พรหมทัตตชาดก ชาดกว่าด้วยผู้ขอกับผู้ถูกขอ

เมื่อทราบถึงเหตุผลที่ดาบสแจ้งให้ทราบแล้ว พระราชาถึงกับตะลึงงั้น ไม่คาดคิดมาก่อนว่า ด้วยสิ่งของเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดาบสถึงกับไม่กล้าเอ่ยปากขอมานานถึงสิบสองปี “ น่าเลื่อมใสจริง ๆ พระคุณเจ้าเมื่อเราได้ฟังคำของท่านแล้ว เราจะไม่ให้ท่านได้อย่างไร ท่านต้องอดทนลำบากไม่กล้าขอเรามาถึงสิบสองปี https://dmc.tv/a25340

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 17 ก.ย. 2562 ] - [ ผู้อ่าน : 532 ]

ชาดก 500 ชาติ

พรหมทัตตชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้ขอกับผู้ถูกขอ

เหล่าภิกษุพากันออกรับปัจจัยบริจาคในเมืองอาฬวี

เหล่าภิกษุพากันออกรับปัจจัยบริจาคในเมืองอาฬวี
  
     ในพุทธกาลสมัย ครั้นเมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ อัคคาฬวเจดีย์ เมืองอาฬวีนั้น เป็นช่วงเดียวกับที่เมืองอาฬวีกำลังจะดำเนินการสร้างกุฏิให้แก่ภิกษุสงฆ์ขึ้น เหล่าภิกษุ
ในเมืองต่างพากันออกรับบริจาค เที่ยวขอรับปัจจัยบริจาคในการสร้างกุฏิทั่วเมืองอาฬวี 
 
เหล่าภิกษุต่างพากันแจ้ง<a href=http://www.dmc.tv/articles/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2.html title='ข่าว' target=_blank><font color=#333333>ข่าว</font></a>เรื่องการสร้างกุฏิและออกรับบริจาคกันทุกวัน
 
เหล่าภิกษุต่างพากันแจ้งข่าวเรื่องการสร้างกุฏิและออกรับบริจาคกันทุกวัน
 
     “ โยม อีกไม่นานในเมืองอาฬวีก็จะมีกุฏิให้พระแล้วนะ โยมบริจาคคราวนี้ จะส่งผลบุญมหาศาลเชียวนะ ไม่สนใจหรือโยม ” “ แหม จะพูดยังไงดีล่ะ เรื่องบุญมันเกี่ยงกัน
ได้หรือค่ะหลวงพี่ ฉันบริจาคเท่าที่มีแล้วกันนะ ” “ แล้วโยมอีกท่านหนึ่งล่ะ ไม่สนใจจะบริจาคบ้างหรือ
 
ชาวเมืองที่ได้รับข่าวบุญต่างก็พากันบริจาคปัจจัยตามกำลังของตน
 
ชาวเมืองที่ได้รับข่าวบุญต่างก็พากันบริจาคปัจจัยตามกำลังของตน
 
     อย่าให้น้อยหน้ากันสิ บริจาคเยอะ ๆ เลยนะ ยิ่งเยอะยิ่งได้บุญ ” “ อุ๊ย คือว่า ทำยังไงดีนี่เรา เงินก็ไม่ค่อยจะมี เอางี้แล้วกันหลวงพี่ เดี๋ยวกระผมไปหยิบเงินที่เก็บไว้
ในบ้านมาให้ คงได้มากโขอยู่หรอก ” “ ขอบใจโยมทั้งสองมากเลยนะ ไว้อาตมาจะแวะมาเยี่ยมใหม่

เหล่าภิกษุต่างพากันออกรับปัจจัยบริจาคในเมืองอาฬวีในทุกๆ วัน
 
เหล่าภิกษุต่างพากันออกรับปัจจัยบริจาคในเมืองอาฬวีในทุกๆ วัน
 
     อย่าลืมนะ ยิ่งบริจาคยิ่งดี ช่วย ๆ กันหน่อยนะ กุฏิพระจะได้เสร็จไว ๆ ” การที่พระภิกษุเที่ยวพากันขอรับบริจาคจากช้าวบ้านในครานั้น ได้สร้างความเดือดร้อน และสร้าง
ความลำบากใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่มีใครกล้าปริปากบ่น “ เฮ้อ จะทำยังไงดีนะ หลวงพี่ท่านเล่นมาของกันอย่างนี้
 
ชาวเมืองบางคนถึงจะตกอยู่ในฐานะที่ลำบากแต่ก็ยังร่วมบริจาคปัจจัยในการสร้างกุฏิ
 
ชาวเมืองบางคนถึงจะตกอยู่ในฐานะที่ลำบากแต่ก็ยังร่วมบริจาคปัจจัยในการสร้างกุฏิ
 
     ครั้นจะไม่ให้ก็ใช่ที แต่บ่อย ๆ ครั้งเข้า ชาวบ้านอย่างเราก็เดือดร้อน ไม่ไหวเลย ” “ อ้าว ท่านเองก็เจอเหมือนกันเหรอ ข้าเองก็เพิ่งบริจาคปัจจัยไปเมื่อตะกี้ เล่นมาขอ
กันอย่างนี้ ไอ้เราก็ จะไม่ให้ก็ไม่ได้ เรื่องบุญอย่างนี้พวกเราปฏิเสธกันได้อย่างไรล่ะ ”
 
ชาวเมืองไม่กล้าปฏิเสธในการบริจาคปัจจัยถึงแม้จะบริจาคไปหลายครั้งแล้ว
 
ชาวเมืองไม่กล้าปฏิเสธในการบริจาคปัจจัยถึงแม้จะบริจาคไปหลายครั้งแล้ว
 
     “ ใช่ ๆ แต่จะให้เราไม่ให้ก็ไม่ได้นะ จะทำยังไงกันดีละเนี่ย เฮ้อ บริจาคทีก็ไม่ใช่น้อย ๆ เงินจะกินข้าวก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว ” ความเดือดร้อนของชาวบ้านในครั้งนี้
รู้ไปถึงองค์พระศาสดา เมื่อทราบความดังนั้นแล้ว จึงชุมนุมเหล่าภิกษุ ก่อนที่จะปรารภตักเตือนถึงเหตุในครั้งนั้น
 
ชางเมืองอาฬวีปรับ<a href=http://www.dmc.tv/search/ทุกข์ title='ทุกข์' target=_blank><font color=#333333>ทุกข์</font></a>กันถึงความเดือดร้อนในการบริจาคปัจจัย
 
ชางเมืองอาฬวีปรับทุกข์กันถึงความเดือดร้อนในการบริจาคปัจจัย
 
     “ ดูก่อนภิกษุทั้งหลายในชาติปางก่อน แม้แต่ผู้เป็นพระราชาเอง ปรารถนาจะขอร่มใบไม้และรองเท้าแค่คู่หนึ่ง ก็ยังไม่กล้าขอ ในท่ามกลางมหาชน เพราะเกรงกลัว
หิริโอตับปะจะร้าวฉาน ยังต้องมากล่าวขอในที่ลับเลย การที่พวกเธอทำเช่นนี้นับว่าไม่สมควร ” 
 
ความเดือดร้อนของชาวเมืองได้ล่วงรู้ไปถึงองค์พระศาสดา
 
ความเดือดร้อนของชาวเมืองได้ล่วงรู้ไปถึงองค์พระศาสดา
     
     หลังจากปรารภเสร็จสิ้น องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงระลึกชาติด้วยบุพเพนิวาสนุสติญาณตรัสเล่า พรหมทัตตชาดกขึ้นดังนี้ ในอดีตกาล ครั้งในสมัยพระเจ้าปัญจาลราช
ครองราชย์ในอุตรปัญจลนคร กบิลรัฐ พระโพธิสัตว์ในคราวนั้น ได้เกิดอยู่ในตระกูลพราหมณ์ตระกูลหนึ่ง

พระพุทธองค์ทรงตรัสเล่า พรหมทัตตชาดก แก่เหล่าภิกษุสงฆ์
 
พระพุทธองค์ทรงตรัสเล่า พรหมทัตตชาดก แก่เหล่าภิกษุสงฆ์
 
     และได้บวชเป็นดาบสอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่งดาบสนั้นได้เข้ามาในสวนหลวง ซึ่งอยู่ภายในเมืองอุตตรปัญจาลนคร พระเจ้าปัญจาลราชทรงเลื่อมใสดาบส
ผู้นั้นยิ่งนัก จึงได้นิมนต์ให้ดาบสผู้นั้น อาศัยอยู่ในเมืองนั้น โดยสั่งให้คนสร้างศาลาให้ดาบสพักอาศัยอยู่ภายในสวนหลวง
 
พระโพธิสัตว์ได้ออกบวชเป็นดาบสในป่าแห่งหนึ่ง ณ เมืองอุตรปัญจลนคร
 
พระโพธิสัตว์ได้ออกบวชเป็นดาบสในป่าแห่งหนึ่ง ณ เมืองอุตรปัญจลนคร
 
     “ อืม ดาบสผู้นี้น่าเลื่อมใสยิ่งนัก เราจะสร้างศาลาให้ดาบสผู้นี้ได้อยู่ ท่านจะได้อยู่ในเมืองของเราไปนาน ๆ ” พอย่างเข้าสู่ฤดูฝนดาบสผู้นั้นก็ประสงค์ที่จะกลับเข้าป่า
เพื่อไปบำเพ็ญเพียร ในการเดินทางครั้งนั้นจะต้องมีร่มกันฝนพร้อมกับรองเท้าอีกคู่หนึ่งด้วย
 
พระเจ้าปัญจาลราชทรงสร้างศาลาให้ดาบสได้พักอาศัยในสวนหลวง
 
พระเจ้าปัญจาลราชทรงสร้างศาลาให้ดาบสได้พักอาศัยในสวนหลวง
  
     ด้วยเหตุนี้ดาบสจึงคิดจะทูลของสิ่งของทั้งสองสิ่งนี้กับพระราชา “ เอ้ จะกราบทูลพระราชาเยี่ยงไรดีนะ  ผู้ถูกขอน่ะ เวลาถูกใครขอต้องทุกข์ใจ ลำบากใจราวกับคน
กำลังร้องไห้แน่ ๆ แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราไปขอแล้วพระราชาเกิดตรัสว่าไม่มี เราไม่เป็นผู้ร้องไห้เองหรอกรึ จะให้มหาชนเห็นเรื่องแบบนี้ไม่ได้
 
ดาบสคิดว่าจะทูลขอร่มและรองเท้าสำหรับใส่เข้าป่าในช่วงฤดูฝนต่อพระราชา    

ดาบสคิดว่าจะทูลขอร่มและรองเท้าสำหรับใส่เข้าป่าในช่วงฤดูฝนต่อพระราชา
 
     เห็นทีเราคงต้องร้องขอสิ่งของจากพระราชาในที่ลับ ไม่เห็นเป็นที่เปิดเผยจะดีที่สุด ” เมื่อคิดได้เช่นนั้นดาบสจึงตัดสินใจเข้ากราบทูลพระราชาถึงสิ่งที่ตนประสงค์จะร้องขอ
“ มหาบพิตร อาตมามีเรื่องจะกราบทูล แต่เกรงว่าตรงนี้จะมาเหมาะ เพราะเรื่องนี้เป็นความลับ ” “ โอ้ ได้สิท่าน มีเรื่องใดหรือท่านดาบส หากไม่สะดวกจะบอกตอนนี้
งั้นเราสั่งให้ทหารออกไปก่อนก็ได้นะท่าน ”

ดาบสได้แจ้งต่อพระราชาว่าตนมีเรื่องที่จะกราบทูลกับพระราชาตามลำพัง
 
ดาบสได้แจ้งต่อพระราชาว่าตนมีเรื่องที่จะกราบทูลกับพระราชาตามลำพัง
  
     เมื่อทราบจากดาบสดังนั้นแล้วพระเจ้าปัญจาลราชจึงทรงรับสั่งทหารที่อยู่ในบริเวณนั้น ออกไปให้หมด “ ถ้าเช่นนั้น พวกเจ้าถอยห่างไปก่อน รอให้ดาบสทูลเรื่องที่ต้องการ
จะบอกกับข้า แล้วค่อยกลับเข้ามา ” “ พะย่ะค่ะ ” “ เอาล่ะ ท่านดาบสทีนี้คงจะบอกเราได้แล้วสินะ ว่าท่านมีเรื่องอะไรจะบอกกับเรา ”
 
พระเจ้าปัญจาลราชทรงสั่งทหารให้ออกไปรอข้างนอกเพื่อที่ตนจะได้พูดกับดาบสตามลำพัง
 
พระเจ้าปัญจาลราชทรงสั่งทหารให้ออกไปรอข้างนอกเพื่อที่ตนจะได้พูดกับดาบสตามลำพัง
 
     ถึงแม้ว่าพระเจ้าปัญจาลราชจะสั่งให้ทหารออกไปแล้ว แต่ดาบสนั้นก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่ยอมปริปากขอในสิ่งที่ต้องการ “ ....อืม จะดีหรือนี่ ถ้าหากเราทูลขอไป แล้วพระราชา
เกิดไม่ทรงอนุญาตตามที่ขอ ไมตรีของเราทั้งสองจะไม่จบสิ้นกันเพียงเท่านี้หรอกรึ เฮ้อ อย่ากระนั้นเลย เอาไว้ถือโอกาสทูลขอเวลาอื่นดีกว่า... ”
 
พระราชาได้ตรัสถามถึงสิ่งที่ดาบสต้องการจะสนทนากับตน
 
พระราชาได้ตรัสถามถึงสิ่งที่ดาบสต้องการจะสนทนากับตน
 
     “ ว่าอย่างไรละท่านดาบส ท่านมีสิ่งใดต้องการจะบอกกับเรารึ ใยท่านจึงเงียบไปเล่า ทหารเราก็สั่งให้ออกไปหมดแล้ว ท่านยังกังวลสิ่งใดอีกรึท่านดาบส ” “ มิใช่หรอกมหาบพิตร
เอาเป็นว่าเรื่องของอาตมาเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยทูลให้มหาบพิตรทราบดีกว่า  วันนี้เชิญมหาบพิตรเสด็จเถิด แล้วพรุ่งนี้อาตมาค่อยทูลให้ทราบก็แล้วกัน ”

ดาบสตัดสินใจไม่พูดขอในสิ่งที่ตนต้องการ
 
ดาบสตัดสินใจไม่พูดขอในสิ่งที่ตนต้องการ
 
     “ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็แล้วแต่ท่านเถิดท่านดาบส เอาไว้พรุ่งนี้ ค่อยบอกเราก็ได้ หากท่านไม่สะดวกจะบอกเราในตอนนี้ ก็ตามแต่ท่านเถิด ” ไม่เพียงแต่ครานั้นเท่านั้น นับแต่บัดนั้น
เป็นต้นมา ทุกอย่างก็เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน กล่าวคือ ไม่ว่าพระราชาจะทูลถามสักกี่ครั้ง แต่ดาบสก็เอาแต่นิ่งเฉย ไม่กล้าเผยความต้องการทุกครั้งไป
เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยไป จนล่วงเลยไปจนถึง 12 ปี
 
พระเจ้าปัญจาลราชทรงกลุ่มพระทัยยิ่งนักในเหตุที่ดาบสไม่บอกในสิ่งที่ตนต้องการ
 
พระเจ้าปัญจาลราชทรงกลุ่มพระทัยยิ่งนักในเหตุที่ดาบสไม่บอกในสิ่งที่ตนต้องการ
 
     ดาบสยังไม่ยอมปริปาก “ เอ้ ไฉนท่านดาบสถึงมีความในใจยังไงก็ไม่รู้ เป็นอย่างนี้มานานหลายปีแล้ว เพราะเหตุใดกันหนอ ” ความสงสัยในสิ่งที่ท่านดาบสจะทูลถามสุมอก
จนพระราชาทนไม่ไหว จึงตัดสินใจที่จะเสด็จไปถามดาบสให้คลายความสงสัย “ พระคุณเจ้า บอกว่ามีความลับต้องการจะบอกกับเราแต่กลับไม่กล้าที่จะบอกให้เรารู้สักที
นี่ก็ล่วงเลยผ่านมาถึง 12 ปีแล้ว
 
เวลาผ่านไป 12 ปี ดาบสก็ยังไม่ปริปากขอในสิ่งที่ตนต้องการต่อพระราชา
 
เวลาผ่านไป 12 ปี ดาบสก็ยังไม่ปริปากขอในสิ่งที่ตนต้องการต่อพระราชา
 
     วันนี้ล่ะ เราต้องรู้ให้ได้ ว่าท่านดาบสต้องการจะบอกสิ่งใดกับเรา ” ครั้นเมื่อพระราชาเสด็จมาถึงสวนหลวง ก็พบกับดาบสอยู่ที่นั้น จึงทรงตรัสถามดาบสถึงความลับ
ที่ดาบสเก็บงำไว้เนิ่นนานถึง 12 ปี  “ พระคุณเจ้า ท่านต้องการจะบอกสิ่งใดกับเรากันแน่ เชิญท่านบอกมาเถิด นี่เราก็เดินทางมาหาท่านถึงที่นี่ ท่านคงไม่คิดจะ
ปิดบังเราอีกแล้วนะท่าน ” “ ในเมื่อมหาบพิตรปราณีเราถึงเพียงนี้ เราก็จะ เรียนขอกับมหาบพิตรตามตรงเลยก็แล้วกัน ”

พระราชาปัญจาลราชทรงเสด็จมาหาดาบสด้วยความกลัดกลุ่มพระทัย
 
พระราชาปัญจาลราชทรงเสด็จมาหาดาบสด้วยความกลัดกลุ่มพระทัย
 
     “ พระคุณเจ้าต้องการสิ่งใด บอกเราเถิด เราจะถวายให้ ” “ มหาบพิตรเพียงแค่ต้องการร่มและรองเท้าคู่หนึ่ง ไว้ใช้สำหรับการเดินทางเข้าไปในป่าเพื่อบำเพ็ญเพียร ” “ โอ้ พระคุณเจ้า
มีเพียงของเล็กน้อยสองสิ่งนี้ท่านั้นเองดอกหรือ ที่ท่านต้องการจะขอจากเรา เพียงแค่ของสองสิ่งนี้ ท่านถึงกับเก็บงำไม่กล้าบอกเรา จนล่วงเลยมาถึง 12 ปีเชียวรึนี่ ” “ เจริญพร ”
 
พระราชาปัญจาลราชทรงทูลถามถึงเรื่องที่ดาบสไม่ยอมตรัสขอในสิ่งที่ต้องการใน 12 ปีที่ผ่านมา
 
พระราชาปัญจาลราชทรงทูลถามถึงเรื่องที่ดาบสไม่ยอมตรัสขอในสิ่งที่ต้องการใน 12 ปีที่ผ่านมา
 
     “ เพราะเหตุใดกันหรือ จึงทำให้พระคุณเจ้า ไม่กล้าเอ่ยปากขอสิ่งสองสิ่งนี้ มันมิใช่สิ่งที่มากมายแต่อย่างใดเลย พระคุณเจ้าจะว่าไปแล้ว ถ้าสำหรับพระคุณเจ้าแล้วละก็
ต่อให้มากมายยิ่งกว่านี้นัก เราก็พร้อมที่จะให้ได้อยู่แล้ว ” “ มหาบพิตร ในการขอ ผู้ขอย่อมได้อยู่สองอย่าง ก็คือได้หรือไม่ได้เท่านั้น ผู้ที่ถูกขอนั้น เมื่อให้สิ่งของกับผู้อื่นไป
ก็เปรียบเหมือนกับคนร้องไห้ เพราะต้องโดนคนอื่นมาขอ

ดาบสได้ทูลตอบในสิ่งที่ตนอยากจะขอต่อพระราชาปัญจาลราช
 
ดาบสได้ทูลตอบในสิ่งที่ตนอยากจะขอต่อพระราชาปัญจาลราช
 
      ในทางกลับกันผู้ขอนั้นเล่า เมื่อถูกปฏิเสธในการที่จะให้ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนร้องไห้เช่นกัน ก็ต้องเศร้าใจ เมื่อถูกปฏิเสธนั้นเอง ด้วยเหตุนี้อาตมาจึงใคร่อยากขอในสิ่งที่ต้องการ
กับมหาบพิตร ก็ต่อเมื่ออยู่ในที่ลับเท่านั้น เพื่อที่มหาชนจะได้ไม่ต้องเห็นมหาบพิตรและอาตมาอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกับคนร้องไห้นั้นเอง ” เมื่อทราบถึงเหตุผลที่ดาบสแจ้งให้ทราบ
แล้ว พระราชาถึงกับตะลึงงั้น มาคาดคิดมาก่อนว่า

พระราชาปัญจาลราชมีความประสงค์จะถวายวัวแดง 1 พันตัวแก่ดาบส
 
พระราชาปัญจาลราชมีความประสงค์จะถวายวัวแดง 1 พันตัวแก่ดาบส
 
      ด้วยสิ่งของเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดาบสถึงกับไม่กล้าเอ่ยปากขอมานานถึง 12 ปี “ น่าเลื่อมใสจริง ๆ พระคุณเจ้าเมื่อเราได้ฟังคำของท่านแล้ว เราจะไม่ให้ท่านได้อย่างไร ท่านต้อง
อดทนลำบากไม่กล้าขอเรามาถึง 12 ปี เอาอย่างนี้ดีไหม เราจะขอถวายวัวแดงหนึ่งพันตัวให้ท่านไปเลย พร้อมด้วยวัวจ่าฝูงอีกหนึ่งตัวให้แก่ท่านด้วย ” “ อย่ากระนั้นเลยมหาบพิตร
 
พระราชาได้มอบร่มและรองเท้าตามที่ดาบสได้ทูลขอต่อตน
 
พระราชาได้มอบร่มและรองเท้าตามที่ดาบสได้ทูลขอต่อตน
 
     อาตมาไม่ได้ต้องการวัตถุที่ต้องรับผิดชอบถึงขนาดนั้นหรอก ขอพระองค์ประทานร่มให้เราสักหนึ่งคัน และรองเท้านสักหนึ่งคู่ ก็เพียงพอแล้ว ” เมื่อพระราชาได้รับทราบถึงความต้องการ
ของดาบสแล้ว ก็ทรงอนุญาตมอบสิ่งของตามที่ดาบสขอมา “ เมื่อพระคุณเจ้าต้องการดังนั้น เราก็พร้อมจะมอบให้มิขัดข้อง ขอให้พระคุณเจ้าเข้าป่าบำเพ็ญเพียรอย่างปลอดภัยด้วยเถิด ”
 
ดาบสได้เดินทางเข้าป่าเพื่อบำเพ็ญเพียรและใช้ชีวิตในป่าจนสิ้นอายุขัย
 
ดาบสได้เดินทางเข้าป่าเพื่อบำเพ็ญเพียรและใช้ชีวิตในป่าจนสิ้นอายุขัย
 
      “ เจริญพรมหาบพิตร ขอถวายพระพรมหาบิตร ขอพระองค์อย่าทรงประมาท จงรักษาศีล กระทำอุโบสถกรรมเถิด ” นับแต่นั้นมาดาบสก็เข้าไปบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่า
และใช้ชีวิตอยู่ในนั้นจนสิ้นอายุขัย องค์พระศาสดาครั้นทรงนำชาดกเรื่องนี้มาตรัสเล่าแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า 
 
 
 
พระราชาในครั้งนั้น ได้มาเกิดเป็นพระอานนท์
ส่วนดาบสในครั้งนั้น เสวยพระชาติเป็นพระพุทธเจ้า
 
 

รับชมคลิปวิดีโอพรหมทัตตชาดก ชาดกว่าด้วย ผู้ขอกับผู้ถูกขอ
ชมวิดีโอพรหมทัตตชาดก ชาดกว่าด้วย ผู้ขอกับผู้ถูกขอ   Download ธรรมะพรหมทัตตชาดก ชาดกว่าด้วย ผู้ขอกับผู้ถูกขอ
 
 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      โกกาลิกชาดก ชาดกว่าด้วยพูดในกาลที่ควรพูด
      สัตตปัตตชาดก ชาดกว่าด้วยความสำคัญผิด
      คูถปาณกชาดก ชาดกว่าด้วยหนอนท้าสู้กับช้าง
      สีลานิสังสชาดก ชาดกว่าด้วยอานิสงส์ของศีล
      อุุทัญจนีชาดก ชาดกว่าด้วยหญิงโจร
      ฉัททันตชาดก ชาดกว่าด้วยพญาช้างฉัททันต์
      กกัณฏกชาดก ชาดกว่าด้วยกิ้งก่าได้ทรัพย์
      จุลปทุมชาดก ว่าด้วยการลงโทษหญิงชายทำชู้กัน
      กฏาหกชาดก ชาดกว่าด้วยคนขี้โอ่
      ปัณณิกชาดก ชาดกว่าด้วยที่พึงให้โทษ
      สมิทธิชาดก ชาดกว่าด้วยการไม่รู้เวลาตาย
      บุปผรัตตชาดก ชาดกว่าด้วยเป็นทุกข์เพราะภรรยาไม่ได้ผ้าย้อมดอกคำ