาจึงตัดสินใจทำตามแผนที่ภรรยาวางไว้
คือ เข้าไปขโมยดอกคำที่ไร่ของพระเจ้าพรหมทัต “ โธ่ น้องหญิง เจ้าอย่าได้โศกเศร้าไปเลย หากน้องหญิงต้องการผ้าย้อมดอกคำ พี่ก็จะไปเอามาให้แม้จะต้องฝ่า
อันตรายก็ตาม เฮ้ย เพื่อน้องหญิง พี่ทำได้ ”
 
ชายหนุ่มไม่ฟังคำเตือนของอากาสัฏฐเทวดาเขาเฝ้าคิดถึงแต่หญิงผู้เป็นที่รักของเขาเท่านั้น
 
ชายหนุ่มไม่ฟังคำเตือนของอากาสัฏฐเทวดาเขาเฝ้าคิดถึงแต่หญิงผู้เป็นที่รักของเขาเท่านั้น
 
       “ จริงๆ นะจ๊ะพี่จ๋า น้องดีใจจังเลย น้องเชื่อจ๊ะว่าพี่ต้องทำได้ เมื่อความมืดในยามรัตติกาลมีอยู่ ขึ้นชื่อว่าสถานที่ที่ลูกผู้ชายจะไปไม่ได้ไม่มีหรอกจ๊ะ” รุ่งขึ้นขณะที่สามี
กำลังทำสวนอยู่นั้นก็มีอากาสัฏฐเทวดาเที่ยวไปในอากาศและได้เห็นภัยในอนาคตของเขาจึงเข้ามาห้ามไว้ “ เจ้ากำลังคิดที่จะไปขโมยดอกคำที่ไร่ของพระราชาหรือ
อย่าทำเช่นนั้นเลย เจ้าจะได้รับทุกขเวทนาร้ายแรงนักกับเคราะห์กรรมครั้งนี้ ”
 
ชายหนุ่มเข้าไปขโมยดอกคำในไร่ของพระราชาในยามค่ำคืน
 
ชายหนุ่มเข้าไปขโมยดอกคำในไร่ของพระราชาในยามค่ำคืน
 
      “ ข้าแต่ท่านเทพเทวดา อันตัวเรานี้มีทุกข์อันใดที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าการที่จะได้เห็นหญิงอันเป็นที่รักทุกข์ใจอีกแล้ว อันตรายใดๆ กระผมก็พร้อมที่จะเผชิญ แต่ขอให้น้องหญิงที่รัก
มีความสุขก็เพียงพอแล้ว ” เมื่อเห็นว่าตักเตือนแล้วไม่เป็นผล อากาสัฏฐเทวดาจึงเหาะจากไป ทิ้งให้ชายเขลาผู้หลงเชื่อถ้อยคำของนาง ด้วยอำนาจกิเลสเผชิญกับชะตากรรมที่จะได้รับ

ชายหนุ่มถูกทหารจับตัวได้ในขณะที่เขาปีนข้ามรั้วไม้แล้วเกิดเสียงดัง
 
ชายหนุ่มถูกทหารจับตัวได้ในขณะที่เขาปีนข้ามรั้วไม้แล้วเกิดเสียงดัง
 
     “ เฮ้อ ช่างเถอะจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราก็ช่าง แต่เราจะต้องนำผ้าย้อมดอกคำมาให้น้องหญิงอันเป็นที่รักของเราให้ได้ เราสองคนจะได้ไปเที่ยวกันอย่างมีความสุขสักที ”
เมื่อถึงเวลากลางคืนผู้เป็นสามีก็เสี่ยงชีวิตจากพระนครไปสู่ไร่ดอกคำของหลวง “ มืดๆ อย่างนี้ทหารคงมองไม่เห็นตัวเราหรอก คราวนี้แหละจะต้องเอาดอกคำออกมาให้ได้ ”
 
พระราชาได้ตัดสินโทษชายหนุ่มผู้ขโมยดอกคำ
 
พระราชาได้ตัดสินโทษชายหนุ่มผู้ขโมยดอกคำ
 
     เมื่อชายผู้เป็นสามีปีนรั้วเข้าไปในไร่ ก็เกิดเสียงไม้กระทบกันเสียงดัง คนเฝ้าไร่ได้ยินเสียงรั้วต่างพากันวิ่งมาดูแล้วล้อมจับไว้ ครั้นสว่างแล้วก็พาไปมอบให้พระเจ้าพรหมทัต
ตัดสินโทษ “ บังอาจมาก เจ้ากล้าดีอย่างไร มาขโมยดอกคำในไร่ของข้า ทหารจงเอามันไปเสียบเสียที่หลาว ” สิ้นคำสั่งจากพระเจ้าพรหมทัตทหารเหล่านั้นก็มัดเขาไว้
 
ชายหนุ่มถูกพาออกจากเมืองไปยังแดนประหาร
 
ชายหนุ่มถูกพาออกจากเมืองไปยังแดนประหาร
 
      แล้วพาออกจากเมืองโดยมีคนตีกรองประกาศโทษประหารตามไปด้วย “ ขโมยอะไรไม่ขโมย ขโมยของพระราชา เป็นยังไงละ โทษถึงประหารชีวิตเลยนะนั่น ” “ น่าสงสารเขา
เหมือนกันนะ โทษเสียบหลาวทุกข์ทรมานยิ่งนัก ” เมื่อทหารพาตัวชายผู้เป็นสามีมาถึงที่ ก็พาเขาไปเสียบที่หลาว เขาได้รับเวทนาแสนสาหัส ฝูงกาพากันไปเกาะที่ศีรษะ

ชายหนุ่มถูกเสียบด้วยหลาวมีฝูงกาพากันมารุมจิกนัยน์ตาของเขา
 
ชายหนุ่มถูกเสียบด้วยหลาวมีฝูงกาพากันมารุมจิกนัยน์ตาของเขา
 
      จิกนัยน์ตาด้วยจะงอยปากอันคมเหมือนปลายคีม ชายผู้นี้ไม่ได้ใส่ใจทุกขเวทนาที่ได้รับแม้แต่น้อย เขายังคงเฝ้าคิดถึงแต่หญิงอันเป็นที่รักเท่านั้น “ โอ๊ย ที่เราถูกหลาวเสียบนี้
ไม่เป็นทุกข์ ที่ถูกกาจิกเล่าก็ไม่ได้เป็นทุกข์ เราทุกข์อยู่แต่ว่า นางผิวทองจะไม่ได้นุ่งห่มผ้าย้อมดอกคำเที่ยวงานประจำราตรีแห่งเดือน 12 นี้ 
 
ชายหนุ่มทุกข์ใจจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตที่ไม่อาจหาผ้าย้อมดอกคำมาให้ภรรยาของตนได้
 
ชายหนุ่มทุกข์ใจจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตที่ไม่อาจหาผ้าย้อมดอกคำมาให้ภรรยาของตนได้
 
     โอ้ย เราพลาดโอกาสจากงานประจำราตรีกับนางอันเป็นที่รัก โอ้ย ไม่ได้ใช้แขนทั้งคู่โอบกอดรอบคลอเคลียกัน โอย ” ชายผู้น่าเวทนาพร่ำเพ้ออยู่อย่างนั้นจนสิ้นใจ

 

คู่สามีภรรยาในครั้งนั้น ได้มาเป็นคู่สามีภรรยาในครั้งนี้
อากาสัฏฐเทวดา ได้เสวยพระชาติเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า


รับชมคลิปวิดีโอบุปผรัตตชาดก : ชาดก 500 ชาติ
ชมวิดีโอบุปผรัตตชาดก : ชาดก 500 ชาติ   Download ธรรมะบุปผรัตตชาดก : ชาดก 500 ชาติ
 
 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      สุขวิหารีชาดก ชาดกว่าด้วยสุขอันเกิดจากการบรรพชา
      คังเคยชาดก ชาดกว่าด้วยผู้ชอบโอ้อวด
      โรหนมิคชาดก ชาดกว่าด้วยความรักในสายเลือด
      สุชาตกุมารชาดก ชาดกว่าด้วยการพรากจากสิ่งที่เป็นทุกข์
      กุมภชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของสุรา
      พันธนโมกขชาดก ชาดกว่าด้วยการหลุดพ้นจากเครื่องผูกมัด
      กุททาลชาดก ชาดกว่าด้วยความชนะที่ดี
      สสปัณฑิตชาดก ชาดกว่าด้วยผู้สละชีวิตเป็นทาน
      กายนิพพินทชาดก ชาดกว่าด้วยความเบื่อหน่ายร่างกาย
      กุกกุฏชาดก ชาดกว่าด้วยว่าด้วยผลของการไม่เชื่อง่าย
      เสยยชาดก ชาดกว่าด้วยคบคนประเสริฐก็ประเสริฐ
      ผลชาดก ชาดกว่าด้วยความสามารถในการดูผลไม้
      สาลิยชาดก ชาดกว่าด้วยหมอผู้โชคร้าย